การปล่อยอากาศทางปล่องสูง

 

          การระบายอากาศที่มีกลิ่นออกทางปล่องโดยตรงนั้นไม่ควรกระทำ นอกจากว่ากลิ่นนั้นเจือจางมาก และได้รับการตรวจสอบโดย Panel Test ว่ากลิ่นที่ออกมาจะถูกเจือจางในอากาศจนมีค่าประมาณไม่เกิน 50% ของความเข้มข้นที่คณะผู้ทดสอบได้กลิ่นต่ำที่สุด วิธีการคำนวนโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับการแพร่กระจายของมลพิษในอากาศ เช่น ของ US.EPA และออสเตรเลีย (AUSPLUME) ซึ่งมีการใช้กันแพร่หลายในวงการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (ติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กองควบคุมคุณภาพอากาศและเสียง สำหรับข้อมูลและเอกสารเรื่องแบบจำลองได้ )

การประเมินค่าใช้จ่ายของการบำบัดกลิ่น

1. ระบบระบายอากาศ หากไม่มีอยู่เดิมหรือไม่พอ จะต้องติดตั้งเพิ่ม ดังนี้

  • ประกอบด้วย Hood หรือตู้ดูดอากาศ,ท่อ,พัดลม จนถึงปล่อง โดยระบบบำบัดกลิ่นจะต้องมีระบบระบายอากาศประกอบด้วยเสมอ เพื่อดูดกลิ่นมาเข้าสู่และออกจากระบบบำบัด
  • Hood – ราคาขึ้นกับสถานที่และชนิดที่เหมาะสม แต่ราคาไม่แพงเพราะเป็นโลหะธรรมดา และมีผู้จำหน่ายให้สอบประเมินราคาได้
  • ท่อ – ขายเป็นเมตร ส่วนข้องอ ข้อเชื่อม และ Blast Gate ขึ้นอยู่กับวัสดุว่าเป็นเหล็กคาร์บอน เหล็กชุบสังกะสี เหล็กสแตนเลส frp หรือ pvc
  • ค่าติดตั้ง – ประมาณ 30% ของค่าอุปกรณ์ แต่ขึ้นกับความยากง่ายในการติดตั้ง ควรให้ผู้รับเหมาแจกแจงค่าแรง ค่าทดสอบ ค่าคุมงานมาให้
  • ค่าใช้จ่ายรายปี – ค่าไฟฟ้าของพัดลม ขึ้นโดยตรงกับอัตราการไหลของอากาศในระบบ และ Static Pressure Drop ในระบบ
  • อายุใช้งาน – 5 ถึง 10 ปี

2. ราคาระบบ ขึ้นกับข้อมูลต่อไปนี้

  • ปริมาณและอัตราการไหลของอากาศที่มีกลิ่น
  • องค์ประกอบทางเคมีของสารที่มีกลิ่น และความเข้มข้น (อาจต้องเจือจางก่อน) เพื่อให้เมื่อกระจายไปแล้วไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน
  • อุณหภูมิ ของอากาศนั้น หากอุณหภูมิสูงมาก เช่นกว่า 100°C จะทำให้อากาศลอยตัวขึ้นสูงและทำให้สร้างปล่องที่สูงน้อยลงได้
  • หากเป็นกลิ่นที่มากับฝุ่นหรือละอองที่มองเห็นได้ ควรดักด้วยที่กรองเช่นตะแกรง หรือถุงกรองก่อน
| หน้าแรก |การบำบัดกลิ่น | เลือกวิธีการบำบัด | ระบบสาธิต | อภิธานศัพท์ | ค้นหา | Site Map | ผู้จัดทำ |
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม