หลักเกณฑ์ทางวิชาการและแนวทางปฏิบัติสำหรับเตาเผาศพ


ตามที่ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติครั้งที่ 2/2542 กำหนดค่ามาตรฐานความทึบแสง (Opacity) ของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพไม่เกินร้อยละ 10 พร้อมวิธีการตรวจวัดความทึบแสงแบบ ริงเกิลมานน์ (Ringelmann's Method) ตามมาตรา 55 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พร้อมกับให้ กรมควบคุมมลพิษจัดทำหลักเกณฑ์ทางวิชาการ และแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานที่จะนำมาตรฐานความทึบแสงไปใช้ในการควบคุมปัญหาเขม่าควันจากเตาเผาศพ

กรมควบคุมมลพิษ ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์ทางวิชาการและแนวทางปฏิบัติสำหรับเตาเผาศพ ดังต่อไปนี้

นิยาม (Definition)
ลักษณะเฉพาะของเตาเผาศพ (Performance Specification)
การเดินเตาเผาศพ (Operation)
ลักษณะและหน่วยวัดค่าความทึบแสง ของแผนภูมิเขม่าควันริงเกิลมานน์
แบบฟอร์มบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพ
วิธีการตรวจวัด ลักษณะและหน่วยวัด การคำนวณ เปรียบเทียบ แบบบันทึกและการรายงานผลการตรวจวัดค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ
ปัญหามลพิษทางอากาศจากเตาเผาศพ
สาเหตุและการควบคุมมลพิษ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


นิยาม
Definition

เตาเผาศพ หมายความว่า สถานที่ที่จัดไว้สำหรับเผาศพ
ความทึบแสง หมายความว่า จำนวนร้อยละของแสงที่ไม่สามารถส่องผ่านเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ



ลักษณะเฉพาะของเตาเผาศพ
Performance Specification

ควรมีลักษณะเฉพาะอย่างน้อยดังนี้
  1. มีห้องเผาอย่างน้อย 2 ห้องเผา โดยห้องแรกเป็นห้องเผาศพ และห้องที่สองหรือห้องสุดท้ายเป็นห้องเผากลิ่นก๊าซและควัน
  2. ระยะเวลาในการเผาไหม้ (Residence time) ของห้องเผาที่สองหรือห้องสุดท้าย ไม่น้อยกว่า 1 วินาที
  3. อุณหภูมิ (Temperature) ในห้องเผาที่สองหรือห้องสุดท้ายไม่ต่ำกว่า 1000 องศาเซลเซียส
  4. เชื้อเพลิงที่ใช้ในการเผาไหม้เป็นน้ำมันดีเซลหรือก๊าซ
  5. มีระบบตรวจวัดอุณหภูมิในห้องเผาศพและห้องเผากลิ่นก๊าซและควัน
  6. มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อควบคุมการระบายมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด


การเดินเตาเผาศพ
Operation

  1. ก่อนทำการเผาศพให้ทำการติดเตาเผาห้องที่สองหรือห้องสุดท้ายให้มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 900 องศาเซลเซียส
  2. ควบคุมอุณหภูมิในห้องเผาที่สองหรือห้องสุดท้ายไม่ให้ต่ำกว่า 1000 องศาเซลเซียส ตลอดระยะเวลาที่มีการเผาไหม้ในห้องเผาที่หนึ่งหรือห้องเผาศพ
  3. ระหว่างการเผาศพ ให้ทำการบันทึกอุณหภูมิในห้องเผาที่สองหรือห้องสุดท้ายลงในแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพ ให้รวบรวมเป็นข้อมูลแสดงการทำงานเตาเผาศพ
  4. ทำการบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องมือและเตาเผาศพตามคู่มือการใช้งานหรือคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตเตา
  5. ให้ทำการตรวจสอบความทึบแสงของเขม่าควันจากเตาเผาศพขณะที่มีการเผาศพด้วยวิธีริงเกิลมานน์ให้เป็นไปตามมาตรฐานความทึบแสง (Opacity) ของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพไม่เกินร้อยละ 10
  6. การควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง


ลักษณะและหน่วยวัดค่าความทึบแสงของแผนภูมิเขม่าควันริงเกิลมานน์

แบบที่ 1
 
รูปที่ 1 แสดงค่าความทึบแสง
เท่ากับร้อยละ 0
รูปที่ 2 แสดงค่าความทึบแสง
เท่ากับร้อยละ 20
รูปที่ 3 แสดงค่าความทึบแสง
เท่ากับร้อยละ 40
รูปที่ 4 แสดงค่าความทึบแสง
เท่ากับร้อยละ 60
รูปที่ 5 แสดงค่าความทึบแสง
เท่ากับร้อยละ 80
รูปที่ 6 แสดงค่าความทึบแสง
เท่ากับร้อยละ 100
แบบที่ 1



แบบฟอร์มบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพ

แบบฟอร์มบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพ
ชื่อ(วัด/ฌาปนสถาน)..........................................................................................................................................................
ตั้งอยู่ที่..............................................................................................................................................................................
ใบอนุญาตเลขที่................/..................หมดอายุวันที่..............เดือน.................................พ.ศ...........................................
บันทึกข้อมูลวันที่...................................เดือน...................................พ.ศ..........................................................................
ผู้บันทึกข้อมูล....................................................................................................................................................................

เวลาอุณหภูมิการเผาไหม้ห้องที่สองหรือห้องสุดท้าย (องศาเซลเซียส)หมายเหตุ
ชั่วโมงที่ 1 นาทีที่
10
20
30
40
50
60
  
ชั่วโมงที่ 2 นาทีที่
10
20
30
40
50
60
  
ชั่วโมงที 3 นาทีที่
10
20
30
40
50
60
  

หมายเหตุ :บันทึกข้อมูลอุณหภูมิทุกๆ 10 นาที หรือตามความเหมาะสมตลอดระยะเวลาการเผาศพ



ปัญหามลพิษทางอากาศจากเตาเผาศพ

จากการศึกษาวิธีการเผาศพ พบว่า ปัญหามลพิษทางอากาศจากการเผาศพ เช่น เขม่าควัน และกลิ่น มักเกิดในช่วงต้นๆ โดยตามประเพณีจะมีการเผาโลงไปพร้อมกับการเผาศพ ในข่วง 30 นาทีแรกเปลวไฟเผาไหม้ ในช่วงนี้จะมีการระเหยน้ำออกมาจะทำให้อุณหภูมิในการเตาเผาลดลง หากไม่มีการโหมไฟให้พอเหมาะ อาจทำให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ก็จะเกิดเขม่าควันและมลพิษอื่นๆ จากการสลายตัวของไขมันและองค์ประกอบอื่นๆ ที่ถูกเผาไหม้ โดยเฉพาะสิ่งของต่างๆ ที่บรรจุไปในเตาเผาศพ เช่น เสื้อผ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวของผู้เสียชีวิต เป็นต้น ช่วงการเผาศพนี้จะใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที หลังจากช่วงนี้แล้วอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นศพจะโทรมและเข้าสู่ช่วงสลายตัวของกระดูกซึ่งจะไม่มีกลิ่นเกิดขึ้นในช่วงนี้

มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น มักเกิดขึ้นเนื่องจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์หรืออุณหภูมิไม่สูงพอทำให้เกิดมลพิษ เช่น ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมทั้งเขม่าและขี้เถ้าจาการเผาไหม้เชื้อเพลิงและกลิ่นจากการสลายตัวของสารอินทรีย์ในศพ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนด้วย



สาเหตุและการควบคุมมลพิษ

การเกิดมลพิษทางอากาศจากเตาเผาศพมีสาเหตุหลัก ดังนี้

  1. เชื้อเพลิงที่ใช้ : โดยพบว่าหากเป็นเตาเผาที่ใช้ไม้ฟืนหรือถ่านเป็นเชื้อเพลิงมักจะเกิดปัญหามลพิษมากกว่าการใช้น้ำมันหรือก๊าซ เนื่องจากจะควบคุมปริมาณเชื้อเพลิง อากาศ และอุณหภูมิในการเผาไหม้ให้เหมาะสมได้ค่อนข้างยาก ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และเกิดปัญหามลพิษทางอากาศได้
  2. การออกแบบการเผาไหม้ ของเตาเผา : ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการเลือกใช้เตาเผา เพื่อลดปัญหามลพิษที่อาจจะเกิดขึ้น คือ อุณหภูมิในการเผาไหม้ ระยะเวลาในการเผาไหม้ รวมทั้งลักษณะการผสมผสานของอากาศในเตาเผา ซึ่งในการออกแบบเตาเผาจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวให้เหมาะสมพยายามให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ทั่วทั้งเตา และให้มีความสามารถเพียงพอในการทำให้มลพิษหรือกลิ่นที่เกิดขึ้นสลายตัว นอกจากนี้ระบบเตาเผาแบบ 2 ห้องเผา ก็สามารถช่วยในกำจัดมลพิษ เช่น เขม่าควันและกลิ่นที่เกิดขึ้นจากการเผาศพในห้องเผาแรกก่อนที่จะระบายอากาศเสียออกสู่บรรยากาศภายนอก ช่วยให้ลดปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นได้
  3. ขั้นตอนการเดินระบบเผาไหม้ของเตาเผา : แม้ว่าจะใช้เตาที่มีระบบการเผาไหม้ดี หรือใช้เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพดี แต่หากไม่บำรุงรักษาเตาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอหรือผู้ควบคุมการเดินระบบเตาเผาไม่เดินระบบการเผาไหม้ตามเกณฑ์ที่เหมาะสมก็จะเกิดปัญหาเขม่าควันและกลิ่นรบกวนได้เช่นเดียว

นอกจากปัจจัยที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยเสริมอื่นที่ทำให้มีโอกาสเกิดมลพิษทางอากาศจากการเผาศพมากขึ้น คือ วัสดุและสิ่งของที่ใส่รวมลงไปในการเผาศพ เช่น การใส่วัสดุประเภทพลาสติก ใยสังเคราะห์ หรืออื่นๆ ลงไปมากก็จะเกิดมลพิษทางอากาศชนิดอื่นๆ ที่จะต้องคำนึงถึงด้วย ในการกำจัดมลพิษทางอากาศประเภทนี้ ต้องใช้อุณหภูมิการเผาไหม้ที่สูงมากพอสมควร หรืออาจต้องใช้ระบบบำบัดมลพิษเพิ่มเติมเป็นพิเศษด้วย



ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง
กรมควบคุมมลพิษ

โทรศัพท์ 0 2298 2372 โทรสาร 0 2298 2392
E-mail : emission(at)pcd(dot)go(dot)th