|
ข่าวสารสิ่งแวดล้อมฉบับที่ 28/2542การดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษในรอบปี 2542(PCD Annual Report 1999)
|
| News date 24-Dec-1999 |
ข่าวสารสิ่งแวดล้อมฉบับที่ 28/2542 วันที่ 24 ธันวาคม 2542 การดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษในรอบปี 2542 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542 ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช อธิบดีกรมควบคุมมลพิษแถลงข่าวผลการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษในรอบปี 2542 กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินงานตามบทบาทและภารกิจภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยใช้ กลไกด้านการกำหนดนโยบาย แผนและแนวทางจัดการควบคุมมลพิษ การกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การติดตามตรวจสอบและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษ การส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ในการจัดการแก้ไขปัญหามลพิษ ซึ่งสามารถสรุปการดำเนินงานที่สำคัญ ได้ดังนี้ 1. การกำหนดนโยบาย แผนการจัดการ มาตรฐาน และมาตรการ สำหรับเป็นแนวทางดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมและจัดการมลพิษ มิให้มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม 1.1 การกำหนดนโยบายและแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษ ได้แก่ จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เสียงและความสั่นสะเทือนจากโรงโม่หินและเหมืองหิน จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากโรงโม่หินในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และแผนปฏิบัติการจัดการและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากอุตสาหกรรม รวมทั้งกำหนดนโยบายในการนำรูปแบบศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมมาใช้ในพื้นที่ปริมณฑล เมืองพัทยาและจังหวัดในภาคตะวันตก 1.2 การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานขั้นต่ำในการระบายสารมลพิษจากแหล่งกำเนิด ได้แก่ มาตรฐานการระบายไอเสียจากรถยนต์ใหม่ และรถยนต์ใช้งาน มาตรฐานเสียงรบกวน มาตรฐานระดับเสียงจากรถจักรยานยนต์ มาตรฐานความทึบแสงจากปล่องเตาเผาศพและมาตรฐานการระบายสารมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าเก่า และมาตรฐานค่าควันขาวจากท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ 1.3 การกำหนดแนวทางและมาตรการในการควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ ได้แก่ มาตรการในการแก้ไขและป้องกันปัญหามลพิษในแม่น้ำพอง แนวทางการจัดการน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว แนวทางการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ แผนงานการจัดการอุบัติภัยจากสารเคมีในพื้นที่เสี่ยงเขตชุมชนเมือง (เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร) แผนปฏิบัติการฟื้นฟูสารหนูที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เกณฑ์มาตรฐานและแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน เกณฑ์มาตรฐานการจัดเก็บขยะรีไซเคิลมาตรการจัดการของเสียบรรจุภัณฑ์และวัสดุเหลือใช้ 2. การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและควบคุม ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลักและสาขา รวม 48 สาย รวมทั้งน้ำทะเลชายฝั่ง คุณภาพอากาศและเสียงจากสถานีตรวจวัดอัตโนมัติรวมทั้งตรวจวัดจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองหลัก และสำรวจปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนในเทศบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และตรวจสอบสารอันตรายตกค้างในดินของพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้ทราบสถานการณ์และแนวโน้มความรุนแรงของปัญหามลพิษ ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า คุณภาพน้ำในแม่น้ำ 48 สายและแหล่งน้ำนิ่ง 4 แห่ง พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีถึงพอใช้ ส่วนคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงในหลายพื้นที่ สำหรับคุณภาพอากาศโดยทั่วไปพบว่าดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังมีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองเป็นปัญหาหลัก นอกจากนี้ ขยะมูลฝอยมีอัตราการเพิ่มที่ลดลง และยังคงพบสารอันตรายและของเสียอันตรายปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ได้ติดตั้งจอแสดงผล (Display Board) เพื่อรายงานผลคุณภาพอากาศและเสียงใน กทม. จำนวน 4 แห่ง บริเวณแยกลาดพร้าว แยกตากสิน แยกสำลีและแยกปทุมวัน ซึ่งคาดว่าจะใช้งานได้ในต้นปี 2543 นอกจากนี้ ซึ่งได้ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรื่องร้องทุกข์ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ทั่วประเทศ และตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากนิคมอุตสาหกรรมและกิจการที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งในปี พ.ศ. 2542 มีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 417 เรื่อง จำแนกเป็นฝุ่นละออง กลิ่นเหม็น เสียงดัง กากของเสีย น้ำเสียและมลพิษอื่น ๆ ตามลำดับรวมทั้งตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเรื่องกำหนดประเภทของแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่จะต้องถูกควบคุมการระบายสารมลพิษฯ เช่น อาคารขนาดใหญ่ 8 ประเภทของรัฐและเอกชน (อาคารชุดที่พักอาศัย โรงแรม สถานพยาบาล โรงเรียนหรือสถาบันอุดมศึกษา อาคารที่ทำการราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือของ เอกชน ศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า ตลาดและภัตตาคารหรือร้านอาหาร) และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น 3. ประสานความร่วมมือและเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาการแก่หน่วยงานของรัฐ เอกชน และท้องถิ่นในการจัดการมลพิษ การดำเนินงานที่สำคัญ คือการให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นทางวิชาการแก่องค์กรปกครองท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่ของตนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลักและในเขตควบคุมมลพิษ และได้ฝึกอบรมเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษและพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ในการจัดการมลพิษ รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดตั้ง "คลินิคไอเสีย" การจัดนิทรรศการ "สินค้าไทย รีไซเคิล" การจัดกิจกรรมเรียกคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อการลดปริมาณของเสียและการใช้ประโยชน์จากของเสีย การร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำการสาธิตชุมชนแยกขยะมูลฝอยเพื่อการแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่การจัดทำเอกสารและสื่อเผยแพร่ทางวิทยุ โทรทัศน์และการเผยแพร่ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศและเสียงผ่านระบบ Internet (www.aqnis.pcd.go.th) เป็นต้น 4. ส่งเสริมการศึกษา วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ได้แก่ พัฒนาและสร้างรถโดยสารประจำทางต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับใช้งานในประเทศไทย โดยมีการทดสอบการใช้งานและออกแบบระบบประจุไฟฟ้าสำหรับใช้งานกับยานพาหนะไฟฟ้า สำหรับการกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำ กรมฯ ได้พัฒนาเครื่องมือเก็บผักตบชวาระบบโซ่พาลำเลียง โดยมีการนำผักตบชวาที่เก็บได้ไปใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยหมักและทำอาหารสัตว์ และได้พัฒนาต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโลหะหนักจากกระบวนการชุบทอง วิจัยวัสดุผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดค่าธรรมเนียมกำจัดบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าส่งออกเป้าหมายไปยังกลุ่มสหภาพยุโรป นอกจากนี้ได้ให้บริการประชาชนในการตรวจวัดและทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์จากยานพาหนะประเภทต่าง ๆ โดยจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ 5. ประสานความร่วมมือและดำเนินการตามพันธะกรณีขององค์กรระหว่างประเทศด้านมลพิษ ได้แก่ การดำเนินงานศูนย์ประสานงานอนุสัญญาบาเซล การดำเนินงานศูนย์ประสานงานในการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ การดำเนินงานศูนย์ประสานงานอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตราย และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ และความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐนิวเจอร์ซีในชื่อของศูนย์พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการมลพิษ โดยมีการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรภาครัฐให้มีความเชี่ยวชาญในด้านการประกัน และควบคุมคุณภาพของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และการแก้ไขภาวะฉุกเฉิน 6. การแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่เฉพาะและกรณีเร่งด่วน ได้แก่ การควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การแก้ไขปัญหามลพิษเรื่องกลิ่นในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด การแก้ไขสารเคมีปนเปื้อนในท่าอากาศยานหัวหิน การแก้ไขปัญหาอุบัติภัยจากสารเคมีทั้งจากกรณีเพลิงไหม้โกดังเก็บสารเคมีที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร การแก้ไขปัญหาก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากโรงงานห้องเย็นที่เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร การแก้ไขปัญหาการระเบิดของก๊าซจากการขุดบ่อบาดาลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี การระเบิดของก๊าซโปตัสเซียม-คลอเรต ระเบิดที่โรงอบลำใย จังหวัดเชียงใหม่ และการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในลำน้ำพอง การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสามารถบรรเทาปัญหาลงได้บางส่วน
Contact : อังคณา อภิวัฒน์มงคล (chai(dot)p(at)pcd(dot)go(dot)th) |