| Clean Technology : CT หรือ
"เทคโนโลยีสะอาด" ปัจจุบันนับว่ามีความสำคัญต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาก
เพราะ CT เป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและต้นทุนในการผลิต โรงพยาบาลเลิดสิน
เป็นโรงพยาบาลศูนย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ขนาด 485 เตียง ได้นำ CT มาใช้ในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในโรงพยาบาล
โดยมีที่มาจากในช่วงที่เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการให้หน่วยงานในสังกัดลดการใช้พลังงานลง
ทำให้นายแพทย์พงศ์ศักดิ์ วัฒนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน คิดหาวิธีการและแนวทางมาปฏิบัติเพื่อลดค่าใช้จ่าย
โดยได้รับคำแนะนำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยให้นำ CT เข้ามาใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาล
และในเดือนเมษายน 2542 โรงพยาบาลเลิดสิน จึงได้ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจัดทำ
"โครงการการให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสะอาดสำหรับโรงพยาบาลเลิดสิน"
ควบคู่ไปกับการจัดทำระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน ISO 14001 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวคิด
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ให้เกิดขึ้นในกิจกรรมการทำงานของโรงพยาบาลโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาด
แนวทางในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลเลิดสินที่ได้มีการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาดเบื้องต้นโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยนั้น
ครอบคลุม 4 เรื่อง ได้แก่
- การใช้ไอน้ำและการเกิดก๊าซไอเสีย
-
การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียจากยาและสารเคมี
- การใช้ไฟฟ้า
- การใช้น้ำและการเกิดน้ำเสีย
ลักษณะของการจัดทำโครงการ เป็นการดำเนินงานแบบต่อเนื่อง
และมีการจัดทำสถิติข้อมูล โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่
1 ดำเนินการในส่วนของการทำระบบหม้อไอน้ำ (Boiler) และระบบท่อส่งไอน้ำ โดยใช้แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์
ระยะที่ 2 ดำเนินการเรื่องการจัดการขยะ โดยนำร่องด้วยการจัดทำศูนย์ขยะรีไซเคิล
(Recycle)
 | พร้อมนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการของโรงพยาบาลเลิดสิน
เพื่อประเมินผลในรายละเอียดและคัดเลือกวิธีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งในเบื้องต้นคณะกรรมการของโรงพยาบาลฯได้เลือกประเด็นปัญหาเพื่อทำการตรวจประเมินอย่างละเอียด
คือ การใช้พลังงานความร้อน (ไอน้ำ) และการเกิดก๊าซไอเสียจากระบบผลิตและใช้ไอน้ำ ผลการตรวจประเมินขั้นละเอียด
พบว่ามีประเด็นในการปรับปรุงเพื่อลดอัตราการใช้น้ำมันได้หลายแนวทางด้วยกัน และทางคณะกรรมการได้เลือกโครงการเพื่อสาธิตการปรับปรุง
1 โครงการ คือ โครงการติดตั้งระบบการนำน้ำคอนเดนเสทกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการใช้น้ำมันเตา
และลดปริมาณการใช้น้ำป้อนเข้าหม้อผลิตไอน้ำ |
| สำหรับกิจกรรมการใช้ไอน้ำภายในโรงพยาบาลนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลทั้งหน่วยงานโดยตรง
และส่วนสนับสนุน ซึ่งจากการดำเนินกิจกรรมการใช้ไอน้ำในโรงพยาบาลพบว่าปัญหาที่เกิด
ได้แก่ การเกิดเขม่าควันก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ภายในหม้อไอน้ำ
การสูญเสียความร้อนที่หม้อไอน้ำ และการรั่วไหลของไอน้ำที่ท่อส่งไอน้ำโดยเฉพาะบริเวณข้องอ
ซึ่งทางโรงพยาบาลได้แก้ไขปัญหาโดยการนำน้ำคอนเดนเสทกลับมาใช้เป็นน้ำป้อนหม้อไอน้ำ
ซึ่งจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงของหม้อไอน้ำได้ประมาณ 12-15% และช่วยลดปริมาณน้ำประปาที่ใช้ป้อนหม้อไอน้ำด้วย
ประกอบกับการที่น้ำคอนเดนเสทมีความบริสุทธิ์กว่าน้ำประปา จึงช่วยลดการสูญเสียความร้อน
เนื่องจากช่วยลดอัตราการเกิดตะกรันภายในท่อไอน้ำด้านในให้น้อยลง |  |
การดำเนินการปรับปรุงทางเทคโนโลยีสะอาด โดยการนำน้ำคอนเดนเสทกลับมาใช้ใหม่นี้
สามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันเตาได้ 14,965 ลิตร/ปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 97,272
บาท (ลดลง 5.2%) และลดปริมาณน้ำประปาซึ่งป้อนเข้าหม้อไอน้ำได้ 1,971 ลูกบาศก์เมตร/ปี
คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ 19,710 บาท/ปี (67.5%) โดยรวมเป็นค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ทั้งสิ้น
116,982 บาท/ปี ระยะเวลาในการคืนทุนเท่ากับ 2.82 ปี ผลประโยชน์ที่ได้รับ คือ ลดปริมาณการใช้ทรัพยากร
ทั้งที่เป็นน้ำมันเตาและน้ำใช้ลง รวมทั้งต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลงอีกด้วย ผลที่ได้รับจากการดำเนินการปรับปรุงทางเทคโนโลยีสะอาด
| รายละเอียด | ผลที่ได้รับ |
| ปริมาณน้ำมันเตาที่สามารถประหยัดได้ (ลิตร/ปี) | 14,965
(ลดลง 5.2%) | | ค่าใช้จ่ายน้ำมันเตาที่สามารถประหยัดได้
(บาท/ปี) | 97,272 (ลดลง 5.2%) |
| ปริมาณน้ำป้อนเข้าหม้อไอน้ำที่สามารถประหยัดได้ (ลูกบาศก์เมตร/ปี) | 1,971
(ลดลง 67.5%) | | ค่าใช้จ่ายน้ำป้อนเข้าหม้อไอน้ำที่สามารถประหยัดได้
(บาท/ปี) | 19,710 (ลดลง 67.5%) |
| ค่าใช้จ่ายรวมที่สามารถประหยัดได้ (บาท/ปี) | 116,982 |
| ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (บาท) | 330,000 |
| ระยะเวลาในการคืนทุน (ปี) | 2.82 |
| ในส่วนของขยะมูลฝอยและของเสียจากยาและสารเคมีของโรงพยาบาล
ซึ่งเดิมขาดการแยกขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธีทำให้เกิดการปนเปื้อน และสูญเสียโอกาสในการนำกลับมาใช้ใหม่
นั้นโรงพยาบาลเลิดสินได้จัดทำกิจกรรมด้านการจัดการขยะมูลฝอยมาเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา
โดยแบ่งเป็น 4 โครงการ คือ
 |
| 1. | โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การทิ้งขยะให้ถูกประเภท
โดยการติดป้ายโปสเตอร์ ประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์วงจรปิดหรือดำเนินการเสียงตามสาย
แจกเอกสารให้ความรู้ จัดเตรียมภาชนะรองรับขยะแต่ละประเภท และมีการจัดอบรมให้กับผู้ป่วยนอก
ผู้ป่วยในและผู้เฝ้าไข้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล |
| 2. | โครงการจัดการขยะมูลฝอยสำหรับหอผู้ป่วย
เพื่อลดปริมาณขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล โดยการให้ความรู้กับบุคลากรของโรงพยาบาลและบุคคลภายนอก
มีการวางแผนจัดเก็บข้อมูลชั่งน้ำหนักขยะติดเชื้อก่อนการรณรงค์และภายหลังการดำเนินมาตรการอย่างเป็นระบบ
| |
| 3. | โครงการจัดการขยะมูลฝอยสำหรับหน่วยโภชนาการ
มีการลดปริมาณขยะประเภทบรรจุภัณฑ์ โดยการคัดแยกกระป๋องและถุงพลาสติก (3,241 กระป๋อง/เดือน)
การลดปริมาณเศษผัก โดยการนำเศษผักมาทำปุ๋ยน้ำด้วยหัวเชื้อ EM (1,333 กก./เดือน) การใช้ประโยชน์จากน้ำซาวข้าว
โดยการนำน้ำซาวข้าวไปทำปุ๋ยน้ำด้วยหัวเชื้อ EM (480 แกลลอน/เดือน) และการลดปริมาณเศษอาหารจากผู้ป่วย
(1,496 กก./เดือน) | | 4. | โครงการศูนย์รีไซเคิล
โดยในแผนงานโครงการกำหนดให้มีการรีไซเคิลกระดาษ กระป๋องน้ำอัดลม ขวดและกระป๋องพลาสติกที่ไม่ใช่ถุง
และถุงพลาสติก ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ | |  |
การดำเนินการด้วยของการรณรงค์เรื่องการใช้น้ำ
การจัดการน้ำเสีย และการใช้ไฟฟ้าของทางโรงพยาบาลนั้น ได้มีการดำเนินงานควบคู่ไปกับการใช้ไอน้ำและการเกิดก๊าซไอเสีย
และการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียจากยาและสารเคมี โดยใช้หลักการของ CT เช่นกัน เช่น
ด้านการประหยัดน้ำ ทางโรงพยาบาลมีแนวทางการลดปริมาณการใช้น้ำโดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์มาเป็นแบบประหยัดน้ำ
ซ่อมแซมอุปกรณ์การใช้น้ำที่ชำรุด ซ่อมแซมบ่อพักน้ำดี และรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดน้ำและการจัดการใช้น้ำอย่างเหมาะสม
สำหรับการใช้ไฟฟ้า
โรงพยาบาลได้มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าจากแบบเก่ามาเป็นชนิดประหยัดพลังงาน บำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ โดยนำเสนอข้อมูลการใช้ไฟฟ้า
ค่าใช้จ่าย (ต่อเดือน/ต่อวัน) และวิเคราะห์ในรูปการใช้ไฟฟ้าต่อเตียงคนไข้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้รับทราบและตระหนักถึงการใช้พลังงานไฟฟ้า
มีการฝึกอบรมให้ความรู้ถึงแนวทางการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมีสำนึกที่ดีในการใช้พลังงานไฟฟ้าและใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับโรงพยาบาลเลิดสินได้เป็นอย่างดี ทญ.
ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล ทันตแพทย์ 8 ซึ่งทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการและเลขานุการของโครงการ
ได้กล่าวถึงความสำเร็จและปัญหาในการจัดทำโครงการว่า "ในการจัดทำโครงการ
เมื่อดูผลการทำงานแล้วนับว่าประสบความสำเร็จดี ในด้านของการลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนในการผลิตและเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ควรที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป
ในส่วนของราชการเนื่องจากมีเรื่องของการลงทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องเอาเรื่องธุรกิจเข้ามาคิดด้วย
ข้อจำกัดในการจัดทำโครงการในโรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาล คือต้องใช้ระยะเวลานานในการจัดทำโครงการ
และประเด็นสำคัญคือในด้านศักยภาพของบุคลากรโครงการที่ต้องทำงานเพิ่มขึ้นจากงานประจำที่ทำอยู่แล้วทั้งยังขาดประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม
ขาดแรงจูงใจในการทำงาน และการไม่เห็นประโยชน์ในการจัดทำโครงการ"
| การจัดทำโครงการ CT ของโรงพยาบาลเลิดสิน กว่าจะได้รับผลสำเร็จอย่างเช่นปัจจุบันนี้
ก็ต้องประสบกับปัญหา นานับประการไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ ปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลและการจัดทำฐานข้อมูลซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค การทำงานเป็นลักษณะเชิงรับมากกว่าเชิงรุกซึ่งปัจจุบันปัญหาต่างๆ
เหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่ และจากการตรวจประเมินเทคโนโลยีสะอาดของโรงพยาบาล พบว่าปัจจัยสำคัญซึ่งมีผลต่อการใช้ทรัพยากร
วัตถุดิบ และการเกิดของเสียของทางโรงพยาบาล ได้แก่ การขาดความเข้าใจในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล
ลักษณะ/สภาพอุปกรณ์เครื่องมือ และการปฏิบัติงานในโรงพยาบาลซึ่งจะต้องทำความเข้าใจอย่างเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ทุกคน
เพื่อให้โครงการ CT ของโรงพยาบาลเลิดสินสัมฤทธิ์ผลอย่างสมบูรณ์ต่อไป | 
|
|
หากเรารู้จักการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ประโยชน์
ย่อมเป็นผลดีกับทุกๆ คน เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ลดปริมาณการทิ้งของเสียลง
ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและมลพิษต่างๆ ที่จะปล่อยออกสู่ธรรมชาติและตกค้างในสิ่งแวดล้อมน้อยลง
ผลที่ตามมาก็คือสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นตามไปด้วย |
 | Dated
: 24 December 2002 |  |
|