|
|
 |
 |

 |
|
|
| แผนปฎิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ. 2550 - 2554
การจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554
1. การดำเนินงานที่ผ่านมา
1.1 สืบเนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีคำสั่งแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยอง
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 เพื่อเสนอแนะแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ
ตลอดจนกำหนดระดับการพัฒนาที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพการรองรับของพื้นที่จังหวัดระยองนั้น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯได้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง
พ.ศ. 2550 - 2554 โดยจัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง
และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในพื้นที่มาบตาพุดเพื่อยกร่างแผนปฏิบัติการฯ
ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และองค์กรอิสระ
ตลอดจนกำหนดกลไกบริหารจัดการจนได้ข้อยุติร่วมกัน
1.2 คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้นำเสนอร่างแผนปฏิบัติการฯ
และกลไกการบริหารจัดการต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2550
โดยที่ประชุมมีมติที่สำคัญโดยสรุป คือ เห็นชอบกรอบแผนงาน/โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ
และเห็นชอบการจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการ และมอบหมายคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบและอำนาจหน้าที่
และยกร่างคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุด
ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนา
ในพื้นที่จังหวัดระยอง (นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน)
คณะอนุกรรมการพหุภาคีเพื่อกำกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการลดและ
ขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550-2554 (ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน) และคณะอนุกรรมการด้านเทคนิคเพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบการแก้ไข
ปัญหามลพิษของอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง(รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน)
1.3 คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550
อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี 2551 จำนวน 1,000 ล้านบาท
เพื่อจัดสรรให้กับโครงการที่เสนอโดยชุมชนและส่วนราชการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว
2. แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554
สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการฯ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์ เป้าหมายการดำเนินงาน พื้นที่เป้าหมาย
ผลผลิตและตัวชี้วัด มาตรการและแนวทางการดำเนินงาน ระยะเวลา ผลที่คาดว่าจะได้รับ
โดยประเด็นสำคัญที่เห็นควรสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี คือ
2.1 เป้าหมายการดำเนินการ
1. แผนงานลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ
ขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมายหรือดีกว่า
2. คุณภาพน้ำและอากาศ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานภายใน 1 ปี
3. ประชาชนได้รับการดูแล รักษา และฟื้นฟูสุขภาพอนามัยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
4. ชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง
คุณภาพสิ่งแวดล้อมและการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดได้อย่างต่อเนื่อง
5. การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยและสอดคล้องศักยภาพพื้นที่
2.2 ผลผลิต / ตัวชี้วัด
1. การรั่วซึมของสารประกอบอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compounds: VOCs) จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นไปตามเกณฑ์เสนอแนะของกรมควบคุมมลพิษร้อยละ 100
ภายใน 1 ปี (มีนาคม 2550 – มีนาคม 2551) และการระบาย VOCs
จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดภายใน 3 ปี ตั้งแต่ มีนาคม 2550
2. ระดับการปรับลดปริมาณการระบายสารมลพิษทางอากาศ SO2 และ NOx
ในพื้นที่มาบตาพุด โดยเฉลี่ยร้อยละ 10 - 20 ในภาพรวมของพื้นที่ (มีนาคม 2550 - มีนาคม2551)
คิดจากปริมาณสูงสุดที่ระบายจริงของปีฐาน 2549
3. คุณภาพน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานฯ
โดยน้ำทิ้งชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดในแนวท่อดักน้ำเสียของเทศบาลมีการจัดการน้ำเสียร้อยละ 25 ภายในปี 2551
ร้อยละ 50 ภายในปี 2554 และร้อยละ 100 ภายในปี 2557 และโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่
มีการระบายสารมลพิษทางน้ำ เช่น บีโอดี ซีโอดี ทีดีเอส ตะกั่ว เซเลเนียม เหล็ก แมงกานีส แคดเมียม
ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ร้อยละ 100 ภายใน 1 ปี (มีนาคม 2550 – มีนาคม 2551)
4. ลดปริมาณการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ 10 ภายในปี 2554
โดยระยะสั้น ลดปริมาณการระบายน้ำเสียของอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 700,000
ลูกบาศก์เมตร/ปี ภายใน 1 ปี และระยะยาว อีก 600,000 ลูกบาศ์กเมตร/ปี ในปี 2554
5. ระบบจัดการเพื่อแก้ไขปัญหากากของเสียจากอุตสาหกรรม และขยะมูลฝอยจากชุมชน
6. กากของเสียจากอุตสาหกรรมได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 100
7. เพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย และการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม
2.3 แผนงาน / โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ ฯ
แผนงาน/โครงการรวม 64 โครงการ (95 โครงการย่อย) ดำเนินการโดยภาครัฐ
ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน รวมทั้งผู้ประกอบการ
และผู้แทนภาคประชาชน รวมทั้งสิ้น 7 กระทรวง 25 องค์กร สรุป 5 มาตรการ ดังนี้
1. มาตรการลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษ สาระสำคัญ ประกอบด้วย การลดมลพิษทางอากาศ (VOCs,SO2, NOx) การลดมลพิษทางน้ำ และลดปริมาณ/การลักลอบทิ้งกากของเสีย
2. มาตรการบริหารจัดการมลพิษ ติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล สาระสำคัญ
ประกอบด้วย การแก้ไขฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม การเฝ้าระวังรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การเพิ่มศักยภาพในการจัดการมลพิษชุมชน และการติดตามตรวจสอบกำกับดูแล
3. มาตรการจัดการด้านสาธารณสุขและอาชีวอนามัย สาระสำคัญ ประกอบด้วย
การตรวจสอบ เฝ้าระวังโรคและสุขภาพ การพัฒนาระบบบริการและสถานบริการ
การเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่และประชาชนให้เข้มแข็ง
การจัดตั้งกองทุน และพัฒนาระบบข้อมูล/ศึกษาวิจัย
4. การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย
สาระสำคัญ ประกอบด้วย การศึกษาศักยภาพการรองรับการพัฒนาของพื้นที่
การพัฒนาการศึกษาและวิชาชีพ การพัฒนาเชิงพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
และส่งเสริมความปลอดภัยในชีวิต โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ได้แก่ ระบบประปา ไฟฟ้า
5. การมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ สาระสำคัญ ประกอบด้วย การรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมภาคสังคมของผู้ประกอบการและชุมชน
2.4 งบประมาณ
1. งบประมาณสำหรับดำเนินแผนงาน/โครงการ กำหนดลงทุน 6,680.06 ล้านบาท
สำหรับ 67 โครงการย่อย จาก 95 โครงการย่อย ใน 5 ปี (ปี 2550-2554) โดยมีแหล่งเงิน ดังนี้
| แหล่งเงิน
|
โครงการย่อยที่
ใช้งบประมาณ
|
งบประมาณ (ล้านบาท)
|
2550 |
2551 |
2552 |
2553 |
2554 |
รวม |
1. งบประมาณแผ่นดิน (โครงการภาครัฐและท้องถิ่น) |
53 |
276.70 |
1,094.47 |
628.73 |
294.64 |
106.95 |
2,400.12 |
| 2. งบประมาณ กนอ. |
4 |
23.50 |
120.00 |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
143.50 |
| 3. ผู้ประกอบการ |
9 |
491.51 |
3,640.94 |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
4,130.45 |
4. กองทุนเพื่อส่งเสริมการ อนุรักษ์พลังงาน |
1 |
6.00 |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
6.00 |
| รวม |
67.00 |
795.16 |
628.32 |
928.32 |
294.06 |
106.54 |
6,680.07 |
|
หมายเหตุ :
1. งบประมาณ กนอ. มีการสนับสนุนในกองทุนจังหวัด และ 25 ชุมชน เพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท
2. การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนระยองแข็งแรงและกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตกำหนดดำเนินการใน
อนาคตภายหลังจัดตั้งกองทุนแล้วเสร็จ
2. การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการพัฒนาระยะยาว แบ่งเป็น 1) กองทุนระยองแข็งแรง
จัดตั้งโดยจังหวัดระยองสนับสนุนการดำเนินโครงการระดับจังหวัด
และ 2) กองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตจัดตั้งโดย 25 ชุมชนในมาบตาพุดและชุมชนบ้านฉาง
เพื่อพัฒนาอาชีวอนามัยชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้านมลภาวะ
ปัจจุบัน กองทุนระยองแข็งแรงได้จัดตั้งในรูปแบบมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว
ส่วนกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อยกร่างระเบียบการใช้กองทุนทั้ง 2 กองทุน
3. การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการและสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
3.1 การจัดตั้งกลไกบริหารจัดการ
การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ
1) เพื่อแปลงแผนสู่ปฏิบัติ โดยสร้างกลไกการบริหารจัดการที่มีเอกภาพในการตัดสินใจและสั่งการ และมีความคล่องตัวในการประสานผลักดันการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถดำเนินการแล้วเสร็จในระยะเวลาที่กำหนด และ
2) เพื่อสร้างระบบการมีส่วนร่วมการดำเนินการจากทุกภาคส่วน
เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูล การร้องเรียนปัญหา การติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง
ตลอดจนร่วมวางแผนแก้ไขปัญหาของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การสร้าง
“ระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม” ในพื้นที่ โดยกลไกบริหารจัดการ ประกอบด้วย
1. การจัดตั้งกลไกบริหารจัดการระดับนโยบาย
ระยะสั้น จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยอง
โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ทำหน้าที่เสนอแนะแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ
กำหนดระดับการพัฒนาที่เหมาะสม ประสานหน่วยงานดำเนินการ
และพิจารณากลั่นกรองเรื่องเพื่อเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ต่อไป
ระยะยาว จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เฉพาะหรือพื้นที่พิเศษเพื่อดำเนินการต่อเนื่องในระยะยาว
2. กลไกบริหารจัดการระดับพื้นที่
คณะอนุกรรมการพหุภาคี ประกอบด้วย ภาครัฐ ประชาชน ผู้ประกอบการ
และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สื่อมวลชน องค์กรเอกชน โดยมีอำนาจหน้าที่
(1) ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ
(2) กำกับ ดูแล การดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(3) เป็นศูนย์ข้อมูลและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล และ
(4) รับเรื่องร้องเรียน ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา
โดยให้จัดตั้งและดำเนินการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
คณะอนุกรรมการด้านเทคนิค ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับ
ดูแล การดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของนิคมอุตสาหกรรม
เขตประกอบการอุตสาหกรรม และโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้จัดตั้งและดำเนินการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
กลไกบริหารจัดการความขัดแย้ง อาศัยอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการติดตามและวินิจฉัยข้อพิพาทอันเนื่องมาจากเขตนิคมอุตสาหกรรมซึ่งจะมีการจัดตั้งขึ้นภายในปี 2551 เพื่อดำเนินการในภาพรวมของประเทศให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการความขัดแย้งในพื้นที่
3.2 การสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
กำหนดให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัด
ระยองยึดหลักการดำเนินการเพื่อร่วมสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. 1) ภาคเอกชน : สร้างระบบธรรมาภิบาลในระดับองค์กร ให้มีการเปิดเผยข้อมูล โปร่งใส ตรวจสอบได้
2. ภาครัฐ: ติดตาม ตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามกฎหมาย และ มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
3. ประชาชนและองค์กรเอกชน : เข้าร่วมการดำเนินการภายใต้กลไกพหุภาคีเพื่อสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และร่วมวางแผนการแก้ไขปัญหาและกำหนดการพัฒนาพื้นที่
|
|
|
|  |
|
รายละเอียดแผนการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง
โครงการตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ ในพื้นที่จังหวัดระยอง ปี พ.ศ. 2550 - 2554
แผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง กำหนดมาตรการในการดำเนินงานเป็น 5 มาตรการ
มีโครงการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 64 โครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินงานโดยภาครัฐ กนอ.
และผู้ประกอบการ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ [Download (ร่าง) แผนฯ การลดและขจัดมลพิษ
: 387 KB ] ดังนี้
1. มาตรการลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและกากเสียอุตสาหกรรมจากโรงงานอุตสาหกรรม
1.1 แผนควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ
1.1.1 การควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศของโรงงานพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
1. โครงการลดปริมาณการระบายสารประกอบอินทรีย์ระเหย(VOCs) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
2. โครงการลดปริมาณการระบาย SO2 และ NOx ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
1.1.2 การควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศของโรงงานนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
3. โครงการลดปริมาณการระบายสารประกอบอินทรีย์ระเหย(VOCs) นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
4. โครงการลดปริมาณการระบาย SOx และ NOx นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
1.1.3 การกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ
5. โครงการกำหนดมาตรฐานเพื่อควบคุมสารประกอบอินทรีย์ระเหยจากโรงงานอุตสาหกรรม
1.2 แผนควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางน้ำ
1.2.1 การควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางน้ำของโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
1. โครงการควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำของโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ไม่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียรวม
1.2.2 การควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำของโรงงานนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
2. โครงการควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำของโรงงานภายนอกนิคมอุตสาหกรรม
1.3 แผนลดปริมาณการผลิตและการทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม
1. โครงการพัฒนาระบบกำจัดของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง
2. โครงการพัฒนาระบบกำกับของเสียอุตสาหกรรม เพื่อลดการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง
3. โครงการบริหารจัดการการใช้สารเคมีอันตรายในพื้นที่จังหวัดระยอง
2. มาตรการบริหารจัดการมลพิษ ติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล
2.1 แผนแก้ไขและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม
1. โครงการฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองสาธารณะในพื้นที่เป้าหมาย
2. โครงการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล
3. โครงการพัฒนาป่าชายเลน
4. โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของภาคอุตสาหกรรม
5. โครงการเพิ่ม Buffer Zone ระหว่างพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชน
6. โครงการศึกษาและแก้ไขปัญหาน้ำใต้ดิน น้ำบ่อตื้น ปนเปื้อนมลพิษ
7. โครงการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในเบื้องต้นจากการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยในน้ำใต้ดินในพื้นที่ชุมชนมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
8. โครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่มีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม
2.2 แผนเฝ้าระวัง รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
1. โครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในคลองสาธารณะเขตพื้นที่จังหวัดระยอง
2. โครงการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมทางทะเล บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
3. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลักษณะแก้มลิง
4. โครงการเพิ่มศักยภาพบุคลากรและองค์กรในท้องถิ่นในการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม
5. โครงการเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานส่วนกลางในการเก็บตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์มลพิษ และรายงานผลมลพิษ
2.3 แผนเพิ่มศักยภาพในการจัดการมลพิษชุมชนและอุตสาหกรรม
1. โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียจากคลองชากอ้อยและ
ซอยวุฒินันท์เข้าสู่ท่อรวบรวมถนนสุขุมวิทในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด
และปรับปรุงระบบควบคุมการทำงานของระบบสูบในสถานีสูบน้ำเสีย
ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง
2. โครงการการขยายระบบระบายน้ำและระบบรวบรวมน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด
3. โครงการการก่อสร้างและเชื่อมต่อท่อจากบ้านเรือนเข้าระบบรวบรวมน้ำเสีย
4. โครงการจัดการน้ำเสียชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง
5. โครงการเพิ่มศักยภาพในการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน
6. โครงการส่งเสริมการมีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14000
7. โครงการสำรวจข้อมูลเพื่อประเมินสภาพเบื้องต้นในการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
2.4 แผนการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล
2.4.1 การติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลอุตสาหกรรม
1. โครงการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลอุตสาหกรรมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม
2. โครงการตรวจสอบเพื่อลดและขจัดมลพิษในจังหวัดระยอง
3. การกำกับดูแลการดำเนินงานตามมาตรการที่กำหนดใน EIA และเงื่อนไขใบอนุญาต
2.4.2 การติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลในชุมชน
1. โครงการตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่เสี่ยงต่อผลกระทบมลพิษ
3. มาตรการจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย
3.1 แผนตรวจสอบ เฝ้าระวังโรคและสุขภาพในพื้นที่
1. โครงการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงภัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
2. โครงการตรวจสอบการลดและควบคุมความเสี่ยงตามรายงานประเมินความเสี่ยง และตรวจสอบความปลอดภัยด้านต่างๆ
3. โครงการตรวจสอบสุขภาพของพนักงานในโรงงานอย่างต่อเนื่อง 1 ครั้ง/ปี
4. โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุกและเชิงรับ
5. โครงการพัฒนาทีมสอบสวนโรคและเคลื่อนที่เร็ว
6. โครงการพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพระดับชุมชนและท้องถิ่น (HIA)
3.2 แผนพัฒนาระบบบริการและสถานบริการสาธารณสุข
1. โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อสุขภาวะประชาชนในเขตนิคมอุตสาหกรรม
มาบตาพุด
2. โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขเพื่อรองรับอุบัติภัยสารเคมีและผลกระทบสุขภาพที่เกี่ยวกับอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
(รวมการพัฒนาโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในพื้นที่ จ.ระยอง)
3. โครงการพัฒนางานศูนย์รักษาพิษสารเคมีอันตรายภาคตะวันออก รพ.ระยอง
3.3 การเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่เครือข่ายและประชาชนให้เข้มแข็ง
1. โครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรภาครัฐและภาคประชาชนจังหวัดระยองในการจัดการพิษภัยจากสารเคมี
3.4 การจัดตั้งและบริหารจัดการกองทุน
1. โครงการกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต
2. โครงการกองทุนระยองแข็งแรง
3.5 การพัฒนาระบบข้อมูล/ศึกษาวิจัยด้านสุขอนามัย
1. โครงการศึกษาสถานภาพการปนเปื้อนสารมลพิษในสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง
2. โครงการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจากมลพิษอุตสาหกรรมที่สำคัญในพื้นที่ระยอง
3. โครงการพัฒนาระบบข้อมูลวิชาการและพัฒนาการวิจัยเฉพาะทาง
4. มาตรการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย
4.1 การศึกษาศักยภาพการพัฒนาจังหวัดระยองเพื่อกำหนดการพัฒนาและการลงทุนที่เหมาะสม
1. โครงการศึกษาสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่เพื่อการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง
4.2 การพัฒนาการศึกษาและวิชาชีพประชาชนในพื้นที่
1. โครงการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรสำหรับรองรับการทำงานในพื้นมาบตาพุด
2. โครงการสร้างองค์ความรู้เพื่อเฝ้าระวังมลพิษ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยพลัง 3 ประสาน บ ว ร (บ้าน วัด โรงเรียน)
3. การประสานจัดตั้งมหาวิทยาลัยในพื้นที่
4. โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเยาวชนเทศบาลเมืองมาบตาพุด
5. ศึกษากฏหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหา และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในอนาคต
4.3 การพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
1. การวางและจัดทำผังเมืองรวม
2. โครงการจัดทำระบบประปา
3. โครงการก่อสร้างระบบไฟฟ้าในการส่องสว่างถนนในเขตเทศบาล
4. โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ระยะ 2
5. โครงการก่อสร้างและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณเกาะสะเก็ด
4.4 การส่งเสริมด้านความปลอดภัยในชีวิต
1. โครงการสนับสนุนรถสายตรวจรถยนต์ จักรยานยนต์ตำรวจอาสาสถานีตำรวจภูธร
5. มาตรการการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ
1. โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ
2. โครงการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการต่อภาคสังคม
3. โครงการชุมชนสัมพันธ์และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชุมชนบริเวณโรงงานรอบนอกเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด
|
| |
|
 |
|
ความคืบหน้าในการดำเนินการ
สรุปการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง
จังหวัดระยอง มีแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมอยู่เป็นจำนวนมากเกือบ 1,700 แห่ง
มีนิคมอุตสาหกรรม 8 แห่ง และเขตประกอบการอุตสาหกรรม 5 เขต
โดยเป็นโรงงานในพื้นที่นิคมและเขตประกอบการ 445 แห่ง และโรงงานนอกเขตนิคมฯ 1259 แห่ง
กิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดระยองส่งผลให้เกิดปัญหาปัญหามลพิษในพื้นที่
ทั้งด้านมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ การจัดการขยะมูลฝอยและกากของเสียอันตราย
ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั่วไปและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่
1. สถานการณ์มลพิษในพื้นที่
1. คุณภาพอากาศในบรรยากาศ
1.1 สารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds, VOCs) จากการติดตามตรวจวัดใน 6 พื้นที่ พบว่า ค่าความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยในบรรยากาศมีแนวโน้มลดลงจากที่ตรวจพบในปี 2548
1.2 สารมลพิษอากาศพื้นฐานในบรรยากาศ (ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ และ ก๊าซโอโซน) พบว่าโดยทั่วไปส่วนใหญ่มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
2. คุณภาพน้ำคลองสาธารณะ พบว่า คลองสาธารณะในพื้นที่มีการรับน้ำทิ้งทั้งจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม
โดยพบค่าปริมาณของแข็งละลายน้ำรวม (TDS) มีค่าสูงมากในคลองชากหมาก
คลองบางเบิด คลองบางกระพรุน และคลองพยูน เมื่อเปรียบเทียบกับคลองน้ำหู
ซึ่งเป็นคลองชลประทาน นอกจากนี้ พบว่าน้ำบริเวณปากคลองตากวนมีสภาพเป็นกรดเป็นบางครั้ง โดย
คพ. และ กรอ.ได้ทำการตรวจสอบและเฝ้าระวังเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว
3. คุณภาพน้ำทะเล พบว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมบนพื้นที่ชายฝั่งในระดับที่รุนแรงได้ทั้งจากอุตสาหกรรมที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ เพราะมีบางพารามิเตอร์ที่สำคัญมีค่าเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
4. คุณภาพน้ำใต้ดิน จากการตรวจสอบบ่อบาดาลที่ความลึกประมาณ 5 และ 100 เมตร พบว่า บางแห่งมีสาร VOCs แต่ปริมาณที่พบมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดิน ส่วนบ่อน้ำใต้ดินระดับตื้น พบสารโลหะหนัก และบางแห่งมีปริมาณสารโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว แมงกานีส สารหนู และเซเลเนียม เกินเกณฑ์มาตรฐานฯ
5. ปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสีย เช่น ที่ อ.บ้านค่าย กิ่ง อ. เขาชะเมา และ กิ่ง อ. นิคมพัฒนา ซึ่งพบการลักลอบทิ้ง กากน้ำมัน สารเคมี กากของเสีย เป็นต้น
2. การดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยอง
ได้จัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 – 2554
โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และมีเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่
1. ลดการรั่วซึมของ VOCs จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม
2. ปรับลดปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนในพื้นที่มาบตาพุด
3. คุณภาพน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานฯ โดยมีการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำทิ้งจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม
4. มีการจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยและกากของเสียอุตสาหกรรม
5. มีการให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย
3. ผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง
1. การควบคุมการระบาย VOCs ของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 39 แห่ง โดยมีการสำรวจจุดที่มีโอกาสเกิดปัญหารั่วซึมและปรับปรุงแก้ไขจุดที่พบปัญหา และอยู่ระหว่างการจัดทำทะเบียนแหล่งกำเนิดแบบฟุ้งกระจาย (Fugitive Sources) ของผู้ประกอบการ
2. การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้มีการกำหนดค่ามาตรฐาน VOCs ในบรรยากาศโดยทั่วไป 9 ชนิด และ อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดค่าเฝ้าระวัง (Screening level) สำหรับสาร VOCs ในบรรยากาศโดยทั่วไป 20 ชนิด
3. การกำหนดมาตรฐานแหล่งกำเนิด อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดร่างมาตรฐานสาร VOCs จากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม ได้แก่ มาตรฐานควบคุมการรั่วซึมของอุปกรณ์ในโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี และมาตรฐานการระบายสาร VOCs จากโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี เป็นต้น
4. การควบคุมการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนและ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์โดยขอความร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมดำเนินงานลดการระบาย NOx จำนวน 22 โรงงาน และลดการระบาย SO2 จำนวน 12 โรงงาน
5. การลดปริมาณขยะ และการระบายน้ำทิ้งของโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
6. การตรวจสอบและกำกับดูแลปริมาณการระบายมลพิษของโรงงาน ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี
และ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประเภทโรงเหล็ก โรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
และให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขปัญหามลพิษที่ตรวจพบ
รวมทั้งให้โรงงานจัดทำแผนงานลดปริมาณการ VOCs , SOx, NOx ขยะมูลฝอยและกากของเสีย
และ การระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม
7. การดำเนินงานด้านสาธารณสุข
โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทำการตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่ 25 ชุมชน
หากมีการพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จะทำการตรวจวินิจฉัยและสอบสวนโรคโดยละเอียด
และในกรณีที่มีผู้ป่วยจากโรคที่อาจมีโอกาสเกิดจากมลพิษ
จะทำการสอบถามข้อมูลเชิงลึกของผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้น
8. การศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณสารมลพิษอากาศ โดย คณะ อนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณมลพิษทางอากาศในพื้นที่จังหวัดระยอง
ได้บูรณาการข้อมูลด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่
และได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน
กับปริมาณสารมลพิษอากาศโดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมดำเนินงาน
4. สรุปปัญหามลพิษและปัญหาอื่นที่ยังต้องเร่งดำเนินการแก้ไข
1. การควบคุมสาร VOCs จากภาคอุตสาหกรรม ทั้งจากการรั่วซึม (Fugitive emission) และ แหล่งกำเนิดที่สำคัญ
2. การลดการระบายมลพิษหลัก ได้แก่ SO2 NOx
3. การแก้ไขปัญหาทางสังคม และ การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในชุมชน
4. การดูแลในเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชน อย่างต่อเนื่อง
5. ปัญหาการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร ควรเร่งรัดการก่อสร้างท่อส่งน้ำของกรมชลประทานให้แล้วเสร็จ
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง
จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากร ธรรมชาติ
เป็นแหล่งเกษตรกรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออก
รวมทั้งมีการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ การพัฒนานำมาซึ่งความเจริญสู่ชุมชน
ส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ และทำรายได้จำนวนมหาศาลให้แก่ประเทศไทย
แต่ก็อาจก่อเกิดผลกระทบขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพอากาศ
น้ำคลองสาธารณะ น้ำทะเลและชายฝั่ง น้ำใต้ดิน หรือขยะมูลฝอย เป็นต้น
อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากมีประชากรแฝงที่เข้ามาทำงาน
หรืออาศัยอยู่ในจังหวัดระยองเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความต้องการพื้นฐาน เช่น ระบบประปา
ไฟฟ้า โรงเรียน โรงพยาบาล เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น
รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 -2554 ซึ่งเกิดจากการบูรณาการข้อเสนอแนะและความเห็นของทุกภาคส่วน ทั้งจากผู้แทนชุมชนในพื้นที่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและท้องถิ่น เป็นต้น มีเป้าหมายหลักเพื่อ
1) ลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะ และกากของเสียอุตสาหกรรม
2) ดูแล รักษาและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างทั่วถึง
3) ชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตไม่เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยและสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว (ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2550) ด้านการลดมลพิษตามเป้าหมายตัวชี้วัดได้มีการดำเนินการไปแล้ว มีดังนี้
1. การควบคุมการระบาย VOCs ของโรงงานอุตสาหกรรม
โดยในเขตนิคมอุตสาหกรรมได้มีการสำรวจจุดที่เกิดปัญหารั่วซึมที่มีนัยสำคัญพบจำนวน 100 จุด
และปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ 87 คงเหลือ 13 จุด สำหรับนอกเขตนิคมฯ สำรวจพบเจอ 118 จุด โดยจะมีการจัดทำบัญชีแหล่งกำเนิดแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญทั้งพื้นที่และ
จัดทำแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดต่อไป
2. การปรับลดการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx)
ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีโรงงานที่สมัครใจลดการระบายมลพิษลงจากเดิม 24 โรงงาน
เป้าหมายการปรับลดมลพิษ 7.0 % เทียบกับอัตราการระบายสูงสุด
ผลการดำเนินการในปัจจุบันปรับลดได้ 3.3%
3. การปรับลดการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีโรงงานที่สมัครใจลดการระบายมลพิษลงจากเดิม 14 โรงงาน
เป้าหมายการปรับลดมลพิษ 16.9% เทียบกับอัตราการระบายสูงสุด
ผลการดำเนินการในปัจจุบันปรับลดได้ 3.2%
4. การลดปริมาณขยะของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรม
กำหนดเป้าหมายลดปริมาณขยะ 461,273 ตัน/ปี ผลการดำเนินการลดได้แล้ว 90,586 ตัน/ปี
5. การลดปริมาณการระบายน้ำทิ้งของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรม
เป้าหมายลดปริมาณการระบายน้ำทิ้ง 700,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี
ผลการดำเนินการลดได้แล้ว 977,058.3 ลูกบาศก์เมตร/ปี
สำหรับการดำเนินงานด้านสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองและหน่วยงานในพื้นที่
ของกระทรวงสาธารณสุขได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทำการตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่ 25 ชุมชน
หากพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จะทำการตรวจวินิจฉัยและสอบสวนโรคโดยละเอียด
และกรณีที่มีผู้ป่วยจากโรคที่อาจมีโอกาสเกิดจากมลพิษ มาทำการรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข
จะทำการสอบถามข้อมูลเชิงลึกของผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
การแก้ไขปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดระยอง
ตามที่กล่าวมาข้างต้น รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการดำเนินงานเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาและได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
อาทิ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม (นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์) ลง
พื้นที่ในวันที่ 8 มีนาคม 2550 รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ลงพื้นที่ในวันที่ 9 มีนาคม 2550
และนายกรัฐมนตรี (นายสุรยุทธ์ จุลานนท์) พร้อมคณะลงพื้นที่ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2550
ซึ่งในคราวตรวจเยี่ยมพื้นที่มาบตาพุดของนายกรัฐมนตรี
ได้มีการเยี่ยมชมสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศและรับฟังรายงานการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จังหวัดระยอง รวมทั้งรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาความสำคัญของการจัดการน้ำในพื้นที่เพื่อมิให้เกิดปัญหาต่อภาคเกษตรกรรม
และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลเชิงปฏิบัติในระยะยาวต่อไป
|
 |
|
|
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมความคืบหน้าในการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นิคมมาบตาพุดรายสัปดาห์ ได้ที่ http://www.ieat.go.th/
|
| |
|
 |
|
การแก้ไขปัญหามลพิษและคุณภาพชีวิตในพื้นที่มาบตาพุด โดย คพ. มีการดำเนินงาน ดังนี้
1.1 การควบคุมการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่าย
กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำคู่มือการจัดทำบัญชีแหล่งกำเนิดสารอินทรีย์ระเหยจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมี รวมทั้งจัดฝึกอบรมวิธืการตรวจวัดสารระเหยอินทรีย์จากการรั่วไหลของอุปกรณ์ให้แก
่ผู้ประกอบการเป็นแนวทางในการควบคุมสารอินทรีย์ระเหยของโรงงาน
ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำบัญชีแหล่งรั่วซึม VOCsที่มีนัยสำคัญ ของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ได้มีการประสานงานกับโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ให้ทำการสำรวจจุดต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดปัญหารั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยในแต่ละโรงงาน
Walk Through Surve เช่น บริเวณ ที่มีการ Load สารเคมี, ถังเก็บสารเคมี ,ปั๊ม,วาล์ว
และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขจุดที่พบปัญหาเพื่อลดการระบายสารอินทรีย์ระเหยจากโรงงาน
ซึ่งเป็นการดำเนินงานแบบ Self Audit โดยภาครัฐจะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการของโรงงานเป็นระยะ
1.2 การกำหนดมาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่าย
กรมควบคุมมลพิษ ได้เสนอร่างมาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 1 ปี จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ Vinyl Chloride, 1,3-Butadiene, Dichloromethane, Chloroform, 1,2-Dichloroethane, Benzene, Trichloroethylene, 1,2-Dichloropropane และ Tetrachloroethylene ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 4/2550 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดค่าเฝ้าระวัง (Screening level) สำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ ทั้งสิ้น 20 ชนิด
กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อกำหนดร่างมาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม
เช่น มาตรฐานควบคุมการรั่วซึมของอุปกรณ์ในโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี
และมาตรฐานการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี
รวมทั้งมาตรฐานการระบายสาร EDC และ VCM จากอุตสาหกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์
1.3 การประเมินศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์
สืบเนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๔๑
ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ดำเนินโครงการโดยใช้งบประมาณร่วมกับการระดมทุนจากผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่
และได้แต่งตั้งคณะทำงานกำกับดูแลบริษัทที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อมศึกษาปัญหามลภาวะอากาศมาบตาพุด
ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และบริษัทที่สนับสนุนงบประมาณ ขณะนี้ยังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนระหว่างค่าที่คำนวณได้กับผลการตรวจวัดทำให้
ผลการประเมินศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศบริเวณพื้นที่มาบตาพุดขาดความน่าเชื่อถือซึ่งต้องมีการปรับปรุงต่อไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ เช่น ทิศทางและความเร็วลม
และอุณหภูมิที่ความสูงระดับต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๐ ได้มีมติให้การนิคม อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินการปรับปรุงข้อมูลนำเข้าดังกล่าว
เพื่อให้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์มีความถูกต้องเชื่อถือได้
รวมทั้งจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอุตุนิยมวิทยาระดับบน
โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์
และรวบรวมข้อมูลด้านการระบายมลพิษให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
1.4 การตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรมฯ
โดยร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดำเนินการตรวจสอบโรงงานกำกับดูแลการ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมนอกเขตนิคมอุตสาหรกรม ได้แก่โรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซีและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประเภท
โรงเหล็ก โรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมจำนวน 75 โรงงาน
จากการดำเนินงานพบว่าการระบาย ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(So2)
ในและนอกเขตนิคมมีการระบายค่อนข้างใกล้เคียงกัน คือ 563 g/s และ 589 g/s ตามลำดับ
(พื้นที่นอกเขตนิคมฯ เป็นการระบายจากเขต ประกอบการอุตสาหกรรม IRPC 481 g/s
และโรงงานอื่น 108 g/s) สำหรับการระบายก๊าซออกไซด์ ของไนโตรเจน (NOx)
พบว่าส่วนใหญ่มาจากการระบายจากเขตนิคมอุตสาหรกรม 940 g/s และนอกเขตนิคมฯ 232 g/s
(เป็นการระบายจากเขตประกอบการอุตสาหกรรม IRPC 104g/s และโรงงานอื่น 128g/s)
ในการดำเนินการดังกล่าวได้ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขปัญหามลพิษที่
ตรวจพบ รวมทั้งให้โรงงานจัดทำแผนงานลดปริมาณการ VOCs ,SOx, NOx
ขยะมูลฝอยและกากของเสีย และการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม
ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้กำกับดูแลการดำเนินงานของโรงงานให้เป็นไปตามแผนงานต่อไป
1.5 การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กรมควบคุมมลพิษได้ติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศในบรรยากาศ
อย่างต่อเนื่องทั้งสาร VOCs และสารมลพิษอากาศพื้นฐาน เช่น ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ และก๊าซโอโซนรวมทั้งติดตาม
ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล คุณภาพน้ำคลองสาธารณะ และการปนเปื้อนของ VOCs
ในแหล่งน้ำใต้ดินเพื่อประเมินความเสี่ยงของสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
1.6 การเชื่อมต่อข้อมูลในระดับเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ในบรรยากาศ ในพื้นที่มาบตาพุด
จะดำเนินการในปี 2551 มีวัตถุประสงค์ประมวลข้อมูล ผลการตรวจวัดของหน่วยงาน ต่างๆในพื้นที่เพื่อทราบสถานการณ์ในภาพรวมของพื้นที่และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน
1.7 มาตรการสนับสนุนอื่นๆ
ได้แก่ การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมันเชื้อเพลิง
สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ และกรมธุรกิจพลังงาน ได้กำหนดให้คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
นนทบุรี ปทุมธานีและสมุทรปราการ ต้องมีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง Stage IA Stage IB และ Stage II
และปี 2550 กำหนดให้มีการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง Stage IA และ Stage IB
เพิ่มเติมในเขตพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สงขลา
สมุทรสาคร สระบุรี และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้กำหนดบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 2 ปี
นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
|
| |
|
 |
|
การจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ
1. งบประมาณแผ่นดิน
การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง มีการจัดสรรงบประมาณ ดังนี้
ปี 2550 ได้มีการปรับแผนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานเพื่อดำเนินโครงการตามแผนฯ รวมเงินงบประมาณ 61 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณสำหรับการดำเนินงานมาตรการต่างๆ คือ
1. มาตรการที่ 1 การลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษ 2.07 ล้านบาท
2. มาตรการที่ 2 การบริหารจัดการมลพิษและติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล 2.64 ล้านบาท
3. มาตรการที่ 3 การจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย13.00 ล้านบาท
4. มาตรการที่ 4 การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย 33.25 ล้านบาท
5. มาตรการที่ 5 การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ 10.00 ล้านบาท
ปี 2551 หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินโครงการเป็นผู้เสนอตั้งคำขอรับการจัดสรรงบประมาณไปยังสำนักงบประมาณ
ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 37 โครงการ รวมจำนวนเงินงบประมาณ 613.5 ล้านบาท
ซึ่งเป็นงบประมาณเฉพาะสำหรับโครงการฯ ที่ไม่รวมอยู่ในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ปกติของหน่วยงาน
โดยเป็นงบประมาณดำเนินงานสำหรับมาตรการต่างๆดังนี้
1. มาตรการที่ 1 การลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษ 13.43 ล้านบาท
2. มาตรการที่ 2 การบริหารจัดการมลพิษและติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล 230.70 ล้านบาท
3. มาตรการที่ 3 การจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย 252.36 ล้านบาท
4. มาตรการที่ 4 การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย 109.466 ล้านบาท
5. มาตรการที่ 5 การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ 5.00 ล้านบาท
2. เงินนอกงบประมาณ
ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ให้การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพื่อดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการฯ ดังนี้
1. กองทุนระยองแข็งแรง ดำเนินการโดยจังหวัดระยองเป็นเจ้าภาพหลัก
ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิ กองทุนระยองแข็งแรงเรียบร้อยแล้ว
โดยมีผู้ว่า ราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานมูลนิธิ และมีผุ้แทนหน่วยงาน ท้องถิ่น ผู้แทนผู้ประกอบการ
และผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นกรรมการ ปัจจุบันมีเงินกองทุน 31 ล้านบาท
(กนอ. สนับสนุน 10 ล้านบาท และผู้ประกอบการ 18 ราย สนับสนุน 21 ล้านบาท) วัตถุประสงค์ของกองทุนจะมุ่งเน้นทั้งการแก้ไขปัญหามลพิษ
และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เบื้องต้นได้ใช้
งบประมาณบางส่วนในการประกันราคาผลไม้ของจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่
2. กองทุนประกันสุขภาพ ดำเนินการโดยชุมชน 25 ชุมชนเป็นเจ้าภาพหลัก
ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงาน โดย กนอ. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาจัดทำร่าง พรบ. กองทุน
ในเบื้องต้นมีงบประมาณ สำหรับกองทุนดังกล่าว จำนวน 30 ล้านบาท (กนอ. สนับสนุน 10 ล้านบาท
และผู้ประกอบการ 2 ราย สนับสนุน 20 ล้านบาท)
คาดว่าจะเปิดตัวกองทุนได้ในประมาณสิงหาคม 2550
|
| |
|
 |
 |
| ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ |
|  |
|
|
|