 บ่อเลี้ยงกุ้งในฟาร์มสาธิตต้นแบบฯ  คูน้ำทิ้งบ่อตกตะกอนและเติมอากาศ |
ภาวะตลาดกุ้งของไทยในวันนี้ดูจะไม่สดใสเหมือนในอดีต เมื่อดูจากราคากุ้งที่ไม่แน่นอน และส่วนแบ่งการตลาดของไทยในตลาดโลกที่ปรับตัว ลดลง อีกทั้งเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเลี้ยงที่ต้องปลอดสารปฏิชีวนะ ต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ การผลิตต้องมีมาตรฐานที่สูงขึ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกษตรกรมีภาระที่มากขึ้น และต้องประสบปัญหาขาดทุน ซึ่งทุก ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ใช่ว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะนิ่งเฉย ทุกฝ่ายต่างก็เร่งหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้กันอย่างเต็มความสามารถ
กรมควบคุมมลพิษ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษ ตระหนักดีถึงผลกระทบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งนี้ ได้ศึกษาแนวทางการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและแนวทางการควบคุมเลน และได้จัดทำฟาร์มสาธิตต้นแบบระบบบำบัดน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อเป็นแนวทางในการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งมิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับฟาร์มของตนเองได้ และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตน
ฟาร์มสาธิตต้นแบบระบบบำบัดน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่กล่าวมานั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ของชมรมผู้เลี้ยงกุ้งอำเภอปากพะยูน หมู่ที่ 6 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อยจำนวน 11 ราย มีพื้นที่เลี้ยงรวม 44 ไร่ โดยภายหลังการปรับปรุงให้เป็นฟาร์มสาธิตต้นแบบฯ โครงสร้างของฟาร์มประกอบด้วยบ่อเลี้ยงกุ้งขาววานาไมขนาด 2-6.5 ไร่ จำนวน 14 บ่อ เลี้ยงด้วยระบบกึ่งปิด บ่อตกตะกอนขนาด 4.5 ไร่ ปริมาตร 12,240 ลบ.ม. บ่อเติมอากาศขนาด 4 ไร่ ปริมาตร 10,880 ลบ.ม. บ่อเก็บเลนขนาด 0.5 ไร่ จำนวน 2 บ่อ ปริมาตร 1,600 ลบ.ม. คูน้ำทิ้งยาว 1,000 เมตร ปริมาตร 7,600 ลบ.ม. |