|
ตะกอนสนิมในน้ำที่ปากคลองตากวนหมดไป
ปรากฏการณ์ตะกอนสีแดงสนิมบริเวณปากคลองตากวน เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนและเกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานกว่า 3 ปี ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว
กรมควบคุมมลพิษ ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลเป็นสีแดงสนิมได้เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นปี 2550 ซึ่งในครั้งนี้ พบว่าน้ำในบริเวณปากคลองตากวนมีลักษณะทางกายภาพเป็นสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น โดยเกิดสลับกับการเกิดสีแดงสนิมเป็นบางวัน จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนในพื้นที่ พบว่าน้ำทะเลจะเป็นสีแดงสนิมในช่วงเวลาที่น้ำลง โดยน้ำที่ไหลมาตามคลองจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสนิมเมื่อบรรจบกับน้ำทะเล น้ำจะมีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นกรด เมื่อสัมผัสจะรู้สึกคัน โดยตะกอนสีแดงสนิมของน้ำดังกล่าวจะติดอยู่บริเวณสันคลองตลอดแนวที่น้ำทะเลขึ้นถึง
| กรมควบคุมมลพิษ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณปากคลองตากวนและคลองสาขาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง กันยายน 2550 ซึ่งก่อนที่จะสรุปถึงสาเหตุได้ทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง และได้รวบรวมสถิติของคุณภาพน้ำจากหน่วยงานอื่น ที่ได้เคยมีการตรวจวิเคราะห์ ผลจากการเก็บข้อมูลทางสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาพความเป็นกรด-ด่างกับปริมาณเหล็กทั้งหมด โดยความสัมพันธ์แบบขนานดังกล่าวดังปรากฏในกราฟนี้ ซึ่งแสดงได้อย่างชัดเจนว่าในช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเป็นสีแดงสนิมนั้น ค่าความเป็นกรด-ด่างบริเวณปากคลองตากวนมีสภาพเป็นกรด |
 คลิกขยายรูป |
การแปรผลทางสถิติในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน พบว่าการเกิดตะกอนสีแดงสนิมจะเกิดในช่วงกลางสัปดาห์เฉพาะเวลาน้ำลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเนื่องจากไม่ได้เกิดเป็นประจำทุกวัน เหตุผลสนับสนุนอีกประการหนึ่งคือความเป็นกรดที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในช่วงต่ำ โดยค่าความเป็นกรด-ด่างโดยประมาณเท่ากับ 3 ซึ่งไม่มีกระบวนการธรรมชาติใดสามารถทำให้เกิดความเป็นกรดได้ในระดับดังกล่าว
ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าความเป็นกรดดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใด โดยในเบื้องต้นเมื่อได้ข้อสันนิษฐานว่าสภาพความเป็นกรดดังกล่าวเกิดโดยฝีมือมนุษย์นั้น สามารถจำกัดพารามิเตอร์ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสารละลายกรดที่ใช้เป็นจำนวนมากในโรงงานในพื้นที่ โดยผลจากการวิเคราะห์คุณภาพน้ำที่ปากคลองตากวน เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2550 เพื่อหาสาเหตุของสภาพความเป็นกรดได้ผลดังปรากฏในตาราง
 |
|
ปริมาณอิออนของสารประกอบที่สามารถทำห้น้ำเป็นกรดที่พบในปากคลองตากวน | |
 |
| จุดเก็บตัวอย่าง |
คลอไรด์อิออน (mg/l) |
โซเดียมอิออน(mg/l)
|
ซัลเฟตอิออน (mg/l) |
ปากคลองตากวน
|
11,559 |
4,247 |
1,750 |
| คลองน้ำหู
|
11,090 |
3,170 |
1,450 |
จุดรวมคลองห้วยใหญ่กับคลองน้ำหู
|
4,936 |
1,476 |
775 |
|
ซึ่งการวิเคราะห์ส่วนประกอบของน้ำที่บริเวณปากคลองตากวนดังกล่าวด้วยกฎสัดส่วนคงที่ในน้ำทะเล (Principle of constant proportion: สัดส่วนโดยโมลของอิออนในน้ำทะเลจะคงที่โดยประมาณไม่ว่าจะมีความเข้มข้นของน้ำทะเลเท่าใด) และยึดโซเดียม (เกลือ) ในน้ำทะเลเป็นตัวตั้ง ได้ผลดังตาราง
 |
|
ปริมาณอิออนของสารประกอบที่ใช้กฏสัดส่วนคงที่ในน้ำทะเลในการวิเคราะห์ | |
 |
จุดเก็บตัวอย่าง |
คลอไรด์อิออน (mg/l) |
ซัลเฟตอิออน (mg/l) |
ปากคลองตากวน |
3,921 |
684 |
คลองน้ำหู |
5,390 |
654 |
จุดรวมคลองห้วยใหญ่กับคลองน้ำหู |
2,282 |
405 |
| ค่าเฉลี่ย/ค่าสูงสุด ในธรรมชาติ |
40/210 |
85/135 |
|
ตารางที่ 2 ได้แสดงให้เห็นว่า เนื่องจากจะมีโอกาสที่จะพบคลอไรด์ (Cl-) อิออนในน้ำธรรมชาติโดยเฉลี่ย 40 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีซัลเฟต (SO42-) อิออนโดยเฉลี่ย 85 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าคลอไรด์และซัลเฟตที่ตรวจพบในปากคลองตากวนและคลองสาขาจึงเป็นค่าที่สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยในธรรมชาติมาก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่คลอไรด์และซัลเฟตที่พบจะเป็นผลมาจากสารละลายที่ทำให้เกิดสภาพความเป็นกรด ซึ่งได้แก่ กรดไฮโดรคลอริกและซัลฟูริก (โดยเฉพาะกรดไฮโดรคลอริก) และเหตุผลประกอบอีกประการหนึ่งก็คือการที่กรดทั้งสองมีการใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างแพร่หลาย
|
|
|
|