
 |
|
ควันขาวจากรถจักรยานยนต์ ในปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานที่อยู่
2 ประเภท คือ รถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ และรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ ซึ่งรถจักรยานยนต์
2 จังหวะ ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากให้สมรรถนะเป็นที่พอใจแก่ผู้ขับขี่ มีขนาดกะทัดรัดซ่อมแซมได้ง่าย
แต่ในทางตรงข้ามพบว่ารถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ จะปล่อยมลพิษออกมา มากกว่ารถจักรยานยนต์
4 จังหวะ โดยเฉพาะก๊าซไฮโดรคาร์บอนและควันขาว ควันขาวคือ กลุ่มของละอองน้ำมันหล่อลื่นที่ยังไม่เผาไหม้หรือเผาไหม้เพียงบางส่วนเมื่อกระทบกับ
บรรยากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าก็จะควบแน่น มองเห็นเป็นควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย |
| | สาเหตุของการเกิดควันขาว เนื่องจากรถจักรยานยนต์
2 จังหวะ มีระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ ที่เรียกว่า "ออโต้ลูบ" ซึ่งทำหน้าที่ผสมน้ำมันหล่อลื่นเข้ากับน้ำมันเชื้อเพลิง
ซึ่งจำเป็นต้องมีการหล่อลื่นชิ้นส่วนเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น เพลาข้อเหวี่ยง ลูกสูบ ผนังกระบอกสูบ ตลับลูกปืน ฯลฯ
ส่วนผสมของอากาศ น้ำมันเชื้อเพลิงและ น้ำมันหล่อลื่นถูกดูดเข้าไปในห้องเพลาข้อเหวี่ยง น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ในส่วนผสมก็จะมีโอกาส
สัมผัสกับชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ในการหล่อลื่นและระบายความร้อน ต่อมาเมื่อส่วนผสมไหลออก
จากห้องเพลาข้อเหวี่ยงเข้าไปในห้องเผาไหม้ น้ำมันหล่อลื่นที่มีส่วนประกอบหลักเป็น
mineral oil เช่น bright stock ซึ่งเป็นสารที่เผาไหม้ยากจะไม่ถูกเผาไปพร้อมกับน้ำมันเชื้อเพลิง
จึงทำให้บางส่วนของน้ำมันหล่อลื่นเกาะอยู่ตามผนังห้องเผาไหม้และช่องระบายไอเสีย
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะระเหยแล้วผสมกับไอเสียไหล ออกสู่บรรยากาศ ไอน้ำมันหล่อลื่นที่ยังไม่เผาไหม้เมื่อกระทบกับบรรยากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าก็จะควบแน่นเป็นละออง
น้ำมันมองเห็นเป็นควันขาวที่ออกจากท่อไอเสียอย่างชัดเจน |
| |
 |
| น้ำมันหล่อลื่น โดยทั่วไปคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นที่ดี ควรมีความสามารถในการหล่อลื่นสูง มีความต้องทานการครูดกร่อน
ของกระบอกสูบได้ดี มีความต้านทานต่อการติดเกาะของแหวนลูกสูบ ไม่ทำให้เกิดเขม่าแข็งอุดตันที่ช่องระบายไอเสีย
และทำให้เกิดควันขาวน้อย แต่น้ำมันหล่อลื่นแบบธรรมดาส่วนใหญ่มักใช้ Mineral oil เป็นองค์ประกอบหลัก
ซึ่งจะให้สมรรถนะในการหล่อลื่นที่ดี แต่มีข้อเสีย คือ ทำให้เกิดควันขาวมากและเกิดเขม่าแข็งอุดตันช่องระบาย
ไอเสีย ปัจจุบันได้กำหนดมาตรฐานน้ำมันหล่อลื่นแบบลดควันขาว (Low Smoke) เป็นมาตรฐานบังคับ
ซึ่งน้ำมันหล่อลื่นที่ได้มาตรฐานต้องทำให้เกิดควันขาวน้อยกว่าร้อยละ 30อันตรายของควันขาว ต่อร่างกาย
ทำให้มีอาการแสบและระคายเคืองตา ระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ
ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ต่อสภาพแวดล้อม
ทำให้เกิดสภาพหมอกควัน บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น เป็นสารตั้งต้นของการเกิดก๊าซโอโซนในบรรยากาศ
ต่อเครื่องยนต์ เกิดการอุดตันที่ช่องระบายไอเสียในเวลาอันรวดเร็ว
ทำให้ไอเสียระบายออกได้ลำบาก จังหวะการระบายไอเสียผิดไปจากเดิม เครื่องยนต์มีสมรรถะต่ำ
แรงม้าลดลง ต้องทำการซ่อมบำรุงบ่อย วิธีการลดปริมาณควันขาว
การปรับปรุงคุณภาพของเครื่องยนต์ให้สามารถควบคุมปริมาณการจ่ายน้ำมันหล่อลื่นได้อย่างเหมาะสมกับ
การทำงานทุกความเร็ว การลดอัตราส่วนผสมระหว่างน้ำมันหล่อลื่นต่อน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังคงรักษาสมรรถนะในการหล่อลื่นให้คงที่
ซึ่งทำให้คงที่ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันหล่อลื่นและวัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องยนต์ให้ดีขึ้นตาม
คำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต การลดหรือเปลี่ยนองค์ประกอบหลักส่วนที่เป็นน้ำมันตามธรรมชาติ
( mineral oil) โดยใช้สารหล่อลื่นสังเคราะห์ตัวใหม่ เช่น สาร polyisobutene (PIB)
ซึ่งสามารถทำหน้าที่ในการหล่อลื่นได้เหมือนกับ mineral oil และเผาไหม้ได้ง่ายกว่าก่อให้เกิดควันขาวน้อย
| | |
 |
| ประชาชนควรบำรุงรักษาเครื่องยนต์เพื่อป้องกันและลดควันขาว
ดังนี้ ไม่ปรับแต่งวาล์วจ่ายน้ำมันหล่อลื่นให้มากขึ้นกว่าเดิมจากที่บริษัทกำหนดไว้
ใช้น้ำมันหล่อลื่นชนิดลดควันขาว (Low Smoke Oil ) ที่ได้รับมาตรฐาน สมอ.(สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
ไม่เติมน้ำมันหล่อลื่นในถังน้ำมันเชื้อเพลิง หมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอยู่เสมอ |
| หลักการทำงานของเครื่องมือตรวจวัดควันขาว เครื่องมือตรวจวัดควันขาว
ใช้ระบบวัดความทึบแสงแบบแสงแบบไหลผ่านทั้งหมด (Full Flow Opacity) มีหลักการทำงาน
คือ การให้ควันขาวผ่านช่องวัดควันซึ่งอยู่ระหว่างแหล่งกำเนิดแสงและตัวรับแสง ควันขาวจะไปบดบังแสง
ที่ออกจากแหล่งกำเนิดแสง ทำให้แสงที่ส่องผ่านไปยังตัวรับแสงมีปริมาณน้อยลงขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของ
ปริมาณควันขาว ในกรณีที่แสงไม่ถูกบดบังเลย ค่าที่อ่านได้จะเป็นร้อยละ 0 และในกรณีที่แสงถูกบดบังหมด
ค่าที่อ่านได้จะเป็นร้อยละ 100 |  |
| ค่ามาตรฐานควันขาวต้องไม่เกินร้อยละ
30 วิธีการตรวจวัดควันขาว1.
จอดรถจักรยานยนต์อยู่กับที่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง เครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิใช้งานปกติ
2. ทำความสะอาดและปรับแต่งเครื่องมือวัดควันขาวให้ถูกต้อง 3. ติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่อปลายท่อไอเสียที่มีลักษณะเป็นท่อกลมขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง ภายใน 2 นิ้ว เข้ากับปลายท่อไอเสีย โดยให้ระยะระหว่างปลายท่อไอเสียและปลายอุปกรณ์เสริม
ห่างกันไม่เกิน 4 นิ้ว 4. ติดตั้งหัววัดของเครื่องมือวัดควันขาวเข้ากับปลายอุปกรณ์เสริมที่ต่อกับปลายท่อไอเสีย
โดยให้ทางผ่านของแสงอยู่กึ่งกลางท่ออุปกรณ์เสริมและห่างจากปลายท่อุปกรณ์เสริมไม่เกิน
5 ซม. 5. เร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนถึงที่ความเร็วรอบ 3 ใน 4 ของความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด
จากนั้นปล่อยคันเร่งเพื่อให้เครื่องยนต์กลับมาสู่รอบเดินเบา 6. เร่งเครื่องยนต์ตามวิธีในข้อ
5 ซ้ำกันทั้งสิ้น 15 ครั้ง โดยให้บันทึกค่าสูงสุดของควันขาวที่ตรวจวัดได้ ในครั้งที่
11-15 มาคำนวณหาค่าเฉลี่ยเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน |
| |
 |
|
|