In Town, without my car!
"รวมพลคนจักรยานทั่วประเทศ Car Free Day 2009"
Car Free Day

ชมรมจักรยานแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานต่างๆ ได้จัดงาน “Car Free Day 2009” ในวันที่ 20 กันยายน 2552 โดยมีขบวนจักรยานรณรงค์เพื่อเชิญชวนประชาชนลดการใช้รถส่วนบุคคลเส้นทาง สถานีรถไฟฟ้า BTS มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานพร้อมจักรยานจำนวน 1495 คัน ได้จัดเรียงเป็นรูปประเทศไทย ณ สนามกีฬาภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับกรมควบคุมมลพิษ ได้ร่วมจัดนิทรรศการเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศและเสียง จัดให้มีการเล่นเกมแจกของรางวัล และแจกกล้าไม้ และร่วมขบวนจักรยานรณรงค์โดยมี ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ขี่จักรยานนำทีมเจ้าหน้าที่ ภาพกิจกรรม

สำหรับผู้สนับสนุนกิจกรรมในกรุงเทพมหานครปีนี้ อาทิ รถไฟฟ้า BTS ให้นำจักรยานขึ้น BTS ฟรีในวันที่ 20 – 22 กันยายน 2552 LA Bicycle สนับสนุนจักรยานร่วมขบวนรณรงค์ เป็นต้น ส่วนกิจกรรม Car Free Day ในต่างจังหวัด มีขบวนจักรยานรณรงค์ใน 60 จังหวัด และที่จังหวัดลำปาง มุกดาหาร และหนองคาย มีการจัดเรียงเป็นรูปแผนที่ประเทศไทยเช่นกัน (ภาพจาก www.bangkokcarfreeday.com)

สำหรับกระทรวงพลังงานจัดรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยใช้โอกาสวัน Car Free Day ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทน เช่น การขี่จักรยาน การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล น้ำมันไบโอดีเซล ก๊าซธรรมชาติ เอ็นจีวี รวมถึงการหันมาใช้บริการรถสาธารณะ ซึ่งช่วยทำให้ประเทศลดการนำเข้าน้ำมัน โดยเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2552 น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ได้ร่วมกันขี่จักรยานจากกระทรวงพลังงานมาประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลแทนการใช้รถยนต์ เพื่อรณรงค์ดังกล่าว
 


ข้อมูลประกอบการร่วมงานรณรงค์ Car Free Day 2009 ในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  • สถานการณ์คุณภาพอากาศและเสียงในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและต่างจังหวัด มีแนวโน้มอย่างไรดีขึ้นหรือแย่ลง มีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์หรือการจัดกิจกรรม Car Free Day ที่ผ่านมามีผลอย่างไร
  • กรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงด้วยระบบเครือข่ายจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียง โดยในส่วนของการตรวจวัดคุณภาพอากาศมีจำนวนทั้งสิ้น 55 สถานี และการตรวจวัดระดับเสียงมีจำนวน 30 สถานี

    สถานการณ์คุณภาพอากาศ

    จากการเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละออง (PM10) เฉลี่ยรายปีในทุกภาคของประเทศจากสถานี พบว่าในช่วงปี 2540 – 2551 มีแนวโน้มลดลง โดยภาคกลางจะมีค่าสูงกว่าภาคอื่น และค่า PM10 เฉลี่ยรายปีใน กทม. ในช่วงปี 2538 – 2551 บริเวณริมถนนจะสูงกว่าบริเวณพื้นที่ทั่วไป และมีแนวโน้มลดลง โดยในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2552 พบว่าฝุ่นละออง (TSP, PM10) และก๊าซโอโซนยังคงเป็นปัญหาหลัก ส่วนสารมลพิษอื่น ๆ ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยใน กทม.บริเวณพื้นที่ที่มีค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐาน ได้แก่ ถ.พระราม 6 ถ.พระราม 4 และถ.ดินแดง พื้นที่ใน จ.สมุทรปราการ ได้แก่ ศาลากลาง โรงไฟฟ้าพระนครใต้ การเคหะชุมชนบางพลี ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพฯพระประแดง และกรมทรัพยากรธรณี ส่วนพื้นที่ในต่างจังหวัดได้แก่ บริเวณใกล้ สภ.ตำบลหน้าพระลาน จ.สระบุรี สนง.ทสจ.แม่ฮ่องสอน รร.ยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ศาลหลักเมือง จ.ลำปาง และสนง.ทสจ.เชียงราย


    ซึ่งแหล่งกำเนิดหลักของ PM10 และ CO ในกรุงเทพมหานครมาจากยานพาหนะ โดยเฉพาะ CO มีแหล่งกำเนิดหลักจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงเบนซินและ LPG และจากการสำรวจปริมาณควันดำจากรถยนต์ดีเซลระหว่างปี 2548 – 2551 พบว่ารถ ขสมก. ที่มีควันดำเกินมาตรฐานมีจำนวนน้อยที่สุด (น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนที่สำรวจทั้งหมด) ส่วนรถปิคอัพ รถตู้ และรถร่วมบริการ ขสมก. ที่มีปริมาณควันดำเกินมาตรฐานมีจำนวนลดลงจากปี 2550 รถโดยสารระหว่างจังหวัด รถโดยสารไม่ประจำทาง รถบรรทุก และรถมินิบัส ที่มีปริมาณควันดำเกินมาตรฐานพบว่ามีจำนวนสูงขึ้นจากปี 2550  นอกจากนี้จากการสำรวจรถยนต์เบนซินพบว่ารถที่มีมลพิษทางอากาศ (CO, HC) เกินมาตรฐานมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์สี่ล้อเล็ก รองลงมาคือ รถTaxi ที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2536


    ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบข้อมูลคุณภาพอากาศ (PM10 และ CO) ระหว่างวันหยุดกับวันทำงาน โดยใช้ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2552 เปรียบเทียบระหว่างวันอาทิตย์กับวันจันทร์ พบว่าบริเวณ ถ.พระราม 6 ถ.อินทรพิทักษ์ ถ.ลาดพร้าว และถ.ดินแดง มีค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง และค่า CO เฉลี่ย 1 ชั่วโมง ไม่เกินมาตรฐาน (ไม่เกิน 120 มคก./ลบม. และไม่เกิน 30 ppm ตามลำดับ) และในวันทำงานมีปริมาณทั้ง PM10 และ CO สูงกว่าวันหยุด

    สถานการณ์ระดับเสียง

    สำหรับสถานการณ์ระดับเสียงพบว่าระดับเสียงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบริเวณริมถนนระหว่างปี 2544 – 2551 มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2551 มีค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 62.8 – 82.1 เดซิเบลเอ ส่วนบริเวณพื้นที่ทั่วไปมีค่าอยู่ระหว่าง 50.5 – 80.7 เดซิเบลเอ บริเวณจุดตรวจวัดชั่วคราวมีค่าเกินมาตรฐานทุกแห่งโดยในปี 2551 ถนน 10 สายที่มีปัญหามลพิษทางเสียง คือ ตากสิน บำรุงเมือง สุขุมวิท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อรุณอัมรินทร์-พรานนก สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ รามคำแหง พระราม 9 และพหลโยธิน ส่วนระดับเสียงในต่างจังหวัดพบว่าระหว่างปี 2544 – 2551 มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดยในปี 2551 บริเวณริมถนนมีค่าอยู่ในช่วง 50.0 – 83.4 เดซิเบลเอ บริเวณพื้นที่ทั่วไปมีค่าอยู่ในช่วง 44.7 – 73.8 เดซิเบลเอ และบริเวณพื้นที่ที่มีระดับเสียงที่เกินมาตรฐานในช่วงเดือนเม.ย. – มิ.ย. 52 ในกทม. บริเวณริมถนนได้แก่ ถ.สันติภาพ ถ.อินทรพิทักษ์ ถ.ลาดพร้าว ถ.ดินแดง ถ.ตรีเพชร บริเวณพื้นที่ทั่วไปได้แก่ รร.บดินเดชา และรร.นนทรีวิทยา ส่วนต่างจังหวัดบริเวณริมถนนใกล้ สภ.ตำบลหน้าพระลาน จ.สระบุรี


    ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบข้อมูลระดับเสียงระหว่างวันหยุดกับวันทำงาน โดยใช้ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2552 เปรียบเทียบระหว่างวันอาทิตย์กับวันจันทร์ พบว่าความแตกต่างของระดับเสียงในวันหยุดและวันทำงานไม่ชัดเจน สาเหตุเนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เกิดระดับเสียงบริเวณริมถนนมีหลายประการเช่น ระดับเสียงของยานพาหนะ จำนวนยานพาหนะ และการใช้ความเร็วของยานพาหนะ

    งานนำเสนอ สถานการณ์อากาศเสียงคาร์ฟรีเดย์ 2009 คลิกที่นี่



    คุณภาพอากาศและเสียงใน กทม. ช่วง Car Free Day 2009

    จากการเปรียบเทียบข้อมูลคุณภาพอากาศและเสียงในกรุงเทพมหานครในเดือนกันยายน 2552 เฉพาะวันหยุด (อาทิตย์) และวันธรรมดา (จันทร์-อังคาร) สัปดาห์ที่ 1 ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน สัปดาห์ที่ 2 ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน สัปดาห์ที่ 3 ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน และสัปดาห์ที่ 4 ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายน ตามลำดับซึ่งสรุปได้ดังนี้ 


    คุณภาพอากาศบริเวณริมถนนในกรุงเทพมหานครจากสถานี 4 แห่ง ได้แก่ ถ.อินทรพิทักษ์ ถ.ลาดพร้าว ถ.พระราม 4 และถ.พระราม 6 ในเดือนกันยายน 2552 มีปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกวัน โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0.7 – 4.4 ppm และปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกวันเช่นกัน โดยมีค่าอยู่ในช่วง 22.8 – 106.7 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งส่วนใหญ่ปริมาณ CO และ PM10 ในวันหยุด (อาทิตย์) จะมีค่าต่ำกว่าวันธรรมดา (จันทร์-อังคาร)

    กราฟปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ CO
    ริมถนน 4 เส้นทางใน กทม. ได้แก่ ถ.อินทรพิทักษ์, ถ.ลาดพร้าว, ถ.พระราม 4 และ ถ.พระราม 6 ในเดือนกันยายน 2552

    1. บริเวณสถานีการไฟฟ้าย่อยธนบุรี ถนนอินทรพิทักษ์

     คลิกขยายรูป

    2. บริเวณสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ถนนลาดพร้าว

    คลิกขยายรูป

    3. บริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนพระราม 4

    คลิกขยายรูป

    4. บริเวณกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถนนพระราม 6

     คลิกขยายรูป

    กราฟปริมาณฝุ่นขนาดเล็ก PM10
    ริมถนน 4 เส้นทางใน กทม. ได้แก่ ถ.อินทรพิทักษ์, ถ.ลาดพร้าว, ถ.พระราม 4 และ ถ.พระราม 6 ในเดือนกันยายน 2552

    1. บริเวณสถานีการไฟฟ้าย่อยธนบุรี ถนนอินทรพิทักษ์

     คลิกขยายรูป
    2. บริเวณสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ถนนลาดพร้าว

    คลิกขยายรูป

    3.บริเวณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนพระราม 4

    คลิกขยายรูป

    4. บริเวณกระทรวงวิทยาศานตร์ฯ ถนนพระราม 6

     คลิกขยายรูป

     

    ระดับเสียงเฉลี่ย (Leq) 24 ชั่วโมง บริเวณริมถนนใน กทม.
    ริมถนน 4 เส้นทางใน กทม. ได้แก่ ถ.อินทรพิทักษ์, ถ.ลาดพร้าว และ ถ.ดินแดง

    • ระดับเสียงบริเวณริมถนนในกรุงเทพมหานครจากสถานี 3 แห่ง ได้แก่ ถ.อินทรพิทักษ์ ถ.ลาดพร้าว และถ.ดินแดง ในช่วงเดือนกันยายน 2552 พบว่ามีค่าระดับเสียงเฉลี่ย (Leq) 24 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 68.9 – 75.0 เดซิเบลเอ ซึ่งบริเวณถ.ลาดพร้าวและถ.ดินแดง มีค่าเกินมาตรฐานทุกวัน และจากการเปรียบเทียบระดับเสียงแต่ละสถานีในวันหยุด (อาทิตย์) กับวันธรรมดา (จันทร์-อังคาร) พบว่าส่วนใหญ่มีค่าใกล้เคียงกัน


    • 1. บริเวณสถานีการไฟฟ้าย่อยธนบุรี ถนนอินทรพิทักษ์

      คลิกขยายรูป

      2. บริเวณสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ถนนลาดพร้าว

      คลิกขยายรูป

      3. บริเวณสถานีดินแดง ถนนดินแดง

      คลิกขยายรูป

         

    ประชาชนสามารถช่วยกันหรือมีส่วนร่วมต่อไปอย่างไร

    กรมควบคุมมลพิษ ขอเชิญชวนทุกท่านมีส่วนร่วมในการลดปัญหามลพิษด้านอากาศและเสียง ลดใช้พลังงาน และลดภาวะโลกร้อน โดยร่วมมือกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ Car Pool หรือใช้รถจักรยาน หรือเดิน อย่างต่อเนื่องเป็นประจำโดยไม่จำเป็นต้องเป็นวัน Car Free Day ในเดือนกันยายนของทุกปี นอกจากนี้ ผู้ใช้รถควรหมั่นดูแลบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอซึ่งจะทำให้การปล่อยมลพิษไม่ว่าจะเป็นก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ฝุ่นละอองหรือควันดำ และระดับเสียงจากรถของท่าน รวมทั้งคุณภาพอากาศและเสียงในสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะบริเวณริมถนนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
    ทิ้งท้ายด้วยเกร็ดความรู้วิธีลดโลกร้อนแบบง่าย ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้รถ คือ

    1. ขับรถยนต์ให้น้อยลง เนื่องจากการขับรถยนต์เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.18 กิโลกรัม
    2. ควรดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถนาน หรือขณะเติมน้ำมัน ซึ่งการดับเครื่องยนต์ทุก 5 นาที จะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 0.13 กิโลกรัม ประหยัดน้ำมันได้ 0.1 ลิตร และควรขับไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะลดปริมาณการใช้น้ำมันได้ 20 %

    สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน “ คู่มือรักรถ ลดโลกร้อน ” จัดทำโดยกรมควบคุมมลพิษในเวปไซด์คลินิกไอเสีย http://www.emissionclinic.com/    

     


    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    ส่วนมลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือน
    สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง
    กรมควบคุมมลพิษ

    โทร. 0 2298 2375 - 6 โทรสาร 02 298 2376
    E-mail : noise(at)pcd(dot)go(dot)th


    
    หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ดาวน์โหลด | ติดต่อเรา | Site Map Switch to PCD English home page
    Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.