|
สถานการณ์ปัญหาขยะมูลฝอยและกากของเสียอันตราย
1. การจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชน เนื่องจากจังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว
ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม พร้อมทั้งการบริการด้านอื่นๆ
มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง มีนักท่องเที่ยวประมาณ 1,815,899 คน
ผลิตขยะวันละ 1.02 กิโลกรัม/คน ก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอยของจังหวัดระยอง
ซึ่งเป็นปัญหา ที่สำคัญในระดับจังหวัด เนื่องจากปริมาณขยะเพิ่มขึ้นทุกปี
ปัจจุบันมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณวันละ 550 ตัน ท้องถิ่นในจังหวัดระยองมี
สถานที่กำจัดขยะอย่างถูกหลักสุขาภิบาล อยู่ 3 แห่ง คือ
1. สถานที่กำจัดขยะของเทศบาลนครระยอง
ตั้งอยู่ที่ ถนนพระสมุทรเจดีย์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง
จังหวัดระยอง ขนาด 75 ไร่ ใช้พื้นที่ดำเนินการไปแล้ว 30 ไร่ (ปีพ.ศ.2548) รับกำจัด
ขยะมูลฝอยจากชุมชนในเขตเทศบาลนครระยอง ประมาณ 81 ตัน/วัน
2. สถานที่กำจัดขยะของเทศบาลเมืองมาบตาพุด ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 15 บ้านเนินพะยอม
ถนนเทศบาลบำรุง ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ขนาด 33 ไร่
ใช้พื้นที่ดำเนินการไปแล้ว 13.4 ไร่ รับกำจัดขยะมูลฝอยจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ประมาณ 65 ตัน/วัน
คาดว่าจะใช้ พื้นที่ได้ถึงปี พ.ศ.2551
3. สถานที่กำจัดของเทศบาลตำบลเมืองแกลง ตั้งอยู่ที่ บ้านหวงหิน หมู่ 7 ถนนบ้านนา
ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ขนาด 55 ไร่ ใช้พื้นที่ดำเนินการไปแล้ว 20 ไร่
รับกำจัด ขยะมูลฝอยจากชุมชนในเขตเทศบาลตำบลเมืองแกลงและท้องถิ่นอื่น
ได้แก่ เทศบาลตำบลทุ่งควายกิน เทศบาล ตำบลปากน้ำประแสร์ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา
จังหวัดระยอง และเทศบาลตำบลนายายอาม องค์การ บริหารส่วนตำบลนายายอาม
จังหวัดจันทบุรี รวมปริมาณขยะที่เข้าศูนย์กำจัดประมาณ 60 ตัน/วัน คาดว่าจะใช้ พื้นที่ได้ถึงปี พ.ศ.2557
2. สถานการณ์มลพิษกากของเสียอุตสาหกรรม จากข้อมูลของสำนักโรงงานอุตสาหกรรมรายสาขา 6 กรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าในปี 2550 มีปริมาณกากของเสียอันตรายจากนิคมอุตสาหกรรมและนอกพื้นที่นิคมฯ ซึ่งได้ขออนุญาตนำของเสียออกนอกโรงงานรวมทั้งสิ้น จำนวน 584,460.27. ตัน แบ่งออกเป็นของเสียไม่อันตราย 405,572.01 ตันและของเสียอันตราย 178,888.26 ตัน หรือ ประมาณ 1,046 ตัน/วัน (ข้อมูล 1 มกราคม - 20 มิถุนายน 2550 )
ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีบริษัทรับบริการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม 1 บริษัท ได้แก่ บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ เจนโก้ ซึ่งเป็นบริษัทที่สามารถรับจัดการกากของเสียที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายได้โดยมีขีดความสามารถรวมประมาณ 480,000 ตัน มาจัดการด้วยวิธีฝังกลบ/ปรับเสถียรและผลิตเชื้อเพลิงผสม ส่วนการฝังกลบของเสียอันตรายและไม่อันตรายสามารถรองรับได้ 268,000 ตัน (ซึ่งออกแบบไว้และได้รับอนุญาตประมาณ 1,000 ตัน/วัน) แต่ปัจจุบันมีขีดความสามารถคงเหลือ ประมาณ 78,000 ตัน (ข้อมูลเมื่อ มกราคม 2550) โดยจะยังสามารถ รองรับของเสียทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายในการฝังกลบได้อีกประมาณ 22 เดือน หรือจนถึงเดือน ตุลาคม 2551 (หากคำนวณอัตราการรับกากของเสียที่รับในการฝังกลบในปัจจุบันประมาณ 113.3 ตัน/วัน หรือ 3,400 ตัน/เดือน) ขณะนี้เจนโก้ อยู่ระหว่างการขออนุญาตขยายพื้นที่ฝังกลบในระยะต่อไปจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีขีดความสามารถรองรับของเสียได้ 7-10 ปี หรือ 3,650,0000 ตัน (ขีดความสามารถ 1,000 ตัน/วัน)
นอกเหนือจากบริษัทเจนโก้แล้วยังมีสถานที่รับกำจัดกากของเสียอื่นๆ ที่ยังมีความสามารถในการรองรับของเสียจากอุตสาหกรรมได้ เช่น บริษัท โปรเฟสชั่นแนลเวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) บริษัท เบตเตอร์เวิลด์กรีน จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซีเมนต์ รวม 7 แห่ง นอกจากนี้ยังมีบริษัทรับบริหารจัดการของเสียอันตรายโดยวิธีการคัดแยกและรีไซเคิล เช่น ยูมิคอร์ มาเก็ต แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด บริษัท มัตสึดะ ซังเกียว (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท รีไซเคิลเอนจิเนียริ่ง จำกัด ฯลฯ
3.
การลักลอบทิ้งกากของเสีย พบว่าในปี 2549-2550 (ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 50
) มีการลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ - การลักลอบทิ้งกากน้ำมันลงบ่อดิน
ต.หนองระรอก อ.บ้านค่าย
- การลักลอบนำกากสารเคมีซึ่งมีกลิ่นคล้ายทินเนอร์และทำให้เกิดผดผื่นคันและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงที่
กิ่ง อ. นิคมพัฒนา และ
- การลักลอบทิ้งกากของเสีย ต.น้ำเป็น กิ่ง อ.เขาชะเมา จ.ระยอง
ซึ่ง กรมควบคุมมลพิษ ได้เข้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และได้ทำการแก้ปัญหาในเบื้องต้นโดยการเก็บรวมรวมกากของเสียเหล่านั้นเพื่อส่งให้บริษัทรับกำจัดเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างชัดเจน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อความร่วมมือด้านการจัดการของเสียอันตราย
ภายใต้คณะอนุกรรมการประสานการจัดการสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ในคราวการประชุมครั้งที่
2/2550 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2550 โดยประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 หน่วยงาน
จาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงคมนาคม
|
|
|
|