การมอบอำนาจการบริหาร คพ.
ศูนย์ราชการใสสะอาด

กรมควบคุมมลพิษ ก่อตั้งขึ้นตาม
  • พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2535 [ยุบสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และจัดตั้ง กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ขึ้นแทน ,เปลี่ยนชื่อ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน เป็น กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม]
  • พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน ไปเป็นของกรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่ง แวดล้อม พ.ศ. 2535
  • พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535
    อันเป็นกฎหมายที่เป็นผลพวงจาก การปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2518 ฉบับเดิม เป็นพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535  


    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2545 ดังต่อไปนี้
    กรมควบคุมมลพิษมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

    เสนอความเห็นเพื่อจัดทำนโยบายและแผนการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติด้านการควบคุมมลพิษ

    เสนอแนะการกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด

    จัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมาตรการในการควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากภาวะมลพิษ

    ติดตาม ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และจัดทำรายงานสถานการณ์มลพิษ

    พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการที่เหมาะสมสำหรับระบบต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการกากของเสีย สารอันตราย คุณภาพน้ำ อากาศ ระดับเสียง และความสั่นสะเทือน

    ประสานงานและดำเนินการเพื่อฟื้นฟู หรือระงับเหตุที่อาจเป็นอันตรายจากมลพิษในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนมลพิษ และประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

    ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการจัดการมลพิษ

    ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศในด้านการจัดการมลพิษ

    ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องราวร้องทุกข์ด้านมลพิษ

    ดำเนินการตามกฏหมายว่าด้วยการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ด้านการควบคุมมลพิษ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

    ปฏิบัติการอื่นใด ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรม หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

    บทบาทและภารกิจทั่วไป ซึ่งถือปฏิบัติตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยให้อำนาจคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการควบคุมมลพิษ และเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ ในการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากภาวะมลพิษ ซึ่งได้แก่ การเสนอความเห็นในการจัดกำหนดนโยบายด้านการควบคุมมลพิษของประเทศ การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม (มาตรฐานคุณภาพน้ำในแม่น้ำลำคลอง น้ำทะเลชายฝั่ง คุณภาพอากาศในบรรยากาศ ฯลฯ (การกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด (มาตรฐานน้ำทิ้งจากอาคารต่างๆ น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม มาตรฐานไอเสียจาก ยานพาหนะต่างๆ ฯลฯ) การจัดทำแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมาตรการควบคุมมลพิษ (การจัดการขยะมูลฝอย การจัดการของเสียอันตราย การประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฯลฯ) การติดตามตรวจสอบสถานการณ์มลพิษ รับเรื่องราวร้องทุกข์ด้านมลพิษ และดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านการควบคุมมลพิษ

    บทบาทและภารกิจดังกล่าวตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ พ.ศ. 2535 มิได้มีเจตนารมณ์ที่จะให้กรมควบคุมมลพิษมีอำนาจลบล้างหรือเข้าแทนที่อำนาจการจัดการน้ำเสียหรือของเสียอื่นๆ ที่ออกตามกฎหมายอื่นหรือของหน่วยงานอื่น แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านการควบคุมมลพิษโดยเฉพาะ เอื้อประโยชน์ สนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่เดิม และอุดช่องว่างในกรณีที่ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ตัวอย่างเช่น เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษแม้มีอำนาจเข้าไปทำการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม หากพบว่ามีการละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายก็ไม่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที แต่มีหน้าที่ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามกฎหมายโรงงานให้เป็นผู้ดำเนินการ ต่อเมื่อปรากฎว่าเจ้าพนักงานดังกล่าวไม่ดำเนินการแก่ผู้กระทำผิดภายในเวลาอันสมควร เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษจึงจะมีอำนาจ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตนตามกฎหมาย หรือกรณีการกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นก็สามารถดำเนินการได้ แต่มาตรฐานดังกล่าวต้องเข้มงวดกว่ามาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ออกตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ พ.ศ. 2535 เป็นต้น

    วิสัยทัศน์
    ควบคุมมลพิษ สิ่งแวดล้อมดี เพื่อประชาชน อย่างมีส่วนร่วม

    พันธกิจ
    1. กำหนดนโยบาย วางแผน และผลักดันยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษของประเทศไปสู่การปฏิบัติ
    2. พัฒนามาตรฐาน มาตรการ และเกณฑ์ปฏิบัติในการควบคุมมลพิษที่เหมาะสมกับสถานการณ์
    3. พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการควบคุมมลพิษ
    4. กำกับ ดูแล ให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐาน มาตรการควบคุมมลพิษ และรายงานสาธารณะ

    ค่านิยม คพ.
    “เราจะมุ่งมั่นทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม เป็นทีม เป็นประโยชน์แก่ประชาชน”

    ประเด็นยุทธศาสตร์
    1. พัฒนาเครื่องมือ และกลไกการควบคุมมลพิษที่ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    2. พัฒนาศักยภาพหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการมลพิษ

    เป้าประสงค์
    1. พื้นที่เป้าหมายมีระบบการบริหารจัดการมลพิษตามเกณฑ์ที่กำาหนด
    2. เป็นองค์กรทันสมัย มีธรรมาภิบาลในการบริหาร บุคลากรมีคุณภาพและรักองค์กร

    กลยุทธ์
    เพื่อปฏิรูประบบบริหารและจัดการที่เน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไขปัญหา โดยปรับปรุงระบบ ข้อมูลให้ทันสมัย เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผน การตัดสินใจ และปฏิบัติภารกิจ มีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการและการมีส่วนร่วม มีระบบติดตามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอันเกิดจากภาวะมลพิษ รวมทั้งสามารถบังคับใช้กฎหมายให้สัมฤทธิ์ผลสอดคล้องกับสถานการณ์จึงเห็นควรกำหนดกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงาน ในช่วงปี 2547-2550 ดังนี้

    กลยุทธ์ที่ 1 ปฏิรูประบบบริหารจัดการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง กำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้ดังนี้

    1. เสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรและองค์กร
    2. ปรับบทบาท ภารกิจ และสร้างระบบบริหารการจัดการภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการงานต่างๆ
    3. กำหนดให้มีกระบวนงานหลักในการปฎิบัติงานขององค์กรเพื่อเข้าสู่ระบบมาตรฐานคุณภาพด้านการบริหารจัดการภาครัฐ มีการปรับปรุงควบคุมระบบภายในและการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง
    4. ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการปฎิบัติงาน และการบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา
    5. พัฒนา และวางระเบียบเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
    6. จัดทำฐานข้อมูลด้านมลพิษและการรายงานสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนได้เข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์

    กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ลดมลพิษ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ไว้ดังนี้

    1. จัดทำแผนปฎิบัติการในการป้องกันและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ
    2. สนับสนุนทางวิชาการและร่วมดำเนินการฟื้นฟูที่ที่ปนเปื้อนสารอันตราย / พื้นที่ที่มีปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม
    3. ผลักดันให้ท้องถิ่นดำเนินการฟื้นฟูหรือจัดให้มีระบบบำบัดหรือกำจัดของเสียรวม รวมทั้งส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถของท้องถิ่นในการบริหารการจัดการด้านมลพิษ
    4. พัฒนา / ปรับปรุงระบบและกระบวนการบริหารเพื่อสนับสนุนการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมในทุกระดับ
    5. พัฒนาระบบเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ
    6. พัฒนาเครื่องมือ กลไก และกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการ แก้ไข หรือเฝ้าระวังมลพิษ และลดความขัดแย้งจากการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งวิเคราะห์ พัฒนาและประเมินสมรรถนะเทคโนโลยีด้านมลพิษ เพื่อประยุกต์ใช้ในการป้องกันและแก้ปัญหามลพิษอย่างเหมาะสม
    7. ใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์และสังคม เพื่อสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย
    8. เร่งรัด และปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์
    9. ดำเนินการเพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ด้วยความเป็นธรรม

    กลยุทธ์ที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย ตรวจสอบ รักษาสิ่งแวดล้อม และบังคับใช้กฏหมาย กำหนดแนวทางการดำเนินงาน

    1. เพิ่มช่องทางหรืออำนวยความสะดวก แก่ประชาชนในการร้องเรียนคววามเดือดร้อน หรือแจ้งเหตุอุบัติภัยอันเกิดจากภาวะมลพิษ หรือแพร่กระจายของมลพิษ
    2. ดำเนินการสำรวจ และประเมินสถานการณ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างระบบพยากรณ์ และเตือนภัยภาวะมลพิษเพื่อควบคุม รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยจากสารเคมีและสารอันตราย
    3. ดำเนินการติดตามและตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ