ตรวจจับ-ปรับ-ห้ามใช้รถควันดำ กรมควบคุมมลพิษร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรและกรุงเทพมหานครดำเนินการตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ บนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ตั้งแต่ วันที่ 18 กันยายน 2546 เป็นต้นไป โดยการติดสติ๊กเกอร์ ห้ามใช้ชั่วคราวหรือ"ห้ามใช้เด็ดขาด" แก่รถยนต์ที่พบว่ามีค่าควันดำเกินมาตรฐาน


ความเป็นมา
มาตรการห้ามใช้
วิธีการตรวจวัดควันดำ
ทำอย่างไรหากถูกคำสั่งห้ามใช้
ผลการดำเนินงาน


ความเป็นมา

คุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร

สารพิษทางอากาศที่เกินมาตรฐานในกรุงเทพมหานครได้แก่ ฝุ่นขนาดเล็ก ฝุ่นรวม และก๊าซโอโซนสำหรับ สารมลพิษอื่น ยังมีปริมาณอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยในบริเวณริมถนน ซึ่งมียานพาหนะเป็นแหล่งกำเหนิดหลักจะมีปัญหามากกว่าบริเวณพื้นที่ทั่วไป ซึ่งเป็นชุมชนหรือที่พักอาศัย

ผลกระทบของฝุ่นละอองต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์

ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถ เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ หากได้รับปริมาณมากหรือในช่วงระยะเวลานานจะมีโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ

ฝุ่นละอองมาจากไหน

ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากควันดำ ซึ่งเป็นผงเขม่าสีดำขนาดเล็กที่เหลือจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ดีเซล

สาเหตุการเกิดควันดำ

1. ระบบจ่ายน้ำมันไม่เหมาะสม
2. ไส้กรองอากาศสกปรกเกิดการอุดตัน
3. เครื่องยนต์เก่า ชำรุด ขาดการบำรุงรักษา
4. บรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด

มาตรการห้ามใช้

ทำไมต้องห้ามใช้รถ

การห้ามใช้รถหรือการติดสติ๊กเกอร์เครื่องหมายห้ามใช้เป็นมาตรการที่จะบังคับให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถ นำไปแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีสภาพสมบูรณ์และไม่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานก่อนที่จะนำมาวิ่งบนท้องถนน

มาตรการห้ามใช้รถยนต์

รถยนต์ที่ปล่อยควันดำ เกินร้อยละ50 จะถูกปรับและติดสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว" หรือ "ห้ามใช้เด็ดขาด" และบันทึกหมายเลขทะเบียนลงในคอมพิวเตอร์เพื่อส่งให้นายทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกดำเนินการเมื่อชำระภาษีประจำปี

"ห้ามใช้ชั่วคราว" คือ คำสั่งห้ามใช้รถที่มีควันดำเกินมาตรฐานเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะนำรถไปแก้ไขปรับปรุง เครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และมีควันดำเป็นไปตามมาตรฐานภายใน 30 วัน
"ห้ามใช้เด็ดขาด" คือ คำสั่งห้ามใช้รถอย่างเด็ดขาด เมื่อไม่นำรถไปแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีควันดำ เป็นไปตามมาตรฐาน ภายใน 30 วัน นับจากที่มีคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราว

ใครเป็นผู้ตรวจ - จับ - ปรับ ห้ามใช้รถ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจจับและปรับส่วนพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เช่น เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ และ กรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกคำสั่งห้ามใช้รถด้วยการติดสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว" หรือ "ห้ามใช้เด็ดขาด"


วิธีการตรวจวัดควันดำ

1. การเตรียมรถก่อนการตรวจวัด

1.1 จอดรถอยู่กับที่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง
1.2 ปิดระบบเครื่องปรับอากาศ และระบบเบรกไอเสีย(ถ้ามี)
1.3 เดินเครื่องยนต์ให้อยู่ในอุณหภูมิปกติ
1.4 ตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องยนต์ ถ้าพบอาการที่ทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือไม่ปลอดภัย ให้ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เสียก่อน

2. เครื่องมือตรวจวัดที่ถูกต้องจะต้องทำ เครื่องสะอาดและปรับแต่งเครื่องมือ ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

3. วิธีการตรวจวัดควันดำ

เร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนสุดคันเร่งพร้อมตรวจวัดควันดำ ขณะเริ่มเร่งให้ทำการวัดสองครั้งซึ่งค่าควันดำจะต้องแตกต่างกัน น้อยกว่าร้อยละห้า โดยให้ใช้ค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นเกณฑ์ตันสิน

4. มาตรฐานค่าควันดำไม่เกินร้อยละ 50 (รถยนต์จอดกับที่)

หมายเหตุ :
1. การฝ่าฝืนเครื่องหมายห้ามใช้รถของพนักงานเจ้าหน้าที่มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทถ้วน (ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535)
2. ผู้ใดไม่หยุดรถเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือเข้าไปในรถหรือกระทำการใดที่จำเป็นเพื่อตรวจสอบ เครื่องยนต์และอุปกรณ์ของรถต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งมหื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตราราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535)
3. ผู้ใดทำให้เครื่องหมาย "ห้ามใช้ชั่วคราว" หรือ "ห้ามใช้เด็ดขาด" หลุด ฉีก หรือไร้ประโยชน์ มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา

ทำอย่างไรหากถูกคำสั่งห้ามใช้

จะทำอย่างไรหากถูกสั่ง "ห้ามใช้ชั่วคราว"

1. เมื่อถูกคำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว และถูกติดสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว" เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถจะต้องนำรถไปแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์มิให้มีควันดำเกินค่ามาตรฐานภายใน 30 วัน
2. เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ถูกคำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว อาจใช้รถนั้นได้เมื่อนำรถไปแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์หรือ นำไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบควันดำ ภายหลังจากที่แก้ไขเครื่องยนต์แล้ว เท่านั้น
3. หลังจากแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์แล้ว ให้นำรถพร้อมหลักฐานการแก้ไขปรับปรุงไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจ วัดควันดำ เพื่อยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราว ณ สถานที่ที่กำหนด
4. เมื่อเกินกำหนด 30 วัน นับจากวันที่ถูกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราว หากยังไม่สามารถแก้ไขสภาพที่ก่อให้เกิดควันดำ เกินมาตรฐานได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งห้ามใช้รถเด็ดขาด และสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้เด็ดขาด"

จะทำอย่างไรหากถูกสั่ง "ห้ามใช้เด็ดขาด"

1. เมื่อถูกคำสั่งห้ามใช้รถเด็ดขาด และถูกสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้เด็ดขาด" เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถไม่สามารถใช้รถนั้นอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
2. เจ้าของหรือผู้ครอบครองจะต้องยื่นแบบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตนำรถไปแก้ไขปรับปรุงมิให้มีควันดำ เกินมาตรฐานตามสถานที่และระยะเวลาที่กำหนด
3. การนำรถไปแก้ไขปรับปรุง จะต้องกระทำโดยการลากจูงหรือวิธีอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดควันดำเกินมาตรฐานเท่านั้น
4. เมื่อได้แก้ไขปรับปรุงรถนั้นแล้ว ให้ยื่นแบบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตรวจวัดค่าควันดำและยกเลิกคำสั่ง ห้ามใช้เด็ด

สถานที่ยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ (9.00 - 15.00 ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ)
1. กรมควบคุมมลพิษ ซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กทม. โทร. 0 2298 2616,
0 2298 2596
2. กองโรงงานช่างกล (กทม. 2 ดินแดง) ถนนมิตรไมตรี ใกล้ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) โทร. 0 2246 1908
3. ศูนย์ซ่อมกองโรงงานช่างกล สาขาดอนเมือง ถนนพหลโยธิน บริเวณด้านหลังสถานธนานุบาลดอนเมือง โทร. 0 2532 0462
4. ศูนย์ซ่อมกองโรงงานช่างกล สาขาประเวศ ซอยสุภาพงษ์ 2 ถนนศรีนครินทร์ (ตรงข้ามซีคอนสแควร์) โทร. 0 2330 8453
5. ศูนย์ซ่อมกองโรงงานช่างกล สาขาราษฎร์บูรณะ บริเวณที่จอดรถเก็บขยะมูลฝอย สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ โทร. 0 2871 4758
6. ศูนย์ซ่อมกองโรงงานช่างกล สาขาภาษีเจริญ โรงงานกำจัดมูลฝอยหนองแขม ถนนพุทธมณฑลสาย 3 โทร. 0 2444 2230
7. สถานีตำรวจคู่ขนานลอยฟ้า ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ฝั่งขาเข้า (ใกล้ถนนพุทธมณฑล สาย 2) โทร. 0 2888 3249
8. สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทั้ง 75 จังหวัดทั่วประเทศ -


ผลการดำเนินงาน



คลิกที่นี่เพื่อขยายแผนผัง

further information please contact
Inspection and Enforcement Division
Tel 66 2298 2616, 2620 Fax 66 2298 2596
E-mail : disclosure(at)pcd(dot)go(dot)th