Connection Failure PCD : News
พ.ศ. 2559
พ.ศ. 2558
พ.ศ. 2557

คพ. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา เตรียมรับมือ PM2.5

ลงในเว็บไซต์วันที่ 19 ส.ค. 62

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ฉบับที่ 173/2562 วันที่ 15 สิงหาคม 2562


คพ. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ
ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา เตรียมรับมือ PM2.5

วันที่ 15 สิงหาคม 2562 นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมลพิษ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และพิษวิทยา ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษาวิจัย พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน พัฒนานโยบาย/มาตรการและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการดำเนินงานด้านสุขภาพอนามัย พิษวิทยา และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะร่วมกันส่งเสริมบทบาทประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ ในด้านสุขภาพอนามัย พิษวิทยาและสิ่งแวดล้อม

นายประลอง กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา ภายใต้การนำของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nation Environment Program (UNEP) ได้จัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านข้อมูลคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพอนามัยและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม (Air Quality Assessment for Health and Environment Policies in Thailand) เพื่อประเมินสถานการณ์และข้อมูลทางวิชาการประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเรื่องการจัดการคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานจัดทำและปรับปรุงมาตรการ/มาตรฐานด้านการจัดการคุณภาพอากาศของประเทศไทย โดยได้เชื่อมโยงกับข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจสังคมที่ทันสมัยเหมาะสม ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ UNEP สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานโครงการฯ ให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ เบนิน บอสวานา และเอธิโอเปีย และในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ได้แก่ มองโกเลีย ศรีลังกา และไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อป้องกัน แก้ไขผลกระทบจากมลพิษอากาศได้อย่างเหมาะสม

แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวว่า จากผลการศึกษาดังกล่าว พบว่า การประเมินอัตราการเจ็บป่วยด้านสมการความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของมลพิษอากาศ ฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน (PM2.5) ฝุ่นละอองขนาด 10 ไมครอน (PM10) โอโซน (O3) ในพื้นที่ศึกษา ได้แก่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ด้วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน รวมทั้ง การศึกษาความสัมพันธ์ต่อจำนวนประชาการ สามารถระบุได้ว่าในแต่ละจังหวัดมีอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคที่ได้รับสัมผัสมลพิษอากาศแตกต่างกัน และมีความเสี่ยงตามช่วงอายุของประชากรที่แตกต่างกัน เช่น ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ควรได้รับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อมลพิษอากาศมากกว่าประชากรทั่วไป เป็นต้น

นายประลอง กล่าวอีกว่า ทั้งสามหน่วยงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนและทุกภาคส่วน จึงจัดให้มีการเสวนา สื่อสารความเสี่ยงสู่สาธารณะ ข้อมูลมลพิษอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการใช้ข้อมูลคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ให้นำไปสู่นโยบายด้านการจัดการคุณภาพอากาศ และเตรียมการรับมือต่อสถานการณ์วิกฤติมลพิษอากาศในปี 2563 ในประเด็นต่างๆ ทั้งการควบคุมการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด การเฝ้าระวัง การสื่อสาร แจ้งเตือน การดูแลสุขภาพประชาชน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารความเสี่ยงสู่สาธารณะอย่างเหมาะสม


ผู้ประสานงาน : นิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)



404 Not Found

Not Found

The requested URL /cfm/banner5.jpg was not found on this server.

หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | Site Map
กรมควบคุมมลพิษ 92 ซ.พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน พญาไท กทม. 10400 02-298-2000
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม