| บทที่ 3 หลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย
3.1 หลักเกณฑ์ทั่วไป
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะต้องดำเนินการ
ดังนี้
- ตรวจสอบว่าสถานประกอบการของตนครอบครองหรือก่อให้เกิดของเสียอันตรายประเภทใดตามบัญชีรายชื่อและรหัสของเสียอันตรายใน(ภาคผนวก ก ) [
68 KB ]
- ตรวจสอบว่าเป็นผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดเล็ก
ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ดังรายละเอียดในข้อ 3.5
- ขึ้นทะเบียนและขออนุญาตดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการของเสียอันตรายกับหน่วยงานกำกับดูแล
- จัดทำเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตรายและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์/วิธีการปฏิบัติตามที่กำหนด
3.2 การขึ้นทะเบียนผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย
1)
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็น "ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย"
จากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดังนี้
 |
|
 |
| ประเภทของผู้ก่อกำเนิด |
หน่วยงานกำกับดูแล |
| โรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทที่ก่อให้เกิดของเสียเคมีวัตถุตามบัญชี
ข ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2543 และสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2540) และผู้ประกอบการสถานเก็บกัก บำบัด และกำจัดของเสียอันตราย |
กรมโรงงานอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย |
| สถานพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาล
คลินิก สถานพยาบาลสัตว์ และห้องปฏิบัติการเชื้ออันตรายที่ก่อให้เกิดมูลฝอยติดเชื้อ |
กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นที่กำกับดูแลสถานพยาบาล |
| แหล่งกำเนิดทุกประเภทที่ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสี
ได้แก่ วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้ และวัสดุต้นกำลัง ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
พ.ศ. 2504 รวมทั้งสถานเก็บกัก บำบัดและกำจัดกากกัมมันตรังสี |
สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม |
| แหล่งกำเนิดของเสียอันตรายอื่นที่ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้โดยเฉพาะ |
กรมควบคุมมลพิษ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม |
|
2) ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบขอขึ้นทะเบียนและขออนุญาตดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียอันตราย
ดังแสดงในภาค(ภาคผนวก ง) [ 116 KB ] อย่างครบถ้วนและถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เพื่อขออนุมัติเลขทะเบียนและใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของผู้ก่อกำเนิดแต่ละประเภท
และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์/วิธีการปฏิบัติตามที่กำหนด ในข้อ 3.3-3.6 ยกเว้นของเสียกัมมันตรังสีจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
3.3 การเตรียมการก่อนการขนส่ง
เนื่องจากของเสียอันตรายถือเป็นวัตถุอันตรายประเภทหนึ่ง
ดังนั้นก่อนที่จะดำเนินการขนส่งของเสียอันตรายเพื่อนำไปเก็บกักบำบัดและกำจัดนอกพื้นที่
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะต้องทำการบรรจุของเสียอันตราย ติดฉลากความเป็นอันตราย
(labelling) บนภาชนะบรรจุ ติดข้อมูลของเสียอันตราย (marking) และติดป้ายแสดงความเป็นอันตราย(placarding)
บนยานพาหนะ ตามข้อแนะนำการขนส่งวัตถุอันตรายขององค์การสหประชาชาติ (United Nations)
และหรือตามเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการขนส่งวัตถุอันตรายของกรมควบคุมมลพิษ ดังนี้
3.3.1 การบรรจุ
ก่อนส่งมอบของเสียอันตรายออกนอกพื้นที่ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายต้องบรรจุของเสียตามวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุตามข้อแนะนำการขนส่งวัตถุอันตรายขององค์การสหประชาชาติ
(Recommendations on the Transport of Dangerous Goods, New York and Geneva)
และ/หรือตามเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการขนส่งวัตถุอันตรายของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งจะนำมาใช้กับภาชนะบรรจุประเภทหีบห่อภาชนะบรรจุ
IBCs (Intermediate Bulk Containers) และแท็งก์ที่เคลื่อนย้ายได้ (portable tank)
เท่านั้น (ภาคผนวก ข) [ Zip 4,974 KB ]
รายละเอียดสรุปได้ดังนี้
ภาชนะบรรจุประเภทหีบห่อ
หมายถึง ส่วนรองรับและองค์ประกอบอื่นๆ หรือวัสดุที่จำเป็นเพื่อให้ส่วนรองรับนั้นทำหน้าที่บรรจุของได้
ภาชนะบรรจุ IBCs หมายถึง ภาชนะบรรจุที่แข็งหรือยืดหยุ่นและออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยเครื่องจักร
ทนต่อสภาวะการขนส่ง แบ่งออกเป็น
- ความจุไม่เกิน 1.5 ลูกบาศก์เมตร (1,500
ลิตร) สำหรับของเสียอันตรายที่เป็นของแข็งในกลุ่มการบรรจุ I เมื่อภาชนะบรรจุ
IBCs ไม่ได้ทำด้วยโลหะ
- ความจุไม่เกิน 3.0 ลูกบาศก์เมตร (3,000
ลิตร) สำหรับของเสียอันตรายที่เป็นของแข็งในกลุ่มการบรรจุ I เมื่อภาชนะบรรจุ
IBCsทำด้วยโลหะ
- ความจุไม่เกิน 3.0 ลูกบาศก์เมตร (3,000
ลิตร) สำหรับของเสียอันตรายที่เป็นของแข็งและของเหลวในกลุ่มการบรรจุ II และ
III
แท็งก์ที่เคลื่อนย้ายได้ หมายถึง แท็งก์ที่เคลื่อนย้ายได้ที่ใช้สำหรับขนส่งหลายระบบ (Multimodal
Portable Tank) ที่มีความจุมากกว่า 450 ลิตร ซึ่งรวมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการขนส่งด้วย
นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติได้แบ่งกลุ่มการบรรจุวัตถุอันตราย
(ของเสียอันตราย) ตามความรุนแรงได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
- กลุ่มการบรรจุประเภท I เป็นกลุ่มการบรรจุวัตถุที่อันตรายมาก
- กลุ่มการบรรจุประเภท II เป็นกลุ่มการบรรจุวัตถุที่อันตรายปานกลาง
- กลุ่มการบรรจุประเภท III เป็นกลุ่มการบรรจุวัตถุที่อันตรายน้อย
การจำแนกกลุ่มการบรรจุ
ตามสมบัติความไวไฟ
| กลุ่มการบรรจุ(Packing
Group) |
จุดวาบไฟที่ทดสอบในภาชนะปิด
(Flash Point at closed cup : 0C) |
จุดเดือดเริ่มต้น
(Initial Boiling Point : 0C ) |
I |
- |
<
35 |
II |
<
23 |
>
35 |
III |
>
23 < 60.5 |
>
35 |
|
การจำแนกกลุ่มการบรรจุ ตามสมบัติความเป็นพิษ
| กลุ่มการบรรจุ(Packing
Group) |
พิษจากการกิน
(Oral toxicity)
LD50 (mg/kg) |
พิษผ่านทางผิวหนัง
(Dermal toxicity)
LD50 (mg/kg) |
พิษจากการสูดดมฝุ่นและละอองไอ
(Inhalation toxicity by dusts and
mists)
LC50 (mg/l) |
I |
>
5 |
>
4 |
>
0.5 |
II |
>
5 |
>40
- 200 |
>
0.5 - 2 |
III |
Solid
> 50 - 200
Liquid > 50 - 200 |
&>
200 - 1000 |
>
2- 10 |
|
การจำแนกกลุ่มการบรรจุ ตามคุณสมบัติการกัดกร่อน
| กลุ่มการบรรจุ(Packing
Group) |
สารกัดกร่อน
(Corrosive Substances) |
I |
สารที่เป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายอย่างสมบูรณ์กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความทนทาน
ในช่วงเวลาเฝ้าสังเกตจนถึง 60 นาที
โดยเริ่มนับหลังจากเนื้อเยื่อนั้นได้สัมผัสกับสารเป็นระยะเวลามากกว่า
3 นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที |
II |
สารที่เป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายอย่างสมบูรณ์กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความทนทาน
ในช่วงเวลาเฝ้าสังเกตจนถึง 14 วัน โดยเริ่มนับหลังจากเนื้อเยื่อนั้นได้สัมผัสกับสารเป็นระยะเวลามากกว่า
3 นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที |
III |
สารที่เป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายอย่างสมบูรณ์กับเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีความทนทานในช่วงเวลาเฝ้าสังเกตจนถึง
14 วัน โดยเริ่มนับหลังจากเนื้อเยื่อนั้นได้สัมผัสกับสารเป็นระยะเวลามากกว่า
60 นาที แต่ไม่เกิน 4 ชั่วโมง
สารที่ได้รับการพิจารณาว่าไม่เป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายอย่างสมบูรณ์กับเนื่อเยื่อผิวหนังที่มีความทนทาน
แต่มีอัตราการกัดกร่อนผิวของเหล็กหรืออลูมิเนียมมากกว่า
6.25 มิลลิเมตรต่อปี ที่อุณหภูมิสำหรับการทดสอบเท่ากับ
55 องศาเซลเซียส (วิธีการทดสอบที่ ASTM
G31-72) |
|
3.3.2
การติดฉลากแสดงความเป็นอันตรายบนภาชนะบรรจุ (labelling)
ก่อนการขนส่งหรือมอบให้เพื่อการขนส่งของเสียอันตรายออกนอกเขตพื้นที่
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายต้องติดฉลากแสดงความเป็นอันตรายบนภาชนะบรรจุของของเสียอันตรายตามวิธีการอันเกี่ยวข้องกับการติดฉลาก
และต้องเป็นไปตามประเภทและคุณสมบัติของของเสียอันตรายแต่ละชนิด เช่น ของเสียอันตรายประเภทสารไวไฟ
(ignitable substance) สารกัดกร่อน (corrosive substance) สารที่เกิดปฏิกิริยาได้ง่าย
(reactive substance) และ สารพิษ (toxic substance) ฯลฯ ดังแสดงใน(ภาคผนวก ข) [ Zip 4,974 KB ]สัญลักษณ์เหล่านี้จะแสดงบนภาชนะบรรจุของเสียอันตรายตามวิธีการอันเกี่ยวข้องกับการติดฉลากตามระบบขององค์การสหประชาชาติ
และหรือตามเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการขนส่งวัตถุอันตรายของกรมควบคุมมลพิษ ดังนี้
1) ฉลากแสดงความเป็นอันตรายบนภาชนะบรรจุจะอยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสที่ทำมุม
45 องศา มีขนาดอย่างน้อย 100 มิลลิเมตร คูณ 100 มิลลิเมตร ยกเว้นภาชนะบรรจุที่มีขนาดเล็ก
ฉลากเหล่านี้จะมีเส้นขนาด 5 มิลลิเมตร สีเดียวกับสัญลักษณ์อยู่ภายในกรอบรูปโดยเดินเส้นให้ขนานไปกับกรอบ
2) ของเสียอันตรายที่บรรจุในภาชนะทรงกระบอก
ซึ่งบางครั้งมีข้อจำกัดด้านรูปร่างภาชนะ หรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ
ก็อาจลดขนาดของฉลากลงได้ตามความเหมาะสม และอาจติดสัญลักษณ์ตรงส่วนที่ไม่ใช่ตัวทรงกระบอกได้
เช่น บนไหล่ของภาชนะบรรจุนั้น
3.3.3 การติดข้อมูลของเสียอันตราย
(marking
ก่อนส่งมอบของเสียอันตรายออกนอกเขตพื้นที่
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายต้องติดข้อมูลของเสียอันตราย ได้แก่ ชื่อ-ที่อยู่
เลขทะเบียน และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย ชื่อทางการขนส่ง
รหัส สมบัติ ปริมาณ/ปริมาตรที่บรรจุ และวันที่บรรจุแสดงบนภาชนะบรรจุตามหลักเกณฑ์และวิธีการอันเกี่ยวข้องกับการติดฉลากตามระบบขององค์การสหประชาชาติ
และหรือตามเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการขนส่งวัตถุอันตรายของกรมควบคุมมลพิษ และมีคำว่า
"ของเสียอันตราย" ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน ดังตัวอย่างรูปที่ 3-1 (หรือ
ภาคผนวก
ข) ข้อมูลของเสียอันตรายที่ติดที่ภาชนะบรรจุต้องอ่านง่ายและเห็นชัดเจน
ติดไว้ในบริเวณที่เปิดเผย มั่นคง และไม่หลุดลอก สีของข้อมูลต้องตรงข้ามกับสีพื้นผิวภายนอกของภาชนะ
และต้องไม่ติดทับข้อมูลอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ใจความสำคัญขาดหายไป
ของเสียอันตราย
(HAZARDOUS WASTE) |
ชื่อผู้ก่อกำเนิด/
Generator's name : |
| ที่อยู่/Address
: |
| ชเลขทะเบียน/Id.
Number : |
| โทรศัพท์/Tel
: |
| ลำดับ No |
ชื่อทางการขนส่ง Transport's name |
รหัส HW code |
สมบัติ characteristic |
น้ำหนัก,ปริมาตร
weight,volumn |
วันที่บรรจุ date |
| |
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
รูปที่ 3-1 การติดข้อมูลของเสียอันตราย
(marking)
3.3.4 การติดป้ายแสดงความเป็นอันตรายบนยานพาหนะ
(placarding)
ก่อนส่งมอบของเสียอันตรายออกนอกพื้นที่
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะต้องเตรียมป้ายแสดงความเป็นอันตรายบนยานพาหนะให้ผู้ขนส่งของเสียอันตรายนำไปติดบนยานพาหนะตามระบบขององค์การสหประชาชาติ
และหรือตามเกณฑ์มาตรฐานหรือวิธีการขนส่งวัตถุอันตรายของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งกำหนดให้ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายต้องติดป้ายแสดงความเป็นอันตรายไว้อย่างชัดเจนอย่างน้อยสองด้านของยานพาหนะ
หรือติดไว้นอกหน่วยที่ใช้ขนส่ง (transport units) ได้แก่ แท็งก์สำหรับขนส่งทางบก
ตู้สินค้า แท็งก์สำหรับขนส่งทางรถไฟ ตู้สินค้าพ่วง ตู้สินค้าหลายระบบ และแท็งก์ที่เคลื่อนย้ายได้
เพื่อให้สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน โดยป้ายต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทำมุม
45 องศา มีขนาดด้านละ 250 มิลลิเมตร มีเส้นขนาด 12.5 มิลลิเมตร สีเดียวกับสัญลักษณ์ในป้ายขนานกับกรอบป้าย
ตัวเลขแสดงประเภทหรือหมวดต้องมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร
3.4 การกำกับการขนส่งของเสียอันตราย
3.4.1 ขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย
1) ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายที่จะทำการขนส่งของเสียอันตรายไปกำจัดนอกเขตพื้นที่ต้องกรอกรายละเอียดในใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายให้ครบถ้วน
และจัดทำสำเนารวมทั้งสิ้น 6 ฉบับ
2) ส่งใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายทั้ง
6 ฉบับ ให้แก่ผู้ขนส่งของเสียอันตรายลงนามให้ครบทุกฉบับ และรับคืนใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายฉบับที่
2 และ 3 จากผู้ขนส่ง
3) ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะต้องเก็บรักษาใบกำกับฉบับที่
2 ไว้อย่างน้อย 3 ปี และส่งใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายฉบับที่ 3 ให้กับหน่วยงานกำกับดูแลของเสียอันตราย
ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ลงนามเริ่มขนส่งของเสียอันตราย
4) ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะได้รับใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายฉบับที่
6 ที่กรอกครบถ้วนจากผู้ประกอบการสถานเก็บกัก บำบัด และกำจัดของเสียอันตรายภายใน
15 วัน หลังจากของเสียอันตรายถูกขนส่งถึงสถานเก็บกัก บำบัดและกำจัดของเสียอันตราย
ซึ่งผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายต้องเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 3 ปี
5) หากผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายไม่ได้รับใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายฉบับที่
6 คืนจากผู้ประกอบการสถานเก็บกักบำบัดและกำจัดของเสียอันตรายภายใน 45 วัน นับจากวันที่ส่งมอบของเสียอันตราย
ผู้ก่อกำเนิดจะต้องรายงานการไม่ได้รับใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายคืน (exception
report) ต่อหน่วยงานกำกับดูแล
3.4.2 ข้อมูลที่จะต้องแจ้งในใบกำกับการขนส่งของเสียอันตราย
ข้อมูลที่ต้องแจ้งในใบกำกับการขนส่งของเสียอันตราย
ได้แก่ ชื่อผู้ก่อกำเนิด เลขทะเบียน ชื่อผู้ขนส่ง ชื่อสถานประกอบการเก็บกัก บำบัด
และกำจัดของเสียอันตราย รายละเอียดของเสียอันตราย และคำรับรอง โดยมีรายละเอียดวิธีการกรอกด้านหลังของใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายใน ภาค(ภาคผนวก จ) [ 134 KB ]
3.5 การเก็บรวบรวม
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายสามารถเก็บรวบรวมของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ของตนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดให้สำหรับผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายที่ก่อให้เกิดของเสียอันตรายปริมาณต่างๆ
กันและในการเก็บรวมรวมของเสียอันตรายของผู้ก่อกำเนิดแต่ละขนาดนั้นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
3.5.1
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดใหญ่
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายที่ก่อให้เกิดของเสียอันตรายมากกว่า
1,000 กิโลกรัมต่อเดือน หรือของเสียอันตรายที่มีพิษเฉียบพลันมากกว่า 1 กิโลกรัมต่อเดือน
กำหนดให้เป็น "ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดใหญ่" สามารถเก็บรวบรวมของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ตนเองได้ไม่เกินกว่า
90 วัน และต้องมีการจัดการเพื่อป้องกันของเสียอันตรายรั่วไหลตามวิธีการปฏิบัติในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดใหญ่
และหากเก็บของเสียอันตรายไว้นานเกินกว่า 90 วันจะต้องขออนุญาตเป็นสถานเก็บกัก
บำบัดและกำจัดของเสียอันตราย และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบการสถานเก็บกัก
บำบัดและกำจัดของเสียอันตราย ในกรณีที่เก็บกักของเสียอันตรายอยู่ในพื้นที่ของตนนานเกินกว่า
90 วัน โดยไม่คาดการณ์หรือกรณีเก็บชั่วคราว สามารถขอขยายเวลาเก็บกักได้ 30 วัน
โดยต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล
วิธีการปฏิบัติในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดใหญ่
1) ต้องจัดให้มีการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายด้วยวิธีการที่เหมาะสม
1.1) เก็บในภาชนะบรรจุ (container)
ที่มีสภาพดีซึ่งทำหรือบุด้วยวัสดุที่เหมาะสมโดยไม่ทำปฏิกิริยากับของเสีย มีความทนทาน
และต้องปิดมิดชิดระหว่างการเก็บกัก เว้นแต่เมื่อต้องเพิ่มหรือถ่ายเทของเสียเท่านั้น
1.2) บรรจุในแท็งก์ได้รับการออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐานการออกแบบและการใช้งาน
ตลอดจนผ่านการทดสอบด้านโครงสร้าง ความแข็งแรง ความคงทนต่อการกัดกร่อน รวมทั้งต้องจัดให้มีแท็งก์สำรองและการตรวจสอบการรั่วไหล
1.3) ติดตั้งแผ่นรอง (drip pad) และดูแลรักษาตามขั้นตอน
โดยจะต้องถ่ายเทของเสียจากแผ่นรองเข้าสู่ระบบรวบรวมทุก 90 วัน และต้องจดบันทึก
ปริมาณ วันและเวลาที่ทำการถ่ายเท
1.4) บรรจุในอาคารเก็บ (containment
building) ของเสียอันตรายที่ปิดมิดชิด ออกแบบและก่อสร้างด้วยวัสดุที่มีความแข็งแรงและความหนาเพียงพอในการรองรับของเสีย
1.5) ต้องดำเนินการตรวจสอบภาชนะบรรจุ
แท็งก์ แผ่นรองพื้นตลอดจนอาคารที่ใช้เก็บกักของเสียอันตรายเป็นประจำทุกสัปดาห์
2) ต้องติดตั้งอุปกรณ์บำบัดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากของเสียอันตรายที่เก็บไว้ในภาชนะ
แท็งก์ แผ่นวัสดุปูพื้น หรืออาคารเก็บกักของเสียอันตราย และต้องดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันมลพิษทางอากาศอย่างสม่ำเสมอ
3) ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยและเหตุฉุกเฉิน
บำรุงรักษาให้มีความพร้อมใช้การได้อยู่เสมอและต้องจัดให้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันเหตุฉุกเฉินเป็นประจำ
4) ต้องจัดทำแผน/มาตรการป้องกันแก้ไขกรณีเกิดอุบัติภัยหรือเหตุฉุกเฉิน
(Emergency Procedure)
5) ต้องจัดทำแผนในการลดปริมาณและความเป็นพิษของของเสียอันตรายในระหว่างการเก็บรวบรวมของเสียอันตราย
3.5.2 ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลาง
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายที่ก่อให้เกิดของเสียอันตรายตั้งแต่
100 ถึง 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน กำหนดให้เป็น "ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลาง"
สามารถเก็บรวบรวมของเสียอันตรายไว้ในเขตพื้นที่ตนเองได้ไม่เกินกว่า 180 วัน และต้องมีการจัดการเพื่อป้องกันการรั่วไหลตามวิธีการปฏิบัติในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลาง
หากเก็บกักนานกว่า 180 วัน และมีปริมาณของเสียอันตรายที่เก็บกักทั้งหมดเกินกว่า
6,000 กิโลกรัม ต้องขออนุญาตเป็นสถานเก็บกัก บำบัดและกำจัดของเสียอันตราย และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบการสถานเก็บกัก
บำบัดและกำจัดของเสียอันตราย
วิธีการปฏิบัติในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลาง
1) ต้องจัดให้มีการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายด้วยวิธีการที่เหมาะสม
1.1) เก็บในภาชนะบรรจุ (container) ที่มีสภาพดีซึ่ง
ทำหรือบุด้วยวัสดุที่เหมาะสม โดยไม่ทำปฏิกิริยากับของเสีย มีความทนทานและต้องปิดมิดชิดระหว่างการเก็บกัก
เว้นแต่เมื่อต้องเพิ่มหรือถ่ายเทของเสียเท่านั้น
1.2) บรรจุในแท็งก์ได้รับการออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐานการออกแบบและการใช้งานและผ่านการทดสอบด้านโครงสร้าง
ความแข็งแรง ความคงทนต่อการกัดกร่อน รวมทั้งต้องจัดให้มีแท็งก์สำรองและการตรวจสอบการรั่วไหล
1.3) ต้องดำเนินการตรวจสอบภาชนะบรรจุหรือแท็งก์ที่ใช้เก็บกักของเสียอันตรายเป็นประจำทุกสัปดาห์
2) หากผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย ทำการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายไว้ในอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลางจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเก็บกักเช่นเดียวกับผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายชนาดใหญ่
3) ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยและเหตุฉุกเฉิน
บำรุงรักษาให้มีความพร้อมใช้การได้อยู่เสมอ และต้องจัดให้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันเหตุฉุกเฉินเป็นประจำ
4) ต้องจัดทำแผน/มาตรการป้องกันแก้ไขกรณีเกิดอุบัติภัยหรือเหตุฉุกเฉิน
(Emergency Procedure)
3.5.3 ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดเล็ก
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายซึ่งก่อให้เกิดของเสียอันตรายน้อยกว่า
100 กิโลกรัมต่อเดือน หรือก่อให้เกิดของเสียอันตรายที่มีพิษเฉียบพลันน้อยกว่า
1 กิโลกรัมต่อเดือน กำหนดให้เป็น "ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดเล็ก"
สามารถเก็บรวบรวมของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ตนเองได้โดยไม่จำกัดเวลา และไม่ต้องขอขึ้นทะเบียนตามระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย
แต่หากมีการเก็บกักของเสียอันตรายเกินกว่าปริมาณที่กำหนดจะต้องขอขึ้นทะเบียนและต้องปฏิบัติตามวิธีการในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายขนาดกลาง
หรือขนาดใหญ่ตามลำดับ
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายสำหรับผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายทุกประเภท
เริ่มนับเมื่อมีการเก็บกัก หรือบรรจุของเสียอันตรายลงในภาชนะครั้งแรกซึ่งในภาชนะบรรจุของเสียอันตรายแต่ละชนิดต้องติดฉลากข้อมูลที่ภาชนะบรรจุ
(marking) ซึ่งแสดงวันที่ที่เริ่มบรรจุของเสียอันตรายลงในภาชนะนั้นๆ
ตารางที่ 3.5-1 ประเภทและวิธีการปฏิบัติของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย
(ต่อ)
 |
|
 |
| รายละเอียด |
ประเภทผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย |
| ขนาดเล็ก |
ขนาดกลาง |
ขนาดใหญ่ |
| ปริมาณการเกิด |
<100
กก./เดือน
*Acute <1 กก./เดือน |
100-1,000
กก./เดือน |
>1,000
กก./เดือน
*Acute > 1 กก./เดือน |
| ปริมาณเก็บกัก |
ไม่เกิน
1,000 กก.
*Acute <1 กก./เดือน |
ไม่เกิน
6,000 กก. |
ไม่จำกัด |
| ระยะเวลาเก็บกัก |
ไม่จำกัด |
ไม่เกิน
180 วันในพื้นที่ |
ไม่เกิน
90 วันในพื้นที่ |
| การขึ้นทะเบียน |
- |
X |
X |
การจัดทำเอกสาร
กำกับการขนส่งของเสียอันตราย |
- |
X |
X |
การทำรายงาน :
- รายงานประจำปี (annual report)
- รายงานการไม่ได้รับใบกำกับการขนส่งคืน
(exception report) |
- |
X |
X |
| เก็บของเสียอันตรายไว้ในภาชนะบรรจุที่มีสภาพดี
ซึ่งทำหรือบุด้วยวัสดุที่เหมาะสม โดยไม่ทำปฏิกิริยากับของเสีย |
- |
X |
X |
| บรรจุของเสียอันตรายในแท็งก์ที่ได้รับการออกแบบ
และติดตั้งตามมาตรฐานการออกแบบ และการใช้งาน
และผ่านการทดสอบด้านโครงสร้าง ความแข็งแรง
ความคงทนต่อการกัดกร่อน |
- |
X |
X |
| จัดให้มีแท็งก์สำรองและการตรวจสอบการรั่วไหล |
- |
X |
X |
| ติดตั้งแผ่นรอง (drip
pad) ดูแลรักษาตามขั้นตอน |
- |
- |
X |
| บรรจุของเสียอันตรายในอาคารเก็บ
(containment building) ซึ่งปิดมิดชิด
ออกแบบและก่อสร้างด้วยวัสดุที่มีความแข็งแรง |
- |
- |
X |
| ตรวจสอบภาชนะบรรจุ แท็งก์
แผ่นรองพื้น ตลอดจนอาคารที่ใช้เก็บกักของเสียอันตรายทุกสัปดาห์ |
- |
X
(ตรวจสอบภาชนะบรรจ
ุหรือแท็งก์) |
X |
| การติดตั้งอุปกรณ์บำบัดมลพิษทางอากาศ
ที่เกิดจากของเสียอันตราย |
- |
- |
X |
| การจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยและเหตุฉุกเฉิน
บำรุงรักษาให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ป้องกันอุบัติภัยและเหตุฉุกเฉิน |
- |
X |
X |
| จัดเตรียมแผน/มาตรการป้องกันแก้ไขกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน |
- |
X |
X |
| จัดทำแผนการลดปริมาณ และความเป็นพิษของของเสียอันตรายในระหว่างเก็บรวบรวม |
- |
- |
X |
|
*วัตถุที่มีพิษเฉียบพลัน (Acute toxic
substances) : วัตถุที่ทำให้ร่างกายแสดงอาการของพิษจากการได้รับพิษในทันทีทันใด
3.6 การจัดทำรายงาน
3.6.1 การจัดทำรายงานประจำปี
(annual report)
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายจะต้องจัดทำรายงานประจำปีส่งให้หน่วยงานกำกับดูแลภายในวันที่
1 มีนาคม ของทุกปี โดยรายงานที่จะส่งเป็นไปตามตัวอย่างแบบรายงานประจำปีสำหรับผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายซึ่งแสดงสถานะของผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตราย
ปริมาณของเสียอันตราย การจัดการของเสียอันตรายทั้งในและนอกพื้นที่ โดยมีรายละเอียดวิธีการกรอกด้านหลังของแบบรายงานประจำปีสำหรับผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายในภาค(ภาคผนวก ฉ) [ 92 KB ]
3.6.2 รายงานการไม่ได้รับใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายคืน
(exception report)
ผู้ก่อกำเนิดของเสียอันตรายที่ไม่ได้รับใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายฉบับที่
6 คืนภายใน 45 วัน ให้รายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล
ตามตัวอย่างแบบรายงานการไม่ได้รับใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายคืน
ในภาค(ภาคผนวก
ซ) [
97 KB ]
|