2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

ผลการประชุมระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิก
For more detail :
click here

News date 19-Nov-2004

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 ประเทศไทยได้รับการรับรองจากอาเซียนให้เป็นประเทศผู้แทนในการประชุม "Asia Pacific Sub-regional Environmental Policy Dialogue" รัฐบาลไทยโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเป็นประเทศเจ้าภาพร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme:UNEP) โดยผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยรัฐมนตรีซึ่งเป็นบุคคลสำคัญจาก 5 อนุภูมิภาค ได้แก่ เอเซียกลาง เอเซียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเซียใต้ แปซิฟิคใต้ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน โดยมี นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรัฐมนตรีในนามอาเซียน และ Mr. Shafqat Kakakhel ผู้บริหารระดับสูงของ UNEP เป็นประธานร่วมของการประชุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงการประชุมสุดยอดของโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ได้เน้นบทบาทของภูมิภาค อนุภูมิภาค หน่วยงาน สถาบัน และองค์กรต่างๆ ที่จะมีส่วนร่วมกัน ดำเนินงานให้บรรลุตามแผนปฏิบัติการที่ 21 ดังนั้น การประชุม Asia Pacific Sub - regional Environmental Policy Dialogue ในครั้งนี้ จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เกิดการหารือเกี่ยวกับวาระเร่งด่วนที่ควรดำเนินการในแต่ละอนุภูมิภาค ก่อนที่จะมีการประชุมในระดับโลก ซึ่ง UNEP จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางที่จะประสานประเทศและอนุภูมิภาคต่างๆ ไปสู่ผลสำเร็จร่วมกัน การประชุมภูมิภาค "Asia Pacific Sub-regional Environmental Policy Dialogue" เป็นการเสนอข้อคิดเห็นต่อการเสริมสร้างสมรรถนะและการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค และ UNEP วาระสำคัญที่หยิบยกในการประชุมประกอบด้วย 3 วาระหลัก คือ

1. ประเด็นสิ่งแวดล้อมโลกซึ่งจะเน้นเรื่องการเสริมสร้างขีดความสามารถและการสนับสนุนเทคโนโลยีในเรื่องสิ่งแวดล้อมของประเทศที่กำลังพัฒนากลยุทธ์ โดยที่ประชุมได้เสนอให้มีการสนับสนุนริเริ่มโครงการปลอด มลพิษ สนับสนุนโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่น สนับสนุนให้เกิดการดำเนินงาน ด้านเทคโนโลยีและเสริมสร้าง ความสามารถตามความต้องการของประเทศต่างๆ เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยและพัฒนา สนับสนุน บทบาทของสตรี ในส่วนที่ประเทศต่างๆต้องการ
2. แผนการดำเนินงานของ UNEP ในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค
3. วาระเร่งด่วนด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค สำหรับประเด็นวาระเร่งด่วนด้าน สิ่งแวดล้อม ซึ่งอนุภูมิภาคต่างๆ ได้นำเสนอการริเริ่มดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของอนุภูมิภาคเพื่อเป็นแบบอย่างเริ่มต้นสำหรับประเทศอื่นๆ โดยประเทศจีนนำเสนอเรื่อง Circular Economy ประเทศญี่ปุ่นนำเสนอเรื่อง 3 R (Reduce Reuse และ Recycle) และสำหรับประเทศไทยนำเสนอการจัดการปัญหาเร่งด่วนเรื่องการกำจัดซาก ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยหน่วยงานในประเทศไทยได้ริเริ่มโครงการนำร่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาดังกล่าวเช่น โครงการจัดทำมาตรการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โครงการศึกษาเพื่อยกร่างกฎหมายว่าด้วยการจัดการของเสียอันตราย โครงการรับคืนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และแบตเตอรี่

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการยกร่างกรอบยุทธศาสตร์การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดทำ มาตรการและแนวทางปฏิบัติบนพื้นฐานแนวคิดการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ตามหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายและโดยการขยายขอบเขตของเครื่องมือการบริหารจัดการที่มีอยู่ในปัจจุบันมาประยุกต์ใช้ การวางมาตราการที่เหมาะสมเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มือสอง และการนำซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เข้ามารีไซเคิลในประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2546 โดยมีหลักการที่ไม่เห็นควรให้มีการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าฯ ที่ใช้แล้วที่จะเป็นเศษเหลือทิ้งหรือจะมี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อบุคคล สัตว์ และพืช ยกเว้นในกรณีที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศและต่อผู้บริโภค

Mr. Shafqat Kakakhel ได้กล่าวถึงการกำหนดตัวชี้วัดซึ่งจะป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินผลการ ดำเนินงานเพื่อให้บรรลุถึงUN Millennium Development Goals การประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ UNEP ปรับปรุงแผนงานดำเนินการสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค โดยตัวชี้วัดดังกล่าวได้ถูกกำหนดขึ้นสำหรับแต่ละภูมิภาคดังนี้

อนุภูมิภาคเอเชียใต้ ปัญหาที่สำคัญที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือพร้อมกับการกำหนดตัวชี้วัด คือ
  • ความยากจนและความหนาแน่นของประชากร
  • ความเสื่อมโทรมของดิน
  • คุณภาพของแม่น้ำ
  • คุณภาพอากาศ
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ

    อนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่วิกฤตการทางเศรษฐกิจระหว่างปี ค.ศ. 1997 - 1998 ได้ก่อให้เกิดการลดลงของรายได้ประชาชาติ และปัญหาความยากจนเพิ่อมมากขึ้น ในขณะที่อนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ได้ถูกคาดการณ์ไว้ว่าในปี ค.ศ. 2010 อนุภูมิภาคนี้จะเป็นที่ตั้งของมหานคร (Mega - Cities) ถึง 3 แห่ง ได้แก่ จาการ์ตา มะนิลา และกรุงเทพฯ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมเมืองจะสังเกตได้จาก หมอกควัน มลพิษอากาศ และมลพิษทางน้ำ นอกจากนี้อนุภูมิภาคนี้ยังประสบกับปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนปัญหามลพิษหมอกควัน ข้ามแดน ซึ่งสำหรับปัญหาดังกล่าว ประเทศสมาชิกได้ลงนามร่วมกันในข้อตกลงมลพิษหมอกควันข้ามแดน

    อนุภูมิภาคแปซิฟิคใต้ อนุภูมิภาคนี้มีประชากรน้อยที่สุดในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค แต่ประกอบด้วยความหลากหลายทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ได้แก่ ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศหมู่เกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศหมู่เกาะกำลังพัฒนากำลังประสบปัญหาการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว ระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค และรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสม
    อนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาของอนุภูมิภาคนี้ คือความแห้งแล้ง และความเสื่อมโทรมของดิน การทำการเกษตรอย่างยั่งยืน จึงควรได้รับการสนับสนุน
    อนุภูมิภาคเอเชียกลาง ปัญหาในอนุภูมิภาคนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งเป็นผลให้การเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราการเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค อย่างไรก็ตามการขจัดปัญหาความยากจน ปัญหาการเสื่อมโทรมของดิน ปัญหามลพิษทางน้ำ ปัญหามลพิษทางอากาศของเมืองใหญ่ ซึ่งรวมไปถึงมลพิษทางอากาศข้ามแดนยังเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวสนับสนุนการจัดทำแผนกลยุทธ์ของนานาประเทศด้านการสนับสนุนทางเทคโนโลยีและการเสริมสร้างความสามารถ ประเทศไทยมีความยินดีที่จะสนับสนุนแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงานของ UNEP โดยการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านการสนับสนุนเทคโนโลยีและการเสริมสร้างความสามารถ ประเทศไทยมีความพร้อมด้านการวิจัยและอบรม ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและการอบรมให้แก่ประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงโปรดพระกรุณาประทานเสนอให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เป็นศูนย์กลางวิจัยด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับอาเซียนต่อไป
    ผลที่ได้รับจากการประชุม

    1. ข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผนกลยุทธ์ระดับโลกด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี
    2. เสนอแนะแนวทางนโยบายแก่ UNEP เพื่อนำไปปรับปรุงกลยุทธ์การดำเนินงานของ UNEP ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสำเร็จต่อความร่วมมือในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค
    3. เสนอแนะ UNEP ในเรื่องปัญหาเร่งด่วนด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งดำเนินการในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค

    ในการแถลงข่าวนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นว่าการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นผู้แทนอาเซียนนี้จะเป็นการขยายการสนับสนุนการดำเนินงานของ UNEP และการประสานความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค ในการร่วมกันดำเนินการให้บรรลุตามพันธะสัญญา และข้อตกลงนานาชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

    _______________________


    Contact : Noppan Trakuldit (noppan(dot)t(at)pcd(dot)go(dot)th)