|
|
|
|
ข้อมูลสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่มาบตาพุด
1. การศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยและมลพิษในพื้นที่มาบตาพุดโดยหน่วยงานอื่นๆ
1. โครงการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในเบื้องต้นจากการปนเปื้อนสาร
วีโอซีในน้ำใต้ดินในพื้นที่ชุมชนมาบตาพุด โดย กรมควบคุมมลพิษ ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2550-2551 เพื่อ บ่งชี้ความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบให้ครอบคลุมทุกเส้นทางการได้รับสาร
(นอกเหนือจากทางการหายใจ) โดยเฉพาะจากน้ำใต้ดินที่พบว่ามีการใช้เพื่อบริโภคและอุปโภคอย่างแพร่หลาย
2. โครงการตรวจสอบการปนเปื้อนสารวีโอซีในดินและน้ำใต้ดิน บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ดำเนินงานระหว่าง ปี พ.ศ. 2550-2553 โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
เพื่อประเมินสถานภาพการปนเปื้อน หาแหล่งกำเนิดของการปนเปื้อน และศึกษาลักษณะของพื้นที่ในเชิงอุทกธรณีวิทยารวมทั้งประเมินหาเทคนิคที่เหมาะสม
ในการบำบัดฟื้นฟูน้ำใต้ดินที่มีการปนเปื้อนสารวีโอซี
3. โครงการประเมินศักยภาพด้านคุณภาพน้ำบาดาล
วางระบบติดตามการปนเปื้อนและวางแผนรายละเอียดการฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล
ในพื้นที่ จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี ดำเนินงานระหว่างปี 2550-2551 โดย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
เพื่อจัดทำแผนที่แสดงความอ่อนไหวในชั้นน้ำบาดาล และแผนที่แสดงความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในชั้นน้ำบาดาลในภาคตะวันออก
4. โครงการศึกษาข้อมูลการระบาดวิทยาสถิติมะเร็งทั่วประเทศรวมทั้งของพื้นที่จังหวัดระยอง
ดำเนินงานปี 2550 โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์โรคมะเร็งของประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดระยอง
5. โครงการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพจากอุตสาหกรรม ดำเนินงานระหว่างปี 2550-2551
โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนับสนุนงบประมาณโดย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เพื่อศึกษาผลกระทบจากการสัมผัสมลพิษในอากาศต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลัน
และเรื้อรังของประชาชนที่อาศัยในบริเวณอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
และพัฒนาระบบข้อมูลพื้นฐานทางสุขภาพอนามัย เพื่อนำไปสู่ระบบเฝ้าระวังที่ต่อเนื่อง
6. โครงการศึกษาผลกระทบจากการได้รับสารวีโอซีที่เป็นสารก่อมะเร็งต่อสุขภาพของประชากรในพื้นที่จังหวัดระยอง
ดำเนินงานระหว่างปี 2550-2551 โดย สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สนับสนุนงบประมาณ
โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เพื่อศึกษาผลกระทบเบื้องต้นต่อสุขภาพของประชากร
ในพื้นที่จังหวัดระยองจากการได้รับสารวีโอซีที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่นสารเบนซีน บิวทาไดอีน
และไวนิลคลอไรด์ เป็นต้น โดยใช้ดัชนีชี้วัดทางชีวภาพต่าง ๆ
|
| |
|
 |
|
2. สรุปผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยฯ
คณะอนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณสารมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง
ได้จัดประชุมทั้งสิ้น 7 ครั้ง ในปี 2550 เพื่อศึกษาหาความชัดเจนของการเกิดโรคที่อาจเกี่ยวข้องกับการระบายมลพิษจากอุตสาหกรรม
เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคมะเร็งของประชาชนในพื้นที่
และเพื่อเสนอแนะร่างค่ามาตรฐานสารวีโอซีเบื้องต้น ทั้งค่ามาตรฐานในบรรยากาศ
และจากแหล่งกำเนิด (Interim Standard) พร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการ
และแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนจากปริมาณสารมลพิษ โดยจัดตั้งคณะทำงาน จำนวน 3 ชุด คือ 1) คณะทำงานพิจารณาแนวทางการศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัย
ของประชาชนกับปริมาณสารมลพิษอากาศในพื้นที่จังหวัดระยอง
2) คณะทำงานพิจารณาหลักการกำหนดค่ามาตรฐานสารวีโอซี
3) คณะทำงานพิจารณาแนวทางการดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพในโรงงานในพื้นที่จังหวัดระยอง
ซึ่งมีผลการดำเนินงานโดยสรุป ดังต่อไปนี้
1 การเสนอแนะค่ามาตรฐานสารวีโอซีในบรรยากาศ และจากแหล่งกำเนิด
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีประกาศ ฉบับที่ 30 (พ.ศ.2550)
เรื่องกำหนดค่ามาตรฐานสารวีโอซีในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 1 ปี จำนวน 9 ชนิด
ได้แก่ benzene, vinyl chloride, 1,2-dichloroethane, trichloroethylene, dichloromethane,
1,2-dichloropropane, tetrachloroethylene, chloroform, 1,3-butadiene ซึ่งกำหนดเป็นค่าเฉลี่ยรายปีตามความเห็นของคณะอนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์
ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณสารมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง
โดยอยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดค่าเฝ้าระวังสารวีโอซีในบรรยากาศโดยทั่วไปเฉลี่ย 24 ชั่วโมง
จำนวน 20 ชนิด
2. การศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยกับปริมาณสารมลพิษ
การประมวลผลและทบทวนข้อมูลพบว่า
1) สารมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนปล่อยจากอุตสาหกรรมที่สำคัญในพื้นที่มาบตาพุด
คือ กลุ่มสารวีโอซีและกลุ่มโลหะหนัก ซึ่งตรวจพบโดยกรมควบคุมมลพิษ
และจากหลายหน่วยงานอยู่ในระดับที่ควรได้รับการเฝ้าระวัง แต่ไม่มีข้อมูลเชิงสถิติบ่งชี้ขนาดของผลกระทบ
ระยะเวลารับสัมผัส และแหล่งกำเนิดสารมลพิษ
2) ขาดข้อมูลความสัมพันธ์ในเชิงสาเหตุการเกิดโรคระหว่างสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง
3) ยังไม่มีการศึกษาใดที่จะสามารถชี้เฉพาะว่าผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนจังหวัดระยองเกิดจากแหล่งมลพิษใด
โดยคณะอนุกรรมการฯ เห็นควรให้มี “โครงการศึกษาผลกระทบสุขภาพอนามัยของประชาชนจากมลพิษอุตสาหกรรมที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดระยอง” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากการได้รับมลพิษต่อสุขภาพของประชาชนทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง
และมุ่งเน้นการศึกษาระบาดวิทยาแบบ cross-sectional study และดัชนี้ชี้วัดทางชีวภาพ (biomarkers) สาเหตุและผลกระทบของการเกิดโรคที่เฉพาะเจาะจงกับชนิดมลพิษและติดตามสารมลพิษ
ในบรรยากาศที่ตรวจพบอยู่ในระดับที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้
3. การเสนอแนะมาตรการและแนวทางการดูแลสุขภาพอนามัย การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง พบว่า 1) มีช่องว่างในระบบข้อมูลการเฝ้าระวังและติดตามสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง 2) ขาดความชัดเจนเรื่องกฎหมายดูแลและการเฝ้าระวังด้านสุขภาพของพนักงานที่ปฏิบัติงานสัมผัสปัจจัยเสี่ยงทั้งระบบ
ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯ เห็นควรให้มี “โครงการศึกษาแนวทางการป้องกันและ
ดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง
” เพื่อเสนอแนะมาตรการและแนวทางในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนและผู้ประกอบอาชีพ
ในโรงงานให้ครอบคลุมถึงมิติและปัจจัยต่างๆที่นำไปสู่การพัฒนาระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืน
|
| |
|
 |
 |
| ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ |
|  |
|
|