|
|  |  |

|
| |
 |
| มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
| |  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | ค่ามาตรฐาน | วิธีวิเคราะห์ |
| 1. ค่าความเป็นกรดและด่าง (pH
value) | 5.5-9.0 | pH
Meter | | 2. ค่าทีดีเอส
(TDS หรือ Total Dissolved Solids) | ไม่เกิน
3,000 มก/ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม
ที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 5,000 มก./ล. น้ำทิ้งที่จะระบายลงแหล่งน้ำกร่อยที่มีค่าความเค็ม
(Salinity) เกิน 2,000 มก./ล. หรือลงสู่ทะเลค่าทีดีเอสในน้ำทิ้งจะมีค่ามากกว่าค่าทีดีเอส
ที่มีอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำทะเลได้ไม่เกิน 5,000 มก.ล. | ระเหยแห้งที่อุณหภูมิ
103-105oC เป็นเวลา 1 ชั่วโมง | | 3.
สารแขวนลอย (Suspended Solids) | ไม่เกิน
50 มก./ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม
หรือประเภทของระบบบำบัดน้ำเสียตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 150
มก./ล. | กรองผ่านกระดาษกรองใยแก้ว (Glass Fiber
Filter Disc) | | 4.
อุณหภูมิ (Temperature) | ไม่เกิน 40°C | เครื่องวัดอุณหภูมิ
วัดขณะทำการเก็บตัวอย่างน้ำ | | 5.
สีหรือกลิ่น | ไม่เป็นที่พึงรังเกียจ | ไม่ได้กำหนด
| | 6. ซัลไฟด์ (Sulfide
as H2S) | ไม่เกิน 1.0 มก./ล. | Titrate
| | 7. ไซยาไนด์ (Cyanide
as HCN) | ไม่เกิน 0.2 มก./ล. | กลั่นและตามด้วยวิธี
Pyridine Barbituric Acid | | 8.
น้ำมันและไขมัน (Fat, Oil and Grease) | ไม่เกิน
5.0 มก./ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือ ประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน
15 มก./ล. | สกัดด้วยตัวทำละลาย แล้วแยกหาน้ำหนักของน้ำมันและไขมัน |
| 9. ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
| ไม่เกิน 1.0 มก./ล. | Spectrophotometry
| | 10. สารประกอบฟีนอล
(Phenols) | ไม่เกิน 1.0 มก./ล. | กลั่นและตามด้วยวิธี
4-Aminoantipyrine | | 11.
คลอรีนอิสระ (Free Chlorine) | ไม่เกิน 1.0
มก./ล. | lodometric Method |
| 12. สารที่ใช้ป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์
(Pesticide) | ต้องตรวจไม่พบตามวิธีตรวจสอบที่กำหนด | Gas-Chromatography
| | 13. ค่าบีโอดี (5
วันที่อุณหภูมิ 20 °C (Biochemical Oxygen Demand : BOD) | ไม่เกิน
20 มก./ล. หรือแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม
ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 60 มก./ล. |
Azide Modification ที่อุณหภูมิ 20°C เป็นเวลา 5 วัน |
| 14. ค่าทีเคเอ็น (TKN หรือ Total Kjeldahl Nitrogen)
| ไม่เกิน 100 มก./ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง
หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เห็นสมควร แต่ไม่เกิน
200 มก./ล. | Kjeldahl |
| 15. ค่าซีโอดี (Chemical Oxygen Demand : COD)
| ไม่เกิน 120 มก./ล.หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง
หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เห็นสมควร แต่ไม่เกิน
400 มก./ล. | Potassium Dichromate Digestion
| 16. โลหะหนัก (Heavy
Metal) | | |
| 1. สังกะสี (Zn) | ไม่เกิน
5.0 มก./ล. | Atomic
Absorption Spectro Photometry ชนิด Direct Aspiration หรือวิธี Plasma Emission
Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plama : ICP |
2. โครเมียมชนิดเฮ็กซาวาเล้นท์
(Hexavalent Chromium) | ไม่เกิน 0.25 มก./ล.
| 3. โครเมียมชนิดไตรวาเล้นท์
(Trivalent Chromium) | ไม่เกิน 0.75 มก./ล.
| | 4. ทองแดง
(Cu) | ไม่เกิน 2.0 มก./ล. |
| 5. แคดเมียม (Cd) | ไม่เกิน
0.03 มก./ล | | 6.
แบเรียม (Ba) | ไม่เกิน 1.0 มก./ล |
| 7. ตะกั่ว (Pb)
| ไม่เกิน 0.2 มก./ล. |
| 8. นิคเกิล (Ni) | ไม่เกิน
1.0 มก./ล. | | 9.
แมงกานีส (Mn) | ไม่เกิน 5.0 มก./ล. |
| 10. อาร์เซนิค (As) |
ไม่เกิน 0.25 มก./ล. | Atomic
Absorption Spectrophotometry ชนิด Hydride Generation หรือวิธี Plasma Emission
Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plasma : ICP |
| 11. เซเลเนียม (Se) | ไม่เกิน
0.02 มก./ล. | | 12.
ปรอท (Hg) | ไม่เกิน 0.005 มก./ล. | Atomic
Absorption Cold Vapour Techique | | |  |
 |
|  |
ก. การกำหนดประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมเป็นแหล่งกำเนิด
มลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม
- ในประกาศนี้
- "โรงงานอุตสาหกรรม"
หมายความว่า โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
- "นิคมอุตสาหกรรม"
หมายความว่า นิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยนิคม อุตสาหกรรม หรือโครงการที่จัดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรมที่มีการจัดการระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ
สาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมร่วมกัน
- "น้ำเสีย"
หมายความว่า ของเสียที่อยู่ในสภาพเป็นของเหลว รวมทั้งมลสารที่ปะปน หรือปนเปื้อนอยู่ในของเหลวนั้น
- "น้ำทิ้ง" หมายความว่า น้ำเสียที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรมที่
จะระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม และให้หมายความรวมถึงน้ำเสีย จากการใช้น้ำของคนงาน
รวมทั้งจากกิจกรรมอื่นในโรงงานอุตสาหกรรมหรือในนิคมอุตสาหกรรมด้วย โดยน้ำทิ้งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
ควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
- "แหล่งน้ำสาธารณะ" ให้หมายความรวมถึง ท่อระบายน้ำสาธารณะด้วย
- "การบำบัดน้ำเสีย" หมายความว่า กระบวนการทำหรือปรับปรุงน้ำเสียเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุม
การระบายน้ำทิ้งที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมฉบับที่
3 (พ.ศ. 2539) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
แต่ทั้งนี้ ห้ามมิให้ใช้วิธีการทำให้เจือจาง(Dilution)
- โรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่
2 และจำพวกที่ 3 ตามบัญชีท้ายประกาศนี้ เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้อง ถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม
- นิคมอุตสาหกรรม
ตามข้อ 1. เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
หรือออกสู่สิ่งแวดล้อม
- ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรม
ตามข้อ 2. และข้อ 3. ปล่อยน้ำเสีย ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม เว้นแต่น้ำเสียดังกล่าวไม่ว่าผ่านการบำบัดหรือไม่ก็ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน
ควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภท
โรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
แหล่งที่มา:
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2539) เรื่อง กำหนดประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม
ลงวันที่ 3 มกราคม 2539 ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนที่ 13ง ลงวันที่
13 กุมภาพันธ์ 2539
| ข.
กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิด ประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
- ให้โรงงานอุตสาหกรรม จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ดังต่อไปนี้ ระบายน้ำทิ้งที่มีค่าบีโอดีไม่
เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลิตร คือ
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งมิใช่สัตว์น้ำ
ประเภทการฆ่าสัตว์ ตามลำดับที่ 4(1)
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเมล็ดพืชหรือหัวพืชประเภทการทำแป้ง
ตามลำดับที่ 9(2)
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารจากแป้งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
ตามลำดับที่ 10
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามลำดับที่
15
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสิ่งทอ ด้ายหรือเส้นใย ซึ่งมิใช่ใยหิน (Asbestos)
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามลำดับที่ 22
- โรงงานหมัก ชำแหละ อบ ป่นหรือบด
ฟอก ขัดและแต่ง แต่งสำเร็จ อัดเป็นลายนูน หรือเคลือบสีหนังสัตว์ ตามลำดับที่ 29
- โรงงานผลิตเยื่อหรือกระดาษอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือหลายอย่าง ตามลำดับที่ 38
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ สารเคมี
หรือวัสดุซึ่งมิใช่ปุ๋ยอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามลำดับที่ 42
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับยาอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือหลายอย่าง ตามลำดับที่ 46
- โรงงานห้องเย็น ตามลำดับที่ 92
- ภายใน
1 ปี นับแต่วันที่ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2539) มีผลใช้ บังคับให้โรงงานอุตสาหกรรม
จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ตามบัญชีท้ายประกาศข้างต้น ระบายน้ำทิ้ง ที่มีค่าทีเคเอ็น
ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร เว้นแต่โรงงานอุตสาหกรรมตามข้อ 3
- ภายใน 2 ปี
นับแต่วันที่ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2539) มีผลใช้ บังคับให้โรงงานอุตสาหกรรม
จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ดังต่อไปนี้ ระบายน้ำทิ้งที่มีค่าทีเคเอ็น ไม่เกิน 200
มิลลิกรัมต่อลิตร คือ
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเครื่องปรุงหรือเครื่องประกอบอาหาร
ประเภทการทำเครื่องปรุงกลิ่น รสหรือสีของอาหาร ตามลำดับที่13(2)
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารสัตว์ประเภทการทำอาหารผสมหรืออาหารสำเร็จรูป
สำหรับเลี้ยงสัตว์ ตามลำดับที่ 15(1)
- ให้โรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่
2 และจำพวกที่ 3 ดังต่อไปนี้ ระบายน้ำทิ้งที่มีค่าซีโอดี ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อลิตร
คือ
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเครื่องปรุงหรือเครื่องประกอบอาหารประเภทการทำเครื่องปรุง
กลิ่น รสหรือสีของอาหาร ตามลำดับที่ 13(2)
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารสัตว์
ประเภทการทำอาหารผสมหรืออาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงสัตว์ ตามลำดับที่ 15(1)
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสิ่งทอ
ด้ายหรือเส้นใย ซึ่งมีใช่ใยหิน (Asbestos) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามลำดับที่
22
- โรงงานหมัก ชำแหละ อบ ป่นหรือบด ฟอก ขัดและแต่ง แต่งสำเร็จ อัดให้เป็นลายนูน
หรือเคลือบสีหนังสัตว์ ตามลำดับที่ 29
- โรงงานผลิตเยื่อหรือกระดาษอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือหลายอย่าง ตามลำดับที่ 38
แหล่งที่มา:
ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
เรื่อง กำหนดประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมที่อนุญาตให้ระบายน้ำทิ้งให้มีค่ามาตรฐานแตกต่างจากค่ามาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่กำหนดได้
ในประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2539) เรื่อง
กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
วันที่ 20 สิงหาคม 2539 ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนที่ 75ง ลงวันที่
17 กันยายน 2539
| ค.
วิธีการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ความถี่และระยะเวลาในการเก็บตัวอย่าง น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
- การเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งให้เก็บ ณ จุดที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม
นอกเขตที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรม ในกรณีที่มีการระบายน้ำทิ้งหลายจุดให้เก็บทุกจุด
- วิธีการเก็บ ความถี่และระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งให้เป็นไปดังนี้
- โรงงานอุตสาหกรรม จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ให้เก็บแบบจ้วง 1 ครั้ง
- นิคมอุตสาหกรรม
ให้เก็บแบบผสมผสาน โดยเก็บ 4 ครั้ง ๆ ละ 500 มิลลิลิตร ทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน
แหล่งที่มา: ประกาศกรมควบคุมมลพิษ
เรื่อง วิธีการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ความถี่และระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
วันที่ 28 ตุลาคม 2539 ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนที่ 91ง ลงวันที่
12 พฤศจิกายน 2539 | | |  |
 |
| มาตรฐานน้ำทิ้งลงบ่อน้ำบาดาล |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | ค่ามาตรฐาน
(เกณฑ์กำหนดสูงสุด) | | 1. สี (Color)
| ปลาตินัมโคบอลด์ | 50
| | 2. ความขุ่น (Turbidity) | หน่วยความขุ่น
(JTU) | 50 | | 3.
ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) | - | 5.0-9.2
| | 4. ปริมาณสารทั้งหมด (Total Solids) | มก./ล. | 2,000 |
| 5. บีโอดี (BOD) | มก./ล.
| 40 | | 6.
น้ำมันและไขมัน (Fat , Oil and Grease) | มก./ล. | 5.0 |
| 7. คลอรีนอิสระ (Free Chlorine) | มก./ล. | 5.0
| | 8. ทองแดง (Cu) | มก./ล. | 1.5
| | 9. สังกะสี (Zn) | มก./ล. | 15.0 |
| 10. โครเมียม (Cr) | มก./ล. | 2.0
| | 11. สารหนู (As) | มก./ล. | 0.05
| | 12. ไซยาไนด์ (CN) | มก./ล. | 0.2 |
| 13. ปรอท (Hg) | มก./ล. | 0.002
| | 14. ตะกั่ว (Pb) | มก./ล. | 0.1
| | 15. แคดเมียม (Cd) | มก./ล. | 0.1
| | 16. แบเรียม (Ba) | มก./ล. | 1.0
| |
| แหล่งที่มา | : | ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ตีพิมพ์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 95 ตอนที่ 66 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2521 | |
 |
 |
| ค่ามาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | เกณฑ์กำหนดสูงสุดตามประเภทมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง | วิธีวิเคราะห์ |
| ก | ข | ค | ง | จ |
| 1. ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) |
- | 5-9 | 5-9 | 5-9 | 5-9 | 5-9 | ใช้เครื่องวัดความเป็นกรดและด่างของน้ำ
(pH Meter) | | 2. บีโอดี
(BOD) | มก./ล. | ไม่เกิน20 | ไม่เกิน30
| ไม่เกิน40 | ไม่เกิน50
| ไม่เกิน200 | ใช้วิธีการ
Azide Modification ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน ติดต่อกัน หรือวิธีการอื่นที่คณะกรรมการควบคุม
มลพิษให้ความเห็นชอบ | 3.ปริมาณของแข็ง
- ค่าสารแขวนลอย (Suspended Soilds) | มก./ล. | ไม่เกิน30 | ไม่เกิน40 | ไม่เกิน50 | ไม่เกิน50 | ไม่เกิน60 | กรองผ่านกระดาษกรองใยแก้ว
(Glass Fibre Filter Disc) | |
- ค่าตะกอนหนัก (Settleable Solids) |
มล./ล. |
ไม่เกิน0.5 | ไม่เกิน0.5 | ไม่เกิน0.5 | ไม่เกิน0.5 | - | วิธีการกรวยอิมฮอฟ์
(Imhoff cone) ขนาดบรรจุ 1,000 ลบ.ซม ในเวลา 1 ชั่วโมง |
| - ค่าสารที่ละลายได้ทั้งหมด (Total Dissolved
Solid) | มก./ล. | ไม่เกิน500* | ไม่เกิน500* | ไม่เกิน500* | ไม่เกิน500* | - | ระเหยแห้งที่อุณหภูมิ
103-105 องศาเซลเซียส ในเวลา 1 ชั่วโมง | | 4.
ค่าซัลไฟต์ (Sulfide) | มก./ล. | ไม่เกิน1.0 | ไม่เกิน1.0 | ไม่เกิน3.0
- | ไม่เกิน4.0 | - | วิธีการไตเตรต
(Titrate) | | 5. ไนโตรเจน
(Nitrogen) ในรูป ที เค เอ็น (TKN) | มก./ล. | ไม่เกิน35 | ไม่เกิน35 | ไม่เกิน40 | ไม่เกิน40 | - | วิธีการเจลดาห์ล
(kjeldahl) | | 6.
น้ำมันและไขมัน (Fat , Oil and Grease) | มก./ล. | ไม่เกิน20 | ไม่เกิน20 | ไม่เกิน20 | ไม่เกิน20 | ไม่เกิน100
| วิธีการสกัดด้วยตัวทำละลาย แล้วแยกหาน้ำหนักของน้ำมันและไขมัน |
| |  |
 |
|  |
การแบ่งประเภทของอาคาร
แบ่งประเภทของอาคารออกเป็น 5 ประเภท คือ - อาคารประเภท
ก. หมายความถึง อาคารดังต่อไปนี้
- อาคารชุดที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
500 ห้องนอนขึ้นไป
- โรงแรมที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นห้องพักรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
200 ห้องขึ้นไป
- โรงพยาบาลของทางราชการหรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
ที่มีเตียงสำหรับรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
30 เตียงขึ้นไป
- อาคารโรงเรียนราษฎร์ โรงเรียนของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน
หรือสถาบันอุดมศึกษาของทางราชการที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
25,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารที่ทำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือของเอกชนที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคาร
หรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่ 55,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคาร
หรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่ 25,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- ตลาดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
2,500 ตารางเมตรขึ้นไป
- ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
2,500 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารประเภท ข.
หมายความถึงอาคารดังต่อไปนี้
- อาคารชุดที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
100 ห้องนอน แต่ ไม่ถึง 500 ห้องนอน
- โรงแรมที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นห้องพักอาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
60 ห้อง แต่ไม่ถึง 200 ห้อง
- หอพักที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
250 ห้องขึ้นไป
- สถานบริการที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
5,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- โรงพยาบาลของทางราชการหรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีเตียงสำหรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวม
กันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่ 10 เตียง แต่ไม่ถึง 30 เตียง
- อาคารโรงเรียนราษฎร์
โรงเรียนของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาของทางราชการ ที่มีพื้นที่
ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง
25,000 ตารางเมตร
- อาคารที่ทำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือของเอกชนที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของ
อาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 55,000 ตารางเมตร
-
อาคารของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
5,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 25,000 ตารางเมตร
- ตลาดที่มีพื้นที่ที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
1,500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 2,500 ตารางเมตร
- ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 2,500 ตารางเมตร
- อาคารประเภท
ค. หมายความถึงอาคารดังต่อไปนี้
- อาคารชุดที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร
ไม่ถึง 100 ห้องนอน
- โรงแรมที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นห้องพักรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มอาคาร
ไม่ถึง 60 ห้อง
- หอพักที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
50 ห้อง แต่ไม่ถึง 250 ห้อง
- สถานบริการที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
1,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 5,000 ตารางเมตร
- อาคารที่ทำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ
องค์การระหว่างประเทศหรือของเอกชนที่มีพื้นทีใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
5,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 10,000 ตารางเมตร
- ตลาดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
1,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 1,500 ตารางเมตร
- ภัตตาคารหรือร้านอาคารที่มีพื้นทีให้บริการรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
250 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 500 ตารางเมตร
- อาคารประเภท
ง. หมายความถึงอาคารดังต่อไปนี้
- หอพักที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
10 ห้อง แต่ไม่ถึง 50 ห้อง
- ตลาดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 1,000 ตารางเมตร
- ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตั้งแต่
100 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 250 ตารางเมตร
- อาคารประเภท
จ. หมายความถึงภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการรวมกันทุกชั้นไม่ถึง
100 ตารางเมตร
แหล่งที่มา: ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภท
และบางขนาด ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 111 ตอนพิเศษ 9ง
ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2537 | | |  |
 |
สรุปประเภทของอาคารเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสีย
ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ หรือออกสู่สิ่งแวดล้อม | |  |
| ประเภทอาคาร | ขนาดของอาคารที่กำหนดมาตรฐานการระบายน้ำทิ้ง |
| ก | ข | ค | ง | จ |
| 1.อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด | ตั้งแต่
500 ห้องนอน | 100 -ไม่ถึง 500
ห้องนอน | ไม่ถึง-100 ห้องนอน | - | - |
| 2.โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม | ตั้งแต่
200 ห้อง | 60 - ไม่ถึง 200
ห้อง | ไม่ถึง 60 ห้อง | - | - |
| 3.หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก | - | ตั้งแต่
250 ห้อง | 50- ไม่ถึง 250 ห้อง | 10
- ไม่ถึง 50 ห้อง | - |
| 4. สถานบริการ | - | ตั้งแต่
5,000 ม.2 | 1,000
- ไม่ถึง 5,000 ม.2 | - | - |
| 5.โรงพยาบาลของทางราชการ หรือสถานพยาบาลตามกฎหมาย | ตั้งแต่
30 เตียง | 10 - ไม่ถึง 30
เตียง | - | - | - |
6.อาคารโรงเรียนราษฎร์ โรงเรียนของทางราชการ
สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาของทางราชการ | ตั้งแต่
25,000 ม.2 | 5,000-ไม่เกินกว่า
25,000 ม.2 | - | - | - |
7. อาคารที่ทำการของทางราชการ
รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชน | ตั้งแต่
55,000 ม.2 | 10,000-ไม่ถึง
55,000 ม.2 | 5,000-ไม่ถึง
10,000 ม.2 | - | - |
| 8.อาคารของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า | ตั้งแต่
25,000 ม.2 | 5,000-ไม่ถึง
25,000 ม.2 | - | - | - |
| 9. ตลาด | เกินกว่าหรือ
เท่ากับ2,500 ม.2 | 1,500-ไม่ถึง
2,500 ม.2 | 1,000-ไม่ถึง
1,500 ม.2 | 500-ไม่ถึง
1,000 ม.2 | - |
| 10.ภัตตาคารและร้านอาหาร | เกินกว่าหรือ
เท่ากับ2,500 ม.2 | 500-ไม่ถึง
2,500 ม.2 | 250-ไม่ถึง
500 ม.2 | 100-ไม่ถึง
250 ม.2 | ไม่ถึง100
ม.2 | | |  |
 |
| ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากที่ดินจัดสรร |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | เกณฑ์มาตรฐานสูงสุด ตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง | วิธีการตรวจสอบ |
ที่ดินจัดสรร
เกิน 100 แปลง แต่ไม่เกิน 500 แปลง | ที่ดินจัดสรร
เกินกว่า 500 แปลง ขึ้นไป | | 1.ค่าความเป็นกรด-ด่าง
(pH) | - | 5.5-9.0 | 5.5-9.0 | -ใช้เครื่องวัดความเป็นกรด-ด่างของน้ำ(pH
Meter) | | 2.บีโอดี
(BOD) | มก./ล. | ไม่เกิน
30 | ไม่เกิน 20 | -Azide
Modification ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน ติดต่อกัน หรือวิธีการอื่นที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
ให้ความเห็นชอบ | | 3.ปริมาณของแข็ง
(Solids) | | | | |
ปริมาณสารแขวนลอย
(Suspended Solids) | มก./ล.
| ไม่เกิน 40 | ไม่เกิน
30 | -กรองผ่าน Glass Fiber Filter Disc |
ปริมาณตะกอนหนัก (Settleable
Solids) | มก./ล. | ไม่เกิน
0.5 | ไม่เกิน 0.5
| -วิธีการจมตัวของตะกอนสู่ก้นกรวยอิมฮอฟ (Imhoff
Cone) ปริมาตร 1,000 ลบ.ซม. ในเวลา 1 ชั่วโมง |
สารที่ละลายได้ทั้งหมด* (Total Dissolved
Solids) | มก./ล. | ไม่เกิน
500 | ไม่เกิน 500 | -ระเหยแห้งที่อุณหภูมิ
103-105 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง | | 4.ซัลไฟด์
(Sulfide) | มก./ล. | ไม่เกิน
1.0 | ไม่เกิน 1.0 | -การไตเตรต
(Titration) | | 5.ไนโตรเจนในรูป
ที เค เอ็น (TKN) | มก./ล.
| ไม่เกิน 35 | ไม่เกิน
35 | -วิธีการเจลดาห์ล (Kjeldahl) |
| 6.น้ำมันและไขมัน (Fat , Oil
and Grease) | มก./ล. | ไม่เกิน
20 | ไม่เกิน 20 | -การสกัดด้วยตัวทำละลาย |
| |  |
 |
| มาตรฐานการระบายน้ำลงทางน้ำชลประทาน
และทางน้ำที่ต่อเชื่อมกับทางน้ำชลประทานในเขตพื้นที่โครงการชลประทาน | |  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | ค่ามาตรฐาน
(เกณฑ์กำหนดสูงสุด) | | 1. ความเป็นกรด-ด่าง
(pH) | - | 6.5-8.5 |
| 2. ความนำไฟฟ้า | ไมโครโมล์/ซม. | 2,000 |
| 3. ของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (TDS) | มก./ล. | 1,300 |
| 4. บีโอดี (BOD5) มิลลิกรัม/ลิตร | มก./ล. | 20
| | 5. สารแขวนลอย (SS) | มก./ล.
| 30 | | 6.
เปอร์มังกาเนต (PV) | มก./ล. | 6.0
| 7. ซัลไฟด์คิดเทียบเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์
(Sulfide as H2S) | มก./ล. | 1.0 |
8. ไซยาไนด์คิดเทียบเป็นไฮโดรเจน ไซยาไนด์
(cyanide as HCN) | มก./ล. | 0.2
| | 9. น้ำมันและไขมัน (Fat ,Oil and
Grease) | มก./ล. | 5.0 |
| 10. ฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) | มก./ล. | 1.0 |
11. ฟีนอลและ/หรือครีโซลส (Phenol&
Cresols) | มก./ล. | 1.0 |
| 12. คลอรีนอิสระ (Free chlorine) | มก./ล. | 1.0 |
13. ยาฆ่าแมลง | มก./ล. | ไม่มีเลย |
| 14. สารกัมมันตรังส | มก./ล. | ไม่มีเลย |
| 15. สี และกลิ่น (Colour and Odour) | - | ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ |
| 16. น้ำมันทาร์ (Tar) | - | ไม่มีเลย |
17. โลหะหนัก - สังกะสี(Zn) - โครเมียม(Cr)
- อาร์เซนิค(As) - ทองแดง(Cu) - ปรอท(Hg) - แคดเมียม(Cd) - แบเรียม(Ba)
- ซิลิเนียม(Se) - ตะกั่ว(Pb) - นิคเกิล(Ni) - แมงกานีส(Mn) | มก./ล. | 5.0
0.3 0.25 1.0 0.005 0.03 1.0 0.02 0.1 0.2 0.5 |
|
| แหล่งที่มา | : | คำสั่งกรมชลประทานที่
883/2532 เรื่อง การป้องกันและการแก้ไขการระบายน้ำทิ้งที่มีคุณภาพต่ำลง ทางน้ำชลประทาน
และทางน้ำที่ต่อเชื่อมกับทางน้ำชลประทานในเขตพื้นที่โครงการชลประทานลงวันที่ 19 ธันวาคม
2532 | |
 |
 |
| มาตรฐานเพื่อควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากฟาร์มสุกร |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | เกณฑ์มาตรฐานสูงสุด |
| มาตรฐาน ก |
มาตรฐาน ข |
วิธีการตรวจสอบ | | 1. ความเป็นกรดและด่าง
(pH) | - | 5.5-9 |
5.5-9 |
pH meter แบบ Electronmetric Titration ที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 0.1 หน่วย |
| 2. บีโอดี (BOD) | มก./ล.
| 60 |
100 |
Azide Modification หรือ Membrane Electrode |
| 3. ซีโอดี (COD) | มก./ล. | 300 |
400 |
Potassium Dichromate Digestion แบบ Open Reflux หรือ Closed Reflux |
| 4. สารแขวนลอย (SS) | มก./ล.
| 150 |
200 |
Glass Fiber Filter Disc และอบให้แห้งที่อุณหภูมิ 103 ๐ - 105 ๐ C |
| 5. ไนโตรเจนในรูป
ที เค เอ็น (TKN) | มก./ล.
| 120 |
200 |
Kjeldahl และตรวจวัดแอมโมเนียด้วยวิธีการ Colorimetric หรือ Ammonia Selective Electrode |
| |  |
 |
| มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | ค่ามาตรฐาน | วิธีการตรวจสอบ |
| 1.ความเป็นกรดและด่าง (pH) | - | 5.5-9.0 |
ใช้เครื่องวัดความเป็นกรดและด่างของน้ำ (pH Meter) | | 2.ซีโอดี
(Chemical Oxygen Demand: COD) | มก./ล.
| ไม่เกิน 200 | ใช้วิธีย่อยสลาย
โดยโปตัสเซียมไดโครเมต (Potassium Dichromate Digestion) |
| 3.สารแขวนลอย (Suspended Soilds;SS) | | ไม่เกิน
60 | ใช้วิธีการกรอง ผ่านกระดาษกรองใยแก้ว (Glass
Fiber Filter Disc) | | 4.น้ำมันและไขมัน
(Fat Oil and Grease) | มก./ล.
| ไม่เกิน 15 | ใช้วิธีสกัดด้วยตัวทำละลาย
แล้วแยกหาน้ำหนักของน้ำมันและไขมัน | | |
 |
 |
| มาตรการการควบคุมการปล่อยน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่าง
ๆ ลงสู่ลำน้ำ | |  |
เพื่อเป็นการแก้ไขบรรเทาความเสื่อมโทรมและภาวะมลพิษในลำน้ำ
ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ และทะเลภายในน่านน้ำไทย กรมเจ้าท่า
ได้ประกาศในกิจกรรมสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทที่ปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำดังกล่าว ต้องขออนุญาตการปล่อยน้ำทิ้งจากกรมเจ้าท่า
ดังนี้ - กิจกรรมและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ ภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม
โรงพยาบาลที่มีการปล่อย
น้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำ ให้เจ้าของกิจการข้างต้นยื่นคำร้องขออนุญาตปล่อยน้ำทิ้งพร้อมกับเสนอแบบผังท่อปล่อยน้ำทิ้งต่อกรมเจ้าท่า
และต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตทุกปี - การขออนุญาตดังกล่าวจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากอาคาร
และมาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ในกรณีที่คุณภาพน้ำทิ้งเกินมาตรฐานดังกล่าวจะต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงจนได้ตามมาตรฐาน
ฯ จึงจะได้รับอนุญาตให้ปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำได้ และการฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย
- เจ้าของกิจการจะต้องให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกให้กับนักวิชาการสิ่งแวดล้อม
กองวิชาการ กรมเจ้าท่าเข้าตรวจสภาพการปล่อยน้ำทิ้งในสถานประกอบกิจการได้ในเวลาเปิดทำการ
| |
| แหล่งที่มา | : | ประกาศกรมเจ้าท่า
ที่ 67/2534 เรื่อง ให้มีการขออนุญาตการปล่อยน้ำทิ้งทุกประเภท ลงสู่ ลำน้ำ วันที่
20 กุมภาพันธ์ 2534 | |  |
 |
| มาตรการการป้องกันน้ำมัน
หรือเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งเป็นพิษอันตรายขยะขนถ่ายทางน้ำ | |  |
เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน เคมีภัณฑ์ หรือสิ่งเป็นพิษอันตรายที่เกิดขึ้นในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือทะเลภายในน่านน้ำไทย ซึ่งอาจจะทำให้คุณภาพของน้ำเสื่อมโทรมลง และ ส่งผลกระทบต่อสิ่งชีวิตและสภาพแวดล้อมต่างๆ กรมเจ้าท่าจึงขอยกเลิกประกาศกรมเจ้าท่าที่ 158/2536 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน โดยมีแนวทางในการปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือ - ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่ากรณีที่มีการขนถ่ายระหว่างท่าเทียบสู่เรือ หรือเรือสู่ท่าเทียบเรือ และนายเรือหรือเจ้าของเรือลำที่ทำการถ่ายกรณีที่มีการขนถ่ายระหว่างเรือสู่เรือ จัดเตรียมแผนการปฏิบัติการเพื่อป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำของกิจกรรมดังกล่าว โดยต้องกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดผู้รับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ ตลอดจนจัดให้มีการฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสม่ำเสมอ ซึ่งแผนดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมเจ้าท่าก่อน
- ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่าขนถ่าายน้ำมัน จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของน้ำมัน อันประกอบด้วย
- ทุ่งกักคราบน้ำมัน (BOOM) ควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของความยาวเรือสูงสุดที่เข้าเทียบท่า ประจำอยู่ที่ท่าและให้ใช้งานทุกครั้งที่มีการขนถ่าย อีกส่วนหนึ่งความยาวไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความยาวเรือ เตรียมพร้อมไว้ใกล้ท่าเทียบเรือสำหนับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
- อุปกรณ์เก็บคราบน้ำมัน (Skimmer) ควรเป็น Weir Skimmer หรือ Oleophilic Skimmer หรือ Vacuum Skimmer ตามลำดับ โดยการเลือกใช้ให้พิจารณาจากความหนืดของน้ำมันแต่ละชนิด ความสามารถของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพของอุปกรณ์
- 2.3 ที่เก็บคราบน้ำมันชั่วคราวหรือที่เก็บคราบน้ำมันประจำท่า ต้องสามารถนำมาใช้งานได้ทันที ควรมีความจุไม่น้อยกว่า 40 ลูกบาศก์เมตร และสามารถจัดหาเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
- สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน (Dispersant) ต้องเป็นชนิดและประเภทที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการ และต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมเจ้าท่าเพื่อใช้สารเคมีดังกล่าวไว้เป็นการล่วงหน้า จำนวนที่ต้องเตรียมไว้ควรมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของขนาดน้ำมันที่อาจเกิดการรั่วไหล
- ในกรณีการขนถ่ายสสารเคมีหรือสิ่งเป็นพิษอันตราย ระหว่างท่าเทียบเรือสู่เรือ หรือเรือสู่ท่าเทียบเรือ ให้นายท่าและนายเรือร่วมกันตรวจสอบความพร้อมก่อนการขนถ่าย (Ship Shore Checklists) โดยให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองท่าเก็บรวบรวมรายงานการตรวจสอบดังกล่าวส่งให้กรมเจ้าท่าทราบทุกเดือน
- สำหรับกรณีการขนถ่ายระหว่างเรือสู่เรือ ให้นายเรือทั้งสองลำทำการตรวจสอบรายการสำหรับเตรียมความพร้อมก่อนการขนถ่ายผลิตภัณฑ์ (Checklists) จึงสามารถลงมือดำเนินการขนถ่ายได้ และให้เจ้าของเรือเก็บรวบรวมรายงานการตรวจสอบดังกล่าวส่งให้กรมเจ้าท่าทราบทุกเดือน
- ข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น กรมเจ้าท่าจะใช้เป็นข้อพิจารณาในการขอต่ออายุใบอนุญาตท่าเทียบเรือประจำปี และใช้ประกอบการพิจารณาในการดำเนินคดีหากเกิดเหตุรั่วไหลขึ้น
| |
| แหล่งที่มา | : | ประกาศกรมเจ้าท่า
ที่ 495/2541 เรื่อง การป้องกันน้ำมัน หรือเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งเป็นพิษอันตราย ขณะขนถ่ายทางน้ำ |
|  |
 |
| หลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้รับใบอนุญาต
ประกอบกิจการโรงงานมีหน้าที่ต้องกระทำ | |  |
หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
- ให้โรงงานดังกล่าวต่อไปนี้มีผู้ควบคุมดูแลและผู้ปฏิบัติงานประจำเครื่องรับผิดชอบระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
ซึ่งมีคุณวุฒิตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2.
- โรงงานที่มีปริมาณน้ำทิ้งตั้งแต่
125 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (ยกเว้นน้ำหล่อเย็น) หรือมีปริมาณความสกปรกก่อนเข้าระบบขจัด
ตั้งแต่ 200 กิโลกรัมต่อวันขึ้นไป
- โรงงานที่ใช้โลหะหนักในกระบวนการผลิตซึ่งมีปริมาณน้ำทิ้งตั้งแต่
50 ลูกบาศก์เมตรต่อวันขึ้นไปและมีปริมาณของโลหะหนักในน้ำทิ้งออกจากโรงงานมีค่าดังนี้
- สังกะสี ตั้งแต่ 250,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- โครเมียม ตั้งแต่ 25,000
มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- อาร์เซนิค ตั้งแต่ 12,500 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- ทองแดง
ตั้งแต่ 50,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- ปรอท ตั้งแต่ 250 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- แคดเมียม ตั้งแต่ 1,500 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- แบเรียม ตั้งแต่ 50,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- เซเลเนียม ตั้งแต่ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- ตะกั่ว ตั้งแต่ 10,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- นิคเกิล ตั้งแต่ 10,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- แมงกานีส ตั้งแต่ 250,000
มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเหล็กและเหล็กกล้าดังต่อไปนี้
- โรงงานที่มีเตาอบหรือใช้น้ำกรดหรือใช้สารที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตและมีกำลังผลิตตั้งแต่
100 ตันต่อวันขึ้นไป
- โรงงานที่มีขนาดเตาหลอมเหล็กมีปริมาตรรวมทั้งสิ้น (Total
Capacity) ตั้งแต่ 5 ตันต่อครั้ง (Batch) ขึ้นไป
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับปิโตรเคมีคอล
ที่นำวัตถุดิบ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโรงงานกลั่นน้ำมันมาใช้ในขบวนการผลิตด้วยปริมาณวัตถุดิบตั้งแต่
100 ตันต่อวันขึ้นไป
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติทุกชนิดที่แยก หรือแปรสภาพก๊าซธรรมชาติ
(Natural Gas)
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับคลอ-แอลคาไล ที่ใช้เกลือแกง (NaCI)
เป็นวัตถุดิบในการผลิตโซดาแอ๊ช (Na2CO3) โซดาไฟ (NaOH) กรดเกลือ (HCl) คลอรีน (Cl2)
และผงฟอกขาว (NaOCl)ที่มีกำลังผลิตแต่ะละตัวหรือรวมกันตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตการผลิตปูนซีเมนต์ทุกขนาด
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการถลุงแร่หรือหลอมโหละที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่
50 ตันต่อวัน ขึ้นไป
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตเยื่อกระดาษตั้งแต่ 50
ตันต่อวันขึ้นไป
- โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการกลั่นน้ำมันดิบ (Crude Oil Refinery)
ทุกขนาด
- ผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำเครื่อง
ซึ่งรับผิดชอบระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษต้องมีคุณวุฒิดังต่อไปนี้
- ผู้ควบคุมดูแลต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต หรือวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาเคมี
หรือสาขาเคมีเทคนิค หรือสาขาอื่นที่มีประสบการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
สำหรับกรณีที่เป็นบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา (Engineering Consultant Firm) ต้องประกอบด้วยคุณวุฒิดังกล่าวข้างต้น
- ผู้ปฏิบัติงานประจำเครื่อง (Operator) ต้องมีคุณวุฒิจบมัธยมศึกษาขั้นต้นและได้รับการรับรองจากบุคคลในข้อ
2.1
- บุคคลในข้อ 2.1 และ 2.2 ต้องขึ้นทะเบียนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมตามระเบียบและวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด
- ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
| |
| แหล่งที่มา | : | ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 เรื่อง หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
จากราชกิจจานุเบกษา (ฉบับพิเศษ) ตอน 99 เล่มที่ 89 วันที่ 29 มิถุนายน 2525 |
|  |
 |
| มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | ค่ามาตรฐาน | วิธีการตรวจสอบ |
| 1.ความเป็นกรดและด่าง (pH) | - |
6.5-9.0 |
ใช้เครื่องวัดความเป็นกรดและด่างของน้ำ (pH Meter) ตามวิธีหาค่าแบบวิธีอีเล็กโตรเมตริก (Electrometric) |
| 2.บีโอดี (Biochemical
Oxygen Demand, BOD) |
มก./ล.
|
ไม่เกิน
20 |
ใช้วิธีอะไซด์ โมดิฟิเคชั่น (Azide Modification) ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน โดยใช้
Synthetic Seawater |
| 3.สารแขวนลอย (Suspended
Soilds, SS) |
มก./ล.
|
ไม่เกิน
70 |
ใช้วิธีการกรอง ผ่านกระดาษกรองใยแก้ว (Glass
Fiber Filter Disc) ขนาดตากรอง 1.2 ไมโครเมตร |
| 4.แอมโมเนีย (NH3-N) |
มก-N./ล.
|
ไม่เกิน
1.1 |
ใช้วิธีโมดิไฟด์ ไอโดฟืนอล บลู (Modified Idophenol Blue) |
| 5.ฟอสฟอรัสรวม (Total Phosphorus) |
มก-P./ล.
|
ไม่เกิน
0.4 |
ใช้วิธีแอสคอร์บิค แอซิด
(Ascorbic Acid) |
| 6.ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) | มก./ล.
|
ไม่เกิน
0.01 |
ใช้วิธีเมธิลีน บลู (Methylene Blue) |
7.ไนโตรเจนรวม (Total Nitrogen) คือ ผลรวมของไนโตรเจนละลาย
(Total Dissolved Nitrogen) และไนโตรเจนแขวนลอย (Total
Particlate Nitrogen)
|
มก-N./ล.
|
ไม่เกิน
4.0 |
ให้นำค่าการตรวจวัดไนโตรเจนละลายและไนโตรเจนแขวนลอยบวกรวมกัน
โดยการหาค่า
(ก) ไนโตรเจนละลายให้ใช้วิธีเปอร์ซัลเฟต ไดเจนชั่น (Persulfate Digestion)
(ข) ไนโตรเจนแขวนลอยให้ใช้วิธีวัดค่าสารแขวนลอยบนแผ่นกรองใยแก้ว
ขนาดตากรอง 0.7 ไมโครเมตร และวิเคราะห์ด้วย Nitrogen Analyzer |
| |
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ |
พื้นที่บ่อน้อยกว่า 10 ไร่ |
พื้นที่บ่อตั้งแต่ 10 ไร่ |
วิธีการตรวจสอบ |
| 1.ความเป็นกรดและด่าง (pH) | 6.5 -
8.5 |
ใช้เครื่องวัดความเป็นกรดและด่างของน้ำ (pH Meter) ตามวิธีหาค่าแบบวิธีอีเล็กโตรเมตริก (Electrometric) |
| 2. ความเค็ม (Salinity) |
จะมีค่าสูงกว่าความเค็มแหล่งรองรับน้ำทิ้งในขณะนั้นได้
ไม่เกิน ร้อยละ 50 |
ใช้เครื่องวัดความเค็มของน้ำที่ใช้หลักการหาค่าแบบอิเล็กโตรเมตริกคอนดักติวิตี้ (Electrometric Conductivity) หรือแบบเดนซิตี้ (Density) |
| 3.บีโอดี (Biochemical
Oxygen Demand, BOD) |
- |
ไม่เกิน
20 มก./ล. |
ใช้วิธีอะไซด์ โมดิฟิเคชั่น
(Azide Modification) ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา
5 วัน โดยในกรณีน้ำทิ้งมีความเค็มให้ใช้ Synthetic Seawater |
| 4.สารแขวนลอย (Suspended
Soilds, SS) |
- |
ไม่เกิน
70 มก./ล. |
ใช้วิธีการกรอง ผ่านกระดาษกรองใยแก้ว
ขนาดตากรองไม่เกิน 1.2 ไมโครเมตร |
| 5.แอมโมเนีย (NH3-N) |
-
|
ไม่เกิน 1.1 มก.-N./ล. |
ใช้วิธีโมดิไฟด์ อินโดฟืนอล
บลู (Modified Indophenol Blue) |
| 6.ฟอสฟอรัสรวม (Total Phosphorus) |
- |
ไม่เกิน 0.4 มก.-P./ล. |
ใช้วิธีแอสคอร์บิค แอซิด
(Ascorbic Acid) |
| 7.ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) |
-
|
ไม่เกิน
0.01 มก./ล. |
ใช้วิธีเมธิลีน บลู (Methylene Blue) |
8.ไนโตรเจนรวม (Total
Nitrogen) คือ ผลรวมของไนโตรเจนละลาย (Total Dissolved
Nitrogen) และไนโตรเจนแขวนลอย (Total Particlate Nitrogen)
|
- |
ไม่เกิน 4.0 มก.-N./ล. |
ให้ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้
1) ให้นำค่าการตรวจวัดไนโตรเจนละลายและไนโตรเจนแขวนลอยบวกรวมกัน
โดยการหาค่า
(ก) ไนโตรเจนละลายให้ใช้วิธีเปอร์ซัลเฟต ไดเจนชั่น (Persulfate Digestion)
(ข) ไนโตรเจนแขวนลอยให้ใช้วิธีวัดค่าสารแขวนลอยบนแผ่นกรองใยแก้ว
ขนาดตากรองไม่เกิน 0.7 ไมโครเมตร และวิเคราะห์ด้วย Nitrogen
Analyzer
2) ผลรวมของไนโตรเจนในรูปทีเคเอน ที่ตรวจวัดด้วยวิธีเจดาห์ล (Kjeldahl) และไนไตรท์ และไนเตรทที่ตรวจวัดด้วยวิธีแคดเมียม รีดักชั่น (Cadmium Reduction)
3) วิธี High - temperature Catalytic Oxidation |
| |
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด |
|  |
| ดัชนีคุณภาพน้ำ | หน่วย | เกณฑ์มาตรฐานสูงสุด |
| มาตรฐาน ก |
มาตรฐาน ข |
มาตรฐาน ค |
วิธีการตรวจสอบ |
| พื้นที่น้อยกว่า 10 ไร่ |
พื้นที่มากกว่าหรือเท่ากับ 10 ไร่ |
| 1. บีโอดี (Biochemical
Oxygen Demand, BOD) | มก./ล.
| ไม่เกิน 20 |
ไม่เกิน 20 |
- |
ไม่เกิน 20 |
ใช้วิธีอะไซด์ โมดิฟิเคชั่น
(Azide Modification) ที่อุณหภูมิ 20
๐ C เป็นเวลา 5 วัน |
| 2. สารแขวนลอย (Suspended
Soilds, SS) | มก./ล.
| ไม่เกิน 80 |
ไม่เกิน 80 |
- |
ไม่เกิน 80 |
ใช้วิธีกรองผ่านแผ่นกรองใยแก้ว ขนาดตากรอง
ไม่เกิน 1.2 ไมโครเมตร |
| 3. แอมโมเนีย (NH3 -N) | มก.-N./ล.
| - |
ไม่เกิน 1.1 |
- |
ไม่เกิน 1.1 |
ใช้วิธี โมดิไฟด์ อินโดฟีนอล บลู(Modified
Indophenol Blue) |
| 4. ไนโตรเจนรวม (Total Nitrogen) คือ ผลรวมของไนโตรเจนละลาย
(Total Dissolved Nitrogen) และไนโตรเจนแขวนลอย (Total
Particulate Nitrogen) | มก.-N./ล.
|
- |
ไม่เกิน 4.0 |
- |
ไม่เกิน 4.0 |
ให้ใช้วิธีดังต่อไปนี้
(ก) ผลรวมของไนโตรเจนละลาย
ที่ตรวจวัดด้วยวิธีเปอร์ซัลเฟต ไดเจสชั่น (Persulfate Digestion) และไนโตรเจนแขวนลอย
ที่ตรวจวัดด้วยวิธีวัดค่าสารแขวนลอยบนแผ่นกรองใยแก้วขนาดตากรอง ไม่เกิน 0.7 ไมโครเมตร และวิเคราะห์ด้วย Nitrogen Analyzer
(ข) ผลรวมของไนโตรเจนในรูปทีเคเอ็น ที่ตรวจวัดด้วยวิธีเจดาห์ล (Kjeldahl Method)
และไนไตรท์และไนเตรท ที่ตรวจวัดด้วยวิธีแคดเมียม รีดัคชั่น (Cadmium Reduction)
(ค) วิธี High-temperature Catalytic Oxidation
|
| 5. ฟอสฟอรัสรวม (Total Phosphorus) | มก.-P./ล.
| - |
ไม่เกิน 0.5 |
- |
ไม่เกิน 0.5 |
ใช้วิธีแอสคอร์บิค แอซิด
(Ascorbic Acid) |
| 6. ความเป็นกรดและด่าง
(pH) | - | - |
6.5-8.5 |
6.5-8.5 |
6.5-8.5 |
ใช้เครื่องวัด pH meter แบบ Electrometric Method |
| 7. สภาพนำไฟฟ้า ที่ 25๐ C | เดซิซีเมน/ม.
| - |
- |
ไม่เกิน 0.75 |
ไม่เกิน 0.75 |
ใช้วิธีอิเล็กทิคัล คอนดักติวิตี้
(Electrical Conductivity) |
|
| หมายเหตุ | : |
- “ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ”หมายความว่า พื้นที่ที่ปรับให้ขังน้ำได้ โดยวิธีการต่าง ๆ เพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ไม่รวมถึงบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง หรือบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อยที่มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษไว้แล้ว
- “ สัตว์น้ำ ” หมายความว่า สัตว์น้ำจืดที่เพาะเลี้ยงในบ่อ เช่น ปลา กุ้ง หอย เต่า จระเข้
- “ พื้นที่บ่อ ” หมายความว่า พื้นที่บ่อที่ใช้เลี้ยง และให้หมายความรวมถึงคู คลองส่งและระบายน้ำ
- “ น้ำทิ้ง ” หมายความว่า น้ำที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียแล้วจนเป็นไปตามมาตรฐานควบคุม
การระบายน้ำทิ้งตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้
- “ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดประเภท ก ” หมายความว่า บ่อที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่กินพืช
เป็นอาหารทุกชนิด ซึ่งใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยไม่มีการเติมสารที่ก่อให้เกิดความเค็ม เช่น
น้ำทะเล น้ำใต้ดินที่มีค่าความเค็ม เกลือ หรือสารอื่นใด ลงในบ่อเพาะเลี้ยงดังกล่าว
- “ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดประเภท ข ” หมายความว่า บ่อที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่กินเนื้อเป็นอาหารทุกชนิด หรือสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่กินทั้งเนื้อและพืชเป็นอาหาร ซึ่งใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
โดยไม่มีการเติมสารที่ก่อให้เกิดความเค็ม เช่น น้ำทะเล น้ำใต้ดินที่มีค่าความเค็ม เกลือ หรือสารอื่นใด
ลงในบ่อเพาะเลี้ยงดังกล่าว
- “ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดประเภท ค ” หมายความว่า บ่อที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิด ซึ่งมีการใช้สารที่ก่อให้เกิดความเค็ม เช่น น้ำทะเล น้ำใต้ดินที่มีค่าความเค็ม เกลือ หรือสารอื่นใดเติมลงในบ่อเพาะเลี้ยงเพื่อปรับระดับค่าความเค็มของน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยงให้เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดนั้น ๆ
- การเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งเพื่อการตรวจสอบมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งให้เก็บแบบจ้วง (Grab Sampling) จากจุดที่ระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกพื้นที่บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
- วิธีตรวจสอบค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ให้เป็นไปตามวิธีมาตรฐานสำหรับการวิเคราะห์น้ำและน้ำเสียใน Standard Methods for the Examination of
Water and Wastewater ที่ American Public Health Association, American Water Works
Association และ Water Environment Federation ของสหรัฐอเมริการ่วมกันกำหนดไว้
|
| แหล่งที่มา | : |
ก/ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 125 ตอนพิเศษ 21ง วันที่
30 มกราคม 2551
ข/
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสูสิ่งแวดล้อม
ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 125 ตอนพิเศษ 21ง วันที่
30 มกราคม 2551 |
|
 |
|