โครงการนักรบสิ่งแวดล้อม


โครงการ "นักรบสิ่งแวดล้อม"
(โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับสถาบันการศึกษา
ในการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ)

  • คู่มือปฏิบัติการนักรบสิ่งแวดล้อม
        [ Download : 1.3 MB ]
  • ข้อเสนอการจัดแบ่งพื้นที่และการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาภายใต้โครงการนักรบฯระยะ
        ที่ 2 [ Download : 90.6 KB ]
  • สรุปผลการปฏิบัติการงานภาคสนาม ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2548 (รายละเอียด)
  • กำหนดการพิธีเปิด "โครงการนักรบสิ่งแวดล้อม" วันที่ 9 มิถุนายน 2548 (รายละเอียด)
  • การแถลงข่าวครั้งที่ 1 (วันที่ 5 เมษายน 2548)(รายละเอียด)
  • โครงการ "นักรบสิ่งแวดล้อม" [ Download : 142 KB ]
  • รายงานความก้าวหน้า"โครงการ นักรบสิ่งแวดล้อม"
    - ระหว่างวันที่ 16 พ.ค. - 16 มิ.ย. 2548 [ Download : 914 KB ]
  • - ระหว่างวันที่ 16 พ.ค. - 11 ก.ค. 2548 [ Download : 970 KB ]


  • หลักการและเหตุผล
    วัตถุประสงค์, ผลที่คาดว่าจะได้รับ, ขอบเขตการดำเนินงาน
    กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
    สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการและพื้นที่รับผิดชอบ
    ผลการดำเนินงาน
    ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
    ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน


    1. หลักการและเหตุผล

    สืบเนื่องจากปัญหาความเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศซึ่ง มีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมลงทุกปี โดยมีสาเหตุหลักที่เกิดจากการระบายน้ำเสียจากชุมชนเมือง โรงงานอุตสาหกรรม และการเกษตรกรรม แม้ว่าจะมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา โดยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดแต่ก็ยังไม่เพียงพอ

    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายยงยุทธ ติยะไพรัช) จึงมีแนวคิดที่จะดำเนินโครงการ "นักรบสิ่งแวดล้อม" โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมโดยกระบวนการการ มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและน้ำเสีย จากแหล่งกำเนิด ซึ่งในระยะแรกจะดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อนโดยเริ่มจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรม หลังจากนั้นจะขยายพื้นที่ดำเนินการทั่วประเทศและแหล่งกำเนิดอื่นต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลผลการสำรวจที่ได้จะนำไปใช้ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาเชิงสร้างสรรค์กับ โรงงานอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการในลำดับต่อไป

    การดำเนินงานโครงการนี้จะส่งผลให้การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กระบวนการการมีส่วนร่วม นักศึกษามีความรู้ ทักษะและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนของประเทศและเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเพิ่มความตระหนัก และใส่ใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเช่นกัน


    2. วัตถุประสงค์

    2.1 ส่งเสริมให้ นิสิต นักศึกษาเพิ่มประสบการณ์ในงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและสำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ

    2.2 สร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐในการดูแลรักษาแม่น้ำและคูคลอง

    2.3 ส่งเสริมให้ นิสิต นักศึกษา ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และมีรายได้พิเศษ

    3. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

    3 .1 สถานภาพแหล่งกำเนิดมลพิษและคุณภาพน้ำเพื่อการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่ เป้าหมาย
    3 .2 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความร่วมมือในการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

    4. ขอบเขตการดำเนินงาน

    4.1กำหนดพื้นที่เป้าหมายและสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบในการสำรวจโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะมีเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเข้าร่วมในการออกภาคสนามทุกครั้ง
    4.2 สถาบันการศึกษาสำรวจข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เป้าหมายโดยมีรายละเอียดครอบคลุมข้อมูลทั่วไป การระบายน้ำทิ้งและสภาพแวดล้อมโดยรอบโรงงาน
    4.3 สถาบันการศึกษาดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ณ บริเวณภายนอกโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีพารามิเตอร์ที่ต้องวิเคราะห์ตัวอย่างประกอบด้วยพารามิเตอร์พื้นฐาน ได้แก่ อุณหภูมิ ความเป็นกรดและด่าง ความนำไฟฟ้า และพารามิเตอร์อื่นแยกตามประเภทโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ COD BOD TDS SS FOG TKN และโลหะหนัก (Zn Cr+6 Cu Cd Pb) ทั้งนี้ การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามวิธีที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษกำหนดซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา
    4.4 สถาบันการศึกษาจัดส่งแบบสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมให้กับกรมควบคุมมลพิษนำเข้าระบบฐานข้อมูลเพื่อประมวลและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
    4.5 กรมควบคุมมลพิษแจ้งผลการตรวจสอบให้กับผู้ประกอบการทราบ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้ในการร่วมกันแก้ไขปัญหากับโรงงานอุตสาหกรรมโดยกรมควบคุมมลพิษ
    4.6 กรมควบคุมมลพิษจะเสริมสร้างศักยภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้ง โดยมีแนวทางดังนี้
      4.6.1 กำหนดแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยใช้หลักการเทคโนโลยีสะอาดหรือการผลิตที่สะอาดในการลดมลพิษและ/หรือการปรับปรุงระบบการกำจัดหรือบำบัดของเสียและน้ำเสียที่เกิดขึ้น โดยจะทำการจำแนกกลุ่มของโรงงานอุตสาหกรรมตามผลการสำรวจและตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งและจะเริ่มจากกลุ่มที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับมากเป็นลำดับ
      4.6.2 นำแนวทางการปรับปรุงแก้ไขไปประยุกต์ใช้และให้คำแนะนำกับโรงงาน อุตสาหกรรมโดยการเข้าพบผู้ประกอบการเป็นรายแห่งหรือจัดกลุ่มของโรงงานเพื่อจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติหรือการนำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประเภทเดียวกันมาให้คำแนะนำหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มโรงงานดังกล่าวหรือนำผู้ประกอบการเข้าเยี่ยมชมและรับฟังกระบวนการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานที่มีผลประกอบการที่ดี ซึ่งจะปรับวิธีการดำเนินงานตามข้อมูล ที่ได้รับ
      4.6.3 ส่งเสริมให้มีเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างต่อเนื่องระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม
    4.7 สถาบันการศึกษาดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม แยกเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะตรวจซ้ำภายใน 6 เดือน และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งจะตรวจซ้ำภายใน 3 เดือน
    4.8 กรมควบคุมมลพิษดำเนินการในขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานอุตสาหกรรม ภายหลังการส่งเสริมศักยภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและยังคงมีคุณภาพน้ำทิ้งเกินมาตรฐานน้ำทิ้งที่กำหนดภายหลังการตรวจซ้ำครั้งที่ 2
    4.9 จัดการเปิดตัวโครงการและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโครงการแก่ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    4.10 จัดทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงานภาคสนามให้กับนิสิต นักศึกษาเพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนและวิธีการในการสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่กำหนด
    4.11 ประเมินผลการดำเนินงานโครงการนักรบสิ่งแวดล้อมเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมและการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง

    5. กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย

    ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมพบว่าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ บริเวณริมแม่น้ำและคูคลองมากกว่า 34,000 แห่ง โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะดำเนินการสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจะเป็น แหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำที่สำคัญซึ่งมีค่าความสกปรกในรูปบีโอดีและสารพิษสูง รวมทั้งสิ้น 10 ประเภท ประกอบด้วย
    การปล่อยน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและลักษณะน้ำที่ถูกปล่อย
    5.1 ฟอกย้อมและสิ่งทอ
    5.2 ยางแผ่นรมควัน ผลิตภัณฑ์ยางจากธรรมชาติและยางสังเคราะห์
    5.3 อาหารสัตว์
    5.4 ผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้ง การทำขนมปัง
    5.5 ถักผ้า หรือเครื่องนุ่งห่มด้วยด้ายหรือเส้นใยฟอกย้อมสี
    5.6 ถนอมสัตว์น้ำ การบรรจุในภาชนะที่ผนึก อาหารสำเร็จรูปจากสัตว์น้ำ
    5.7 เครื่องปรุงรส กลิ่น หรือสีของอาหาร
    5.8 เครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ เซรามิกส์
    5.9 ผลิต ประกอบ ดัดแปลง หรือซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
    5.10 อาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช ผลไม้ และการถนอมผัก พืช และผลไม้
    5.11 อื่น ๆ ได้แก่
      5.11.1 การฆ่าสัตว์ ถนอมเนื้อสัตว์ ทำผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ หนังสัตว์ การสกัดน้ำมันหรือไขมัน ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์
      5.11.2 ฟอกหนัง หมัก ชำแหละ อบ ป่น หรือฟอก ขัดและแต่งสำเร็จ
      5.11.3 การทำเคมีภัณฑ์ สารเคมี การแยก คัดเลือกหรือแบ่งบรรจุสารเคมีภัณฑ์
      5.11.4 การทำเยื่อจากไม้ การทำกระดาษ
      5.11.5 การทำสี น้ำมันชักเงา น้ำยาล้างสี

    6. สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการและพื้นที่รับผิดชอบ

    6.1.1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    6.1.2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน
    6.1.3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    6.1.4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
    6.1.5 มหาวิทยาลัยมหิดล
    6.1.6 มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
    6.1.7 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
    6.1.8 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    6.1.9 มหาวิทยาลัยศิลปากร
    6.1.10 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
    6.1.11 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
    6.1.12 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
    6.1.13 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
    6.1.14 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

    โดยมีพื้นที่และจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบดังนี้

    สถาบันการศึกษา
    พื้นที่เป้าหมาย
    จังหวัด/อำเภอ
    จำนวนโรงงาน
    1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
    - จอมทอง
    - บางขุนเทียน
    - ทุ่งครุ

    178
    142
    61
    รวม
    381
    2.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    (กำแพงแสน)
    นครปฐม
    - พุทธมลฑล
    - นครชัยศรี
    - บางเลน
    - ดอนตูม
    - กำแพงแสน

    2
    46
    14
    11
    19
    รวม
    92
    3.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    (บางเขน)
    สมุทรสาคร
    - อำเภอเมือง
    - ยกเว้น ต.โคกขาม
    ต.คอกกระบือ , ต.โกรกกราก
    ต.กาหลง
    381
    รวม
    381
    4.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปทุมธานี
    - อำเภอเมือง
    - คลองหลวง
    - บ้านหลุมแก้ว
    - ลำลูกกา
    - สามโคก
    - หนองเสือ
    - ธัญบุรี

    32
    62
    16
    34
    10
    5
    22
    รวม
    181
    5.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร สมุทรปราการ
    - อ.พระสมุทรเจดีย์
    - ต.นาเกลือ
    - ต.บางคลองสวน
    - ต.แหลมฟ้าผ่า
    - ต.ปากคลองบางปลากด
    - อ.พระประแดง


    1
    9
    4
    25
    295
    รวม
    334
    6.มหาวิทยาลัยมหิดล สมุทรสาคร
    - กระทุ่มแบน

    394
    รวม
    394
    7.มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม สมุทรสาคร
    - อำเภอเมือง
    - ต.โคกขาม
    - ต.คอกกระบือ
    - ต.โกรกกราก
    - ต.กาหลง
    - บ้านแพ้ว
    เพิ่มเติม
    กรุงเทพมหานคร

    - ดินแดง
    - ห้วยขวาง
    46
    38
    9
    10
    8





    13
    9
    รวม
    133
    8.มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา กรุงเทพมหานคร
    - คลองสาน
    - ธนบุรี
    - บางกอกใหญ่
    - บางกอกน้อย
    - ภาษีเจริญ
    - ราชบูรณะ
    - บางแค
    - ตลิ่งชัน
    - บางพลัด
    - ทวีวัฒนา
    - หนองแขม
    เพิ่มเติม
    - ดุสิต
    - ป้อมปราบศัตรูพ่าย

    22
    20
    13
    9
    40
    97
    69
    3
    6
    4
    63

    2
    8
    รวม
    356
    9.มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
    - ดอนเมือง
    - สายไหม
    - คลองสามวา
    - หลักสี่
    - มีนบุรี
    - หนองจอก
    - บางเขน
    - ลาดกระบัง
    - บึงกุ่ม
    - สะพานสูง
    - บางกะปิ
    - ลาดพร้าว
    - วังทองหลาง
    - คันนายาว
    - จตุจักร
    - บางซื่อ
    เพิ่มเติม
    - สวนหลวง
    - พระโขนง
    - ประเวศ

    6
    10
    11
    5
    10
    6
    15
    40
    7
    2
    14
    5
    13
    8
    5
    13

    16
    16
    28
    รวม
    230
    10.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

    กรุงเทพมหานคร
    - คลองเตย
    - พญาไท
    - ราชเทวี
    - ปทุมวัน
    - สัมพันธวงศ์
    - บางรัก
    - สาทร
    - วัฒนา
    - ยานนาวา
    - บางคอแหลม

    17
    4
    2
    3
    3
    6
    29
    5
    31
    36
    รวม
    136
    11.มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
    - อำเภอเมือง
    - อำเภอสามพราน



    97
    283

    รวม
    380
    12.มหาวิทยาลัยหัวเฉียว สมุทรปราการ
    - บางพลี
    - บางบ่อ


    114
    14

    รวม
    128
    13.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
    เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
    ฉะเชิงเทรา
    - อำเภอเมือง
    - บางคล้า
    - บางน้ำเปรี้ยว
    - บางปะกง
    - บ้านโพธิ์
    - แปลงยาว
    - พนมสารคาม
    สมุทรปราการ
    - กิ่งอำเภอบางเสาธง
    - บางนา

    27
    9
    7
    43
    9
    8
    5

    53
    29
    รวม
    190
    14.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สมุทรปราการ
    - อำเภอเมือง
    - พระสมุทรเจดีย์
    - ต.ในคลองบางปลากด


    305
    64


    รวม
    369
    15.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นนทบุรี
    - อำเภอเมือง
    - ไทรน้อย
    - บางกรวย
    - บางบัวทอง
    - บางใหญ่
    - ปากเกร็ด
    กรุงเทพมหานคร
    - บางบอน


    27
    19
    14
    52
    10
    28

    125

    รวม
    275
    รวมทั้งหมด
    3960
    ที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่ดำเนินการของมหาวิทยาลัยในโครงการนักรบสิ่งแวดล้อม (กรุงเทพมหานคร)

    คลิก ขยายภาพใหญ่พื้นที่เป้าหมาย

    7. ผลการดำเนินงาน

    7.1 การเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานโครงการ
    7.1.1 จัดประชุมร่วมกับสถาบันการศึกษาเป็นระยะเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดและรายละเอียดการดำเนินงานโครงการ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น
    7.1.2 จัดทำรายละเอียดโครงการและประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อมมีมติเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 3/2548 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2548 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบกับการดำเนินงานโครงการในการประชุมครั้งที่ 6/2548 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2548
    7.1.3 จัดทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงานภาคสนามและขั้นตอนการปฏิบัติงานให้กับนิสิตนักศึกษา
    7.1.4 จัดการปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษในวันที่ 13 พฤษภาคม 2548 และนิสิตนักศึกษาในวันที่ 17 พฤษภาคม 2548
    7.1.5 ออกแบบและจัดทำโลโก้นักรบสิ่งแวดล้อม
    7.1.6 จัดทำเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกนักรบสิ่งแวดล้อม จำนวน 1,000 ชุด แบ่งเป็นเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกสำหรับนิสิตนักศึกษา จำนวน 700 ชุด และเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกสำหรับเจ้าหน้าที่ จำนวน 300 ชุด
    7.1.7 จัดเตรียมเครื่องบันทึกพิกัดภูมิศาสตร์ (GPS) และกล้องถ่ายภาพดิจิตอล ให้กับสถาบันการศึกษาที่มีจำนวนเครื่องมือดังกล่าวไม่เพียงพอ
    7.1.8 แต่งตั้งคณะทำงานเตรียมการและดำเนินงานโครงการนักรบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานโครงการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย กรมควบคุมมลพิษจึงได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษโดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
    ก) งานประชาสัมพันธ์โครงการฯ มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมงานพิธีเปิดโครงการ งานประชาสัมพันธ์โครงการทั้งก่อนและหลังพิธีเปิดและผลการดำเนินงานโครงการ
    ข) งานอำนวยการและประสานงานโครงการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานงานระหว่างผู้บริหาร ทส. ผู้บริหาร คพ. สำนัก/กอง/ฝ่าย และสถาบันการศึกษา กำหนดระบบการปฏิบัติงานในการสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ควบคุมคุณภาพการปฏิบัติงานให้ถูกต้องและรวดเร็ว จัดทำแผนการปฏิบัติงานของโครงการเพื่อให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด ควบคุมและให้คำปรึกษาแต่คณะทำงานกลุ่มที่ 3 ในการปฏิบัติงานภาคสนาม กำหนดรูปแบบและระบบการรายงานผลการดำเนินงานโครงการและให้มีการรายงานผลเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    ค) งานสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง มีหน้าที่รับผิดชอบในการออกภาคสนามร่วมกับสถาบันการศึกษา นำเข้าข้อมูลผลการสำรวจในระบบฐานข้อมูลเป็นรายวัน ควบคุมคุณภาพการปฏิบัติงานให้มีความถูกต้องและรวดเร็วตามแผนปฏิบัติการ ที่กำหนด

    ภาพแสดงการปฐมนิเทศนิสิตนักศึกษา


    เอกสารคู่มือการปฏิบัติงานภาคสนามและขั้นตอนการปฏิบัติงานของนิสิตนักศึกษา

    โลโก้นักรบสิ่งแวดล้อม

    เสื้อแจ็คเก็ตและหมวกนักรบสิ่งแวดล้อม
    7.2 พิธีเปิด "โครงการนักรบสิ่งแวดล้อม"
      7.2.1 กรมควบคุมมลพิษจัดให้มีพิธีเปิดงาน “โครงการนับรบสิ่งแวดล้อม” ในวันที่ 9 มิถุนายน 2548 ณ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) โดยกราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีและมอบโอวาทแก่นิสิต นักศึกษาที่จะเข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการดังกล่าว โดยมีผู้ร่วมงานมากกว่า 1,000 คน


    ภาพแสดงพิธีเปิดงาน "โครงการนับรบสิ่งแวดล้อม" เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2548
    ณ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี)
      7.2.2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าร่วมออกภาคสนามกับสถาบันการศึกษาในช่วงบ่ายวันที่ 9 มิถุนายน 2548 โดยสำรวจสภาพแวดล้อมและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งของโรงงานบริษัท ฟาร์อีสการทออุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท ศรีเก้าการทออุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ซอยเศรษฐกิจ 1 (แปซิฟิก) ถนนเศรษฐกิจ ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ประกอบกิจการฟอกย้อมและสิ่งทอ ทั้งสองโรงงานมีการระบายน้ำทิ้งลงสู่คลองลิขิตซึ่งไหลไปรวมกับคลองอ้อมน้อยก่อนไหลลง แม่น้ำท่าจีน ซึ่งน้ำทิ้งของบริษัท ฟาร์อีสการทอฯ มีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนน้ำทิ้งของบริษัท ศรีเก้า การทอฯ มีสีเขียวเข้ม สภาพของน้ำในคลองลิขิตมีสภาพเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็นและมีขยะปน อยู่ในน้ำบางจุด จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงทราบว่า ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปที่เทศบาลอ้อมน้อยเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงงานแต่ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด
      ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งของโรงงานบริษัท ฟาร์อีสการทออุตสาหกรรม จำกัด พบว่ามีอุณหภูมิ ปริมาณของแข็งแขวนลอย (SS) และปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) สูงกว่าค่ามาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม ส่วนบริษัท ศรีเก้าการทออุตสาหกรรม จำกัด พบปริมาณของแข็งแขวนลอย (SS) และของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) สูงกว่าค่ามาตรฐาน (ดังแสดงในตาราง) สำหรับปริมาณโลหะหนักซึ่งประกอบด้วยสังกะสี แคดเมียมและตะกั่ว อยู่ระหว่างการตรวจวิเคราะห์โดยห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยมหิดล

    ชื่อโรงงาน
    ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งโรงงาน
    pH
    Temperature (C.)
    Conductivity (umho/cm)
    SS (mg/l)
    TDS (mg/l)
    COD (mg/l)
    HM (mg/l)*
    บริษัท ฟาร์อีสการทออุตสากรรม จำกัด 8.85
    46.5
    8,000
    104
    3,524
    304
    *
    บริษัท ศรีเก้าการทออุตสาหกรรม จำกัด 8.62
    32
    16,000
    116
    8,272
    286
    *
    มาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม 5.5-9
    40
    -
    50
    3,000
    120-400
    *

      หมายเหตุ* รอผลการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยมหิดล


      7.2.3 ตามบัญชารัฐมนตรีฯ ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 (นครปฐม) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร นายอำเภอกระทุ่มแบนและอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ประชุมหารือเพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงาน ทั้งสองแห่ง โดยกรมควบคุมมลพิษสนับสนุนด้านเทคนิควิชาการ
      จากการประสานกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร ทราบว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดประชุมหารือหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2548 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายคือ การจัดการให้คลองลิขิตมี คุณภาพน้ำและสภาพทั่วไปที่ดีขึ้นทั้งการใช้มาตรการสนับสนุนในการส่งเสริมการทำเทคโนโลยีสะอาดและการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กัน มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรฯ จังหวัดสมุทรสาคร เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน
      7.2.4 กรมควบคุมมลพิษมีข้อเสนอแนะในเบื้องต้น ดังนี้
      1) ควรปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เช่น ควบคุมปริมาณการใช้สารเคมีฟอกหรือย้อมเท่าที่จำเป็น เลือกใช้สารเคมีฟอกหรือย้อมให้มีอัตราส่วนการใช้เหมาะสมกับคุณสมบัติของสารเคมีตัวนั้นๆ และการใช้ร่วมกับสารเคมีตัวอื่น นำสารเคมีส่วนเกินจากการฟอกหรือย้อมกลับมาใช้อีก การล้างผ้าหรือชิ้นงานควรล้างแบบปล่อยน้ำสวนทางกับสายการผลิตเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ การแต่งสำเร็จผ้าชิ้นสุดท้ายควรใช้สารเคมีให้หมดเพื่อลดการใช้สารเคมีและการล้างของเสียที่ติดอยู่กับเครื่องจักรให้น้อยลง การนำน้ำจากหม้อต้มไอน้ำกลับมาใช้ในขั้นตอนของการย้อม เป็นต้น ทั้งนี้ วิธีการเหล่านี้จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการผลิตของโรงงานนั้นๆ
      2) การกำจัดสีและสารละลายที่ปนอยู่ในน้ำทิ้งมีมากมายหลายวิธีขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละโรงงานและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ยอมรับได้ วิธีกำจัดที่เป็นที่ยอมรับ เช่น
    ก) การบำบัดโดยใช้โอโซน เป็นวิธีการทำให้โมเลกุลสีแตกตัวออกกลายเป็นสารไม่มีสี ใช้ได้ดีกับน้ำทิ้งที่มีปริมาณมากและปฏิกิริยาเกิดได้เร็ว ข้อดีคือ ลดค่าซีโอดีได้มาก แต่มีข้อเสียคือ ต้นทุนอุปกรณ์สูงและสารใหม่ที่เกิดจากการแตกตัวนั้นอาจเป็นพิษ เนื่องจากสีย้อมส่วนใหญ่มีสารเริ่มต้นในกลุ่มสารไนโตรเจน คลอรีนและซัลเฟอร์ ซึ่งมีความเป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้หากมีการเปลี่ยนรูปแบบไปจากสารเดิม
    ข)การตกตะกอนหรือทำให้เกิดตะกอนวุ้นของน้ำทิ้ง (Coagulation/Flocculation) ถูกทำให้เป็นกลางก่อนปล่อยลงท่อน้ำทิ้ง โดยใช้สารจำพวก Polyelectrolyte เพื่อตกตะกอนสารเคมีและสีที่ปนอยู่ในน้ำทิ้ง ผลดีของเทคนิคนี้ คือ ลดค่าซีโอดีได้มากแต่ผลเสียตามมาคือ สาร Polyelectrolyte ที่เหลือตกค้างอยู่ในน้ำทิ้งและหากมีปริมาณมากจะส่งผลเสียต่อกระบวน Nitrification ในน้ำทิ้ง
    ค) การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตตั้งแต่การใช้วัตถุดิบและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การนำกลับมาใช้ใหม่หรือใช้ซ้ำโดยให้มีของเสียหรือมลพิษที่จะนำไปบำบัด/กำจัดน้อยที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการกำจัด/บำบัดมลพิษน้อย


    7.3 การสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ครั้งที่ 1
    7.3.1 สถาบันการศึกษาที่ดำเนินการออกภาคสนามเพื่อสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง มีจำนวน 13 สถาบัน จากทั้งหมด 14 สถาบัน โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังไม่ได้เริ่มดำเนินงาน
    7.3.2 จัดทำแผนปฏิบัติงานสำรวจภาคสนามของแต่ละสถาบันและกรมควบคุมมลพิษจัดเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในการออกปฏิบัติงานทุกทีมสำรวจ
    7.3.3 ผลการออกปฏิบัติงานภาคสนามเพื่อสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2548 รวมจำนวนโรงงานที่พบและสำรวจได้ทั้งหมด 2,851 คิดเป็นร้อยละ 72 ของจำนวนโรงงานจากระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดของโครงการ (3,960 แห่ง) ที่ได้รับจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียดแยกตามสถาบัน ดังนี้
    สถานบันการศึกษา
    จำนวนโรงงานเป้าหมาย
    จำนวนโรงงานที่ดำเนินการ
    ความก้าวหน้า (ร้อยละ)
    เก็บตัวอย่างน้ำไม่ได้
    เก็บตัวอย่างน้ำได้
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
    369
    227
    44
    73
    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
    92
    39
    15
    62
    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
    381
    253
    19
    71
    มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
    133
    74
    4
    59
    สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ
    275
    251
    6
    100
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    381
    ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ 
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
    136
    120
    3
    100
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
    334
    173
    9
    56
    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    181
    134
    17
    100
    มหาวิทยาลัยมหิดล
    394
    390
    9
    100
    มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
    356
    249
    39
    81
    มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    230
    203
    14
    100
    มหาวิทยาลัยศิลปากร
    380
    257
    28
    100
    มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
    128
    99
    6
    100
    สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
    190
    130
    30
    100
    รวม
    3,960
    2,599
    243
    72
      จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่า จำนวนโรงงานที่สามารถเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งได้มีเพียงร้อยละ9 ของจำนวนโรงงานที่สำรวจได้ ทั้งนี้ เนื่องจากการไม่สามารถเข้าถึงจุดระบายน้ำทิ้งของโรงงานได้ เช่น บางแห่งมีรั้วกั้น มีชุมชนตั้งอยู่โดยรอบ หรือพื้นที่รอบโรงงานเป็นป่ารกทึบ มีน้ำท่วมขัง เป็นต้น

    ภาพแสดงการกระจายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมที่ดำเนินการตรวจสอบแล้ว


    คลิก ขยายภาพใหญ่พื้นที่เป้าหมาย

    ภาพแสดงสัดส่วนจำนวนโรงงานที่สำรวจในระหว่างวันที่ 16 พ.ค.- 11 ก.ค. 48
    7.3.4 ทำการบันทึกข้อมูลในแบบสำรวจสิ่งแวดล้อมโรงงานประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป การระบายน้ำทิ้ง และสภาพแวดล้อมโดยรอบโรงงาน สามารถสรุปข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญได้ดังนี้
        ก) สถานภาพของโรงงานที่สำรวจพบจากบัญชีรายชื่อ
        - ร้อยละ 36 ยังคงประกอบกิจการ
        - ร้อยละ 3 เลิกกิจการ
        - ร้อยละ 1 มีการเปลี่ยนแปลงประเภทการประกอบกิจการ
        - ร้อยละ 60 ไม่สามารถระบุได้
        ข) ประเภทของโรงงานที่สำรวจพบ สรุปได้ดังนี้
        - ร้อยละ 27 เป็นโรงงานประเภทฟอกย้อมและสิ่งทอ
        - ร้อยละ 16 เป็นโรงงานประเภทถักผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มด้วยด้ายหรือเส้นใย ฟอกย้อมสี
        - ร้อยละ 15 เป็นโรงงานประเภทยางแผ่นรมควัน ผลิตภัณฑ์ยางจากธรรมชาติและยางสังเคราะห์
        - ร้อยละ 9 เป็นโรงงานประเภทผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้ง การทำขนมปัง
        - ร้อยละ 9 โรงงานประเภทผลิต ประกอบ ดัดแปลง หรือซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
        - ร้อยละ 8 เป็นโรงงานประเภทถนอมสัตว์น้ำ การบรรจุในภาชนะที่ผนึกอาหารสำเร็จรูปจากสัตว์น้ำ
        - ร้อยละ 5 เป็นโรงงานประเภทอาหารสัตว์
        - ร้อยละ 4 โรงงานประเภทเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ เซรามิกส์
        - ร้อยละ 3 เป็นโรงงานประเภทเครื่องปรุงรส กลิ่น หรือสีของอาหาร
        - ร้อยละ 2 เป็นโรงงานประเภทอาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช ผลไม้ และการถนอมผัก พืช และผลไม้
        - ร้อยละ 1 เป็นโรงงานประเภทอื่น


    ภาพแสดงการทำงานของนักรบสิ่งแวดล้อม
        ค) แหล่งรองรับน้ำทิ้งของโรงงาน มีดังนี้
        - ร้อยละ 31 เป็นพื้นที่ร้างหลังโรงงาน
        - ร้อยละ 4 ลงท่อระบายน้ำสาธารณะของเทศบาล
        - ร้อยละ 65 ไม่ระบุ
        ง)แหล่งรองรับน้ำทิ้งของโรงงาน มีดังนี้
        - ร้อยละ 42 ลงท่อระบายน้ำสาธารณะของเทศบาล
        - ร้อยละ 29 ลงคลองหรือแม่น้ำ
        - ร้อยละ 4 ลงทะเล
        - ร้อยละ 6 เป็นบึงหรือแหล่งน้ำเปิด
        - ร้อยละ 20 อื่นๆ
        จ ) สภาพการใช้ที่ดินบริเวณใกล้เคียงโรงงาน้
        - ร้อยละ 42 มีชุมชนอยู่โดยรอบ
        - ร้อยละ 31 เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน
        - ร้อยละ 19 เป็นพื้นที่เกษตรกรรม
        - ร้อยละ 8 พื้นที่ดินรกร้าง
        ฉ) การถูกร้องเรียน ได้จากการสอบถามชุมชนหรือชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง
        - ร้อยละ 82 ไม่พบการถูกร้องเรียน
        - ร้อยละ 18 มีการถูกร้องเรียน
    7.3.5 ผลการตรวจวัดพารามิเตอร์เบื้องต้นของตัวอย่างน้ำทิ้ง มีดังนี้
      ก) ประเภทโรงงานฟอกย้อมและสิ่งทอ ค่า pH 2.38-10.6 อุณหภูมิ 28-46.5 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า 128-1,600
      µs/cm
      ข) ประเภทโรงงานยางแผ่นรมควัน ผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ และยางสังเคราะห์มีค่า pH 2.38-8.2อุณหภูมิ 28 - 39 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า 1-2,100 µs/cm
      ค) ประเภทโรงงานอาหารสัตว์ ค่า pH 6.14-8.3 อุณหภูมิ 30.35.9 องศาเซลเซียส และจค่าการนำไฟฟ้า 185.1-2,860 µs/cm

      ง) ประเภทโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้ง การทำขนมปัง ค่า pH 4.33-8.34 อุณหภูมิ 29-36 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า 10-3,335.4 µs/cm

      จ) ประเภทโรงงานถักผ้า หรือเครื่องนุ่งห่มด้วยด้ายหรือเส้นใยฟอกย้อมสี pH 4.14-9 อุณหภูมิ 30-84 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า 238-2,198 µs/cm

      ฉ) ประเภทโรงงานถนอมสัตว์น้ำ การบรรจุในภาชนะที่ผนึกอาหารสำเร็จรูปจากสัตว์น้ำ pH 5.1-8.9 อุณหภูมิ 28.6-33.7 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า 50-1,545 µs/cm

      ช) ประเภทโรงงานเครื่องปรุงรส กลิ่น หรือสีของอาหาร pH 7.1-8.5 อุณหภูมิ 30-34.7 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า 230-3,450 µs/cm

      ซ) ประเภทโรงงานเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ เซรามิกส์ ไม่มีข้อมูล

      ฌ) ประเภทโรงงานผลิต ประกอบดัดแปลง หรือซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง pH 2.38-12 อุณหภูมิ 28-33.5 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า ประมาณ 53.6-202 µs/cm

      ญ) ประเภทโรงงานอาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช ผลไม้ และการถนอมผัก พืช และผลไม้ ไม่มีข้อมูล

      ฎ) ประเภทโรงงานประเภทอื่น pH 1.04-6.2 อุณหภูมิ ประมาณ 33-33.5 องศาเซลเซียส และค่าการนำไฟฟ้า ประมาณ 202-981 µs/cm
      7.3.6 จากจำนวนโรงงานที่เก็บตัวอย่างน้ำทิ้งได้ท ั้งหมด 243 แห่ง ขณะนี้ได้รับผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งจากสถาบันศึกษาแล้ว 102 แห่ง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำ
      ก) ประเภทโรงงานฟอกย้อมและสิ่งทอ ค่า COD 7.344 - 927 mg/l ค่า SS 3.9 - 490 mg/l ค่า TDS 15 - 8272 mg/l ค่า FOG เท่ากับ 7 mg/l ค่า Zn 0.0000398 - 0.54 mg/l ค่า Cd 0.001 - 0.0335 mg/l ค่า Pb 0.005 - 0.256 mg/l ค่า Cr+6 0.0114 - 0.112 mg/l ซึ่งจากจำนวน 31 แห่ง เกินมาตรฐาน 21 แห่ง
      µs/cm
      ข) ประเภทโรงงานยางแผ่นรมควัน ผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ และยางสังเคราะห์มีค่า BOD เท่ากับ 8.5 mg/l ค่า COD 5.23- 328 mg/l ค่า SS 4.0-547 mg/l ค่า TDS 452-13,572 mg/l ค่า FOG เท่ากับ 7 mg/l ซึ่งจากจำนวน 10 แห่ง เกินมาตรฐาน 8 แห่ง
      ค) ประเภทโรงงานอาหารสัตว์ ค่า COD 40-410 mg/l ค่า TKN 1.26-1.61 mg/l ค่า SS 6.0-95 mg/l ค่า FOG เท่ากับ 4-207 mg/l ซึ่งจากจำนวน 3 แห่ง เกินมาตรฐาน 3 แห่ง

      ง) ประเภทโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้ง การทำขนมปัง ค่า BOD เท่ากับ 10.4-802 mg/l ค่า COD 11.2-1,090 mg/l ค่า TKN 1.68-300 mg/l ค่า SS 10-530 mg/l ค่า TDS 61-1,616 mg/l ค่า FOG เท่ากับ 2-379 mg/l ค่า Zn 3.2-5.0 mg/l ค่า Cd 0.001-0.0938 mg/l ค่า Pb เท่ากับ 0.0266 mg/l ซึ่งจากจำนวน 18 แห่ง เกินมาตรฐาน 15 แห่ง

      จ) ประเภทโรงงานถักผ้า หรือเครื่องนุ่งห่มด้วยด้ายหรือเส้นใยฟอกย้อมสี ค่า COD 2.8-406 mg/l ค่า SS 13-270 mg/l ค่า TDS 112-1,203 mg/l ค่า Zn 0.006-5.77 mg/l ค่า Pb 0.043-0.914 mg/l ค่า Cr+6 0.0012-0.39 mg/l ซึ่งจากจำนวน 9 แห่ง เกินมาตรฐาน 6 แห่ง

      ฉ) ประเภทโรงงานถนอมสัตว์น้ำ การบรรจุในภาชนะที่ผนึกอาหารสำเร็จรูปจากสัตว์น้ำ ค่า BOD 25-1,850 mg/l ค่า SS 8-710 mg/l ค่า FOG เท่ากับ 17-9,025 mg/l ค่า Zn เท่ากับ 0.18 mg/l ค่า Cd เท่ากับ 0.01 mg/l ซึ่งจากจำนวน 11 แห่ง เกินมาตรฐาน 11แห่ง

      ช) ประเภทโรงงานเครื่องปรุงรส กลิ่น หรือสีของอาหาร ค่า BOD 5.66-273 mg/l ค่า COD 8.4-259 mg/l ค่า SS 2.0-75 mg/l ค่า TDS 148-3,586 mg/l ซึ่งจากจำนวน 5 แห่ง เกินมาตรฐาน 4 แห่ง

      ซ) ประเภทโรงงานเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ เซรามิกส์ ค่า COD เท่ากับ 5.245 mg/l ค่า SS 30-493 mg/l ค่า TDS 193-632 mg/l ค่า FOG เท่ากับ 24 mg/l ซึ่งจากจำนวน 2 แห่ง เกินมาตรฐาน 2 แห่ง

      ฌ) ประเภทโรงงานผลิต ประกอบดัดแปลง หรือซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง ค่า COD 15-207 mg/l ค่า SS 1.34-51 mg/l ค่า TDS 165-1119 mg/l ค่า FOG 5.0-353 mg/l ค่า Pb 0.0049-0.0577 mg/l ค่า Cr+6 0.0067-0.0122 mg/l ซึ่งจากจำนวน 11 แห่ง เกินมาตรฐาน 10 แห่ง/dd>
      ญ) ประเภทโรงงานอาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช ผลไม้ และการถนอมผัก พืช และผลไม้ ยังไม่มีข้อมูลผลการตรวจวัด

      ฎ) ประเภทโรงงานประเภทอื่น ค่า TKN 52.6-91 mg/l ค่า SS 142-866 mg/l ค่า TDS 694-1,988 mg/l ซึ่งจากจำนวน 2 แห่ง เกินมาตรฐาน 2 แห่ง

    8. ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

      8.1 ทีมสำรวจส่วนใหญ่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งได้มากกว่า 90% ของจำนวนโรงงานที่พบและสำรวจได้ เนื่องจากสาเหตุหลักดังนี้
      - ไม่พบโรงงานในระบบบัญชีรายชื่อ

      - ไม่สามารถเข้าถึงจุดระบายน้ำทิ้งของโรงงานได้ เช่น บางแห่งมีรั้วหรือกำแพงกั้น มีชุมชนตั้งอยู่โดยรอบหรือโรงงานมีขนาดใหญ่มากไม่สามารถเดินรอบโรงงานเพื่อหาท่อระบายน้ำทิ้งได้หรือพื้นที่รอบโรงงานเป็นป่ารกทึบ มีน้ำท่วมขัง

      - ท่อระบายน้ำฝังอยู่ใต้ดินหรือต่อท่อยื่นออกไปในคลองหรือแม่น้ำหรือระบายน้ำทิ้งลงท่อระบายน้ำของเทศบาล

      - ขณะที่สำรวจพบท่อระบายน้ำทิ้งแต่ขณะทำการเก็บตัวอย่างไม่มีการระบายน้ำทิ้ง
      8.2 การกรอกข้อมูลในแบบสำรวจโรงงานฯ บางฉบับไม่ครบถ้วน บางฉบับไม่กรอกข้อมูล บางฉบับหมายเลขสำรวจซ้ำกัน และการเก็บข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ (GPS) ไม่เป็นระบบเดียวกัน
      ข้อเสนอแนะ
      1. การสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมหรือแหล่งกำเนิดมลพิษอื่นในระยะต่อไปของโครงการควรต้องเข้าสถานประกอบการตั้งแต่การเก็บข้อมูลครั้งแรกที่ 1 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน

      2. กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งได้ ต้องมีการสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะพิจารณาดำเนินการพร้อมกับขั้นตอนการเสริมสร้างศักยภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงานอุตสาหกรรม
      3. กรมฯ จะจัดส่งแบบสำรวจที่ไม่สมบูรณ์กลับไปให้สถาบัน ดำเนินการให้ครบถ้วนส่วนข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (GPS) ที่ไม่เป็นระบบเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมฯ จะปรับแก้ไขให้เป็นระบบเดียวกัน และสถาบันฯ ใดที่ยังสำรวจโรงงานไม่แล้วเสร็จและเครื่องมือไม่เป็นระบบเดียวกัน คือ TUM WGS 1984 กรมฯ จะจัดเครื่องมือไปเปลี่ยนให้
      8.3 ขณะนี้ เปิดภาคเรียนแล้ว ทำให้อาจารย์และนิสิตนักศึกษาเริ่มจะมีความไม่สะดวกในการออกภาคสนาม
      ข้อเสนอแนะ
      1. ปรับแผนการออกภาคสนามและเลื่อนระยะเวลาการแล้วเสร็จของงานในบางสถาบันการศึกษา อย่างไรก็ตาม การสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมและการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ครั้งที่ 1 ในภาพรวมของโครงการจะแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนกรกฎาคม 2548 ตามที่กำหนด

      2. ควรมีการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเพื่อผนวกการดำเนินงานโครงการดังกล่าวไว้ในระบบหรือหลักสูตรการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมของสถาบันการศึกษาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการดำเนินงาน
      8.4 สถาบันการศึกษาเกือบทั้งหมดมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องบันทึกพิกัดด้วย GPS และเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น
      ข้อเสนอแนะ
      สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทั้งในปัจจุบันและแผนงานต่อไปควรได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นตั้งแต่เริ่มโครงการ
      8.5 สถาบันการศึกษามีการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์และสารเคมีเพื่อการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำเตรียมไว้ แต่จากการออกปฏิบัติงานจริงไม่สามารถเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งได้ จึงไม่สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้
      ข้อเสนอแนะ
      สถาบันการศึกษาที่จัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์และสารเคมีเพื่อการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำเตรียมไว้ ควรได้รับอนุมัติให้เบิกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ และในช่วงที่กรมควบคุมมลพิษดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงานที่มีคุณภาพน้ำทิ้งเกินมาตรฐานหรือกลุ่มโรงงานที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งในการสำรวจครั้งแรกได้และต้องมีการเข้าไปในสถานประกอบการ จะมอบหมายให้สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ

    ความก้าวหน้าในการดำเินินงาน

    สรุปผลการปฏิบัติการงานภาคสนาม โครงการนักรบสิ่งแวดล้อมรายวัน
    เดือนมิถุนายน 2548
  • 23 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf] 
  • 22 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 21 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 20 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 18 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 17 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]  ดูกราฟ
  • 16 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 30 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 29 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 28 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 27 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 25 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 24 มิถุนายน (รายละเอียด) , [: pdf]  ดูกราฟ

  • เดือนกรกฎาคม 2548
     
  • 05 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 04 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf] 
  • 02 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 01 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf]  ดูกราฟ
  • 09 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 08 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf] 
  • 07 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf]
  • 06 กรกฎาคม (รายละเอียด) , [: pdf] 

  • ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    สำนักจัดการคุณภาพน้ำ
    โทรศัพท์ 0 2298 2257 โทรสาร 0 2298 2202
    E-mail : kanchalee(dot)n(at)pcd(dot)go(dot)th



    
    หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ดาวน์โหลด | ติดต่อเรา | Site Map Switch to PCD English home page
    Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.