ความรู้เบื้องต้นเรื่องกลิ่น

บทนำ

  • สารที่ทำให้เกิดกลิ่นมีหลายชนิดส่วนใหญ่มักเป็นสารอินทรีย์ที่ระเหยง่าย กลิ่นที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรมแต่ละประเภทจะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป การรับรู้กลิ่นและการตอบสนองของแต่ละบุคคลจะขึ้นอยู่กับความไวต่อการรับรู้กลิ่น
  • วิธีการตรวจวัดกลิ่นจากอุตสาหกรม ประกอบด้วยการตรวจวัดโดยวิธีการวิเคราะห์หาชนิดของสารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่น และการวัดระดับความรู้สึกของคนที่มีต่อกลิ่น หากเกิดกรณีร้องเรียนเรื่องกลิ่นนั้น จะต้องมีแนวทางการดำเนินการสำรวจปัญหากลิ่นในชุมชนที่ถูกต้องและเป็นระบบ
  • ระบบบำบัดกลิ่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมมีหลายชนิด ได้แก่ ระบบเผาไหม้โดยตรง ระบบบำบัดกลิ่นด้วยกระบวนการทางชีวภาพ ระบบออกซิเดชัน ระบบสครับบิง และระบบดูดซับ ซึ่งแต่ละระบบจะมีประสิทธิภาพและข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

 



แหล่งกำเนิดกลิ่น

แหล่งกำเนิดกลิ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม

           กลิ่นที่เกิดจากอุตสาหกรรมมีมากมายหลายประเภท สารที่ทำให้เกิดกลิ่นมีหลายชนิดส่วนใหญ่นั้นมักเป็นประเภทสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยง่าย (Volatile Organic compounds) ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ตัวอย่างของอุตสาหกรรมที่มักจะทำให้เกิดมีกลิ่นได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมพลาสติก โรงงานแก้ว โรงงานปลาป่น โรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ ต่างๆ

 

1. โรงงานปลาป่น โรงงานกระดูกป่น

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในกิจกรรมโรงงานปลาป่นโรงงานกระดูกป่น

  • กระบวนการเก็บวัตถุดิบ ปลา ขนเป็ด กระดูก จะมีการเน่าเสีย มีความชื้น กลิ่นที่เกิดขึ้นจะเป็นพวก เอมีน แอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า
  • กระบวนการต้ม หรืออบด้วยความร้อน จะมีไอน้ำที่มีกลิ่นของ เอมีน แอมโมเนีย กลิ่นปลาย่าง และ ก๊าซไข่เน่า ระบายออกทางปล่อง
  • กระบวนการบำบัดน้ำเสีย จะมีกลิ่นของก๊าซไข่เน่าเป็นหลัก
  • กระบวนการเก็บผลิตภัณฑ์ที่สำเร็จแล้ว บางครั้งจะมีกลิ่นเอมีนรบกวนบ้าง

การป้องกันและแก้ไข

  • ใช้วัตถุดิบที่สดในกระบวนการผลิตและป้องกันไม่ให้เน่าเสีย โดยการแช่น้ำแข็ง ป้องกันแมลงวัน
  • สั่งปริมาณวัตถุดิบให้เหมาะสมกับกำลังการผลิต สำหรับวัตถุดิบบางชนิด เช่น กระดูกควรต้มให้สุกก่อนนำมาส่งที่โรงงานเพื่อป้องกันการเน่าเสีย
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน
  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้ เช่น ปลาป่น ต้องแห้งและบรรจุใส่ถุงหรือเก็บในห้องที่ปิดมิดชิด
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้น โดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบ สครับบิง ระบบออกซิเดชันโดยโอโซนหรือคลอรีน และระบบชีวภาพ

 

2. กระบวนการประกอบอาหาร

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในกระบวนการผัด

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในกระบวนการคั่ว

 

  • กระบวนการประกอบอาหารจะมีการใช้น้ำมันในการผัด ซึ่งจะมีไอน้ำมันฟุ้งกระจายขึ้นและมีกลิ่นของพริก กระเทียม เครื่องเทศ ส่วนในน้ำเสียจะมีกลิ่นหืนจาก กรดไขมัน
  • กระบวนการคั่วและทำให้แห้ง เช่น คั่วพริก จะมีกลิ่นฉุนของพริก

การป้องกันและแก้ไข

  • ใช้ Grease Trap หรือตะแกรงดักไอน้ำมันซึ่งอยู่ก่อนหน้าพัดลมดูดอากาศ จะช่วยดักไอน้ำมันซึ่งมีกลิ่นปนอยู่ได้อย่างมาก ลักษณะเป็นตะแกรงบุด้วยมุ้งลวดหรือตาข่ายโลหะที่ละเอียดซึ่งอากาศผ่านได้ซ้อนกันหลายชั้น เช่น สารที่อยู่ในขิง (Zingerone) มีน้ำหนักโมเลกุลมากจึงระเหยยากกว่าแต่ก็ละลายในน้ำมันได้ดี จึงควบคุมได้โดยการดักจับหยดน้ำมัน และควรทำความสะอาดตะแกรงนี้เป็นประจำด้วยด่าง เช่น โซดาไฟ เป็นต้น ซึ่งควรใช้ในกรณีร้านอาหาร ตัวอย่างมีทั่วไปตามร้านในศูนย์อาหาร
  • การคั่วพริกและเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง ควรทำในสถานที่ไกลชุมชน หรือทำการคั่วพริกหรือเครื่องเทศให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงนำมาส่งที่โรงงาน
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ การระบายออกทางปล่องสูง

 

3. โรงงานตากปลา ทำปลาแห้ง

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานตากปลา ทำปลาแห้ง

โรงงานตากปลาหรือทำปลาแห้ง

การป้องกันและแก้ไข

  • เลือกสถานที่ตากปลาให้อยู่ห่างไกลจากชุมชน
  • ทำให้น้ำเสียเป็นด่างหรือเป็นกลางจะช่วยยับยั้งการเกิดก๊าซที่เป็นกรดซึ่งมีกลิ่นลงได้ แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการใช้สารกลบกลิ่น ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบสครับบิงและระบบชีวภาพ

 

4. โรงงานมันสำปะหลังเส้น แป้งมัน ขนถ่ายมันเส้นหรืออัดเม็ด

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานมันสำปะหลังเส้นและแป้งมัน

โรงงานตากมันเส้น

  • น้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิต (Fruit Water) เช่น น้ำที่เกิดจากการล้างมันสำปะหลัง จะเกิดปฏิกิริยาการหมักภายในระยะเวลาอันสั้น จะทำให้เกิดกรดบิวทิริกขึ้นจากปฏิกิริยาการหมัก
  • ในการตากมันเส้นจะมีกลิ่นของสารจากปฏิกิริยา การหมักของแป้งในมันเส้น โปรตีน หรือน้ำเสียที่เกิดจากการล้างแล้วทิ้งไว้ไม่บำบัดโดยเร็วทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรีย ทำให้มีกลิ่นของกรดน้ำส้ม กรดไขมัน และ กรดบิวทิริก
  • ในการขนส่งมักมีฝุ่นแป้งฟุ้งกระจายซึ่งอาจเน่าเสียในสิ่งแวดล้อมเมื่อได้รับความชื้นและเกิดการหมักทำให้มีกลิ่นเหมือนส่าเหล้า

การป้องกันและแก้ไข

  • ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาการหมักโดยการลด pH ด้วยกรดให้อยู่ประมาณ 4
  • ควบคุมการขนส่ง Fruit Water ไม่ให้รบกวนและกระจายออกนอกพื้นที่โรงงาน
  • บำบัดน้ำเสีย โดยการแยก Fruit Water ออกจากน้ำทิ้งรวมจากกระบวนการผลิต จะสามารถลดปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ที่จะต้องบำบัด และทำการบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นโดยการบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก ตามด้วยบ่อกึ่งไร้อากาศ และบ่อผึ่ง หรืออาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) เช่น ระบบ Activated Sludge ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ
  • ทำให้น้ำเสียเป็นด่างหรือเป็นกลางจะช่วยยับยั้งการเกิดก๊าซที่เป็นกรดซึ่งมีกลิ่นลงได้ แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบสครับบิง และระบบชีวภาพ

 

5. โรงงานแปรรูปอาหารทะเล

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล

โรงงานแปรรูปอาหารทะเล

  • วัตถุดิบประเภทที่มีโปรตีนประเภทเนื้อ ปลา กุ้ง ที่ถูกกองเก็บไว้นาน จะมีกลิ่นของ เอมีน
  • ในการต้มกุ้งหรือน้ำปลา จะมีกลิ่นของ เอมีน ระเหยออกมาพร้อมไอน้ำ
  • น้ำเสียที่เกิดจากการล้างแล้วทิ้งไว้ไม่บำบัดโดยเร็วทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรีย ในการย่อยโปรตีนในปลาและเนื้อทำให้ไนโตรเจนและกำมะถันในโปรตีนเปลี่ยนรูปเป็น แอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า บางส่วนของไนโตรเจนกลายเป็นกลิ่นคาวจัด เช่น เอมีน

การป้องกันและแก้ไข

  • วิธีการป้องกันกลิ่นเบื้องต้นควรทำให้น้ำเสียมี pH สูงขึ้นโดยการเติมปูนขาว
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ การใช้สารกลบกลิ่น ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบสครับบิง ระบบดูดซับ และระบบชีวภาพ
  • น้ำเสียจากโรงงานแปรรูปอาหารทะเล มีลักษณะเช่นเดียวกับน้ำเสียจากอุตสาหกรรมเกษตรอื่นๆ คือมีสารอินทรีย์อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งจำเป็นต้องใช้กระบวนการบำบัดทางชีวภาพ สามารถ เลือกใช้ระบบแบบ ไร้อากาศ (Anaerobic) โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบชีวภาพแบบที่ใช้อากาศ (Aerobic) เช่น ระบบ Activated Sludge ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน


6. โรงงานอาหารสัตว์

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานอาหารสัตว์

  • กระบวนการผสมวัตถุดิบ เช่น ปลาป่น มันสำปะหลัง ด้วยน้ำและอัดเม็ดอบแห้ง จะมีไอน้ำที่มีกลิ่นของวัตถุดิบ ได้แก่ เอมีน และ กรดไขมัน ออกมาในอากาศ
  • การขนส่งวัตถุดิบ เช่น มันสำปะหลังอัดเม็ด ปลาป่น หากไม่มีการปิดมิดชิดก็มีกลิ่นรบกวนได้

การป้องกันและแก้ไข

  • ทำความสะอาดพื้นที่ทำงานอย่าให้มีเศษวัตถุดิบตกค้าง
  • การปิดคลุมวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ จะสามารถลดกลิ่นที่เกิดขึ้นได้
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ วิธีการใช้สารกลบกลิ่น ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบสครับบิง ระบบดูดซับ และระบบชีวภาพ
  • น้ำเสียจากโรงงานอาหารสัตว์ มีลักษณะเช่นเดียวกับน้ำเสียจากอุตสาหกรรมเกษตรอื่นๆ คือมีสารอินทรีย์อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งจำเป็นต้องใช้กระบวนการบำบัดทางชีวภาพ สามารถ เลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบชีวภาพแบบที่ใช้อากาศ (Aerobic) เช่น ระบบ Activated Sludge ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน

7. โรงงานผสมปุ๋ยเคมี หรือยาปราบศัตรูพืช

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นแอมโมเนียในโรงงานผสมปุ๋ย

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานผลิตยาปราบศัตรูพืช

         

            ในประเทศไทยโรงงานปุ๋ยเคมีหรือโรงงานผลิตยาปราบศัตรูพืชส่วนมากเป็นโรงงานที่ซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศและนำมาผสมตามสูตรให้ได้ผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆกัน ไม่ได้เป็นโรงงานที่ผลิตสารเคมีขึ้นมาเอง

  • โรงงานผสมปุ๋ยแอมโมเนีย จะมีกลิ่นแอมโมเนีย
  • โรงงานผลิตยาปราบศัตรูพืช ตัวทำละลายที่ใช้ผสมมักจะมีกลิ่นเพื่อให้ทราบว่าเป็นสารเคมีอันตราย สารเคมีที่ใช้ปราบศัตรูพืช ได้แก่ Chlordane, para-Dichlorobenzene, ortho-Dichlorobenzene, Hexachlorocyclopentadiene, Methoxychlor, Carbofuran, Silvex (2,4,5-TP) เป็นต้น

การป้องกันและแก้ไข

  • ปัญหาเกิดจากกระบวนการผสม ถ้าทำในสถานที่เปิดทำให้กลิ่น สารเคมีที่ใช้ และตัวทำละลายระเหยออกมาได้ การแก้ไขคือ ปรับปรุงบริเวณที่ทำการผสมให้เป็นสถานที่ปิดมิดชิด
  • ดูดอากาศไปบำบัดกลิ่น โดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ การควบแน่น ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบการเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาหรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบสครับบิง ระบบดูดซับและระบบชีวภาพ


8. โรงงานยางและผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานที่ใช้น้ำยาง

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานหล่อดอกยาง

โรงงานยางและผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง ได้แก่ โรงงานผลิตหัวนมยางที่ใช้น้ำยางในการผลิต โรงงานหล่อดอกยาง

  • โรงงานที่ใช้น้ำยางในการผลิตกลิ่นแอมโมเนีย จะเกิดที่ต้นทางโดยมีการเติมแอมโมเนียในน้ำยางก่อนการขนส่ง เมื่อมาถึงโรงงานทำผลิตภัณฑ์จะมีกระบวนการไล่แอมโมเนียออกไปจากจากการใช้เชื้อเพลิงไม่เหมาะสมน้ำยางซึ่งแอมโมเนียที่เติมไปทั้งหมดจะออกมาสู่อากาศ ทำให้เกิดเป็นกลิ่นรุนแรงมากซึ่งเป็นอันตราย
  • โรงงานหล่อดอกยาง มักเกิดปัญหากลิ่นของยางไหม้ จากการใช้เชื้อเพลิงไม่เหมาะสม

การป้องกันและแก้ไข

  • กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของโรงงานให้อยู่ห่างจากชุมชน
  • ห้ามเผายางที่ไม่ใช้แล้วในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง
  • การบำบัดโดยใช้ระบบสครับบิง และกรดเจือจางจึงมีประสิทธิภาพสูงเกือบ 100% ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ระบบนี้ คือ ระบบดูดอากาศเพื่อเข้าสู่ระบบบำบัดมีข้อบกพร่องทำให้ดูดรวบรวมอากาศเข้าสู่ระบบไม่หมด และไม่ควบคุมสภาพความเป็นกรดของน้ำที่ใช้ในระบบสครับบิง

 

9. โรงงานเคมีและปิโตรเคมี

.

  แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานผลิตกรดกำมะถัน

  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เป็นผลพลอยได้จากการเผา(ถลุง)แร่ที่มีกำมะถันปน เช่น แร่สังกะสี แร่ทองแดง นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ (SO2) ของขั้นตอนนี้ได้ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์บางส่วนจะหลุดออกจากหอดูดซับและทำให้เกิดกลิ่นจากโรงงานประเภทนี้

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานผลิตคลอรีน


หมายเหตุ   คลอรีนและกรดเกลืออาจรั่วหรือระเหยได้ระหว่างการขนส่งและการนำไปใช้ ทำให้มีกลิ่นของกรดเกลือและคลอรีนซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัว หากเข้มข้นมากจะทำให้เกิดอาการแสบจมูก

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานปิโตรเคมี

  • โรงงานเคมีและปิโตรเคมี แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ Upstream ได้แก่ โรงแยกก๊าซ โรงงานทำผลผลิตจากก๊าซธรรมชาติแล้วได้สารที่นำไปทำการผลิตต่อได้ เช่น Ethylene, Propylene ปกติแล้วโรงงานประเภทนี้มักไม่ค่อยมีกลิ่นเพราะผลผลิตเป็นสารที่ไม่มีกลิ่น แต่ในบางกรณีอาจมีกลิ่นติดมากับวัตถุดิบ เช่น ก๊าซธรรมชาติอาจมีสารประกอบกำมะถันปนมาบ้างซึ่งต้องนำมาแยกออก โรงงานที่รับผลผลิตจากประเภทแรกไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต่อเป็นโรงงานประเภท Downstream เช่น โรงงานทำเม็ดพลาสติกจะนำวัตถุดิบที่เป็นสารโมโนเมอร์ (Monomer) ไปทำการโพลีเมอร์ไรซ์ (Polymerize) เป็นสารประกอบโพลีเมอร์ (polymer) เช่น เอทิลีนโพลีเมอร์ไรซ์เป็นโพลีเอทีลีน โรงงานที่มีกลิ่นมักเป็นโรงงานที่สังเคราะห์ไฮโดรคาร์บอนชนิด Aromatics เช่น Acrylonitrile , Styrene , Phthalic anhydride , acetaldehyde , xylene , toluene , benzene , 1,3-butadiene , phenol , cresol และ ตัวทำละลาย   ซึ่งขั้นตอนการผลิตที่หลากหลาย ปัญหากลิ่นมักเกิดจากการเก็บและขนส่งมากที่สุด แม้ว่าการผลิตสารเหล่านี้ทำในกระบวนการที่ปิดมิดชิดใน Reactors ที่ทันสมัยแล้วก็ตาม แต่การเก็บผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบในถัง ซึ่งมีการใช้ฝาชนิดต่างๆ ทั้งแบบฝาที่ยึดติดสนิท หรือฝาลอยได้ จะมีการระบายไอของสารที่เก็บไว้ได้จำนวนหนึ่ง น ื่องจากไอจะมีความดันที่เปลี่ยนไปตามความร้อนและการบรรจุเข้าออกจากถัง ทำให้ไอสารบางส่วนระเหยออกมาภายนอกได้ นอกจากนั้น ในระหว่างการขนถ่ายใส่ถังหรือรถบรรทุกก็จะมีการระเหยได้อีกส่วนหนึ่ง
  • กลิ่นเกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานแต่ละประเภทจะแตกต่างกันไป จึงต้องตรวจสอบกระบวนการผลิต รวมทั้งประเภทของวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ จึงจะทราบชนิดของสารเคมีที่ก่อปัญหา

การป้องกันและแก้ไข

  • ปิดคลุมบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นให้มิดชิด
  • ดูดอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัด โดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ วิธีควบแน่นเพื่อสามารถนำไปใช้ได้ใหม่ในกระบวนการผลิตไอของสารเคมีที่ระเหยได้ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบการเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาหรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบสครับบิง และการใช้ระบบดูดซับ
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน


10. โรงงานผลิตสี ตัวทำละลาย หรือต้มกลั่นตัวทำละลาย

แผนผังกระบวนการผลิตสีน้ำมันและการใช้สี

  • การผลิตสีน้ำมันและการใช้สี ปัญหากลิ่นมักจะเกิดจากสารที่ระเหยได้ในสี การใช้สีแบบพ่นจะสูญเสียมากกว่าการทาด้วยแปรง การพ่นสีรถ 1 คัน จะสิ้นเปลืองสีที่ไม่ติดวัตถุและกลายเป็นกากสีประมาณ 2กิโลกรัม และตัวทำละลายอีก 0.5 กิโลกรัม ควรรวบรวมกากสีและตัวทำละลายเหล่านี้เพื่อส่งบำบัดต่อไป

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในกระบวนการกลั่นแยกตัวทำละลาย

  • ในระหว่างการบรรจุขนถ่ายใส่ถัง หรือรถบรรทุกจะมีการระเหยได้อีกส่วนหนึ่ง
  • ปัญหากลิ่นมักจะเกิดจากการผสมสารที่ระเหยได้ในกระบวนการผลิต การเก็บ การขนส่ง เนื่องจากการระบายไอของสาร ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีความดันที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง โดยสรุปแล้วปัญหากลิ่นจากโรงงานประเภทนี้เกิดจากการระเหยของตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสารประเภทไฮโดรคาร์บอน
  • การล้างถังที่ใช้งานแล้ว จะมีสารที่ตกค้างเหลือและออกมากับน้ำ หรือสารเคมีที่ใช้

การป้องกันและแก้ไข

  • ปิดคลุมบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นให้มิดชิด
  • การล้างถังที่ใช้งานแล้ว จะมีสารที่ตกค้างเหลือและปนออกมากับน้ำหรือสารเคมีที่ใช้ จึงควรทำในอาคารที่ปิดมิดชิด และต้องรวบรวมน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีเพื่อส่งบำบัดต่อไป
  • ดูดอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัด โดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ การใช้สารกลบกลิ่น วิธีการควบแน่น ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบการเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาหรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบดูดซับ และระบบชีวภาพ

 

11. โรงกลั่นน้ำมัน

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงกลั่นน้ำมัน

  • กระบวนการเก็บน้ำมันดิบจะมีกลิ่นของก๊าซไข่เน่า และไฮโดรคาร์บอนจากถังเก็บ การกลั่นจะมีกลิ่นของน้ำมันพวกไฮโดรคาร์บอน Methyl Tertiary-Butyl Ether และก๊าซไข่เน่า แต่มีปริมาณน้อยเพราะสามารถควบคุมได้
  • ปัญหากลิ่นมักเกิดจากการเก็บและขนส่งมากที่สุด แม้ว่าการกลั่นน้ำมันทำในกระบวนการที่ปิดมิดชิดใน Reactors ที่ทันสมัยในโรงงานแต่การเก็บบรรจุผลผลิตหรือวัตถุดิบ (น้ำมันดิบ) ในถัง ซึ่งมีการใช้ฝาชนิดต่างๆ ทั้งแบบฝาที่ยึดติดสนิท หรือฝาลอยได้ จะมีการระบายไอของสารไฮโดรคาร์บอนที่เก็บไว้ได้จำนวนหนึ่งเนื่องจากไอจะมีความดันที่เปลี่ยนไปตามความร้อนและการบรรจุเข้าออกจากถัง ทำให้ไอสารบางส่วนระเหยออกมาภายนอกได้ นอกจากนั้น ในระหว่างการขนถ่ายใส่ถังหรือรถบรรทุกก็จะมีการระเหยได้อีกส่วนหนึ่ง
  • ในการเผาไหม้ซึ่งใช้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถันเจือปนจะมีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกิดขึ้น กำมะถันในน้ำมันดิบจะถูกดึงออกโดย Claus Process โดยใช้ไฮโดรเจนดึงออกมาในรูปของก๊าซไข่เน่า แต่ก๊าซส่วนนี้จะถูกนำไปเผาหรือทำกำมะถันเหลวหรือผง ในกระบวนการเผาหรือทำกำมะถันมีกลิ่นของ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และกำมะถันบ้าง
  • ระบบน้ำเสียจะมีก๊าซไข่เน่า เมอร์แคปแทน และไฮโดรคาร์บอน ในโรงงานกลั่นน้ำมันจะมีน้ำเสียเกิดขึ้นจากกระบวนการล้าง สารปนเปื้อนในน้ำเสียเป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่มีกำมะถันเจือปน ซึ่งหากทิ้งน้ำเสียไว้ไม่บำบัดโดยเร็วทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนทำให้กำมะถันเปลี่ยนเป็นก๊าซไข่เน่า บางส่วนของกำมะถันในน้ำเสียเปลี่ยนเป็น เมอร์แคปแทน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

การป้องกันและแก้ไข

  • ปิดคลุมบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นให้มิดชิดและดูดอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไอของสารไฮโดรคาร์บอน
  • บำบัดกลิ่น โดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ การควบแน่นนำกลับไปใช้ใหม่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบการเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยา หรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบดูดซับและระบบชีวภาพ
  • ทำให้น้ำเสียเป็นด่างหรือเป็นกลางจะช่วยยับยั้งการเกิดก๊าซที่เป็นกรดซึ่งมีกลิ่นลงได้ แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน

 

12. โรงงานทำเส้นใยและพลาสติก

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นจากการผลิตเส้นใยเรยอน

  • Carbon Disulfide ส่วนหนึ่งจะระเหยออกมาในขณะเกิดกระบวนการ Viscose Aging และเนื่องจากในกระบวนการผลิตนี้สารกำมะถันบางส่วนจะกลายเป็นก๊าซไข่เน่าด้วยจึงพบว่าโรงงานประเภทนี้มีปัญหาของก๊าซสองชนิดนี้และต้องมีการบำบัด

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นจากโรงงานทำเส้นใยพลาสติก

  • ปัญหากลิ่นมักจะเกิดจากการเก็บและขนส่งวัตถุดิบมากที่สุด เพราะแม้ว่าการผลิตสารเหล่านี้ทำในกระบวนการที่ปิดมิดชิดใน Reactors ในโรงงานที่ทันสมัยแต่การเก็บบรรจุวัตถุดิบเช่น Styrene, Methyl Methacrylate ในถังซึ่งมีทั้งแบบมีฝาที่ยึดติดสนิทหรือฝาลอยได้ฝาชนิดต่างๆจะมีการระบายไอของสารที่เก็บไว้ได้จำนวนหนึ่งเพราะไอจะมีความดันที่เปลี่ยนไปตามความร้อนและการบรรจุเข้าออกจากถัง ทำให้ไอสารบางส่วนออกมาภายนอกได้ นอกจากนั้น การขนถ่ายใส่ถังหรือจากรถบรรทุกก็จะมีการระเหยได้อีกส่วนหนึ่ง
  • กระบวนการขึ้นรูปพลาสติกไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นมาก แต่บางโรงงานนำ Monomers มา Polymerize ในสถานที่เปิดโล่ง เช่น การทำพลาสติกอัดกรอบพระ จาก Methyl Methacrylate เป็นพลาสติกชนิด acrylic หากทำในอ่างเปิดหรือระบบที่ปิดแต่ไม่มิดชิดพอเพียง กลิ่นของ monomers พวก Styrene, Methyl Methacrylate, Benzene, Butadiene, Styrene จะระเหยออกมาซึ่งมีกลิ่นรุนแรงมาก
  • กลิ่นเกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานแต่ละประเภท เช่น โรงงานเรยอนจะมีกลิ่นก๊าซไข่เน่า โรงงานทอจะมีกลิ่นจากสาร Tetrachloroethylene โรงงานทำพลาสติกจะมีกลิ่นเกิดจาก Styrene, Methylmethacrylate โรงงานประกอบไฟเบอร์จะมีกลิ่นจาก Styrene เป็นต้น

การป้องกันและแก้ไข

  • ปิดคลุมบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นให้มิดชิดและดูดอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัด
  • วิธีบำบัดกลิ่นที่เกิดขึ้น ดำเนินการได้หลายวิธีตามความเหมาะสม ได้แก่ การควบแน่นนำกลับมาใช้ใหม่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบการเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาหรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบดูดซับ และระบบชีวภาพ

13. โรงงานที่ใช้ไขสัตว์หรือไขมันในกระบวนการผลิต

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานที่ใช้ไขสัตว์หรือไขมันในกระบวนการผลิต

  • โรงงานที่ใช้น้ำมันในกระบวนการผลิต มีกระบวนการใช้ความร้อนในการผลิต เช่น การทอด เส้นหมี่ ทำให้เกิดไอน้ำมันฟุ้งกระจายออกมาในอากาศ ทำให้ได้กลิ่นรบกวน
  • น้ำมันที่ใช้ทอดแล้วหลายครั้งหรือน้ำมันที่เก็บไว้นาน จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืนซึ่งเป็นกลิ่น กรดไขมัน
การป้องกันและแก้ไข
  • ใช้ Grease Trap หรือตะแกรงดักไอน้ำมันซึ่งอยู่ก่อนหน้าพัดลมดูดอากาศ จะช่วยดักไอน้ำมันซึ่งมีกลิ่นปนอยู่ได้อย่างมาก และทำความสะอาดตะแกรงนี้เป็นประจำด้วยด่าง
  • ควรมี ปล่องที่สูง พอจะทำให้กลิ่นกระจายออกไปได้มาก และเจือจางลงไปเอง

14 . โรงงานฟอกหนัง

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานฟอกหนัง

  • ในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตหนังฟอกจะเกิดน้ำเสียขึ้น ซึ่งจะทำให้มีกลิ่นของ ก๊าซไข่เน่า และ เมอร์แคปแทน เรียกกลิ่นโดยรวมว่าเกิดจาก TRS ( Total Reduced Sulfur)
  • น้ำเสียจากการล้างทุกขั้นตอนมีโปรตีนและไขมันที่ถูกกำจัดออกจำนวนมาก หากทิ้งไว้ไม่บำบัดโดยเร็วทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน เช่น การย่อยโปรตีนทำให้ไนโตรเจนและกำมะถันในโปรตีนเปลี่ยนเป็น แอมโมเนียและก๊าซไข่เน่า (H2S) ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและน้ำเสียมีสภาพเป็นกรด บางส่วนของไนโตรเจนกลายเป็นกลิ่นคาวจัด เช่น เอมีน บางส่วนของกำมะถันในน้ำเสียกลายเป็น เมอร์แคปแทน ซึ่งมีกลิ่นเหม็น

การป้องกันและแก้ไข

  • ปิดคลุมบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นให้มิดชิด
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการใช้สารกลบกลิ่น
  • การแก้ปัญหาชั่วคราวคือ ทำให้น้ำเสียเป็นด่างหรือเป็นกลาง ได้แก่ การเติมปูนขาว เพื่อลดการเกิดก๊าซไข่เน่า ( H2S) ซึ่งมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • ระบบบำบัดน้ำเสียของอุตสาหกรรมฟอกหนัง ปกติจะเน้นไปที่การลดสารอินทรีย์ ซัลไฟด์ และโครเมียมเป็นหลัก โดยการบำบัดทางเคมีก่อนจึงส่งไปบำบัดต่อทางชีวภาพในระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ (Anaerobic) แล้วจึงส่งต่อไปที่ระบบบำบัดชีวภาพ แบบเติมอากาศ
  • ดูดอากาศมาบำบัดกลิ่นด้วยวิธีการเผาไหม้โดยตรง การเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาหรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบสครับบิง ระบบดูดซับ และระบบชีวภาพ

 

15. โรงงานกระดาษและเยื่อกระดาษ

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานกระดาษและเยื่อกระดาษ

  • กระบวนการผลิตเยื่อกระดาษจากวัสดุการเกษตร จะมีกลิ่นของก๊าซไข่เน่าและเมอร์แคปแทน จากถังเก็บ Black Liquors กลิ่นจากน้ำเสียและกลิ่นการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เรียกกลิ่นโดยรวมว่าเกิดจาก TRS (Total Reduced Sulfur) กลิ่นที่เกิดขึ้นจากโรงงานเยื่อกระดาษเป็นสารประเภท TRS เกิดจาก Digester Blow Gas, Brown Stock Washer Vent, Evaporator และ Recovery Furnace  พบมากที่สุดในส่วนที่เป็น Digester และ Recovery Furnace
  • ระบบน้ำเสียจะมีก๊าซไข่เน่าและเมอร์แคปแทน กลิ่นจากน้ำเสียในทุกขั้นตอน (ที่ไม่ใช่ Black Liquor) เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรีย   บางส่วนของกำมะถันในน้ำเสียกลายเป็นเมอร์แคปแทน เนื่องจากน้ำเสียมีสภาพเป็นกรดและเกิดจากการย่อยสลายของแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน กลิ่นส่วนมากจึงเกิดจากกรด H2S หรือที่เรียกกันว่าก๊าซไข่เน่า
  • ระบบการเผาไหม้ที่ใช้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถันเจือปน จะมีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกิดขึ้น

การป้องกันและแก้ไข

  • กลิ่นก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้อาจจะมาจากหม้อไอน้ำที่ใช้น้ำมันเตาหรือถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง จึงควรใช้ถ่านหินหรือน้ำมันเตาที่มีปริมาณกำมะถันต่ำ
  • รวบรวมเปลือกไม้และของเหลวดำ ( Black Liquor) จากการต้มเยื่อเป็นเชื้อเพลิง เพื่อนำไปเผากำจัด (Incineration)
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบการเผาไหม้โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาหรือการเผาที่อุณหภูมิต่ำ ระบบสครับบิง ระบบดูดซับและระบบชีวภาพ
  • การแก้ปัญหาชั่วคราวคือ ทำให้น้ำเสียเป็นด่างหรือเป็นกลาง ได้แก่ การเติมปูนขาว เพื่อลดการเกิดก๊าซไข่เน่า (H2S) ซึ่งมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก วิธีการที่นิยมใช้เรียกว่า Anaerobic Filtration คล้ายกับระบบตะกอนเร่ง หรือ Trickling Filter แต่ทำในสภาพไร้อากาศ อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน

 

16. โรงงานผลิตสุรา

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงงานผลิตสุรา

  • กระบวนการผลิตสุราจากการหมักวัสดุการเกษตร   จะมีกลิ่นของ ก๊าซไข่เน่า และ เมอร์แคปแทน จากถังเก็บหรือบ่อน้ำเสีย เนื่องจากน้ำกากส่ามีสารอินทรีย์สูงมากจึงทำให้เกิดกลิ่นเหม็นจากสารที่เกิดจากการย่อยของแบคทีเรียได้มาก
  • น้ำเสียมีโปรตีนจากยีสต์ และน้ำตาลที่ถูกกำจัดออกจำนวนมาก น้ำเสียที่ทิ้งไว้ไม่บำบัดโดยเร็วทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน เช่น การย่อยโปรตีนทำให้ไนโตรเจนและกำมะถันเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า (H2S) ทำให้เกิด กลิ่นเหม็นและน้ำเสียมีสภาพเป็นกรด บางส่วนของกำมะถันในน้ำเสียกลายเป็นเมอร์แคปแทน ซึ่งมีกลิ่นเหม็น

การป้องกันและแก้ไข

  • แยกกากของเสียอย่างระวัง อย่าให้ปนเปื้อนลงในน้ำทิ้ง
  • อาจแก้ไขในขั้นต้นโดยเติมด่าง เช่น ปูนขาว เพื่อลดการเกิดก๊าซไข่เน่า (H2S) ซึ่งมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก วิธีการที่นิยมใช้เรียกว่า Anaerobic Filtration คล้ายกับระบบตะกอนเร่ง หรือ Trickling Filter แต่ทำในสภาพไร้อากาศ อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ การใช้สารกลบกลิ่น ระบบควบแน่นและ/หรือนำกลับมาใช้ใหม่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบสครับบิง ระบบดูดซับและระบบชีวภาพ

 

ไปหน้าสารบัญ


แหล่งกำเนิดกลิ่นจากระบบบำบัดน้ำเสีย

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นในโรงบำบัดน้ำเสีย

โรงงานบำบัดน้ำเสีย

  • น้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ปนเปื้อนหากทิ้งไว้ไม่บำบัดโดยเร็วทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรีย เช่น การย่อยโปรตีนทำให้ไนโตรเจนและกำมะถันในโปรตีนเปลี่ยนเป็น แอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า (H2S) ทำให้เกิด กลิ่นเหม็นและน้ำเสียมีสภาพเป็นกรด บางส่วนของไนโตรเจนกลายเป็นกลิ่นคาวจัดเช่น เอมีน บางส่วนของกำมะถันในน้ำเสียกลายเป็น เมอร์แคปแทน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น โรงงานที่มีน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก ได้แก่ โรงงานสุรา โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางเกษตร เช่น โรงงานผลไม้กระป๋อง โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม รวมทั้งระบบน้ำเสียรวมในนิคมอุตสาหกรรม เมือง และเทศบาลต่างๆ นั้นมีกลิ่นเหม็น กลิ่นที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นก๊าซไข่เน่า และอาจมีกรดไขมันอยู่บ้าง
  • โรงงานที่มีน้ำเสียทางเคมี ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำเสียและที่มาของน้ำเสีย จึงจะสามารถระบุชนิดของสารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่น

การป้องกันและแก้ไข

  • การแก้ปัญหาชั่วคราวคือ ทำให้น้ำเสียเป็นด่างหรือเป็นกลาง ได้แก่ การเติมปูนขาว เพื่อลดการเกิดก๊าซไข่เน่า (H2S) ซึ่งมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งแบคทีเรียในน้ำเสียจะทำให้น้ำเกิดสภาพเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นได้อีก จึงต้องมีการเติมปูนขาว เพื่อรักษาสภาพความเป็นด่างอยู่เสมอ
  • การบำบัดน้ำเสียสามารถเลือกใช้ระบบแบบไร้อากาศ (Anaerobic) เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยทำในระบบปิดเป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นระบายออกสู่ภายนอก อาจเลือกใช้ระบบแบบใช้อากาศ (Aerobic) ที่มีระบบรวบรวมและบำบัดกลิ่นประกอบ หรือใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกัน
  • ควบคุมกลิ่นที่เกิดขึ้นโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง ระบบ สครับบิง ระบบดูดซับ และระบบชีวภาพ


ไปหน้าสารบัญ


 

แหล่งกำเนิดกลิ่นจากกิจการอื่นๆ

 

1. อู่ซ่อมรถ โรงงานประกอบรถยนต์

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นจากการใช้สี

  • ปัญหากลิ่นมักจะเกิดจากการระเหยของ ตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสารประเภทไฮโดรคาร์บอนที่ระเหยได้ ซึ่งเป็นส่วนผสมในสี การใช้สีแบบพ่นจะสูญเสียมากกว่าการทาด้วยแปรง การพ่นสีรถ 1 คัน จะสิ้นเปลืองสีที่ไม่ติดวัตถุและกลายเป็นกากสีประมาณ 2 กิโลกรัม
    และตัวทำละลายอีก 0.5 กิโลกรัม ควรรวบรวมกากสีและตัวทำละลายเหล่านี้ไปดำเนินการบำบัดต่อไป

การป้องกันและแก้ไข

  • พิจารณาเลือกสีที่ใช้น้ำเป็น ตัวทำละลายแทน หรือใช้สารละเหยเป็นส่วนผสมน้อยลง
  • ใช้เทคโนโลยีการเคลือบสีที่ไม่ต้องใช้ตัวทำละลาย เช่น Power coating
  • ปิดคลุมแหล่งกำเนิดกลิ่นอย่างมิดชิด
  • ควรมีระบบรวบรวมอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัดโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ ใช้แผ่นกรอง Filter ใช้น้ำดักจับ
    ระบบการเผาไหม้โดยตรง และระบบดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์

2. โรงพิมพ์

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นจากการพิมพ์

  • ปัญหากลิ่นในโรงงานประเภทนี้เกิดจากการระเหยของตัวทำละลายในหมึก ได้แก่ Alcohol, Formaldehyde และสารประเภท Volatile Organic Compounds (VOCs) เป็นตัวทำละลายที่มีกลิ่น ซึ่งเป็นสารประเภทไฮโดรคาร์บอน โดยปัญหาเกิดจากกระบวนการพิมพ์เคลือบจากการใช้สีและหมึกในปริมาณมากบนแผ่นโลหะ กระป๋อง และฝาจีบ

การป้องกันและแก้ไข

  • พิจารณาเลือกใช้หมึกที่ใช้น้ำหรือมีสารระเหยน้อยเป็นส่วนผสม
  • เปลี่ยนตัวทำละลายหรือเลือกใช้สารทดแทนที่มี VOC ต่ำ
  • ควบคุมการเก็บหมึกพิมพ์ในภาชนะบรรจุให้มิดชิดเพื่อป้องกันการระเหยของสารที่ทำให้เกิดกลิ่น
  • รวบรวมอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัดโดยเลือกใช้วิธีบำบัดตามความเหมาะสม ได้แก่ ระบบการเผาไหม้โดยตรง และระบบดูดซับด้วย
    ถ่านกัมมันต์

 

3. ฟาร์มเลี้ยงสัตว์

 

แผนผังกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดกลิ่นจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์

  • บริเวณที่เก็บอุจจาระและปัสสาวะสัตว์ และลานตากมูล จะเกิดกลิ่นการเน่าเสีย กลิ่นที่เกิดขึ้นจะเป็นพวก เอมีน , แอมโมเนีย
    และ ก๊าซไข่เน่า
  • ระบบบำบัดน้ำเสียของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่เป็นระบบบ่อหมักซึ่งเป็นบ่อเปิด ถ้าการดูแลระบบไม่มีประสิทธิภาพ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายในบ่อจะเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดก๊าซที่มีกลิ่น เช่น ก๊าซไข่เน่า

การป้องกันและแก้ไข

  • ในบริเวณลานตากมูลควรใช้วิธีกลบกลิ่นโดยใช้สารเคมี หรือสารชีวภาพเทราด หรืออาจใช้วิธีการเพิ่ม pH ให้เป็นด่างด้วยปูนขาว ซึ่งช่วยลดกลิ่นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ได้
  • ไม่ควรเก็บกองมูลไว้นานเกิน 1 วัน
  • กรณีโรงเรือนเป็นแบบปิดให้รวบรวมอากาศที่มีกลิ่นมาบำบัดโดยใช้ระบบบำบัดกลิ่นแบบชีวภาพ ระบบสครับบิง หรือฉีดพ่นด้วยโอโซน
  • ถ้ามีพื้นที่เพียงพอให้เพิ่มระยะของแนวกันชน (Buffer Zone) และปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีใบหนาแน่นเพื่อช่วยกรองอากาศ

 

ไปหน้าสารบัญ


องค์ประกอบ คุณสมบัติ สารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่น

องค์ประกอบของกลิ่น

  1. กลิ่นที่เกิดจากอุตสาหกรรมมีหลายชนิดส่วนใหญ่มักเป็นสารอินทรีย์ที่ระเหยง่าย กลิ่นที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรมแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัว ความรู้สึกรับรู้กลิ่นจะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของสารที่ทำให้เกิดกลิ่น
  2. การรับรู้กลิ่นและการตอบสนองต่อกลิ่นขึ้นอยู่กับความไวต่อการรับรู้กลิ่น ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
  3. อุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นมักจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้สารอินทรีย์ที่ระเหยง่าย เช่น อุตสาหกรรมผลิตยางและพลาสติก อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี เป็นต้น

 

ไปหน้าสารบัญ


คุณสมบัติเฉพาะของกลิ่น

         กลิ่นที่ออกมาจากแหล่งกำเนิดแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติหรือลักษณะของกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งสมาคมทดสอบวัสดุแห่งสหรัฐอเมริกา (American Society for Testing Materials; ASTM) ได้จำแนกคุณสมบัติหรือลักษณะเฉพาะของกลิ่นสำหรับสารจำนวน 180 ชนิดไว้ โดยมีสเกลแสดงคำอธิบายลักษณะเฉพาะของกลิ่นไว้ถึง 140 สเกล โดยใช้คำอธิบายลักษณะกลิ่น เช่น กลิ่นปลา กลิ่นน้ำเน่า กลิ่นหืน กลิ่นแอมโมเนีย เป็นต้น ซึ่งการใช้คำอธิบายลักษณะของกลิ่นก็จะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงถึงแหล่งกำเนิดหรือที่มาของกลิ่นจากกระบวนการอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ดังแสดงไว้ใน ตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงลักษณะเฉพาะของกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม

 

ลักษณะเฉพาะของกลิ่น

แหล่งกำเนิด

กลิ่นยาทาเล็บ

การผลิตสี การพ่นสี

กลิ่นปลา

ขบวนการที่ใช้ปลาเป็นวัตถุดิบ โรงฟอกหนัง

กลิ่นแอสฟัลต์

โรงผลิตแอสฟัลต์

กลิ่นพลาสติก

โรงงานผลิตพลาสติก

กลิ่นไข่เน่า

น้ำเสีย โรงบำบัดน้ำเสีย

กลิ่นขยะ

พื้นที่ฝังกลบ (Land fill) บริเวณหลุมฝังกลบขยะ

ยาฆ่าหญ้า

โรงงานเคมี โรงงานผลิตยาฆ่าแมลง

กลิ่นน้ำมันเบนซิน ซัลเฟอร์

โรงกลั่น

กลิ่นก๊าซหุงต้ม

ท่อก๊าซรั่ว


ไปหน้าสารบัญ


สารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่น

1. อุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดกลิ่น

1.1 อุตสาหกรรมผลิตยางและพลาสติก

      กลิ่นสารเคมีที่มาจากอุตสาหกรรมการผลิตอาจจะแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่

  1. สารประกอบไนโตร (Nitro compounds) ได้แก่ เอมีน (Amines) และ ออกไซด์ (Oxides)
  2. ซัลเฟอร์ออกไซด์ (Sulfur Oxides)
  3. สารที่เติมใส่พลาสติกเพื่อเพิ่มความเหนียวและยืดหยุ่น (Plasticizers)
  4. ตัวทำละลาย (Solvents)
  5. ไฮโดรคาร์บอนที่ออกซิไดซ์บางส่วน (Partially Oxidized Hydrocarbons) เช่น อัลดีไฮด์ (Aldehydes) คีโตน (Ketones) ฟีนอล (Phenol) แอลกอฮอล์ (Alcohols) เป็นต้น

      ในอุตสาหกรรมผลิตยางและพลาสติกจะมีการใช้ตัวทำละลายมากมาย ซึ่งสารตัวทำละลายเหล่านี้จะให้กลิ่นเฉพาะตัว ในต่างประเทศได้มีการแสดงข้อมูลความเข้มข้นที่คนจะรับรู้กลิ่นของสารแต่ละชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาง ดังแสดงใน ตารางที่ 2

ตารางที่ 2 แสดงลักษณะเฉพาะของกลิ่นตัวทำละลาย (Solvents) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาง (Rubber Industry)

ชนิดของสาร

ลักษณะเฉพาะของกลิ่น

ค่า Threshold ของกลิ่น

(ppm)

Acetone

Chemical sweet, pungent

100, 320

Amyl acetate

Pear-like

 

Benzene

Sweet-solvent

3, 5, 60

Butyl acetate

Fruity

7, 0.6

Butyl alcohol

Vinous

1

Butyl ether

Ethereal

< 300

Capruyl alcohol

Pungent aromatic, sweet pungent

 

Carbon tetrachloride

Heavy ethereal

100, 200

Chloroform

Sweet, ethereal

< 300

Chlorotoulene

Pungent, irritating

0.047

Cyclohexane

Bland, fatty, benzene, pungent

< 300

Cyclohexanol

Camphor-like

160

Cyclohexanone

Acetone-like

730

Diacetone alcohol

Faint, pleasant

< 100

Dichloroethyl ether

Chloroform-like

15

Di-iso-butyl Ketone

Mild

< 25

Dipentene

Lemon-like

 

Ethyl acetate

Fragrant

50

Ethyl alcohol

Sweet floral

10, 50

Ethyl amyl Ketone

Mild fruity

5

Ethylene dichloride

Chloroform-like

100

Heptane

Faint

220

Hexanes

Faint, sweet

 

Hexyleneglycol

Mild

 

Isobutyl alcohol

Sweet

40

Isoheptanes

Faint

 

Isohexanes

Faint, sweet

 

Isooctanes

Faint, pleasant, sweet

 

Isopentanes

Pleasant

 

Isoporone

Mild

 

Isopropyl acetate

Pear-like

30

Isopropyl alcohol

Pleasant

40

Methyl acetate

Fragrant

200

Methyl alcohol

Sweet, fruity

100, 5,900

Methyl amyl acetate

Pleasant

 

Methyl chloride

Ethereal

> 10

Methyl ethyl ketone

Sweet, acetone-like

10, 25

Methyl isoamy ketone

Pleasant

 

Methyl isobutyl ketone

Sweet, floral, fruity

0.47, 8

Methyl isobutyl carbinol

Faint, ethereal

 

Methylene chloride

Ethereal

214, 150

Monochlorobenzene

Chlorinated, benzene-like, moth balls, mild

0.21

Naphtha

Camphor-like

 

Nitro-ethane

Pleasant

 

Orthodichlorobenzene

Pleasant

 

Pentanes

Pleasant

< 5000

Perchloroethylene

Sweet, chlorinated, chloroform-like

4.7

Propylene dichloride

Chloroform-like

 

Pyridine

Burnt, pungent, rank, diamine

0.82, 0.021, 0.012, 0.23

Toluene

Sweet, solventy

0.25

Trichlorobenzene

 

 

Trichloroethane

Pleasant, sweetish

< 500

Trichloroethylene

Sweet, solventy, chloroform-like

21.4, 80, 25

Triglycol dichloride

Mild

 

Xylene

Sweet, oily, moth balls

1

ที่มา : Cheremisinoff, P.N. and R.A. Young (1975) Industrial Odor Technology Assessment. Ann Arbor Science, Michigan .

 

1.2 อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี

           อุตสาหกรรมที่ผลิตเคมีภัณฑ์และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี นับเป็นแหล่งกำเนิดของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเคมีนั้น สารที่ก่อให้เกิดกลิ่นจะมาจากสารอนินทรีย์ และสารอินทรีย์ โดยขึ้นกับประเภทของโรงงาน โรงงานที่จะให้สารที่ก่อให้เกิดกลิ่น ได้แก่ โรงงานผลิตสบู่และผงซักฟอก โรงงานผลิตน้ำมันและไขมันต่างๆ เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมทางด้านปิโตรเคมีนั้น บริเวณถังที่เก็บสารเคมีและกระบวนการผลิตเป็นจุดที่ระบายสารที่ทำให้เกิดกลิ่น ประเภทของอุตสาหกรรมและกระบวนการที่ทำให้เกิดกลิ่นของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท แสดงไว้ใน ตารางที่ 3 ส่วน ตารางที่ 4 เป็นตารางแสดงชนิดของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นและลักษณะเฉพาะของกลิ่นที่พบในอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี

ตารางที่ 3 แสดงแหล่งกำเนิดของกลิ่นในขบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี  

ประเภทอุตสาหกรรม

แหล่งกำเนิด

ชนิดของสารที่ทำให้เกิดกลิ่น

Refineries

Blowdown and blowdown
Recovery systems

SO2, H2S, NH3, HC,
Organic Acids, Aldehydes, Mercaptans

 

Catalytic crackers

SO2, NH3, Aldehydes

 

Fluid catalytic units

SO2, NH3, Aldehydes, HC

 

Process heaters

SO2, NH3, H2S, Aldehydes, HC

 

Storage vessels

Hydrocarbons

Inorganic Chemical

Industry

Fertilizers, phosphate
production

NH3, Aldehydes, SO2

Phosphoric acid

SO2, H2S, Aldehydes
and OtherOdorants

Soda ash and sodium hydroxide

NH3

Sulfuric acid, nitric acid, lime

NH3, Aldehydes, SO2

Organic Chemical
Industry

 

 

 

 

 

Organic chemicals

Mercaptans, NH3, HC, SO2,
Aldehydes,
Organic Acids, and OtherOdorants

Paint industry

NH33, HC, SO2 , Aldehydes,
Organic Acids, and OtherOdorants

Plastics

NH3, NC, SO2 , Aldehydes,
Organic Acids

Rubber

NH3 , HC, SO2, Aldehydes,
Organic Acids, and OtherOdorants

Soap, detergents

NH3, HC, SO2 ,Aldehydes,
Organic Acids, and OtherOdorants

Textiles

NH3 ,HC, SO2 , Aldehydes,
Organic Acids, and OtherOdorants


ตารางที่ 4 แสดงชนิดของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นและลักษณะเฉพาะของกลิ่นในอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี  

ชนิดของสาร

สูตรเคมี

ลักษณะเฉพาะของกลิ่น

Acetaldehyde

CH3 CHO

Pungent

Acrolein

CH2 CHCHO

Burning fat

Allyl disulfide

(CH2 CHCH2S)2

Garlic

Allyl mercaptan

CH2CHCH2SH

Garlic

Ammonia

NH3

Pungent

Benzyl chloride

C6 H5CH2CI

Aromatic

Benzyl mercaptan

C6H5CH2SH

Unpleasant

Butyric acid

CH3CH2CH2COOH

Rancid

Camphor

 

Aromatic

Carbon disulfide

CS2

Rotten

Chlorine

Cl2

Pungent

Diethylsulfide

C2H 5C 2H5S

Garlic

Dimethylamine

CH3CH3NH

Fishy

Dimethylsulfide

CH3CH3S

Decayed cabbage

Ethyl mercaptan

C2H5SH

Decayed cabbage

Ethylseleno mercaptan

C2H5SeH

Foul

Formaldehyde

HCHO

Pungent

Hydrogen sulfide

H2 S

Rotten eggs

Methyl mercaptan

CH3SH

Decayed cabbage

Phenol

C6 H5 OH

Emphyreumatic

Propyl mercaptan

C3H7 SH

Unpleasant

Pyridine

 

Enphyreumatic

Sulfur dioxide

SO2

Pungent

Trichloroethylene

CHCICCI2

Aromatic

Trimethylamine

CH3CH3CH3 N

Fishy

Valeric acid

CH3CH2CH2CH2COOH

Body odor

ที่มา : Cheremisinoff, P.N. and R.A. Young (1975) Industrial Odor Technology Assessment. Ann Arbor Science, Michigan .

ไปหน้าสารบัญ


สารเคมีที่มีกลิ่นและคุณสมบัติ

  1. กลิ่นปลาย่าง
  2. สไตรีน (STYRENE)
  3. ACRYLONITRILE
  4. PHTHALIC ANHYDRIDE
  5. ตัวทำละลาย ADIPATE
  6. ตัวทำละลาย 1,1,2- TRICHLOROETHANE
  7. VINYL CHLORIDE
  8. METHYL TERTIARY-BUTYL ETHER
  9. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SULFUR DIOXIDE)
  10. ไฮโดรคาร์บอน เช่นกลิ่นน้ำมัน (FUEL OILS)
  11. ACETALDEHYDE
  12. ตัวทำละลาย 1,1- DICHLOROETHYLENE
  13. ETHYLBENZENE
  14. ตัวทำละลาย BENZENE
  15. ตัวทำละลาย XYLENES
  16. ตัวทำละลาย 1,3 BUTADIENE
  17. ตัวทำละลาย 1,1,1- TRICHLOROEHANE
  18. ตัวทำละลาย DICHLOROETHANE
  19. ตัวทำละลาย TOLUENE
  20. ตัวทำละลาย METHYL ETHYL KETONE (MEK) และ METHYL ISOBUTYL KETONE
  21. ตัวทำละลาย CARBON TETRACHLORIDE
  22. CRESOLS
  23. CHLORDANE
  24. PARA-DICHLOROBENZENE
  25. ORTHO-DICHLOROBENZENE
  26. HEXACHLOROCYCLOPENTADIENE
  27. METHOXYCHLOR
  28. CARBOFURAN
  29. SILVEX (2,4,5- TP)
  30. TETRACHLOROETHYLENE
  31. เมอร์แคปแทน METHYL MERCAPTAN
  32. ก๊าซไข่เน่า HYDROGEN SULPHIDE
  33. แอมโมเนีย AMMONIA
  34. AMINES: TRIETHYLAMINE / TRIMETHYLAMINE
  35. คลอรีน CHLORINE
  36. กรดเกลือ HYDROGEN CHLORIDE
  37. PHENOL
  38. กรดไขมัน
  39. กลิ่นฉุนของพริก
  40. วานิลา
  41. กรดน้ำส้ม
  42. สารเคมี
  43. กลิ่นยางไหม้
  44. กลิ่นกำมะถัน
  45. METHYL METHACRYLATE


ไปหน้าสารบัญ

2. สารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่นจากระบบบำบัดน้ำเสีย  

          กลิ่นที่เกิดขึ้นจากระบบน้ำเสียเกิดจากสารเคมีหลายชนิด ซึ่งแต่และชนิดจะให้กลิ่นที่พึงรังเกียจแตกต่างกันไป ดังแสดงใน ตารางที่ 5

ตารางที่ 5 แสดงชนิดค่า Threshold และลักษณะของกลิ่นที่เกิดจากระบบน้ำเสีย

ชนิดของสาร

สูตรเคมี

ค่า Threshold ของกลิ่น

(mg/l)

ลักษณะเฉพาะของกลิ่น

Allyl mercaptan

CH2CH•CH2•SH

0.00005

Very diasgreeable, garliclike

Ammonia

NH3

0.037

Sharp, pungent odor

Benzyl mercaptan

C6H5CH2 •SH

0.00019

Unpleasant odor

Chlorine

Cl2

0.010

Pungent, irritating odor

Chlorophenol

Cl• C6H4• OH

0.00018

Medicinal odor

Crotyl mercaptan

CH3• CHCH •CH2SH

0.000029

Skunk odor

Diphenyl sulfide

(C6H5)2S

0.000048

Unpleasant odor

Ethyl mercaptan

CH3CH2• SH

0.00019

Odor of decayed cabbage

Ethyl sulfide

(C2H5)2S

0.000025

Nauseating odor

Hydrogen sulfide

H2S

0.0011

Rotten egg odor

Methyl mercaptan

CH3 SH

0.0011

Odor of decayed cabbage

Methyl sulfide

(CH3)2S

0.0011

Odor of decayed vegetables

Pyridine

C6H5N

0.0037

Disagreeable, irritating odor

Skatole

C9H 9N

0.0012

Fecal odor, nauseating

Sulfur dioxide

SO2

0.009

Pungent, irritating odor

Thiocresol

CH3C 6H 4• SH

0.0001

Rancid, skunklike odor

Thiophenol

C6H 5SH

0.000062

Putrid, nauseating odor

ที่มา : Cheremisinoff, P.N. and R.A. Young (1975) Industrial Odor Technology Assessment. Ann Arbor Science, Michigan.

 

| หน้าแรก |การบำบัดกลิ่น | เลือกวิธีการบำบัด | ระบบสาธิต | อภิธานศัพท์ | ค้นหา | Site Map | ผู้จัดทำ |
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม