มลพิษหมอกควันข้ามแดน

 

บทนำ        
สถานการณ์มลพิษหมอกควันภาคใต้ประเทศไทย      
  ปี 2549        
 
  • 18 กรกฎาคม
  • 19 กรกฎาคม
  • 20 กรกฎาคม
  • 21 กรกฎาคม
  • 22 กรกฎาคม
  • 23 กรกฎาคม
  •  
  • 24 กรกฎาคม
  • 25 กรกฎาคม
  • 26 กรกฎาคม
  • 27 กรกฎาคม
  • 31 กรกฎาคม
  • 1 สิงหาคม
  •  
  • 2 สิงหาคม
  • 7 สิงหาคม
  • 8 สิงหาคม
  • 9 สิงหาคม
  • 10 สิงหาคม
  • 11 สิงหาคม
  •  
  • 12 สิงหาคม
  • 13 สิงหาคม
  • 14 สิงหาคม
  • 15 สิงหาคม
  • 16 สิงหาคม
  • 19 สิงหาคม
  • 20 สิงหาคม
  • 21 สิงหาคม
  •  
  • 22 สิงหาคม
  • 23 สิงหาคม
  • 24 สิงหาคม
  • 25 สิงหาคม
  • 28 สิงหาคม
  • 29 สิงหาคม
  • 30 สิงหาคม
  • 31 สิงหาคม
  • 1 กันยายน
  • 9 ตุลาคม
  •   ปี 2548        
    แผนภาพ Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    การดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
    ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการปฏิบัติตน

    มลพิษหมอกควันข้ามแดน 2549

    เกิดจากไฟไหม้ป่าที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละออง ปกคลุมทั่วบริเวณพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศบรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รวมทั้งภาคใต้ตอนล่างของไทย สภาพดังกล่าวนี้ได้บดบังทัศนวิสัยการมองเห็น ซึ่งส่งผลต่อการคมนาคมทางบก ทางน้ำและทางอากาศ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งการพัดพาหมอกควันและฝุ่นละอองจากจุดกำเนิดถึงประเทศไทยจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง


    สถานการณ์มลพิษหมอกควันภาคใต้ประเทศไทย
    ช่วงการรายงาน
    สถานการณ์คุณภาพอากาศในภาพรวม
    ข้อมูลรายชั่วโมงของ
    PM 10 (24 hr Average)
    จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ
    18/7/49

    จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า จังหวัดสงขลาและนราธิวาสมีระดับของ PM-10  เพิ่มสูงกว่าข้อมูลในวันก่อนหน้า โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาที่พบระดับของ PM-10 สูงถึง 128 มค.ก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานกำหนดไว้ 120 มค.ก./ลบ.ม.) ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน และอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากการพิจารณาข้อมูลอุตุนิยมวิทยาประกอบ พบว่า จังหวัดสตูล สงขลา และนราธิวาส มีค่าทัศนวิสัยเลว
    ทั้งนี้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีรายงานการปกคลุมของหมอกควัน พบการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการลดลงของค่าทัศนวิสัย กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่น เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตนระหว่างเกิดเหตุ และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
    19/7/49

    จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศของวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ค่าทัศนวิสัยอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม PM-10 ของสถานีจังหวัดภูเก็ต สงขลา และนราธิวาสยังสูงกว่าช่วงปกติ แสดงให้เห็นว่ายังมีการตกค้างของฝุ่นละอองในพื้นที่ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของประชาชนในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้สูงอายุ เป็นต้น

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
    20/7/49

    ไม่พบ Hotspot เมื่อวันที่19 กรกฎาคม 2549 และพบว่ามีหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล ทุกสถานีมีค่าลดลง

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
    21/7/49

    จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2549 เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 80 จุด และพบว่ามีหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
    22/7/49

    จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า ทุกสถานีมีระดับของ PM-10 เพิ่มสูงกว่าข้อมูลในวันก่อนหน้า จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า มีการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน Hotspot และมีการปกคลุมของหมอกควันหนาแน่นระดับปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้หมอกควันที่เกิดขึ้นถูกพัดพามายังประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป และอาจพบการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณ PM-10 ไปอีก 1-2 วัน หากสถานการณ์ไฟในประเทศอินโดนีเซียไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้ประสานไปยัง ประเทศอินโดนีเซีย และ สำนักเลขาธิการอาเซียน
    อย่างเป็นทางการเพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วนแล้ว

    กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตนระหว่างเกิดเหตุ และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    23/7/49

    จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 22 กรกฎาคม ลดลงเหลือเพียง 22 จุด และพบหมอกควันเพียงเบาบาง ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันของประเทศไทยในจังหวัดภูเก็ตและสงขลาดีขึ้นกว่าเมื่อวาน จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า มีเพียงสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดนราธิวาสที่มีระดับของ PM-10 เพิ่มสูงกว่าข้อมูลในวันก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตามระดับของ PM-10 ของจังหวัดภูเก็ตและสงขลายังสูงกว่าระดับปกติซึ่งอาจเป็นผลมาจากปริมาณฝุ่นละอองที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปจนกว่าระดับของ PM-10 จะกลับสู่ภาวะปกติ หากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]


    24/7/49
    จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 23 กรกฎาคม ลดลงเหลือเพียง 4 จุด และไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยดีขึ้นกว่าเมื่อวาน จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า ข้อมูล PM-10 ของทุกสถานีมีแนวโน้มลดลง คาดการณ์ว่าปริมาณ ฝุ่นละอองจะกลับสู่ภาวะปกติในอีก 1 – 2 วัน หากไม่เกิดไฟและหมอกควันที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียอีก

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]


    25/7/49 จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 24 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นเป็น 32 จุด และพบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ส่งผลให้พบการเพิ่มสูงขึ้นของ PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในจังหวัดภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี จากสถานการณ์ ดังกล่าวคาดการณ์ได้ว่า ปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นใน 1 – 2 วันข้างหน้า หากสถานการณ์ไฟและหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียยังไม่สามารถควบคุมได้ กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]


    26/7/49 จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 25 กรกฎาคม เพิ่มสูงขึ้นถึง 248 จุด และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับทิศทางลมพัดจากบริเวณที่เกิดหมอกควันมายังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงในการได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนสูง ข้อมูลปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 น. – 09.00 น.) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2549 เพิ่มสูงขึ้นในทุกสถานี โดยพบค่าสูงสุด 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในจังหวัดภูเก็ตและสงขลา และคาดว่าปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีกใน 1 – 2 วันข้างหน้า หากสถานการณ์ไฟและหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ยังไม่สามารถควบคุมได้ กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง  

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12 25 July 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
     
    27/7/49 จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจำนวน Hotspot และการปกคลุมของหมอกควัน พบการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2549 และเพิ่มสูงขึ้นถึง 248 จุด ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ส่งผลให้เกิดการปกคลุมของหมอกควันในระดับเบาบางถึงหนาแน่นปานกลางเหนือพื้นที่ที่เกิดไฟ ประกอบกับทิศทางลมในขณะนี้พัดจากทิศใต้ค่อนไปทางตะวันออกทำให้หมอกควันถูกพัดขึ้นมาทางเหนือของภูมิภาค ซึ่งศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียนคาดการณ์ว่าหมอกควันดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2549 เป็นต้นไป
    กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12 26 July 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    31/7/49 กรมควบคุมมลพิษ ขอรายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในทุกพื้นที่อยู่ใน เกณฑ์ปกติ
    จึงขอยุติการรายงานข้อมูลรายวันตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2549
    อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษ จะติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง
    หากมีเหตุการณ์ผิดปกติจะรายงานให้ทราบเป็นลำดับต่อไป

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    01/8/49 ในวันที่ 31 กรกฎาคม และ 1 สิงหาคม 2549 ทิศทางลมในระดับภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลง โดยพัดจากประเทศอินโดนีเซีย และชายฝั่งด้านตะวันตกของมาเลเซียมายังประเทศไทย ส่งผลให้หมอกควันที่ตกค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าวถูกพัดพามายังประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยกเว้นจังหวัดภูเก็ตซึ่งลมตะวันตกมีกำลังแรง จากข้อมูล PM-10 พบว่า ปริมาณ PM-10 ของทุกสถานีมีค่าเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตที่ PM-10 ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเนื่องจากในขณะนี้ไม่พบการเพิ่มขึ้นของไฟและหมอกควันในประเทศอินโดนีเซีย สถานการณ์หมอกควันในประเทศไทยในช่วงนี้จึงไม่น่าจะรุนแรงมากนัก

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    02/8/49 จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจำนวน Hotspot และการปกคลุมของหมอกควัน พบการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2549 และพบหมอกควันเบาบางปกคลุมเหนือพื้นที่เกิดไฟในเกาะสุมาตรา ประกอบกับทิศทางลมในขณะนี้พัดจากเกาะสุมาตราไปยังชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ส่งผลให้หลายจังหวัดมีการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจังหวัดยะลา และนราธิวาสซึ่งจะได้รับผลกระทบจากลมที่พัดหมอกควันผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    07/8/49 จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจำนวน Hotspot และการปกคลุมของหมอกควัน พบว่าจำนวน hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 6 สิงหาคม 2549 เพิ่มสูงขึ้นถึง 496 จุด และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางเป็นปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้หมอกควันบางส่วนซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ได้ถูกพัดพาไปยังชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศมาเลเซียแล้ว แต่เนื่องจากทิศทางลมในระดับภูมิภาคเหนือพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ในขณะนี้พัดจากทิศตะวันตกค่อนไปทางใต้ ทำให้หมอกควัน ไม่ถูกพัดพาขึ้นมาถึงภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ยกเว้นจังหวัดยะลา และนราธิวาส ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากหมอกควันที่ถูกพัดพาผ่านมาทางประเทศมาเลเซียได้

    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  6 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    08/8/49 ทิศทางลมพัดจากตะวันตกค่อนลงใต้ ทำให้หมอกควันยังไม่ถูกพัดพามายังประเทศไทย อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีหมอกควันปกคลุมอยู่เป็นปริเวณกว้าง หากทิศทางลมเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็อาจได้รับผลกระทบได้ กรมควบคุมมลพิษ จะเฝ้าระวังต่อไป และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    09/8/49 ทิศทางลมพัดจากตะวันตกค่อนลงใต้ ทำให้หมอกควันยังไม่ถูกพัดพามายังประเทศไทย อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีหมอกควันปกคลุมอยู่เป็นปริเวณกว้าง หากทิศทางลมเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็อาจได้รับผลกระทบได้ กรมควบคุมมลพิษ จะเฝ้าระวังต่อไป และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    10/8/49 ทิศทางลมในระดับภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลง โดยพัดจากประเทศอินโดนีเซีย มายังชายฝั่งด้านตะวันตกของมาเลเซียและประเทศไทย ส่งผลให้หมอกควันมีแนวโน้มจะถูกพัดพามาและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย กรมควบคุมมลพิษ จะเฝ้าระวังต่อไป และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  9 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    11/8/49

    จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 – 09.00 น.) ของวันที่ 11 สิงหาคม 2549 พบว่า ปริมาณ PM-10 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และสงขลามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน
    กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  10 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    12/8/49

    จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องพบว่าทิศทางลมในระดับภูมิภาคพัดจากประเทศอินโดนีเซีย มายังชายฝั่งด้านตะวันตกของมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ส่งผลให้หมอกควันมีแนวโน้มจะถูกพัดพามาและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ตรัง และสตูล นอกจากนี้จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ยังมีโอกาสในการได้รับผลกระทบจากหมอกควันที่ถูกพัดผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย อีกด้วย และจากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 – 09.00 น.) ของวันที่ 12 สิงหาคม 2549 พบว่า ปริมาณ PM-10 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในจังหวัดภูเก็ต สตูล ยะลา และนราธิวาสมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
     
    กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    13/8/49


      จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2549 ลดลง และพบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    14/8/49


     
    จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2549 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    15/8/49


      จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2549 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 352 จุด และพบหมอกควันหนาแน่นปกคุลมเป็นบริเวณกว้าง
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานีมีปริมาณ PM-10 เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน
    ยกเว้นจังหวัดภูเก็ต


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    16/8/49


    จำนวน Hotspot มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันหนาแน่นปกคุลมเป็นบริเวณกว้างบริเวณเกาะสุมาตรา
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานี  ยกเว้นจังหวัดสตูล มีปริมาณ PM-10 เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    19/8/49


    จำนวน Hotspot เพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    20/8/49


    จำนวน Hotspot เพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    21/8/49



    จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    22/8/49



    จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานีมีปริมาณ PM-10 เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    23/8/49



    พบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  22 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    24/8/49



    จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานียกเว้นจังหวัดสตูล มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  23 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    25/8/49



    จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานี สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
    จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีโอกาสในการได้รับผลกระทบจากหมอกควันที่ถูกพัดผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  24 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    28/8/49



    พบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    ภาพถ่ายจุดที่เกิดไฟป่าและหมอกควันจากดาวเทียม NOAA/12  27 August 2006
    คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
    29/8/49



    พบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา  ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    30/8/49



    ไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตราบริเวณเกาะสุมาตรา  ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    31/8/49



    ไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตราบริเวณเกาะสุมาตรา  ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
    หรือ ที่นี่

    1/9/49



    จำนวน Hotspot เพิ่มขึ้นเป็น 92 จุด หากยังไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตราบริเวณเกาะสุมาตรา  ประเทศอินโดนีเซีย
    ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน




    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]

    10/10/49


    พบการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศ อินโดนีเซีย และพบการปกคลุมของหมอกควันอย่างหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) และการลดลงของค่าทัศนวิสัย ทั้งในพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และในประเทศข้างเคียง เช่น ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงพื้นที่ ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย มีการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณ PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง  แต่ค่าที่พบยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และยังไม่สูงถึงระดับที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยพบปริมาณ PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 – 09.00 น.) สูงสุดที่ 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 8 ตุลาคม 2549 ที่จังหวัดสงขลา กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งข้อมูลให้ทราบเป็นระยะต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ


    อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
    หรือ ที่นี่



    การดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง

    ปี 2540 เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ได้จัดตั้งเจ้าหน้าที่อาวุโสเฉพาะกิจของอาเซียนด้านหมอกควัน รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันหมอกควันจากไฟป่าในระดับภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากความรุนแรงของปัญหา ได้มีการจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเฉพาะกิจ และการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควันควบคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลจากการประชุมทั้งสองระดับที่สำคัญๆ ก่อให้เกิดเป็นข้อตกลง อาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ขึ้น
    ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน(ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) มีวัตถุประสงค์เพื่อ ป้องกัน ลด และติดตามตรวจสอบมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอันเป็นผลเนื่องมาจากไฟบนพื้นดินและ/หรือไฟป่า โดยอาศัยความพยายามร่วมกันในระดับประเทศ และความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยข้อตกลงอาเซียนฯ นี้จะมีผลบังคับใช้หลังจากกำหนด 60 วัน ที่ประเทศภาคีอาเซียนจำนวน 6 ประเทศได้ให้สัตยาบัน การยอมรับ การรับรอง หรือเข้าเป็นภาคีแล้ว
    ประเทศไทยพร้อมด้วยประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ อีก 9 ประเทศได้ร่วมลงนามในข้อตกลงอาเซียนฯ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2545 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และได้ดำเนินการให้สัตยาบันเมื่อปลายปี 2546 ส่งผลให้ข้อตกลงอาเซียนฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 กับประเทศภาคีที่ให้สัตยาบันแล้ว 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย และในปี 2548 ประเทศลาว ได้ให้สัตยาบันเรียบร้อยแล้ว สำหรับประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา และอินโดนิเซีย อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องการให้สัตยาบัน

    กรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินงานตามข้อตกลงอาเซียนฯ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกร่างแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการควบคุมการเผาในที่โล่ง เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานการควบคุมการเผาในที่โล่งของประเทศไทย โดย คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการควบคุมการเผาในที่โล่ง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 รวมทั้งได้จัดทำแผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการควบคุมการเผาในที่โล่ง (พ.ศ. 2547 – 2551)

    แถลงการณ์ของที่ประชุมคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม(ASOEN) ครั้งที่ 16
    ( English version of ASOEN Press Release)

    เรื่อง สถานการณ์มลพิษหมอกควันข้ามแดน

    การประชุมคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Senior Officials on the Environment: ASOEN) เมื่อวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2548 ได้ให้ความสำคัญต่อกรณีการเกิดปัญหาไฟไหม้ป่าในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งขณะนี้กำลังก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของประเทศมาเลเชีย และ ตอนใต้ของประเทศไทย โดยประเทศมาเลเซียได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ Port Klang และ Kuala Selangor เนื่องจากสถานการณ์คุณภาพอากาศอยู่ในขั้นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน

    ประเทศอินโดนีเซีย ได้รายงานถึงปัญหาของการดับไฟป่า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เข้าถึงได้ยากและอยู่ในพื้นที่ป่าพรุ โดยรัฐบาลอินโดนีเซียได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังต้องมีการเฝ้าระวัง เนื่องจากศูนย์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาอาเซียน (ASEAN Specialized Meteorological Centre: ASMC) ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้พยากรณ์สภาพอากาศจนถึงเดือนตุลาคม ปีนี้ว่า ยังคงมีสภาพอากาศแห้งและปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ทิศทางลมอาจมีการเปลี่ยนแปลงและพัดพาหมอกควันจากพื้นที่ที่เกิดไฟป่าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้อีก ทั้งนี้ ประเทศอินโดนีเซียยินดีที่จะรับความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศ ASEAN
    โดยขณะนี้ประเทศมาเลเซียได้ส่งทีมช่วยเหลือและเครื่องมือในการดับไฟป่า และการทำฝนเทียม ไปยังพื้นที่ที่เกิดไฟป่า ประเทศสิงคโปร์ ได้ให้ความช่วยเหลือในการส่งภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อช่วยในการกำหนดพิกัดของสถานที่เกิดไฟป่า และส่งเครื่องบินไปช่วยการทำฝนเทียม ส่วนประเทศไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ

    คณะผู้แทนไทยในที่ประชุม ASOEN ซึ่งมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะ ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการต่อการจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอาเซียนเพื่อการประสานงานและการประเมินสถานการณ์ไฟป่าและมลพิษหมอกควัน (Panel of ASEAN Experts on Fire and Haze Assessment and Coordination) และให้ข้อเสนอแนะว่าคณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้ควรพิจารณาวิธีการป้องกันควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาในภาวะฉุกเฉิน รวมทั้ง พิจารณากลไกการกำหนดวิธีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และ ปรับปรุงกลไกความร่วมมือเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน

    ที่ประชุม ASOEN ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการระยะยาวในการป้องกันปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงอาเซียนด้านมลพิษหมอกควันข้ามแดน ( ASEAN Transboundary Haze Pollution) ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนจะต้องให้ความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

    17 สิงหาคม 2548

    คณะผู้แทนไทย

    โรงแรม Gurney Resort รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย

     

    ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการปฏิบัติตน

    • ใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดๆ ปิดจมูกและปาก ในกรณีที่อยู่ในบริเวณที่มีหมอกควัน
    • ปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นควันเข้าบ้าน
    • ไม่อยู่ในบริเวณที่มีหมอกควันปกคลุม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด
    • ผู้เป็นโรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด เด็ก และคนชรา ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน โดยผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม
    • เมื่อมีอาการผิดปกติหลังจากสูดดมหมอกควัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
    • งดเว้นการสูบบุหรี่และควรดื่มน้ำบ่อยๆ ในช่วงที่มีฝุ่นควันรบกวน
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำงานหนักที่ต้องออกแรงมากในบริเวณที่มีฝุ่นควันรบกวน
    • ติดตามรับฟังข่าวสารและข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และมีการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
    • งดการรองรับน้ำฝนไว้ใช้อุปโภคบริโภคชั่วคราว แต่ถ้าหากจำเป็นต้องรองน้ำควรปล่อยให้ฝนตกลงมาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนรองน้ำไว้ใช้
    ข้อมูลเพิ่มเติม :
    1. เกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศสำหรับประเทศไทย
    2. ข้อมูลผลการตรวจวัดฝุ่นละอองรายชั่วโมงในภาคใต้ของประเทศไทย
      วิธีการดูข้อมูลรายชั่วโมง
      • คลิกเลือกสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่หาดใหญ่ หรือ ที่ภูเก็ต
      • ในช่อง Parameter name ให้ Scroll เลือก Hot Spot PM10 1 Hour Average
      • ในช่องตัวเลขให้เติมช่วงเวลาที่ต้องการทราบข้อมูล
      • - ช่องแรกให้ระบุปี ค.ศ. เดือน วัน เวลา เริ่มต้น(YYMMDDHH) เช่น 05081210 คือ วันที่ 8 สิงหาคม 2548 เวลา 10.00 น.
        - ในช่องที่ 2 ให้ระบุปี ค.ศ. เดือน วัน เวลา (YYMMDDHH) ที่สิ้นสุดของข้อมูล เช่น 05081515 คือ วันที่ 15 สิงหาคม เวลา 15.00 น.
        - คลิก ปุ่ม Show
      ตัวอย่างกราฟแสดงข้อมูล PM 10 รายชั่วโมง จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศหาดใหญ่ ในตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 13 สิง หาคม 2548 ถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ตัวอย่างกราฟแสดงข้อมูล PM <sub>10</sub> รายชั่วโมง
      คลิกขยายภาพ

    3. ข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของประเทศมาเลเซีย สถานีใกล้เคียงกับประเทศไทย ปี พ.ศ. 2548 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ใกล้กับภาคใต้ของประเทศไทย คือ Kangar, PERLIS, Langkawi, KEDAH และ M.Sult. K.Bharu, KELANTAN
    4. การพยากรณ์สภาพอุตุนิยมวิทยา
    5. ภาพถ่ายจากดาวเทียม NOAA

     


    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    ส่วนแผนงานและประมวลผล
    สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง

    โทรศัพท์ 0 2298 2388-9 โทรสาร 0 2298 2385
    E-mail : Aqnis(at)pcd(dot)go(dot)th




    กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม