| การดำเนินการติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษและเรื่องราวร้องทุกข์
กรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการ แจ้งเรื่องร้องทุกข์ จากประชาชนผู้ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากมลพิษ
ที่เกิดขึ้น จากการประกอบกิจการต่างๆ ทั้งประเทศ และติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายในรอบปี
2543 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นปัญหากลิ่นเหม็นถึง 246 เรื่อง ปัญหาฝุ่นละออง 90 เรื่อง
เสียงดัง 69 เรื่อง น้ำเสีย 63 เรื่อง สารอันตราย 43 เรื่อง และขยะมูลฝอย 9 เรื่อง
สำหรับการติดตามตรวจสอบ แหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการระบายมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม
กรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบ แหล่งกำเนิดมลพิษ
อาคารประเภท ก. ในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต โดยร่วมกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการตรวจสอบ
พบว่า อาคารที่จัดเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ อาคารประเภท ก. จำนวนทั้งสิ้น 391 แห่ง โดยมีอาคารที่มีระบายน้ำทิ้งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 95 แห่ง น้ำทิ้งเกินมาตรฐาน จำนวน 271 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอีก
จำนวน 25 แห่ง ทั้งนี้ กรมฯ ได้มีหนังสือเชิญเจ้าของ หรือผู้ครอบครอง แหล่งกำเนิด
ที่มีการระบายน้ำทิ้ง เกินมาตรฐาน มาชี้แจงทำความเข้าใจ หากไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข
ให้ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป การติดตามตรวจสอบ การจัดการมลพิษของนิคมอุตสาหกรรม
และกิจการที่มีลักษณะคล้ายกัน ที่มีปัญหาค่อนข้างมาก จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู
นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง อินดัสเตรียล ปาร์ค 2 นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ นิคมอุตสาหกรรมมาบตพุด
นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เขตประกอบการอุตสาหกรรมวงแหวนชัชวาลและแสงประทีป เขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยซัมมิท
เขตประกอบการอุตสาหกรรมแอล พี เอ็น และเขตประกอบการกลุ่มโรงงานฟอกหนัง กม.30 และ
34 พบว่า ยังคงมีปัญหาในการจัดการด้านน้ำเสีย อากาศเสีย และกากของเสีย หากเปรียบเทียบผลการติดตามตรวจสอบกับปี
2541 มีสัดส่วนของปัญหาใกล้เคียงกัน และในรอบปี 2543 มีเหตุการณ์เกี่ยวกับสารเคมี
เกิดขึ้นมากในปัจจุบัน และมีแนวโน้ม เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น กรณีสารโปแตสเซียมคลอเรตระเบิด
ที่จังหวัดเชียงใหม่ คลังน้ำมันของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด ไฟไหม้ ที่จังหวัดชลบุรี
ก๊าซฟอสจีนรั่วที่โรงงานไทยโพลีคาร์บอเนต จำกัด ฯลฯ กรมฯ จึงได้ มีการจัดตั้งคณะทำงานกรณีเหตุฉุกเฉินด้านมลพิษ
เพื่อสนับสนุนการแก้ไข ระงับ บรรเทา และฟื้นฟูบูรณะ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์
โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2543 จนถึงปัจจุบัน มีเหตุฉุกเฉินรวม 31 ครั้ง เฉลี่ยประมาณเดือนละ
3 ครั้ง เป็นกรณีเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหลของสารเคมี 16 ครั้ง กรณีการลักลอบทิ้งกากสารเคมี
9 ครั้ง และกรณีเหตุฉุกเฉินทางน้ำ 6 ครั้ง ซึ่ง กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา
อันได้แก่ การให้คำแนะนำ และสนับสนุน ในการประเมินสถานการณ์ การระงับบรรเทา ฯลฯ ทำให้สามารถลดผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ
ได้เป็นอย่างดี |