การตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ


หลักการและเหตุผล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมาย
พื้นที่และระยะเวลาดำเนินโครงการ
กิจกรรมหลักในการดำเนินโครงการ
ขั้นตอนกิจกรรมการเข้าร่วมโครงการแลกซื้อรถจักรยานยนต์
รายละเอียดการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 48
ประมวลภาพกิจกรรม


หลักการและเหตุผล

รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่สำคัญของประชาชนในกลุ่มที่มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรคับคั่งอย่างเช่นกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีความคล่องตัวในการใช้งาน เพื่อการขนส่งซึ่งตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจในทุกระดับ เมื่อปี 2547 รถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานครมี 1,593,685 คัน (คิดเป็นร้อยละ 37 ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร) โดยเป็นรถจักรยานยนต์ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 10 ปี มีปริมาณ 518,330 คัน (คิดเป็น ร้อยละ 33 ของจำนวนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร) ปริมาณรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้การใช้น้ำมันเบนซินมีปริมาณเพิ่มตามไปด้วย ในปี 2547 การใช้น้ำมันเบนซินในภาคการขนส่ง มีจำนวน 7,635 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำมันเบนซินออกเทน 91 จำนวน 5,296 ล้านลิตร และน้ำมันเบนซินออกเทน 95 จำนวน 2,667 ล้านลิตร

รถจักรยานยนต์เป็นแหล่งระบายก๊าซไฮโดรคาร์บอนสูงสุดถึงร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับ ยานพาหนะประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้การระบายก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มาจากแหล่งกำเนิดเคลื่อนที่ ประมาณร้อยละ 75 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 25 มาจากแหล่งกำเนิดพื้นที่และอยู่กับที่ โดยรถจักรยานยนต์เป็นแหล่งระบายก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถึงร้อยละ 32 เมื่อเปรียบเทียบกับยานพาหนะประเภทอื่น ๆ ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่เก่าและปล่อยมลพิษสูง ยังคงวิ่งใช้งานบนท้องถนนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่ง ผลกระทบให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะก๊าซไฮโดรคาร์บอนและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และ สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ลดลงและการขาดการบำรุง ดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่เหมาะสม

จากการประมาณการประสิทธิภาพรถจักรยานยนต์ใช้งานที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18 กิโลเมตร/ลิตร (หรือ 0.045 ลิตร/กิโลเมตร) ในขณะที่รถจักรยานยนต์ใหม่ (ระดับที่ 5) มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย 50 กิโลเมตร/ลิตร (หรือ 0.02 ลิตร/กิโลเมตร) ดังนั้น หากมีการใช้งานรถจักรยานยนต์ใหม่ ในระยะทาง 1 กิโลเมตร จะสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 0.025 ลิตร/คัน ในปี 2547 รถจักรยานยนต์รับจ้าง 1 คัน วิ่งในเขตกทม.และปริมณฑล ประมาณ 67 กิโลเมตร/วัน ดังนั้น หากเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ใหม่ จำนวน 6000 คัน จะสามารถประหยัดน้ำมันเบนซินจำนวน 3 ล้านลิตร/ปี คิดเป็นเงินประมาณ 79 ล้านบาท/ปี (น้ำมันเบนซินออกเทน 91 ราคา 26.14 บาท/ลิตร ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2548) นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาของรถในหนึ่งคัน ประมาณ 200 บาทต่อเดือนต่อคัน หรือคิดเป็นเงิน 14,400,000 ล้านบาท หากเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ใหม่ จำนวน 6,000 คัน

เมื่อคิดค่าการสูญเสียอันเนื่องมาจากปริมาณมลพิษที่สูงขึ้นโดยประเมินจากหลักแนวความคิดที่ว่า ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pay Principal) โดยใช้อัตรา Emission charge and taxs จะเป็นตัวแทนมูลค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีสาเหตุมาจากปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับปริมาณการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่ารถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี จำนวน 1 คัน จะปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอน 8.76 g/km และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 9.43 g/km ในขณะที่รถจักรยานยนต์ใหม่ปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอน 0.36 g/km และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 1.93 g/km ดังนั้นหากเปลี่ยนมาใช้ รถจักรยานยนต์ใหม่ แทนรถจักรยานยนต์ใช้งานเดิม เป็นจำนวน 6,000 คัน จะทำให้สามารถลดปริมาณก๊าซไฮโดรคาร์บอน 1,013 ตัน/ปี และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 904 ตัน/ปี ซึ่งจะทำให้ลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากก๊าซไฮโดรคาร์บอนและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ คิดเป็นมูลค่า 2,554,280 บาท/ปี และ 685,684 บาท/ปี ตามลำดับ (ที่มา : Strategies and policies for air pollution abatement , United Nations , 1999)

โครงการนี้เป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือร่วมใจกันระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนโดยจะดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2548 – 16 ธันวาคม 2548 ซึ่งเป็นช่วงที่ใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา การเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์เก่าที่หมดสภาพแล้ว สามารถตรวจเช็ค ปรับแต่งรถจักรยานยนต์เก่าทั้ง 2 จังหวะและ 4 จังหวะ สามารถเปลี่ยนท่อไอเสียที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์เก่าที่หมดสภาพแล้วได้มีโอกาสเปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันใหม่ ได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้คุณภาพอากาศและเสียงในเขตกรุงเทพมหานครดีขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ประหยัดค่าการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ รวมทั้งประชาชนยังสามารถที่ซื้อหมวกนิรภัยในราคาพิเศษ เพื่อให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งจะสามารถช่วยลดการสูญเสียทั้งทางด้านชีวิต ทรัพย์สินส่วนตัว รวมถึงการสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ถึงปีละประมาณ 3,000-6,000 ล้านบาทต่อปี


หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1. กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
2. กองบังคับการตำรวจจราจร
3. กรุงเทพมหานคร
4. กรมการขนส่งทางบก
5. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
6. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
7. สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
8. สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
9. สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย
10. ธนาคารออมสิน
11. บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
12. บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
13. บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด
14. บริษัท คาวาซากิมอเตอร์เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย)
15. บริษัท ไทก้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด
 

เป้าหมาย

     รถจักรยานยนต์เก่าทั่วไปทั้ง 2 จังหวะ และ 4 จังหวะ ไม่จำกัดอายุ สามารถเข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งหมด 6000 คัน หรือ ประมาณ 300 คันต่อวัน
 
 

พื้นที่และระยะเวลาดำเนินโครงการ

  • ตั้งแต่วันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2548 ณ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง (เขตดอนเมือง)

  • ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2548 – 2 ธันวาคม 2548 ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทยญี่ปุ่น(เขตดินแดง)

  • ตั้งแต่วันที่ 6-9 ธันวาคม 2548 ณ ลานคาเฟ่ สตาร์ ถนนอุดมสุข (เขตบางนา)

  • ตั้งแต่วันที่ 13-16 ธันวาคม 2548 ณ เซ็นทรัล พระราม 2 (เขตบางขุนเทียน)

คลิกที่    เพื่อดูแผนที่


กิจกรรมหลักในการดำเนินโครงการ

กิจกรรม หน่วยงานที่รับผิดชอบ
1. ตั้งจุดบริการตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียงจากรถจักรยานยนต์
  • ให้สติกเกอร์ สำหรับรถที่ผ่านการตรวจสภาพ
  • ให้น้ำมันเครื่องฟรี 1 กระป๋อง
(โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ ทั้ง 5 แห่ง)  
  • กองบังคับการตำรวจจราจร
  • กรมการขนส่งทางบก
  • กทม.
  • สมอ.
  • กรมควบคุมมลพิษ
  • 2.ตั้งจุดบริการปรับแต่ง ตรวจเช็คสภาพรถจักรยานยนต์ และ เปลี่ยนท่อไอเสีย
    • บริการปรับแต่งและตรวจเช็คสภาพให้ฟรี
    • ลดราคาชิ้นส่วนอะไหล่เกี่ยวกับการปรับแต่ง ลด 50%
    • เปลี่ยนท่อไอเสีย ลด 20%
  • สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
  • สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
  • บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
  • บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
  • บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด
  • บริษัท คาวาซากิมอเตอร์เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย)
  • บริษัท ไทก้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด
  • วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง
  •  
    3. ตั้งจุดบริการนำรถจักรยานยนต์เก่ามาแลกซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่
    • การตีราคารถเก่าในราคาพิเศษ
    • การแลกซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในราคาพิเศษ (โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์อายุการใช้งานที่เกิน 10 ปี)
  • สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
  • สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
  • สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย
  • ธนาคารออมสิน
  • บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
  • บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
  • บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด
  • บริษัท คาวาซากิมอเตอร์เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย)
  • บริษัท ไทก้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด
  • 4. ตั้งจุดบริการขายหมวกนิรภัยราคาพิเศษจากโรงงาน 
  • สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
  • สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
  • บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
  • บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด
  • บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด
  • บริษัท คาวาซากิมอเตอร์เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย)
  • บริษัท ไทก้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด
  •  


    หุ่นยนต์ที่ประดิษฐ์จากรถจักรยานยนต์เก่า



    ขั้นตอนกิจกรรมการเข้าร่วมโครงการแลกซื้อรถจักรยานยนต์

    Motorcycle Program in BKK

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    ส่วนมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ
    สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง
    กรมควบคุมมลพิษ
    โทร. 0 2298 2347-9 โทรสาร 0 2298 2325
    E-mail : autoairpol(at)pcd(dot)go(dot)th


    เซ็นทรัล พระราม 2 ลานคาเฟ่ สตาร์ ถนนอุดมสุข  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทยญี่ปุ่น วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง