ช่วงการรายงาน
|
สถานการณ์คุณภาพอากาศในภาพรวม |
ข้อมูลรายชั่วโมงของ
PM 10 (24 hr Average)
จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ |
| 18/7/49 |
จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า จังหวัดสงขลาและนราธิวาสมีระดับของ PM-10 เพิ่มสูงกว่าข้อมูลในวันก่อนหน้า โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาที่พบระดับของ PM-10 สูงถึง 128 มค.ก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานกำหนดไว้ 120 มค.ก./ลบ.ม.) ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน และอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
จากการพิจารณาข้อมูลอุตุนิยมวิทยาประกอบ พบว่า จังหวัดสตูล สงขลา และนราธิวาส มีค่าทัศนวิสัยเลว
ทั้งนี้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีรายงานการปกคลุมของหมอกควัน พบการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการลดลงของค่าทัศนวิสัย กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่น เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตนระหว่างเกิดเหตุ และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง |
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF] |
| 19/7/49 |
จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศของวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ค่าทัศนวิสัยอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม PM-10 ของสถานีจังหวัดภูเก็ต สงขลา และนราธิวาสยังสูงกว่าช่วงปกติ แสดงให้เห็นว่ายังมีการตกค้างของฝุ่นละอองในพื้นที่ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของประชาชนในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้สูงอายุ เป็นต้น |
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF] |
| 20/7/49 |
ไม่พบ Hotspot เมื่อวันที่19 กรกฎาคม 2549 และพบว่ามีหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล ทุกสถานีมีค่าลดลง
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF] |
| 21/7/49 |
จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2549 เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 80 จุด และพบว่ามีหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF] |
| 22/7/49 |
จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า ทุกสถานีมีระดับของ PM-10 เพิ่มสูงกว่าข้อมูลในวันก่อนหน้า จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า มีการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน Hotspot และมีการปกคลุมของหมอกควันหนาแน่นระดับปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้หมอกควันที่เกิดขึ้นถูกพัดพามายังประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป และอาจพบการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณ PM-10 ไปอีก 1-2 วัน หากสถานการณ์ไฟในประเทศอินโดนีเซียไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้ประสานไปยัง ประเทศอินโดนีเซีย และ สำนักเลขาธิการอาเซียน
อย่างเป็นทางการเพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วนแล้ว
กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตนระหว่างเกิดเหตุ และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 23/7/49 |
จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 22 กรกฎาคม ลดลงเหลือเพียง 22 จุด และพบหมอกควันเพียงเบาบาง ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันของประเทศไทยในจังหวัดภูเก็ตและสงขลาดีขึ้นกว่าเมื่อวาน จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า มีเพียงสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดนราธิวาสที่มีระดับของ PM-10 เพิ่มสูงกว่าข้อมูลในวันก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตามระดับของ PM-10 ของจังหวัดภูเก็ตและสงขลายังสูงกว่าระดับปกติซึ่งอาจเป็นผลมาจากปริมาณฝุ่นละอองที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปจนกว่าระดับของ PM-10 จะกลับสู่ภาวะปกติ หากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 24/7/49 |
จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 23 กรกฎาคม ลดลงเหลือเพียง 4 จุด และไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยดีขึ้นกว่าเมื่อวาน จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่ตรวจวัดได้ พบว่า ข้อมูล PM-10 ของทุกสถานีมีแนวโน้มลดลง คาดการณ์ว่าปริมาณ
ฝุ่นละอองจะกลับสู่ภาวะปกติในอีก 1 – 2 วัน หากไม่เกิดไฟและหมอกควันที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียอีก
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 25/7/49 |
จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 24 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นเป็น 32 จุด และพบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ส่งผลให้พบการเพิ่มสูงขึ้นของ PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในจังหวัดภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี จากสถานการณ์
ดังกล่าวคาดการณ์ได้ว่า ปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นใน 1 – 2 วันข้างหน้า หากสถานการณ์ไฟและหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียยังไม่สามารถควบคุมได้
กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง |
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 26/7/49 |
จากการพิจารณาข้อมูลจำนวน Hotspot และความหนาแน่นของหมอกควัน พบว่า จำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตราในวันที่ 25 กรกฎาคม เพิ่มสูงขึ้นถึง 248 จุด และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับทิศทางลมพัดจากบริเวณที่เกิดหมอกควันมายังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงในการได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนสูง
ข้อมูลปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 น. – 09.00 น.) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2549 เพิ่มสูงขึ้นในทุกสถานี โดยพบค่าสูงสุด 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในจังหวัดภูเก็ตและสงขลา และคาดว่าปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีกใน 1 – 2 วันข้างหน้า หากสถานการณ์ไฟและหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตรา ยังไม่สามารถควบคุมได้
กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย |
| 27/7/49 |
จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจำนวน Hotspot และการปกคลุมของหมอกควัน พบการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2549 และเพิ่มสูงขึ้นถึง 248 จุด ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ส่งผลให้เกิดการปกคลุมของหมอกควันในระดับเบาบางถึงหนาแน่นปานกลางเหนือพื้นที่ที่เกิดไฟ ประกอบกับทิศทางลมในขณะนี้พัดจากทิศใต้ค่อนไปทางตะวันออกทำให้หมอกควันถูกพัดขึ้นมาทางเหนือของภูมิภาค ซึ่งศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียนคาดการณ์ว่าหมอกควันดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2549 เป็นต้นไป
กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ |
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย |
| 31/7/49 |
กรมควบคุมมลพิษ ขอรายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในทุกพื้นที่อยู่ใน
เกณฑ์ปกติ
จึงขอยุติการรายงานข้อมูลรายวันตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2549
อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษ จะติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง
หากมีเหตุการณ์ผิดปกติจะรายงานให้ทราบเป็นลำดับต่อไป
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 01/8/49 |
ในวันที่ 31 กรกฎาคม และ 1 สิงหาคม 2549 ทิศทางลมในระดับภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลง โดยพัดจากประเทศอินโดนีเซีย และชายฝั่งด้านตะวันตกของมาเลเซียมายังประเทศไทย ส่งผลให้หมอกควันที่ตกค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าวถูกพัดพามายังประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยกเว้นจังหวัดภูเก็ตซึ่งลมตะวันตกมีกำลังแรง จากข้อมูล PM-10 พบว่า ปริมาณ PM-10 ของทุกสถานีมีค่าเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตที่ PM-10 ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเนื่องจากในขณะนี้ไม่พบการเพิ่มขึ้นของไฟและหมอกควันในประเทศอินโดนีเซีย สถานการณ์หมอกควันในประเทศไทยในช่วงนี้จึงไม่น่าจะรุนแรงมากนัก
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 02/8/49 |
จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจำนวน Hotspot และการปกคลุมของหมอกควัน พบการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2549 และพบหมอกควันเบาบางปกคลุมเหนือพื้นที่เกิดไฟในเกาะสุมาตรา ประกอบกับทิศทางลมในขณะนี้พัดจากเกาะสุมาตราไปยังชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ส่งผลให้หลายจังหวัดมีการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจังหวัดยะลา และนราธิวาสซึ่งจะได้รับผลกระทบจากลมที่พัดหมอกควันผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 07/8/49 |
จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจำนวน Hotspot และการปกคลุมของหมอกควัน
พบว่าจำนวน hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 6 สิงหาคม 2549 เพิ่มสูงขึ้นถึง 496 จุด และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางเป็นปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้หมอกควันบางส่วนซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ได้ถูกพัดพาไปยังชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศมาเลเซียแล้ว แต่เนื่องจากทิศทางลมในระดับภูมิภาคเหนือพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
ในขณะนี้พัดจากทิศตะวันตกค่อนไปทางใต้ ทำให้หมอกควัน ไม่ถูกพัดพาขึ้นมาถึงภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
ยกเว้นจังหวัดยะลา และนราธิวาส ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากหมอกควันที่ถูกพัดพาผ่านมาทางประเทศมาเลเซียได้
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย |
| 08/8/49 |
ทิศทางลมพัดจากตะวันตกค่อนลงใต้ ทำให้หมอกควันยังไม่ถูกพัดพามายังประเทศไทย
อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีหมอกควันปกคลุมอยู่เป็นปริเวณกว้าง
หากทิศทางลมเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็อาจได้รับผลกระทบได้
กรมควบคุมมลพิษ จะเฝ้าระวังต่อไป และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 09/8/49 |
ทิศทางลมพัดจากตะวันตกค่อนลงใต้ ทำให้หมอกควันยังไม่ถูกพัดพามายังประเทศไทย
อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีหมอกควันปกคลุมอยู่เป็นปริเวณกว้าง
หากทิศทางลมเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็อาจได้รับผลกระทบได้
กรมควบคุมมลพิษ จะเฝ้าระวังต่อไป และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 10/8/49 |
ทิศทางลมในระดับภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลง โดยพัดจากประเทศอินโดนีเซีย มายังชายฝั่งด้านตะวันตกของมาเลเซียและประเทศไทย ส่งผลให้หมอกควันมีแนวโน้มจะถูกพัดพามาและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
กรมควบคุมมลพิษ จะเฝ้าระวังต่อไป และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
|
| 11/8/49 |
จากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 – 09.00 น.) ของวันที่ 11 สิงหาคม 2549 พบว่า ปริมาณ PM-10 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และสงขลามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน
กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย |
| 12/8/49 |
จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องพบว่าทิศทางลมในระดับภูมิภาคพัดจากประเทศอินโดนีเซีย มายังชายฝั่งด้านตะวันตกของมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ส่งผลให้หมอกควันมีแนวโน้มจะถูกพัดพามาและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ตรัง และสตูล นอกจากนี้จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ยังมีโอกาสในการได้รับผลกระทบจากหมอกควันที่ถูกพัดผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย อีกด้วย และจากข้อมูล PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 – 09.00 น.) ของวันที่ 12 สิงหาคม 2549 พบว่า ปริมาณ PM-10 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในจังหวัดภูเก็ต สตูล ยะลา และนราธิวาสมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
กรมควบคุมมลพิษ ใคร่ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หมอกควัน และหากหน่วยงานท้องถิ่นพบการเกิด/ปกคลุมของหมอกควัน หรือสภาพฟ้าหลัว โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กรมควบคุมมลพิษ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 13/8/49 |
จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2549 ลดลง และพบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 14/8/49 |
จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2549 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 15/8/49 |
จำนวน Hotspot เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2549 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 352 จุด และพบหมอกควันหนาแน่นปกคุลมเป็นบริเวณกว้าง
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานีมีปริมาณ PM-10 เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน
ยกเว้นจังหวัดภูเก็ต
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 16/8/49 |
จำนวน Hotspot มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันหนาแน่นปกคุลมเป็นบริเวณกว้างบริเวณเกาะสุมาตรา
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานี ยกเว้นจังหวัดสตูล มีปริมาณ PM-10 เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 19/8/49 |
จำนวน Hotspot เพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 20/8/49 |
จำนวน Hotspot เพิ่มสูงขึ้น และพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 21/8/49 |
จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 22/8/49 |
จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานีมีปริมาณ PM-10 เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 23/8/49 |
พบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
|
| 24/8/49 |
จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานียกเว้นจังหวัดสตูล มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
|
| 25/8/49 |
จำนวน Hotspot ลดลงและพบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากทุกสถานี
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีโอกาสในการได้รับผลกระทบจากหมอกควันที่ถูกพัดผ่านมาทางประเทศมาเลเซีย
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
|
| 28/8/49 |
พบหมอกควันหนาแน่นปานกลางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
|
| 29/8/49 |
พบหมอกควันเบาบางบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 30/8/49 |
ไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตราบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 31/8/49 |
ไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตราบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
|
| 1/9/49 |
จำนวน Hotspot เพิ่มขึ้นเป็น 92 จุด หากยังไม่พบหมอกควันบริเวณเกาะสุมาตราบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส และสตูล
สูงไม่เกินค่ามาตรฐาน
|
อ่านรายงานข้อมูลโดยละเอียด [PDF]
|
| 10/10/49 |
พบการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวน Hotspot บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศ
อินโดนีเซีย
และพบการปกคลุมของหมอกควันอย่างหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM-10) และการลดลงของค่าทัศนวิสัย ทั้งในพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และในประเทศข้างเคียง เช่น ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงพื้นที่
ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย มีการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณ PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง
แต่ค่าที่พบยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และยังไม่สูงถึงระดับที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
โดยพบปริมาณ PM-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (09.00 – 09.00 น.) สูงสุดที่ 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ในวันที่ 8 ตุลาคม 2549 ที่จังหวัดสงขลา
กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งข้อมูลให้ทราบเป็นระยะต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
|
|