Download อนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ที่นี่ [ pdf: 92 KB]
| ความเป็นมา
อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants: POPs)
ได้เปิดให้มีการลงนาม (signature) ครั้งแรก ที่กรุงสตอกโฮล์มราชอาณาจักรสวีเดน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2544 และได้เปิดให้มีการลงนามที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ
นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2544 ถึง 22 พฤษภาคม 2545 ขณะนี้มีประเทศที่ร่วมลงนามแล้ว 151 ประเทศ และมีประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว
94 ประเทศ และอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2547 หลังจากที่ประเทศฝรั่งเศสได้ให้สัตยาบันเป็นประเทศที่ 50
จุดมุ่งหมายของอนุสัญญาฯ คือ เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจาก
สารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน สารเคมี POPs เบื้องต้น 12 ชนิดคือ อัลดริน (aldrin); คลอเดน
(chlordane); ดีดีที (DDT); ดิลดริน (dieldrin); เอนดริน (endrin); เฮปตะคลอร์ (heptachlor);
เอชซีบี (hexachlorobenzene); ไมเร็กซ์ (mirex); ท็อกซาฟีน (toxaphene); พีซีบี (Polychlorinated
Biphenyls : PCBs); ไดออกซิน (Polychlorinated dibenzo-p-dioxins : PCDDs) และฟิวแรน
(Polychlorinated dibenzofurans : PCDFsสาร POPs เหล่านี้เป็นกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ซึ่งถูกย่อยสลายได้ยากโดยแสงหรือสารเคมี
หรือโดยชีวภาพ ทำให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานานและสามารถเคลื่อนย้ายไปได้ไกลมาก
มีคุณสมบัติละลายน้ำได้น้อยมากแต่ละลายได้ดีในไขมันจึงเป็นผลให้มีการสะสมในไขมันของสิ่งมีชีวิต
มีความเป็นพิษสูง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต การเจ็บป่วย และความพิการแต่กำเนิดของมนุษย์และสัตว์
เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อาการแพ้ และระบบประสาทไวต่อความรู้สึก ระบบประสาทส่วนกลางและรอบนอกถูกทำลาย
ระบบการสืบพันธุ์บกพร่อง สาร POPs บางชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงระบบฮอร์โมน ทำลายระบบการสืบพันธุ์และระบบภูมิคุ้มกัน |
|
|
 |
พันธกรณีสำคัญที่ภาคีต้องปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้
- 1. ใช้มาตรการทางกฎหมายและการบริหารในการห้ามผลิตและใช้สาร
POPs 9 ชนิดแรก คือ อัลดริน (aldrin); คลอเดน (chlordane); ดิลดริน (dieldrin); เอนดริน (endrin); เฮปตะคลอร์ (heptachlor);
เอชซีบี (hexachlorobenzene); ไมเร็กซ์ (mirex); ท็อกซาฟีน (toxaphene); พีซีบี (Polychlorinated
Biphenyls : PCBs);
- 2. นำเข้า/ส่งออกสาร POPs ได้ก็เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่อนุญาต
- 3. จัดทำแผนปฏิบัติระดับชาติเพื่ออนุวัติตามอนุสัญญาฯ และส่งรายงานให้มีประชุมรัฐภาคี (COP) ภายใน
2 ปี หลังจากอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ มีผลบังคับใช้ในประเทศตน
- 4. ส่งเสริมการใช้สารทดแทน แนวปฏิบัติทางด้านสิ่งแวดล้อม(Best Available Techniques: BAT)
และแนวทางปฏิบัติทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด (Best Environmental Practices:BEP)
- 5. คลังสินค้าที่มีสาร POPs ต้องได้รับการดูแลไม่ให้ส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์และต่อสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งต้องดูแลจัดการของเสียที่เกิดจากสาร POPs อย่างเหมาะสม
- 6. ให้ผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายมีความเข้าใจเรื่องสาร POPs
- 7. เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสาร POPs แก่สาธารณชน รวมทั้งกำหนดแผนและแนวปฏิบัติในการประชาสัมพันธ์ให้สตรี เด็ก และผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาทราบเรื่องสาร
POPs และภัยอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม
- 8. สนับสนุนให้มีการทำการวิจัยเรื่องผลกระทบต่าง ๆ จากสาร POPs ทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ
- 9. ตั้งศูนย์ประสานงานระดับชาติเพื่อทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและหน้าที่อื่นๆ
|
|
|
 |
ประเทศไทยจะได้อะไรจากการเข้าเป็นภาคีสมาชิกและปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ
- 1. ปกป้องสุขภาพอนามัยของมนุษย์รวมถึงสุขภาพของผู้บริโภค
คนงาน สตรี เด็กและ ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และสิ่งแวดล้อมของประเทศจากสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน
- 2. มีการควบคุมการนำเข้า และการส่งออกสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานอย่างเป็นระบบและเข้มงวด
และก่อให้เกิดผลดีต่อการควบคุมสารเคมีอันตรายและ การบริหารจัดการสารเคมีในประเทศ
- 3. การปกป้องมิให้มีการลักลอบทิ้งสารเคมีอันตรายและสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานเข้ามาในประเทศ
- 4. ได้รับการคุ้มครองและความช่วยเหลือทั้งทางด้านวิชาการและด้านการเงินจาก กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกและองค์การระหว่างประเทศทั้งที่เป็นข้อตกลงทวิภาคีและพหุภาคี
อาทิ UNEP, GEF, UNIDO, UNDP, DANCED และ World Bank เพื่อการอนุวัติอนุสัญญาฯ
- 5. แสดงบทบาทของประเทศในการดำเนินการตามพันธกรณีจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา
(United Nations Conference on Environment and Development : UNCED) ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้แผนปฏิบัติการ 21 (Agenda
21) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีตามแผนปฏิบัติการบทที่ 19 (Chapter 19)
- 6. มีการจัดทำนำเนียบการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานเพื่อใช้ประกอบการกำหนดแนวทาง
หรือมาตรการในการลด ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน
- 7. มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เสริมสร้างสมรรถนะ และขีดความสามารถในการจัดการด้านสารเคมีตลอดวงจรของสารเคมี
- 8. ส่งเสริมให้ภาคอุตสหากรรมคำนึงถึงความปลอดภัยจากการใช้สารเคมีอันตรายและพยายามค้นคว้าวิจัยสารทดแทนที่มีความปลอดภัยมากกว่า
เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าและการลงทุน
| | |
 |
สถานภาพปัจจุบันของประเทศไทย
ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ แล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2548
โดยกรมควบคุมมลพิษ ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน (Focal Point) ในการปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ
ข่าวสาร The first meeting of the Conference
of Parties of the Stockholm Convention will take place
in Punta del Este, Uruguay, 2-6 May 2005 อ่านสรุปผลการประชุมฯ
ที่นี่
ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านข่าวเกี่ยวกับอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ได้ที่
: http://www.pops.int/documents/press/
| | |
 |
|
|