| ปัจจุบันเมื่อเอ่ยถึงคำว่า
"ศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชน" คนส่วนมากคงตอบว่า
"ไม่รู้จัก" และคงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะว่าศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชนเป็นมิติใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเราซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าเป็นผลิตผลที่เกิดจากความเสียสละ
ความสมัครสมานสามัคคี และความตระหนักในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบ แก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะมูลฝอยของประชาชนในชุมชน
อันเป็นสิทธิที่พึงมีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 46 และ 56
ที่ให้สิทธิชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมใน การจัดการการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
รวมทั้งในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง
ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพหรือคุณภาพชีวิตของตน
ทั้งนี้ ลักษณะของศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชนนั้น เป็นการรวมตัวกันของประชาชนในชุมชนจัดหาสถานที่รับซื้อหรือรับบริจาควัสดุที่ยังใช้ประโยชน์ใหม่ได้
เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก เศษโลหะและอโลหะ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ที่อยู่ในสภาพชำรุดต่างๆ
เมื่อได้ปริมาณมากพอก็จะนำไปจำหน่ายให้ โรงงานแปรรูปหรือร้านรับซื้อของเก่า และรายได้จากการจำหน่ายนำมาใช้จ่ายในกิจกรรมของศูนย์ฯ
หรือ กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของชุมชนต่อไป
ศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย
เกิดขึ้นในชุมชนซอยลาดพร้าว 101 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เปิดดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน
2543 มีจำนวนชุมชนที่เป็นสมาชิกเครือข่าย จำนวน 7 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสุขสันต์ 26
ชุมชนร่วมกันสร้าง ชุมชนเจริญ-พัฒนา ชุมชนวัดกลาง ชุมชน 101 บึงทองหลาง ชุมชนหมู่บ้านสินธร
และชุมชนลำสาลี ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF)
และการให้คำปรึกษาจาก หน่วยงานราชการต่างๆ เช่น กรุงเทพมหานคร การเคหะแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และมูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มาของการจัดตั้งศูนย์ฯ
เริ่มจาก คุณประเสริฐ คำแดง ประธานชุมชนสุขสันต์ 26
ซึ่งเป็นบุคคลที่ขยันขันแข็ง มีความเสียสละเพื่อส่วนรวมอยากเห็นชุมชนสะอาด เรียบร้อย
ทุกเช้าจะตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืดทำการปัดกวาดและเก็บขยะมูลฝอยตามถนนภายในชุมชน ต่อมาสังเกตเห็นลักษณะขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นภายในชุมชนมีขยะมูลฝอยจำนวนมากที่สามารถคัดแยกนำกลับมาจำหน่ายให้ร้านรับซื้อของเก่าได้
ประกอบกับช่วงนั้นภายในชุมชนเริ่มมีปัญหาเยาวชนมั่วสุมสิ่งเสพย์ติด จึงมีแนวคิดที่จะเชิญชวนเยาวชนในชุมชนมาร่วมคัดแยกขยะมูลฝอย
เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และสร้างรายได้เสริมให้เยาวชนอีกทางหนึ่ง
วิธีการคือทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาประมาณ 16.00-17.00 น. จะให้เยาวชนในชุมชนออกเดินรับบริจาควัสดุที่สามารถขายได้จากประชาชนในแต่ละครัวเรือน
ซึ่งเยาวชนจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 10 บาท เข้าบัญชีออมทรัพย์ในทุกครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม
การดำเนินกิจกรรมลักษณะดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากส่งผลให้ชุมชนสะอาดเรียบร้อย
มีขยะมูลฝอยที่ต้องทิ้งลงถังขยะมูลฝอยในแต่ละวันค่อนข้างน้อย จากนั้นเริ่มมีหลายๆ
หน่วยงานทั้งภาครัฐ และองค์กรเอกชนเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมแพร่หลายและเป็นรูปธรรมยิ่งๆ
ขึ้น
ด้วยความมุ่งมั่นของประชาชนในชุมชนและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ดีเยี่ยม
ส่งผลให้ประเทศไทยเรามีศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชนขึ้นเป็นแห่งแรก
และสามารถสรุปรูปแบบการบริหารจัดการได้ ดังนี้ พื้นที่อาคารของศูนย์ฯ ขนาด 400 ตารางเมตร
จัดแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่ ส่วนสำนักงาน ส่วนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ส่วนรับซื้อ-บริจาควัสดุรีไซเคิล ส่วนคัดแยกวัสดุรีไซเคิล ส่วนเก็บกักวัสดุรีไซเคิลแต่ละประเภท
และส่วนสาธิตการหมักขยะอินทรีย์ มีคณะกรรมการบริหารจากชุมชนเครือข่าย จำนวน 18 คน
และที่ปรึกษาจากหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนอีก จำนวน 5 คน และวางแนวทางไว้ให้มีคณะกรรมการดำเนินงานประกอบด้วย
ผู้จัดการศูนย์ เจ้าหน้าที่การเงิน/บัญชี เจ้าหน้าที่ซื้อขาย และพนักงานอีก 3 คน
การดำเนินงานจะมุ่งเน้นวิธีการให้ประชาชนมีแรงจูงใจจากผลที่จะได้รับจากการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลแล้วนำไปขาย
ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสภาพแวดล้อมในชุมชน โดยเปิดรับบริจาคและรับซื้อขายวัสดุรีไซเคิลที่เกิดขึ้นทั้งจากประชาชนทั่วไป
การซื้อขายผ่านเครือข่ายซาเล้งชุมชน จากหน่วยงานราชการ และบริษัทห้างร้านต่างๆ หลังจากนั้นศูนย์ฯ
จะทำหน้าที่คัดแยกตามชนิดวัสดุและรวบรวมนำส่งไปขายยังโรงงานแปรรูป แล้วนำเงินรายได้มาใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในศูนย์ฯ
และชุมชน การดำเนินงานลักษณะนี้ได้ก่อให้เกิดการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน และส่งเสริมการตระหนักที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเนื่องจากขยะมูลฝอยด้วยการร่วมมือคัดแยกขยะมูลฝอย
ตลอดจนเป็นการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยอีกทางหนึ่ง
บทบาทสำคัญอย่างยิ่งของศูนย์รีไซเคิลชุมชนที่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
คือช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นภายในชุมชน ดังจะเห็นได้จากการซื้อขายวัสดุรีไซเคิลเพื่อจัดส่งไปยังโรงงานแปรรูปของศูนย์ฯ
มีปริมาณมากถึง 5 ตัน/วัน นั่นก็คือ ในปีหนึ่งๆ ศูนย์ฯ แห่งนี้สามารถช่วยลดปริมาณและนำขยะซึ่งเป็นทรัพยากรที่ยังมีคุณค่ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้มากถึง
1,800 ตัน นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการเข้ามีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการขยะมูลฝอยและผู้จัดการศูนย์ฯ
คือ คุณประเสริฐ คำแดงก็ยินดีที่จะนำความรู้และประสบการณ์ไปบอกกล่าวแก่ชุมชนต่างๆ
ที่สนใจทั่วประเทศซึ่งถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งศูนย์วัสดุรีไซเคิล
คือการเป็นศูนย์ตัวอย่างในการ ส่งเสริมการลดปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในชุมชน
จากการสอบถามประชาชนที่นำวัสดุรีไซเคิลมาขายที่ศูนย์ฯ
หลายคนไม่ค่อยสนใจเรื่องผลตอบแทนด้านการเงินแต่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ฯ
เพราะคิดว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของประเทศ ในส่วนของคุณประเสริฐ
คำแดง ผู้จัดการศูนย์ฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า จากที่ศูนย์ฯได้ดำเนินงานมาขวบปีกว่านั้นมีทั้งความสำเร็จและอุปสรรคปัญหา
ความสำเร็จคือ ประชาชนตอบรับเป็นอย่างดีในการนำวัสดุรีไซเคิลขายให้ศูนย์ฯ อุปสรรคปัญหาที่พบก็คือ
ปัจจัยทางตลาดต่างๆ เช่น การแข่งขันของร้านรับซื้อของเก่าเอกชนบริเวณใกล้เคียง ราคารับซื้อไม่แน่นอนของ
โรงงานแปรรูป เงินทุนหมุนเวียนของศูนย์ฯ เป็นต้น ทั้งนี้คุณประเสริฐและคณะกรรมการบริหารก็พยายามปรับแก้วิธีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งปัจจุบันผลการดำเนินงานนับว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ณ
วันนี้หลังจากที่ชุมชนหลายแห่งได้มาศึกษาดูงานที่ศูนย์ฯ ได้นำแนวคิดและรูปแบบไปประยุกต์ใช้กับชุมชนของตนเองส่งผลให้เกิดภาพความร่วมมือกันของ
ชุมชนในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยกลับมา รีไซเคิลขึ้นในชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ เช่น
ชุมชนจังหวัดนครราชสีมา ชุมชนจังหวัดระยอง ชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ชุมชนเมืองพัทยา
เป็นต้น การดำเนินงานในเรื่องนี้จะสำเร็จได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของผู้นำชุมชนและความสมัครสมานสามัคคีของประชาชนในชุมชน
รวมทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน (NGOs) ที่จะต้องเข้าไปจุดประกายแนวความคิดตั้งแต่แรกเริ่ม
และต้องทำหน้าที่ เป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนมีรูปแบบที่ชัดเจนและยั่งยืน
อันจะเป็นแรงกระตุ้นให้ชุมชนใกล้เคียงเกิดความสนใจนำรูปแบบกิจกรรมไปดำเนินการในชุมชนของตนเองอย่างแพร่หลายยิ่งๆ
ขึ้น
|
ดิดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : 1.
นายประเสริฐ คำแดง ศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชน หมู่ 7 ซอยลาดพร้าว 101 ถนนลาดพร้าว
แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 โทร. 0 2948 4051, 0 1889 1360 2.
นายรังสรรค์ ปิ่นทอง กรมควบคุมมลพิษ เลขที่ 92 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน
แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2298 2409-11 | |