 |
|
มาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าประจำปี 2551
For more detail :
click here |
| News date 24-Jan-2008 |
วันนี้ (24 มกราคม 2551) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงข่าวเรื่อง มาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าประจำปี 2551 ณ ห้องประชุม 301 อาคารกรมควบคุมมลพิษ ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปี มักพบการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) ในบรรยากาศในหลายพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศที่เข้าสู่หน้าแล้ง อากาศแห้งและนิ่ง ฝุ่นละอองสามารถแขวนลอยในบรรยากาศได้นาน เกษตรกรในหลายพื้นที่จะทำการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ เผาไร่นา เพื่อเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกรอบถัดไป ประกอบกับในช่วงหน้าแล้งอัตราการเกิดไฟป่าที่มีโอกาสเกิดเพิ่มสูงขึ้นทั้ง ในประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองหมอกควันแพร่กระจายออกสู่บรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นช่วงต้นปี 2550 ที่ตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยากาศในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ จังหวัดเชียงใหม่ และลำปาง ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุด มีค่าสูงถึง 396 และ 209 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ตามลำดับ (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.) ในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นในช่วง ต้นปี 2551 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมและป้องกันหมอกควันและไฟป่า ดังนี้ - กำกับ ดูแล และติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควัน และไฟป่า ปี 2551-2554 ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2550 โดยได้จัดประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550 และ 10 มกราคม 2551 เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการปรับการใช้งบประมาณประจำปี 2551 ในการดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในชุมชนและเกษตรกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่า และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2552 ตามแผนปฏิบัติการฯ ต่อไป
- เฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อ เนื่อง โดยใช้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติที่มีอยู่ 53 สถานีทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นสถานีในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่จังหวัดเชียงใหม่ 2 สถานี และลำปาง 4 สถานี นอกจากนี้ได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดชั่วคราวเพิ่มเติมอีก 2 สถานีที่จังหวัดเชียงราย และแม่ฮ่องสอน และอยู่ระหว่างการติดตั้งสถานีตรวจวัดชั่วคราวอีก 1 สถานี ที่บริเวณพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานแจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควันให้ประชาชนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และดำเนินมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาหมอกควันได้อย่างทันที
จากผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2550 ในภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ และลำปาง ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 13.3 - 94.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และ 10.6 - 85.5 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ โดยในช่วงต้นเดือนมกราคม 2551 เริ่มตรวจพบแนวโน้มการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร (บริเวณริมถนน) และจังหวัดลำปาง ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 33.7 - 174 มคก./ลบ.ม. และ 41.2 - 125.7 มคก./ลบ.ม ตามลำดับ สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 34.1 - 87.6 มคก./ลบ.ม. - การควบคุมไฟในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- ประสานงานร่วมกับจังหวัดในการออกประกาศจังหวัดกำหนดเขตควบคุมไฟป่า - ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ไฟป่าปี พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดจุดไฟเผาป่าโดยเด็ดขาดและควบคุมการเผาใน พื้นที่เกษตรกรรม - สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า และเฝ้าระวังพื้นที่ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า โดยให้หน่วยงานทุกหน่วยงานในส่วนภูมิภาคถือภารกิจด้านไฟป่าเป็นภารกิจเร่ง ด่วนและต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก - จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันไฟป่าทุกรูปแบบผ่านสื่อทุกแขนงอย่างต่อเนื่อง - จัดให้มีสายด่วน 1362 รับแจ้งเหตุไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง - พยากรณ์สถานการณ์ไฟป่าเพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าต่อสาธารณชนและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องผ่าน www.dnp.go.th/forestfire - ตรวจติดตามจุดหรือบริเวณที่มีค่าความร้อนผิดปกติ (Hotspots) โดยใช้ดาวเทียม และแจ้งผลการตรวจพบ Hotspots ให้หน่วยปฏิบัติงานภาคสนามเข้าดำเนินการดับไฟโดยทันที - การปฏิบัติงานดับไฟป่า ได้จัดทำแผนระดมพลดับไฟป่า 3 ระดับ คือ 1) สถานการณ์ปกติ 2) สถานการณ์รุนแรง และ 3) สถานการณ์วิกฤต โดยได้เตรียมกำลังพนักงานดับไฟป่าของหน่วยงานควบคุมไฟป่าทั่วประเทศ ประมาณ 6,000 คน รองรับการปฏิบัติงานดับไฟป่าในแต่ละพื้นที่ - กรณีที่ต้องดับไฟป่าในสถานการณ์วิกฤติ จะมีชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (หน่วยเสือไฟ) ที่เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษเคลื่อนที่เร็ว สมรรถนะสูง จำนวน 15 ชุด รวม 225 นาย เข้าร่วมปฏิบัติงาน - การควบคุมไฟในพื้นที่ป่าสงวน ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- ประสานงานร่วมกับจังหวัดในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานจัดการไฟป่าระดับจังหวัด จัดทำแผนปฏิบัติการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างเครือข่ายการมีส่วน ร่วมของประชาชนในการควบคุมไฟป่า - มอบหมายให้ส่วนป้องกันรักษาป่าของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 - 19 เพิ่มภารกิจด้านป้องกันและควบคุมไฟป่า - จัดเตรียมกำลังพลสนับสนุนการดับไฟป่า - เพิ่มมาตรการเข้มงวดกับบุคคลต่างๆ ที่เข้าไปทำกิจกรรมในเขตพื้นที่ป่าและบริเวณติดต่อกัน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่ต้องจุดไฟ และการนำเอาเชื้อเพลิงเข้าไปในพื้นที่ - รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าและบริเวณโดยรอบทราบและ ตระหนักถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากไฟป่า - ขอความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันและแจ้งเหตุไฟป่าผ่านศูนย์แจ้งเหตุใน พื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง - ดำเนินมาตรการด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนในการลด เลิกการเผา จัดให้มีการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านปัญหาหมอกควันและไฟป่าให้แก่ส่วนราชการ ท้องถิ่นและประชาชน ตลอดจนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 7, 9, 11 และ TiTV และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ผ่านวิทยุกระจายเสียงของหมู่บ้าน
- การดำเนินงานของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้มีการประชุมเตรียมการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด ในการวางแผนการดำเนินงานด้านการควบคุม ป้องกัน ปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยได้ออกประกาศจังหวัดกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันหมอกควันและไฟป่า และออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานระดับต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ ตลอดจนการจัดให้มีศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าทั้งในระดับ อำเภอและจังหวัด เพื่อให้มีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกรณีเกิด สถานการณ์หมอกควันและไฟป่า
Contact : นายนิชร คงเพชร (pr(at)pcd(dot)go(dot)th) |
|
 |
|