การดำเนินงานแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่มาบตาพุด


สถานการณ์ปัญหาขยะมูลฝอยและกากของเสียอันตราย
1. การจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชน
2. สถานการณ์มลพิษกากของเสียอุตสาหกรรม
  3. การลักลอบทิ้งกากของเสีย
ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Registers: PRTR) 
รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานฯ เพื่อลด ขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง
1. การวิเคราะห์สภาพปัญหาและศักยภาพการจัดการของเสียและการลักลอบทิ้งกากของเสีย
2. การตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี
  3. โครงการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนในเบื้องต้นจากการปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) น้ำใต้ดินในพื้นที่ชุมชนมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
  4. แผนการลดปริมาณขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
แผนการดำเนินงานตามมาตรการ แผนปฏิบัติการเพื่อลด ขจัดมลพิษในพื้นที่จ.ระยอง ในปี 2551
สถิติอุบัติภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตรายในพื้นที่จังหวัดระยอง
   
รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานฯ เพื่อลด ขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง

1. การวิเคราะห์สภาพปัญหาและศักยภาพการจัดการของเสียและการลักลอบทิ้งกากของเสีย

1.1 การลักลอบทิ้งกากของเสีย พบว่าในปี 2549-2551 มีการลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 6 ครั้ง
    1. การลักลอบทิ้งกากน้ำมันลงบ่อดิน ต.หนองระรอก อ.บ้านค่าย

    2. การลักลอบนำกากสารเคมีซึ่งมีกลิ่นคล้ายทินเนอร์และทำให้เกิดผดผื่นคันและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงที่ กิ่ง อ. นิคมพัฒนา และ

    3. การลักลอบทิ้งกากของเสีย ต.น้ำเป็น กิ่ง อ.เขาชะเมา จ.ระยอง

    4. การลักลอบนำกากสารเคมี มีลักษณะผงสีเทา ไม่ติดไฟ ละลายน้ำได้เล็กน้อย และมีโลหะบางชนิด ได้แก่ อลูมิเนียม เหล็ก และนิกเกิล เป็นองค์ประกอบหลักมาทิ้งบริเวณ ต.หนองงูเหลือม จ.นครปฐม

    5. การลักลอบทิ้งกากของเสียประเภทวัสดุปนเปื้อนจารบี/น้ำมัน ใส้กรองฝุ่น บริเวณริมถนนบายพาส สาย 36 ชุมชนมาบข่า กิ่งอ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

    6. การลักลอบทิ้งและฝังกลบกากอุตสาหกรรมปนเปื้อนโลหะหนัก ชุมชนมาบข่า กิ่งอ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่ง กรมควบคุมมลพิษร่วมกับหน่วยท้องถิ่น หรือ หน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบให้คำแนะนำในการเคลื่อนย้ายและกำจัดกากของเสียที่ลักลอบทิ้งและให้ความร่วมมือด้านวิชาการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ลักลอบทิ้งกากของเสีย
1.2 จากปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถวิเคราะห์และสรุปสภาพปัญหาและศักยภาพการจัดการของเสียและการลักลอบทิ้งกากของเสีย ได้ดังนี้


    1. การปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย ผู้รวบรวมและขนส่ง และ ผู้บำบัดและกำจัด เช่น การขออนุญาตนำของเสียออกนอกบริเวณโรงงาน การจัดทำใบกำกับการขนส่ง การรายงานข้อมูลประจำปี และอื่น ๆ อาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการบางราย

    2. ความไม่เพียงพอของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการกำกับดูแลการจัดการของเสียอันตราย ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศตามนโยบายการกระจายอำนาจแล้วก็ตาม รวมทั้งการขาดการประสานงานที่ดีหรือการประสานงานที่ล่าช้าระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายในพื้นที่เดียวกันและหน่วยงานภายในพื้นที่กับหน่วยงานส่วนกลางเพื่อติดตามดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิด

    3. จำนวนสถานที่บำบัดกำจัดของเสียอุตสาหกรรมบางประเภทและชนิดอาจไม่เพียงพอต่อการรองรับ และจัดการของเสียอันตราย เมื่ออุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลกัน ทำให้ค่าใช้จ่าย ในการขนส่งและกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีราคาค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการที่ขาดความรับผิดชอบจึงมักหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยการว่าจ้างผู้ขนส่งนำไปลักลอบทิ้งตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

    4. ปัญหาการจัดการระบบข้อมูลที่แหล่งกำเนิดของเสียอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้รับกำจัด หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานในพื้นที่แหล่งกำเนิดของเสีย ยังไม่ครบวงจร ทำให้ขาดความเชื่อมโยงของระบบข้อมูลสนับสนุนในการสอบทานปริมาณกากของเสียที่เกิดขึ้น ปริมาณที่ได้รับการบำบัดกำจัด และปริมาณการเก็บรวบรวมไว้เพื่อรอการบำบัดกำจัด ข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และ ไม่สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การตรวจสอบข้อมูลในกรณีที่มีการลักลอบทิ้งกากของเสีย รวมทั้งการพิจารณาจัดตั้งศูนย์ บำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรมให้เพียงพอในพื้นที่อุตสาหกรรม เป็นต้น

    5. การตรวจสอบรถขนส่งกากของเสียที่เป็นของเหลวดำเนินการพิสูจน์ได้ยากและยัง ไม่มีการตรวจสอบจากหน่วยงานใด ทำให้มีการใช้รถขนส่งผิดประเภท ในการขนส่งของเสียอุตสาหกรรม ที่เป็นของเหลวไปกำจัด เช่น รถแทงค์ขนส่งวัตถุอันตราย ข้างรถระบุเพื่อขนวัตถุอันตรายชนิดหนึ่งแต่กลับนำไปขนส่งของเสียอันตรายอีกชนิดหนึ่ง เป็นต้น

    6. การพิสูจน์และรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย เมื่อมีการตรวจจับการลักลอบทิ้งกากของเสียหรือการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ มีขั้นตอนยุ่งยากและใช้เวลานาน ประกอบกับมีข้อจำกัดในการวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการ ไม่สามารถวิเคราะห์กากของเสียได้ทุกชนิด ทั้งนี้เพราะต้องพิสูจน์ ให้ได้ถึงชนิดและองค์ประกอบของของเสียฯ เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายถูกควบคุมโดยกฎหมายฉบับใด เป็นของเสียอันตรายหรือไม่อันตราย เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการพาณิชย-กรรมมิใช่โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งสาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมยังมีความไม่ชัดเจนในบางประเด็น ตัวอย่างเช่น บัญชีรายการของเสียอันตรายตามแนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548 ออกตามความ ใน พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ที่ระบุไว้ไม่ตรงกับบัญชีรายการของเสียอันตรายตามแนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ.2547 ออกตามความใน พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เป็นต้น ซึ่งมีผลต่อการไล่เบี้ยความรับผิดตามกฎหมายแต่ละฉบับ (กฎหมายว่าด้วยโรงงาน ซึ่งใช้ในการกำกับควมคุมแหล่งกำเนิดโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานสำหรับกำจัด กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ซึ่งใช้ในการกำกับควบคุมแหล่งกำเนิด กากของเสียที่เป็นสถานประกอบการพาณิชยกรรมที่ไม่ใช่โรงงาน และกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย ซึ่งใช้ในการกำกับควบคุมเฉพาะผู้ขนส่งกากของเสียอันตรายอันตราย ฯลฯ)


1.3 ความร่วมมือด้านการจัดการของเสียอันตรายระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างชัดเจน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อความร่วมมือด้านการจัดการของเสียอันตราย ภายใต้คณะอนุกรรมการประสานการจัดการสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ในคราวการประชุมครั้งที่ 2/2550 และ ครั้งที่ 4/2550 โดยประกอบด้วยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง 13 หน่วยงาน จาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานร่วมกับ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และคณะทำงานฯ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้


    1. พิจารณาเสนอแนะแนวทางและประสานการดำเนินงานการพัฒนาระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย (Manifest System)

    2. พิจารณากำหนดระบบ กลไก และมาตรการทางด้านกฎหมายวิชาการเพื่อการดำเนินการตรวจสอบระบบการขนส่งกากของเสียอันตรายตั้งแต่ต้นทางที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษจนถึงปลายทางที่เป็นสถานที่กำจัด

    3. ติดตามตรวจสอบ และพิจารณาแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสีย และการดำเนินงานในการจัดการของเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษ

    4. เสนอแนะแนวทางในการจัดการปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสีย และกลไกทางการเงินในการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนกากของเสีย

    5. ประสานความร่วมมือการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินตามข้อ (1)-(4)

    6. ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะอนุกรรมการประสานการจัดการสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม มอบหมาย
ทั้งนี้ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานเพื่อความร่วมมือด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบกับมาตรการระงับเหตุการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในระยะเร่งด่วน โดยมอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการดังต่อไปนี้


    1. เชื่อมโยงการแจ้งข้อมูลขออนุญาตนำกากของเสียออกนอกโรงงานเพื่อนำไปบำบัดและกำจัด ใบกำกับการขนส่งของเสียอันตราย รวมถึงข้อมูลโรงงานผู้ก่อกำเนิด โรงงานผู้รับบำบัดกำจัดกาก ของเสีย และโรงงานรีไซเคิล ให้กับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเฝ้าระวังการขนส่งของเสียอันตราย และสามารถดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียได้อย่างทันท่วงที โดยใช้จังหวัดระยองเป็นจังหวัดพื้นที่นำร่องเพื่อทดลองดำเนินการเป็นระยะเวลา 3 เดือน ก่อนขยายผลทั่วประเทศต่อไป

    2. พิจารณามอบอำนาจให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอนุญาตการเคลื่อนย้ายกากของเสียอุตสาหกรรม ออกนอกโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถตรวจสอบและสอบทานการนำกากของเสียอุตสาหกรรมออกนอกนิคมอุตสาหกรรมได้

    3. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษคัดเลือกรายชื่อผู้ประกอบการขนส่งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง นำเสนอต่อคณะทำงานฯ เพื่อทดลองติดตั้งและใช้งานระบบการติดตามตรวจสอบการขนส่งกากของเสียอุตสาหกรรม (GPS) ในการปฏิบัติงานติดตามเฝ้าระวังการขนส่งของเสียอันตรายและติดตามตำแหน่งของรถขนส่งของเสียอันตรายเพื่อนำไปบำบัดกำจัด โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือ เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายและมาตรการบังคับในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ประสานกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดส่งรายชื่อผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่จังหวัดระยองให้กับสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจรเพื่อดำเนินการทดลอง

    4. พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขนิยามของของเสียอันตรายในกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อการไล่เลี้ยความรับผิดตามกฎมายระหว่างผู้ก่อกำเนิด ผู้ขนส่ง และผู้บำบัดกำจัด เมื่อเกิดเหตุลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้มีรายละเอียดอัตราค่าปรับสำหรับความผิดเกี่ยวกับการขนส่งของเสียอันตรายให้มีความชัดเจนและรัดกุมมากขึ้น ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างขั้นตอนประสานการจัดการการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมระหว่างหน่วยงาน ที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำรายละเอียดขั้นตอนมานำเสนอคณะทำงานฯ สำหรับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ดำเนินงานให้เกิดผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยจัดทำเป็นข้อตกลงระหว่างหน่วยงานต่อไป ทั้งนี้ให้นำ แผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย มาพิจารณาประกอบการดำเนินการและกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอนด้วย โดยกำหนดจะจัดประชุมคณะทำงานเพื่อความร่วมมือด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม ครั้งที่ 5-4 /2551 ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2551 เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายในการจัดการกากอุตสาหกรรมและการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการลักลอบทั้งกากของเสียจากอุตสาหกรรม
2. การตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี

กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เข้าร่วมตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จำนวน 25 โรงงาน และนอกเขตประกอบการอุตสาหกรรม ไออาร์พีซี จำนวน 50 โรงงาน พบว่าโรงงานส่วนใหญ่มีการจัดเก็บของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นค่อนข้างดีโดยบรรจุใส่ในภาชนะที่มิดชิด และมีการจัดเก็บอย่างถูกต้องรวมทั้งได้รับอนุญาตให้นำออกไปกำจัดโดยบริษัทรับกำจัดของเสียที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ยังมีบางโรงงานที่จัดเก็บของเสียอันตรายในที่โล่งแจ้ง ซึ่งคณะตรวจสอบได้ให้คำแนะนำในการหาวัสดุคลุม หรือจัดเก็บในอาคารที่มีหลังคาโดยแยกเป็นหมวดหมู่ระหว่างที่รอนำไปกำจัดต่อไป


3. โครงการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนในเบื้องต้นจากการปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) น้ำใต้ดินในพื้นที่ชุมชนมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง

รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการประเมินการปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ในน้ำใต้ดิน ได้แก่ แผนที่ประชากรท้องถิ่น ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะชั้นดิน ข้อมูลอุทกวิทยาของน้ำใต้ดินและน้ำผิวดิน ลักษณะการใช้ประโยชน์น้ำใต้ดิน ที่ตั้งบ่อน้ำบาดาลและแหล่งกำเนิดสารอินทรีย์ระเหย เป็นต้น และ วางแผนการเก็บตัวอย่าง โดยการกำหนดพารามิเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ


4. แผนการลดปริมาณขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

การนิคมอุตสาหกรรมร่วมกับโรงงานในพื้นที่นิคม ได้กำหนดแผนลดปริมาณปริมาณ ขยะมูลฝอยและกากของเสียอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายลดลง 461,564.3 ตัน/ปี ปัจจุบันลดลงได้แล้ว 414,692.3 ตัน หรือ ร้อยละ 89.8 ของแผนการดำเนินงาน ( ข้อมูลจากการรายงานความคืบหน้าแผนลดและขจัดมลพิษระยะสั้น (มี.ค.50-มิ.ย.51)ของผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรม พื้นที่มาบตาพุด กนอ. รายงานครั้งที่ 24/2551 9 มิถุนายน 2551) โดยใช้หลักการ 3 Rs ได้แก่ Reduce Reuse และ Recycle ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการจัดการของเสีย และสามารถนำของเสียบางส่วนกลับไปใช้ใหม่ได้ด้วย


สำหรับพื้นที่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ตรวจสอบโรงงานในเขต IRPC พบว่ามีโรงงานที่เข้าระบบการจัดการของเสียอุตสาหกรรมแล้ว 24 จาก 26 โรงงาน ได้แก่ โรงงานกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี และเคมี ส่วนโรงไฟฟ้าอยู่ระหว่างดำเนินการ โรงเหล็กหยุดประกอบการ และโรงงานนอกเขต IRPC พบว่ามีโรงงานที่เข้าระบบการจัดการของเสียอุตสาหกรรมแล้ว 43 จาก 50 โรงงาน ได้แก่ โรงงานกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี และเคมี ส่วนโรงไฟฟ้าและโรงเหล็กอยู่ระหว่างดำเนินการ และมีโรงงานที่หยุดและเลิกประกอบการ 5 โรงงาน (ข้อมูลจากการประชุมคณะอนุกรรมการ ด้านเทคนิคเพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบการแก้ไขปัญหามลพิษของอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ครั้งที่ 7/2550 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 ของการนิคมอุตสาหกรรม)


แผนการดำเนินงานตามมาตรการ แผนปฏิบัติการเพื่อลด ขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง ในปี 2551

ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่


    1. สำรวจข้อมูลปริมาณและศักยภาพการจัดการของเสียและการลักลอบทิ้ง กากของเสีย ในพื้นที่จังหวัดระยอง

    การดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ลักลอบทิ้งและฝังกลบกากอุตสาหกรรมบริเวณชุมชนมาบข่า กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
    ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อร่วมมือด้านกากอุตสาหกรรม


    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
    ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อร่วมมือด้านกากอุตสาหกรรม


    คลิ๊กที่ภาพเล็ก เพื่อดูภาพถัดไป


    2. ดำเนินการป้องกันและแก้ไขการจัดการของเสียและการลักลอบทิ้งกากของเสีย ในพื้นที่จังหวัดระยอง ตามมติคณะทำงานเพื่อความร่วมมือด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม ตามข้อ 1

    การดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ลักลอบทิ้งและฝังกลบกากอุตสาหกรรมบริเวณชุมชนมาบข่า กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
    ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อร่วมมือด้านกากอุตสาหกรรม


    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
    ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อร่วมมือด้านกากอุตสาหกรรม


    คำอธิบายภาพ

      1. การประชุมหารือแผนการดำเนินการ ระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เทศบาลเมืองมาบตาพุด และ ผู้นำชุมชนมาบข่า (ตามภาพที่1 และ 2)

      2. กำหนดขอบเขตรอบพื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรม ขนาด 17 เมตร X 14 เมตร (238 ตาราเมตร) (ตามภาพที่ 3)

      3. การขุดร่องด้านใน และ ปรับสภาพพื้นที่บริเวณด้านบนของพื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรม (ตามภาพที่ 5)

      4. การปิดคลุมพื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรมด้วยแผ่นพลาสติก (ตามภาพที่ 6)

      5. การปิดทับแผ่นพลาสติกด้วยดินและปรับสภาพพื้นผิวด้านบนของพลาสติก (ตามภาพที่ 9 และ 10)

      6. สภาพของพื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรมภายหลังการดำเนินการปิดคลุมพื้นที่ด้วยแผ่นพลาสติก (ตามภาพที่ 12)


    3. ติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนสารสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) น้ำบ่อตื้นและบ่อบาดาลชุมชนในพื้นที่มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย
กรมควบคุมมลพิษ
ข้อมูลเพิ่มเติม : โทรศัพท์ 0 2298 2404
E-mail : sasivimon(dot)n(at)pcd(dot)go(dot)th





หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ดาวน์โหลด | ติดต่อเรา | Site Map Switch to PCD English home page
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.