| หากพูดถึงวัด สิ่งที่เราจะคิดถึงก็คือการทำใจให้สงบ การทำบุญ และการบริจาคสิ่งของ
แต่สำหรับวัดสวนแก้วแล้วเราจะได้พบสิ่งอื่นอีก นั่นก็คือ การรีไซเคิล
ซึ่งเป็นสะพานบุญระหว่างผู้ให้หรือผู้บริจาควัสดุเหลือใช้และผู้รับหรือผู้ยากไร้
ซึ่งสะพานบุญของการรีไซเคิลนี้ ดำเนินการโดยมูลนิธิสวนแก้ว จ.นนทบุรี มูลนิธิสวนแก้ว
ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2529 ภายในวัดสวนแก้ว เริ่มจากพระพยอม กัลยาโณ
(พระพิศาลธรรมวาที) ได้มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือบุคคลที่ด้อยโอกาสในสังคมรวมทั้งผู้ประสบภัย
นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ คนชรา ฯลฯ โดยการให้อาชีพใหม่และที่พักอาศัยแก่พวกเขาเหล่านั้น
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิสวนแก้วได้จัดทำโครงการที่ช่วยเหลือสังคมต่างๆ มากมาย
แต่มีโครงการหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้การลดปริมาณขยะมูลฝอย และช่วยให้ผู้ยากไร้ได้มีลู่ทางทำมาหากิน
นั้นคือ โครงการสะพานบุญจากผู้เหลือเจือจานผู้ขาด สาเหตุที่ได้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา
พระพยอมได้เทศนาโดยสรุปว่า วันหนึ่งท่านไปธุระพร้อมลูกศิษย์ ระหว่างนั่งคอยลูกศิษย์บนรถ
เผอิญบ้านตรงข้ามเป็นบ้านเศรษฐีแล้วมองเห็นเขาหยิบถุงขยะเทลงถังหน้าบ้าน และมีเด็ก
2 - 3 คน รถคนจน รถซาเล้งปรี่เข้าไปเขี่ยคุ้ย เลือกเอาของเก่าที่ยังใช้ได้จากถังที่มีขยะปนเปื้อน
ใส่ในรถเข็นก่อนที่จะนำไปขาย จากวันนั้นได้จุดประกายแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กเหล่านี้ได้ขยะที่ไม่เปรอะเปื้อนผนวกกับความคิดที่ว่า
มนุษย์หาความสุขที่เป็นกากมากกว่าที่เป็นทิพย์ยิ่งความสุขที่เป็นกากมากกากของความสุขก็มาก
ถ้าเอากากของความสุขมาทำให้มันเป็นประโยชน์อีกทีจะได้ไหม ดังนั้น ในปี2536 มูลนิธิสวนแก้ว
จึงได้ริเริ่มโครงการที่ รับบริจาคสิ่งของหรือของเหลือใช้ที่เจ้าของไม่ต้องการแล้ว
หรือของที่ทิ้งแล้วแต่ยังสามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นประโยชน์ได้อีก ให้แก่ผู้ยากไร้
คนตกงาน ภายในวัดสวนแก้ว นำไปขายเพื่อยังชีพหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป
ตัวอย่างเช่น
- เศษไม้ เศษอิฐ หิน ดิน ทราย และเศษอุปกรณ์ที่เป็นวัสดุก่อสร้างทุกชนิด
เพื่อนำมาต่อเติมส่วนที่ขาดของอาคารสถานที่ภายในวัด
- สิ่งของใช้เก่าๆ ภายในบ้านที่เจ้าของไม่ใช้ทำประโยชน์แล้ว
เช่น หม้อ ไห ถ้วย ชาม เฟอร์นิเจอร์เก่า เสื้อผ้า รองเท้าเก่า เพื่อนำมาดัดแปลงใช้ประโยชน์และขาย
- หนังสือเก่าทุกประเภทเพื่อนำไปขายและแจกให้กับห้องสมุดในชนบท
- บ้านเก่า และวงกบประตูหน้าต่าง
โดยทางเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิจะเป็นผู้รื้อถอนให้ เพื่อสร้างที่พักให้แก่ผู้ประสบภัยและผู้ยากจน
การดำเนินโครงการสะพานบุญจากผู้เหลือเจือจานผู้ขาด และจากศรัทธาของประชาชนที่มีกุศลเข้าร่วมบริจาคปัจจัย
และเครื่องอุปโภค บริโภค แก่มูลนิธิ ทำให้มีสิ่งของมากขึ้นซึ่งพระพยอมก็ได้จัดแจกให้แก่ผู้ยากไร้ต่างๆ
และทำให้เกิดโครงการอื่นๆ ตามมาอีกมาก เช่น โครงการซูเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้
โดยการนำเสื้อผ้าและสิ่งของเบ็ดเตล็ดที่ได้รับบริจาคมาขายให้แก่ผู้ยากไร้ในราคาถูก
และโครงการเพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นไปที่การผลิตปุ๋ยน้ำชีวภาพจากขยะเศษอาหารจากโรงครัวและพืชผักใบไม้จากสวนภายในวัด
จากจุดนี้เองทำให้มูลนิธิสวนแก้วสามารถขยายการรับบริจาคได้มากและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ก่อให้เกิด แผนกการรับสิ่งของบริจาคที่เป็นระบบชัดเจน ดังนี้ 
ณ
วันนี้ มูลนิธิสวนแก้วมีการดำเนินงานเป็นศูนย์รับบริจาควัสดุรีไซเคิล เปิดรับของบริจาคทุกชนิดและอัตราการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาก็มาก
เช่น ทีวี 25 - 50 เครื่อง/สัปดาห์ ตู้เย็น 20 เครื่อง/สัปดาห์ รวมทั้งเสื้อผ้าและสิ่งของเบ็ดเตล็ดนับหลายคันรถ
คงเป็นการยากที่จะประเมินออกมาได้ว่าวันหนึ่งๆ นั้น มูลนิธิสวนแก้วรับบริจาคได้กี่ตัน/วัน
แต่ที่แน่นอน คือ การบริจาคนั้นช่วยประหยัดงบประมาณการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลได้
ขณะเดียวกันยังได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส คนตกงาน ได้มากกว่า 2,000 ชีวิต
ให้มีอาชีพ มีที่พักอาศัย และที่พึ่งทางใจสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่เบียดเบียนใคร
ดังคำพูดของผู้ประสบภัยท่านหนึ่ง ที่มาเลือกซื้อเสื้อผ้าจากวัดในราคาตัวละ
2 - 3 บาท แล้วนำไปขายชายแดน ตัวละ 5 บาท 10 บาท เขาบอกว่า ในแต่ละเที่ยวได้กำไร
500 - 600 บาท ทำให้เขามีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน โครงการนี้
(โครงการซูเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้) เป็นที่พึ่งของเขา ช่วยให้มีอาชีพและฟื้นตัวได้
การดำเนินงานที่ผ่านมาอาจกล่าวได้ว่า วัดสวนแก้วไม่ได้เป็นเพียงวัดที่อบรมบ่มนิสัยพุทธศาสนิกชนเท่านั้น
แต่หากยังเป็นวัดที่ได้พลิกบทบาทเข้ามามีส่วนช่วยเหลือและพัฒนาสังคมได้อย่างมากทีเดียว
โดยเฉพาะการช่วยลดปัญหาทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งสามารถที่จะใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินงานให้แก่วัดหรือองค์กรอื่นๆ
นำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ การรับบริจาคของเหลือใช้เข้ามามาก
ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว รวมทั้งขยะมูลฝอยที่เกิดจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาทำกิจกรรมภายในวัดด้วย
ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่วัดจะต้องมีระบบการจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ รู้จักการแยกแยะว่าสิ่งไหนควรจะนำมาใช้ประโยชน์
และสิ่งไหนควรจะต้องนำไปกำจัดโดยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการคงอยู่อย่างยั่งยืนของวัดสวนแก้วเพื่อเป็นที่พึ่งของสังคมไทยตลอดไป
|
สอบถามรายละเอียดข้อมูลของมูลนิธิสวนแก้วเพิ่มเติมได้ที่
: วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 1114 โทร. 0-2595-14440-2595-1945-7
โทรสาร. 0-2595-1222 | |