การมอบอำนาจการบริหาร คพ.
ศูนย์ราชการใสสะอาด


ผลการดำเนินงานปี 2546 กรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยใช้กลไกการกำหนดนโยบาย แผน และแนวทางการจัดการควบคุมมลพิษ การกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และควบคุมตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ ประสานความร่วมมือ และเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาการแก่หน่วยงานของรัฐ เอกชนและท้องถิ่นในการจัดการมลพิษ การส่งเสริมการศึกษา และพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการประสานความร่วมมือและดำเนินการตามพันธะกรณีขององค์กรต่างประเทศด้านมลพิษ ซึ่งสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้ดังนี้


1. การกำหนดนโยบาย แผนจัดการ มาตรฐาน และมาตรการด้านมลพิษ
2. การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการควบคุมตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ
3. การเสริมสร้างสมรรถนะทางวิชาการแก่หน่วยงานของรัฐ เอกชน และท้องถิ่นในการจัดการมลพิษ
4. การส่งเสริมการศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
5. ประสานความร่วมมือและดำเนินการตามพันธกรณีขององค์กรต่างประเทศด้านมลพิษ


การกำหนดนโยบาย แผนการจัดการ มาตรฐาน และมาตรการด้านมลพิษ เป็นบทบาทหน้าที่ของ คพ. เพื่อเป็นแนวทางดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมและจัดการมลพิษไม่ให้มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยมีผลการดำเนินงาน ดังนี้

1.1 การกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

  1. มาตรฐานน้ำมันเบนซินและดีเซลเล็ก EURO III
  2. การปรับปรุงมาตรฐาน CO/HC สำหรับรถจักรยานยนต์ใช้งาน
  3. การปรับปรุงมาตรฐานควันดำสำหรับรถยนต์ดีเซลใช้งาน
  4. มาตรฐานการระบายมลพิษจากอุตสาหกรรมต้มทอง
  5. มาตรฐานควบคุมมลพิษจากเตาเผามูลฝอย
  6. มาตรฐานควบคุมมลพิษจากเตาเผามูลฝอย
  7. มาตรฐานเสียงรถยนต์ขณะวิ่ง
  8. มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
  9. มาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์
  10. มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
  11. มาตรฐานคุณภาพดิน

1.2 การจัดทำแผนและมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน

ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำท่าจีนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งจัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อป้องกันและ แก้ไขปัญหามลพิษในลุ่มน้ำท่าจีน ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของปัญหา และเกิดการประสานงานร่วมกันเป็นเครือข่ายระหว่างชุมชน ภาคอุตสาหกรรมและภาคราชการในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีน

1.3 การดำเนินการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง

1. การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มสุกร มีการดำเนินงานตามมาตรการ คือ

- ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มสุกรทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ โดยร่วมกับกรมปศุศัตว์และกรมการทหารการช่างในการสนับสนุนจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียให้กับฟาร์มสุกรจำนวน 112 ราย ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอแปลงยาว และอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

- ฝึกอบรมเจ้าของฟาร์มให้มีความรู้ความเข้าใจในการควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียและเก็บตัวอย่างน้ำเสียเพื่อประเมินประสิทธิภาพ

2. การกำหนดมาตกรการติดตามตรวจสอบ มีการดำเนินการตามมาตรการ คือ

- ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในคูคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำบางปะกง ในอำเภอบางคล้าและอำเภอเมือง เพื่อเฝ้าระวังมิให้มีการระบายทิ้งน้ำเสียจากฟาร์มสุกรที่ยังไม่บำบัดลงสู่แหล่งน้ำ

- ฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงและ อบต. เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพกับมาตรฐานน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน ข้อควรปฏิบัติในการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง และการตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้น เป็นต้น

3. มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์ ได้มีการจัดทำสารคดีโทรทัศน์เรื่อง "การจัดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" จำนวน 10 ตอน เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี และจัดประกวดออกแบบโปสเตอร์รณรงค์ประชาสัมพันธ์ภายใต้หัวข้อ "เพาะเลี้ยงเป็นมิตร ฟื้นชีวิตชายฝั่ง" สำหรับโปสเตอร์ที่ได้รับรางวัลได้นำมาจัดพิมพ์เผยแพร่แจกจ่ายให้กับเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1.4 แผนฟื้นฟูระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนทั่วประเทศ

กรมควบคุมมลพิษ ได้ยก (ร่าง) แผนฟื้นฟูและปรับปรุงระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียของชุมชนทั่วประเทศ จึงได้มีการสำรวจระบบฯ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 63 แห่ง และระบบที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง 14 แห่ง รวม 77 แห่ง (ไม่รวมระบบบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานคร 7 แห่ง และระบบฯ ที่ถูกยกเลิกหรือชะลอโครงการ 3 แห่ง และได้จัดทำแผนฟื้นฟูและปรับปรุงระบบรวบรวมบำบัดนน้ำเสียที่ร่างขึ้นนี้ ประกอบด้วย 3 แผนงาน ย่อย ได้แก่
  1. แผนการฟื้นฟู ปรับปรุง และซ่อมแซมระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย
  2. แผนการเดินระบบและดูแลบำรุงรักษาระบบที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 63 แห่ง
  3. แผนการดำเนินงานหลังฟื้นฟูปรับปรุงระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย และสร้างความพร้อมให้ท้องถิ่นในการบริหารจัดการระบบทั้ง 77 แห่ง ในปี 2547-2549 ทั้งที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและกำลังดำเนินการก่อสร้าง พร้อมทั้งได้ มีผลผลักดันให้แผนฟื้นฟูและปรับปรุงระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียให้สามารถน้ำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรม

1.5 พัฒนาหลักเกณฑ์การปฏิบัติ (Code of Practice)

เพื่อการป้องกันหรือลดมลพิษทางน้ำกิจกรรมประเภทขนาดเล็ก คือ โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล ตลาดสด ร้านอาหารและอาคารสำนักงานเทศบาล โดยได้จัดทำโครงการนำร่อง สาธิตการนำหลักเกณฑ์การปฏิบัติด้านการนำเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด (Clean Technology) มาใช้จัดการมลพิษในโรงฆ่าสัตว์ที่เทศบาลเมืองลำพูนเพื่อลดของเสียที่แหล่งกำเนิดและลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดและกำจัด

1.6 การจัดทำแผนงานและมาตรการในการรองรับนโยบายการห้ามเผาในที่โล่งแจ้ง (Zero Burning Policy)

ตามมติทีประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควัน (AMMH) เพื่อร่วมมือแก้ไขปัญญามลพิษทางอากาศที่เกิดจากกิจกรรมการเผาในที่โล่งแจ้ง อาทิเช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไฮโดร์คาร์บอน ออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เขม่าขี้เถ้าและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายและก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ รวมทั้งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้ โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำแผนงาน มาตรการ และระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ในเรื่องการห้ามเผาในภาคการเกษตร และการเผาขยะมูลฝอยจากชุมชนเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติเพื่อการป้องกัน ลดและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาในที่โล่งให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

1.7 การประสานจัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินจากสารเคมี

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ และลำปาง เพื่อให้หน่วยงานที่มี หน้าที่รับผิดชอบสามารถทำแผนปฎิบัติการฉุกเฉินจากสารเคมีและวัตถุอันตราย

1.8 การจัดทำแผนการจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติ

ดำเนินการจัดทำแผนการจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติ เพื่อให้มีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชนที่มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นระบบและครบวงจร เน้นการนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดและลดปริมาณที่ต้องกำจัดให้น้อยที่สุด และเกิดการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานระยะยาวของประเทศ

1.9 แนวทางและมาตรการลดการใช้พลาสติกและโฟม

ได้มีการกำหนดแนวทางดำเนินงานในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
(1). มาตรการระยะสั้น ได้แก่ มาตรการจัดการพลาสติกและโฟมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติมาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ มาตรการส่งเสริมด้านเทคโนโลยี และมาตรการด้านกฏหมาย
(2). มาตรการระยะยาวกำหนดให้มีการศึกษาผลกระทบความเป็นไปได้ของมาตรการ ได้แก่ มาตรการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกและโฟมให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ มาตรการข้อกำหนดผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทำจากพลาสติกใช้แล้ว และมาตรการทางภาษี โดยให้มีการดำเนินการร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

1.10 การแก้ไขปัญหาการขนย้ายของเสียอันตรายอย่างผิดกฏหมายเพื่อนำเข้ามากำจัดทำลายในประเทศไทย

ได้มีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดแนวทางมาตรการการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาการขนย้ายของเสียอันตรายเพื่อนำเข้ามากำจัดในประเทศ โดยมีการกำหนดระเบียบว่าด้วยการควบคุมและกำกับดูแลการ เคลื่อนย้ายของเสีย/สินค้าใช้แล้วและพิจารณาแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ ด้านกฏหมาย ได้แก่ การปรับปรุงบัญชีรายการของเสีย การศึกษายกร่างกฏหมายเพื่ออนุวัติการตามอนุสัญญาและพิธีสารบาเซล การจัดทำแนวทางการจัดการประกันภัยและหลักประกันทางการเงินอื่น สำหรับคุ้มครองความเสียหายในการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน ด้านการพัฒนาระบบเครือข่ายข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในการเคลื่อนย้ายของเสียข้ามแดน

1.11 การกำหนดมาตรการคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535

ได้เสนอกมาตรการคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการของมาตรการคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตคลองเตย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2546 พร้อมนี้ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดแล้ว

2.1 การติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ

1) การติดตามตรวจสอบน้ำทิ้งจากฟาร์มสุกร
จัดให้มีหรือปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อให้น้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐาน โดยดำเนินการติดตามตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากฟาร์มสุกรที่อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ จำนวนทั้งสิ้น 172 แห่ง พบว่า มีฟาร์มสุกรที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ฯ 36 แห่ง ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ 33 แห่ง ไม่สามารถทำการนำตัวอย่างมาวิเคราะห์ได้ 103 แห่ง

2) การตรวจสอบน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรมและกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ดำเนินการตรวจสอบน้ำเสียของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งผลการตรวจสอบนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 20 แห่ง ปรากฏว่ามีลักษณะน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐาน จำนวน 11 แห่ง ไม่เป็นไป ตามมาตรฐาน จำนวน 9 แห่ง สำหรับเขตประกอบกิจกรรมอุตสาหกรรมได้ทำการตรวจสอบ จำนวน 11 แห่ง มีลักษณะน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด 2 แห่ง ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 9 แห่ง สำหรับนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่น้ำทิ้งไม่ได้ตามาตรฐานที่กำหนด และได้แจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการกำกับดูแลการระบายน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

3) การตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ
ดำเนินการตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ ตามแผนการดำเนินงาน ดังนี้

  • แผนปฏิบัติงานการตั้งจุดตรวจจับกุมยานพาหนะที่ก่อมลพิษทางอากาศและเสียง (ควัน-เสียงดัง): ดำเนินการตรวจวัดระดับเสียงและปริมาตรเขม่าควันจากรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลทุกประเภทและจับปรับผู้ขับขี่หรือผู้ครอบครองรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน รวมทั้งติดเครื่องหมาย "ห้ามใช้ชั่วคราว" กับรถยนต์ที่มีควันดำเกินมาตรฐาน โดยมีการดำเนินการติดเครื่องหมาย "ห้ามใช้ชั่วคราว" ในพื้นที่นำร่อง ถนนตากสิน กทม.
  • แผนการตรวจสอบและจับกุมยานพาหนะทีมีมลพิษเกินมาตรฐาน (ควันดำ): ตรวจวัดปริมาณควันดำจากรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ อาทิเช่น รถบรรทุก และรถโดยสารประจำทางผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2545 ถึงเดือนพฤษภาคม 2546 พบว่ารถยนต์ที่เรียกตรวจวัดควันดำจำนวน 2,053 คัน ถูกปรับฐานมีควันดำเกินมาตรฐาน จำนวน 245 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของจำนวนรถที่เรียกตรวจวัดทั้งหมด
  • 2.2 การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

    ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทราบสถานการณ์ และขอบเขตของปัญหามลพิษและนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการกับปัญหามลพิษที่เกิดขึ้น และจัดทำเป็นรายงานสถานการณ์มลพิษประจำปีเพื่อเผยแพร่ข้อมูลมลพิษด้านต่าง ๆ ให้กับสาธารธชนรับทราบปัญหา และแนวทางแก้ไข เช่น

    การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำทั่วไปประเทศ ได้แก่ แม่น้ำสายหลักสำคัญ ๆ 49 แหล่งน้ำนิ่ง 4 แห่ง และแหล่งน้ำทะเลชายฝั่งซึ่งมีสถานที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำ จำนวน 300 สถานี กระจายตามชายหาด ปากแม่น้ำและเกาะต่าง ๆ

    สำหรับการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศทั่วประเทศและการ ติดตามตรวจสอบระดับเสียง มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 21 จุด รวมทั้งมีหน่วยตรวจวัด คุณภาพอากาศเคลื่อนที่อีกจำนวน 7 คัน นอกจากนี้แล้ว ยังมีสถานีตรวจวัดระดับเสียงบริเวณริมถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีสถานีตรวจวัดระดับเสียงกึ่งถาวรทั้งหมด 13 สถานี แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร 10 สถานี และปริมณฑล 3 สถานี และมีจุดตรวจวัดระดับเสียงชั่วคราวบริเวณริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่นรวม 13 จุด ริมคลอง 4 จุด สำหรับต่างจังหวัดมีจุดตรวจกึ่งถาวรรวม 14 สถานี ซึ่งปัญหามลพิษทางอากาศหลักของประเทศไทยโดยยังคงเป็นปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก 10 ไมครอน ปัญหารองลงมา คือ โอโซน

    2.3 การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ด้านมลพิษ

    ในปี 2546 (เดือนมกราคม-พฤศจิกายน) กรมควบคุมมลพิษ ได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ จำนวน รวม 711 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2545 ตลอดทั้งปี ซึ่งมีจำนวนร้องเรียน 566 รายคิดเป็นร้อยละ 26 ปัญหามลพิษที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ ปัญหามลพิษอากาศ คิดเป็นร้อย ละ 66 รองลงมา คือปัญหามลพิษทางน้ำ ปัญหามลพิษทางเสียง และปัญหามลพิษจากกากของเสียและสารอันตราย คิดเป็นร้อยละ 18 ร้อยละ 10 และร้อยละ 5 ตามลำดับ โดยจังหวัดที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานครโดยมีจำนวน 474 เรื่อง จาก 711 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 77 ของเรื่องร้องเรียนด้านมลพิษของทั้งประเทศ สิถิติข้อร้องเรียนปี 2546

    3.1 การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาความเป็นเลิศด้านมลพิษทางอากาศ

    จัดตั้งศูนย์พัฒนาความเป็นเลิศด้านมลพิษทางอากาศ (Thailand Air Pollution Center of Excellence: TAPCE) เพื่อดำเนินการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นผู้ฝึกสอน (Training the Trainer) ถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการมลพิษทางอากาศให้แก่บุคลากรในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นของประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันฝึกอบรมด้านมลพิษทางอากาศ องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (Air Pollution Institute: APTI, USEPA) และได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐ และเอกชน จำนวน 12 แห่ง ตั้งเครือข่ายศูนย์ฝึกอบรมด้านการจัดการมลพิษทางอากาศเพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการมลพิษทางอากาศให้แก่บุคลากรในพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยนั้นตั้งอยู่ โดยในปี 2546 นี้ได้มีการฝึกอบรม ผู้ฝึกสอนจากสถานบัน APTI จำนวน 3 หลักสูตร และฝึกอบรมร่วมกับเครือข่ายศูนย์ฝึกอบรม จำนวน 2 หลักสูตร

    3.2 การประสานงาน

    ให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นทางวิชาการแก่องค์กรปกครองท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ ขยะมูลฝอย สารอันตรายและกากของเสีย โดยเฉพาะพื้นที่เมืองหลักและในเขตควบคุมมลพิษให้สามารถดำเนินการได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการประสานการถ่ายโอนอำนาจและภารกิจให้ท้องถิ่น

    3.3 การรณรงค์ประชาสัมพันธ์

    เผยแพร่ข้อมูลด้านการจัดการคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศการจัดการขยะมูลฝอย ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบข้อมูลดังกล่าวและเกิดความตระหนัก ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่อไปนี้ ได้แก่

    1) การจัดทำเอกสารและสื่อเผยแพร่ความรู้คุณภาพน้ำและการจัดการน้ำเสียสำหรับประชาชนทั่วไป ตลอดจนหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการควบคุมมลพิษทางน้ำ
    2) การเผยแพร่ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศและเสียงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (www.aqnis.pcd.go.th)
    3) การจัดงานมหกรรมเทคโนโลยีและการจัดการขยะมูลฝอย
    4) การดำเนินงานพัฒนาเครือข่ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน
    5) การจัดทำระบบแจ้งข้อมูลการระงับอุบัติภัยอัตโนมัยทางโทรศัพท์ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (AVERS) และศูนย์ Hot line หมายเลขโทรศัพท์ 1650 รับแจ้งเหตุอุบัติภัยจากสารเคมีและรับเรื่องร้องทุกข์ตลอด 24 ชั่วโมง
    6) การจัดทำดัชนีความอ่อนไหวของทรัพยากรชายฝั่งต่อมลพิษจากน้ำมัน
    7) การจัดทำเอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ

    4.1 ให้บริการประชาชนในการตรวจวัดและทดสอบประสิทธิของเครื่องยนต์จากยานพาหนะประเภทต่าง ๆ โดยจัดตั้งห้องปฎิบัติการตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ ตลอดจนการให้บริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

    4.2 พัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ศึกษาและทดสอบการใช้งานถังหมักขยะอินทรีย์ การจัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดการกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย การประเมินสมรรถนะผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี การจัดทำคู่มือระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ และการสาธิตเทคโนโลยีการป้องกันมลพิษสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าและสิ่งทอ

    5.1 การดำเนินงานศูนย์ประสานงานอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมเคลื่อนย้ายและการกำจัดของเสียอันตรายข้ามแดน โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานข้อมูล ส่งออก นำเข้า และนำผ่านของเสียอันตรายประจำปี และเสนอข้อคิดเห็น ข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ฝ่ายเลขาธิการสอบถาม

    5.2 การดำเนินการศูนย์ประสานงานอนุสัญญารอตเตอร์ดัม ในการดำเนินการจัดทำกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ในการค้าระหว่างประเทศ

    5.3 การดำเนินงานสิ่งแวดล้อมต่างประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง

    5.4 ศูนย์ประสานงานข้อตกลงกับ US.EPA ประสานความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐนิวเจอร์ซีในชื่อของศูนย์พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเพื่อวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการมลพิษ

    5.5 การดำเนินงานตามข้อตกลงของอาเซียน เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน