Code of Practice for Pollution Prevention and Mitigation

แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับโรงเรียน
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับตลาดสด
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับร้านอาหาร
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับโรงแรม
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับโรงพยาบาล
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาล


แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาล

เทศบาลเป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นที่ต้องดูแลและให้บริการแก่ประชาชนทั้งความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ การให้บริการด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ สาธาณสุขมูลฐานและอื่นๆ แม้ว่ากิจกรรมหลักในสำนักงานเทศบาลจะเป็นงานเอกสาร แต่สำนักงานเทศบาลก็ต้องมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทำให้เกิดขยะและน้ำเสียที่เป็นภาระในการกำจัด ดังนั้น ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลสามารถมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการเอาใจใส่ในการหาแนวทางเพื่อนำมาใช้ปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมเพื่อทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประโยชน์ หากเทศบาลนำหลักการดังกล่าวมาใช้เป็นแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อปรับปรุงการบริการจัดการและการปฏิบัติของสำนักงานเพื่อลดการเกิดของเสียและน้ำเสีย ลดการสูญเสียพลังงานน้ำ และทรัพยากรต่างๆ ที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการนำแนวปฎิบัติที่ดีไปใช้ในสำนักงานเทศบาลจะต้องเริ่มที่ผู้บริหารที่ต้องให้ความสำคัญและกำหนดเป็นนโยบายของ องค์กรที่จะนำหลักการเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดไปใช้ในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ เสริมสร้างและสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้า การใช้น้ำและการจัดการน้ำเสีย การเลือกซื้อและใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ถูกต้อง การลดปริมาณขยะ การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ตลอดจน การจัดการด้านอนามัยและความปลอดภัย เป็นต้น รวมถึงสนันสนุนการจัดหางบประมาณที่เหมาะสมในการดำเนินงาน ตลอดจนร่วมรณรงค์ให้ประชาชนที่มาติดต่อประหยัดการใช้ทรัพยากร น้ำ และไฟฟ้า

หากเทศบาลนำแนวปฎิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษในคู่มือเล่มนี้มาใช้ในการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานของสำนักงาน รวมทั้งมีการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องแล้ว นอกจากจะพบว่าช่วยประหยัดงบประมาณของสำนักงานแล้ว ยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสถานประกอบการและประชาชนในชุมชนในการมีส่วนร่วมกับเทศบาลและสังคมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ รักษาสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานตามแนวปฎิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาล

ขั้นตอนที่ 1 การสร้างคณะทำงาน

การมีส่วนร่วมของคนในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงต้องมีการสร้างเป็นคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้แทนจากกองหรือแผนกที่สำคัญต่างๆ เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารเทศบาล ฝ่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายซ่อมบำรุง เป็นต้น คณะทำงานมีหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจและกระตุ้นให้บุคลากรทุกคนของสำนักงานมีความสนใจในการดำเนินงานตามแนวปฎิบัติที่ดีฯ สนับสนุนและประสานระหว่างกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญ คือ ร่วมกัน กำหนดเป้าหมาย วิธีการดำเนินงาน การแก้ไขปัญหา การติดตามและประเมินผลตลอดจนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 2 การสำรวจกิจกรรม

คณะทำงานที่ตั้งขึ้นดำเนินการสำรวจกิจกรรมหลักของสำนักงานเทศบาลอย่างละเอียดเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมแต่ละประเภท กับการใช้พลังงาน วัตถุดิบ และทรัพยากร และผลของกิจกรรมกับของเสียที่เกิดขึ้นรวมถึงจุดหรือบริเวณใดที่เกิดความสูญเสียและสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งกิจกรรมหลักของสำนักงานประกอบด้วย

กิจกรรมสำนักงานทั่วไป

เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับงานบริการ งานคลังและพัสดุ งานธุรการ งานทะเบียน และงานประชาสัมพันธ์ เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้เครื่องไฟฟ้าประเภทต่างๆ การใช้น้ำ และวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน ของเสียที่เกิดขึ้นจึงเป็นประเภทน้ำเสียและขยะมูลฝอยเป็นหลัก ซึ่งแสดงแผนภาพกิจกรรมได้ดังนี้

กิจกรรมรักษาความสะอาด

เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูและทำความสะอาดพื้นที่สำนักงาน ทางเดิน ห้องสุขา ผลของการดำเนินกิจกรรมจะทำให้เกิดของเสียที่ปนเปื้อนเคมี และยังมีอันตรายหรือความเสี่ยงต่อพนักงานในการปฎิบัติงานด้วย ซึ่งแสดงเป็นแผนภาพกิจกรรมได้ดังนี้

กิจกรรมซ่อมบำรุง

เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบน้ำทั้งหมดของสำนักงาน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม การรักษาประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ การป้องกันอันตรายและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่เข้ามาติดต่อประสานงาน ซึ่งแสดงเป็นแผนภาพกิจกรรมได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 3 การาสำรวจกานใช้ทรัพยากร

เมื่อดำเนินการสำรวจกิจกรรมหลักต่างๆ ในสำนักงานเทศบาลแล้ว การดำเนินงานขั้นต่อไป คณะทำงานจะต้องดำเนินการสำรวจปริมาณการใช้ทรัพยากรอย่างละเอียด สำรวจลักษณะและความพร้อมในการใช้งานของวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ บริเวณหรือจุดที่ยังมีการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองหรือมีการสูญเสียพลังงาน โดยไม่จำเป็น ความเสี่ยง หรือสภาพแวดล้อม การทำงานที่ไม่ดีหรือไม่ถูกสุขลักษณะเพื่อนำไปสู่การแก้ไขและปรับปรุงการใช้ทรัพยากรในแต่ละประเภทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 แนวปฎิบัติที่ดี

คู่มือเล่มนี้ได้จัดทำเป็นตารางแนวปฎิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาล ซึ่งคณะทำงานสามารถใช้ในการสำรวจกิจกรรมและสำรวจการใช้ทพรัพยากรแต่ละประเภทของแต่ละกิจกรรม ดังปรากฎตามรายการตรวจสอบ (Checklist) แนวปฏิบัติที่ดีท้ายเล่ม โดยใส่เครื่องหมาย ลงใน ในข้อที่มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติทีดีฯ แล้วในแต่ละกิจกรรม จากนั้นให้แสดงผลการสำรวจโดยรวบรวมเป็นคะแนนและค่าร้อยละเพื่อจะให้ทราบผลคะแนนรวมว่ามีเรื่องใดหรือข้อปฏิบัติใดที่ยังไม่ได้ทำหรือ ทำได้น้อย จะได้นำไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติงานและดำเนินการตามแผนงานต่อไป

แนวปฏิบัติที่ดีฯ จะแบ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากลักษณะของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสำนักงานเทศบาล 4 ด้าน ได้แก่

  • การจัดการใช้พลังงาน

ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานที่มีการใช้มากที่สุดของสำนักงานเทศบาลได้แก่ ไฟฟ้า แสงสว่าง พัดลม เครื่องปรับอากาศ; เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องขยายเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้า ประเภทตู้เย็น แนวปฏิบัติที่ดีฯ จึงมุ่งเน้นการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธีและเท่าที่จำเป็นบำรุงและรักษาทำความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธีและเท่าที่จำเป็นบำรุงและรักษาทำความสะอาด อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติแทนการใช้ไฟฟ้า เลือกใช้อุปกรณ์ชนิดประหยัดไฟ เป็นต้น

  • การจัดการน้ำใช้และน้ำเสีย

การใช้น้ำที่ดีควรยึดหลักความประหยัดเช่นเดียวกันการใช้ไฟฟ้า เริ่มตั้งแต่เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ดูแลซ่อมแซมอุปกรณ์ไม่ให้เกิดจากรั่วไหล เลือกใช้สารทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดความสกปรกของน้ำเสียด้วยวิธีการต่างๆ และนำน้ำเสียหรือน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์อื่น เป็นต้น

  • การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะเป็นขยะประเภทบรรจุภัณฑ์หรือขยะรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำดื่ม ถุงพลาสติก กระดาษ กระป๋องอลูมิเนียม ขยะอินทรีย์จากเศษอาหาร ผักและผลไม้ รวมทั้งขยะอันตรายประเภทหลอดไฟ กระป๋องสี เป็นต้น ตังนั้นต้องให้ความสำคัญต่อการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง เช่น การคัดแยกขยะตามประเภทเพื่อนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เป็นต้น

  • การจัดการด้านอนามัยและความปลอดภัย

การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานต้องคำนึกถึงอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น จัดสภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงานให้ถูกต้องตามหลักอาชีวอนมัยและความปลอดภัย ดูและทำความสะอาดสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ มีระบบการป้องกันอัคคีภัยและการจัดการเหตุฉุกเฉิน จัดเก็บการเคมีและจัดการขยะอันตรายอย่างถูกวิธี เป็นต้น

ตัวอย่างวิธีลงรายการสำรวจและการคิดผลรวมคะแนนของงานที่ได้ดำเนินการไปแล้วตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษ สำหรับสำนักงานเทศบาล (ตัวอย่าง) กิจกรรมที่
การใช้พลังงานไฟฟ้า
หมวดไฟฟ้าแสงสว่าง
1. ปิดไฟในเวลาพักเที่ยงหรือเมื่อเลิกการใช้งานหรือหมดความจำเป็นต้องใช้งาน การปิดสวิตซ์ไฟบ่อยๆ ไม่ทำให้เปลืองไฟฟ้าแต่อย่างใด
2.เปิดม่านหรือหน้าต่างหรือติดตั้งกระเบื้องโปร่งแสงเพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติแทนการใช้แสงสว่าง จากหลอดไฟ
3.กำหนดช่วงเวลาการเปิดปิดไฟให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใช้งาน
4. จัดระบบสวิตว์ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ปรับเป็นสวิตซ์เปิดปิดแบบแยกแถว แยกดวง เป็นต้น
5. ติดสติ๊กเกอร์บอกตำแหน่งไว้ที่สวิตซ์เปิดปิดหลอดไฟเพื่อเปิดใช้งานได้อย่างถูกต้อง
6. ใช้อุปกรณ์และหลอดไฟชนิดประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น หลอดฟลูออกเรสเซนต์ (หลอดนีออน) แบบผอมแทน หลอดแบบธรรมดา (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 10) ใช้หลอดคอมแพ็กฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ) แทนหลอดไส้ (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 75) ใช้โคมสะท้อนแสงแบบประสิทธิภาพสูง และใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์แทนบัลลาสต์แบบธรรมดา
7. ตรวจวัดความเข้มแสงปีละ 2 ครั้ง บริเวณที่ใช้ปฏิบัติงานให้มีความเข้ฒเหมาะสมตามเกณฑ์ (ค่ามาตรฐานความสว่างของสำนักงานอยู่ระหว่าง 300-500 ลักซ์) หากมีความสว่างเกินความจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องใช้ไฟแสงสว่างบริเวณนั้นควรถอดหลอดไฟออกบางหลอด และเพิ่มหลอดไฟในจุดที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
8. ทำความสะอาดหลอดไฟอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพราะฝุ่นละอองที่เกาะอยู่จะทำให้แสงสว่างน้อยลงหรืออาจทำให้ต้องเปิดไฟหลายดวงเพื่อให้ได้แสงสว่างเท่าเดิม
9. เมื่อพบว่าหลอดไฟ สายไฟ ชำรุดหรือขาหลอดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือดำควรเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันอัคคีภัย เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร
10. รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสตี๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ดนิทรรศการ เสียงตามสาย หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
10
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
5
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
50

จากตัวอย่างข้างต้นจะช่วยให้คณะทำงานมองเห็นโอกาสในการปรับปรุงการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากกิจกรรมที่มีการปฏิบัติงานตามแนวปฎิบัติที่ดีฯ น้อยที่สุดร่วมกับสภาพปัญหาและความเร่งด่วนในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน ตลอดจนความพร้อมของการลงทุนในกรณีที่ต้องการปรับเปลี่ยนวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งคณะทำงานจะร่วมกันกำหนดเป้าหมายและแผนปฎิบัติของการปรับปรุงการปฎิบัติงานตามลำดับ

ตารางแสดงเป้าหมายการปรับปรุงการปฎิบัติงานตามแนวปฎิบัติที่ดีฯ
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษ สำหรับสำนักงานเทศบาล กิจกรรมที่
การใช้พลังงานไฟฟ้า
หมวดไฟฟ้าแสงสว่าง
1. กำหนดช่วงเวลาการเปิดปิดไฟให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใช้งาน
2. จัดระบบสวิตซ์ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ปรับเป็นสวิตซ์เปิดปิดแบบแยกแถว แยดดวง เป็นต้น
3. ใช้อุปกรณ์และหลอดไฟชนิดประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ (หลอดนีออน) แบบผอมแทน หลอดแบบธรรมดา (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 10) ใช้หลอดคอมแพ็กฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ) แทนหลอดไส้ (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 75) ใช้โคมสะท้อนแสงแบบประสิทธิภาพสูง และใช้บัลลาสต์ อิเล็กทรอนิกส์แทนบัลลาสต์แบบธรรมดา
4. ตรวจวัดความเข้มแสงปีละ 2 ครั้ง บริเวณที่ใช้ปฏิบัติงานให้มีความเข้มเหมาะสมตามเกณฑ์ (ค่ามาตรฐานความสว่างของสำนักงานอยู่ระหว่าง 300-500 ลักซ์) หากมีความสว่างเกินความจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องใช้ไฟแสงสว่างบริเวณนั้นควรถอดหลอดไฟออกบางหลอด และเพิ่มหลอดไฟในจุดที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
5. รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ดนิทรรศการ เสียงตามสาย หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 5 การจัดทำแผนปฏิบัติงาน

จากการสำรวจตามขั้นตอนที่ 2 3 และ 4 จะทำให้คณะทำงานทราบปัญหาในการปฏิบัติงานของสำนักงานเทศบาลวิธีการและเป้าหมายในการปรับปรุงการปฎิบัติงาน ที่ต้องการ จากนั้นคณะทำงานต้องร่วมกันกำหนดและจัดทำแผนปฏิบัติงาน ซึ่งจะประกอบด้วยกิจกรรมที่ต้องดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินงาน และผู้รับผิดชอบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังตัวอย่างตามตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แผนปฎิบัติงานเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า (หมวดไฟฟ้าแสงสว่าง) ของโรงพยาบาล
กิจกรรมระยะเวลาดำเนินการผู้รับผิดชอบ
พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.
1) การตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด                    นายประดิษฐ์
2) การปรับปรุงอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า                    นายสว่าง
3) การทำความสะอาดหลอดไฟและอุปกรณ์                    นายประหยัด
4) การจัดทำแผนการซ่อมบำรุง                    นายช่อง
5) การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้า                    -
6)                    นาย....

ขั้นตอนที่ 6 การพัฒนาบุคลากร

การพัฒนาบุคลากรทั้งองค์กรเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลเป็นไป อย่างมีอย่างมีประสิทธิภาพและต่องเนื่อง จึงต้องมีการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในห้กับบุคลากรที่เป็นแกนนำหลักของสำนักงานเพื่อสร้างทีมคณะทำงานที่จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรขยายผลแนวคิด ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้กับเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนได้มีเป้าหมายร่วมกันในการดำเนินงานตามแผนปฎิบัติงานของแนวปฏิบัติที่ดีฯ เพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำในระยะยาว นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและความสามารถได้อย่างเต็มที่ จะช่วยสร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วมและการสร้างแนวคิดและสิ่งใหม่ๆ ที่ดีให้กับองค์กร

การพัฒนาบุคลากรอาจทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการพูดคุยให้ความรู้ การฝึกอบรม การศึกษาดูงานในสถานประกอบการอื่น และการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น สติ๊กเกอร์ โปสเตอร์ แผ่นพับ คำขวัญ รวมทั้งการจัดกิจกรรมการประกวดหรือแข่งขันระหว่างกองหรือแผนกงานโดยให้รางวัลและเห็นคุณค่าของกลุ่มหรือบุคคลที่มีความพยายามในการปฎิบัติงาน จนสำเร็จ

ขั้นตอนที่ 7 การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงาน

ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญของกิจกรรมการผลิตที่สะอาดอีกประการหนึ่งคือ บุคลากรทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนร่วมดำเนินงานตามแผนปฎิบัติงานอย่างจริงจัง และต่อเนื่องเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ โดยผนวกกิจกรรมตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ ไว้ในขั้นตอนการปฎิบัติงาน และอย่าให้สิ้นสุดลงเมื่อได้ดำเนินงานครบทุกกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงานแล้ว เนื่องจากการประหยัดหรือลดการใช้ทรัพยากรการอนุรักษ์พลังงาน การลดการเกิดของเสียหรือมลพิษ หรือการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะต้องมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานอยู่เสมอ

ขั้นตอนที่ 8 การติดตามและประเมินผล

การติดตามและประเมินผลเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคณะทำงานในการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน การป้องกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ตลอดจนควบคุมดูแลการปรับปรุงการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ คณะทำงานควรกำหนดระยะเวลาในการติดตามผลการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยการสำรวจความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานตามแนวปฎิบัติที่ดีฯ เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ในขั้นตอนที่ 4 ดังตัวอย่างตารางที่ 2

 

ตารางที่ 2 ผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ
แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษ สำหรับสำนักงานเทศบาล (ตัวอย่าง)กิจกรรมที่
การใช้พลังงานไฟฟ้า
หมวดไฟฟ้าแสงสว่าง
1. ปิดไฟในเวลาพักเที่ยงหรือเมื่อเลิกการใช้งานหรือหมดความจำเป็นต้องใช้งาน การปิดสวิตซ์ไฟบ่อยๆ ไม่ทำให้เปลืองไฟฟ้าแต่อย่างใด
2. เปิดม่านหรือหน้าต่างหรือติดตั้งกระเบื้องโปร่งแสงเพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติแทนการใช้แสงสว่างจากหลอดไฟ
3. กำหนดช่วงเวลาการเปิดปิดไฟให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใช้งาน
4. จัดระบบสวิตซ์ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ปรับเป็นสวิตซ์เปิดปิดแบบ แยกแถว แยกดวง เป็นต้น
5. ติดสติ๊กเกอร์บอกตำแหน่งไว้ที่สวิตซ์เปิดปิดหลอดไฟเพื่อเปิดใช้งานได้อย่างถูกต้อง
6. ใช้อุปกรณ์และหลอดไฟชนิดประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น หลอดฟลูออกเรสเซนต์ (หลอดนีออน) แบบผอมแทนหลอดแบบธรรมดา (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 10) ใช้หลอดคอมแพ็กฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ) แทนหลอดไส้ (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 75) ใช้โคมสะท้อนแสงแบบประสิทธิภาพสูง และใช้บัลลาสต์ อิเล็กทรอนิกส์แทนบัลลาสต์แบบธรรมดา
7.ตรวจวัดความเข้มแสงปีละ 2 ครั้งบริเวณที่ใช้ปฎิบัติงานให้มีความเข้มเหมาะสมตามเกณฑ์ (ค่ามาตรฐานความสว่างของสำนักงานอยู่ระหว่าง 300-500 ลักซ์) หากมีความสว่างเกินความจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องใช้ไฟแสงสว่างบริเวณนั้นควรถอดหลอดไฟออกบางหลอด และเพิ่มหลอดไฟในจุดที่แสงสว่างไมเพียงพอ
8. ทำความสะอาดหลอดไฟอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพราะฝุ่นละอองที่เกาะอยู่จะทำให้แสงสว่างน้อยลงและอาจทำให้ต้องเปิดไฟหลายดวงเพื่อให้ได้แสงสว่างเท่าเดิม
9. เมื่อพบว่าหลอดไฟ สายไฟ ชำรุดหรือขาหลอดเปลี่นเป็นสีน้ำตาลหรือดำควรเปลี่ยนทันที่เพื่อป้องกันอัคคีภัยเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร
10. รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ดนิทรรศการ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ดนิทรรศการ เสียงตามสาย หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
10
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
8
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
80

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการจัดเก็บข้อมูลเพื่อเป็นตัวชี้วัดการใช้ทรัพยากรและการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น บันทึกปริมาณการใช้น้ำ ไฟฟ้า ปริมาณขยะที่แยกได้ สถิติรายได้ที่เกิดจากการขายขยะรีไซเคิล เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ รวมทั้งยังสามารถนำข้อมูล ดังกล่าวมาใช้ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลการปฏิบัติงานให้กับทุกคนในสำนักงานเทศบาลทราบ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจของเจ้าหน้าที่และพนักงานให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามแผนปฏิบัติงานของแนวปฏิบัติที่ดีฯ ต่อไป สำหรับตัวอย่างของตัวชี้วัดและการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวแสดงตามตารางที่ 3-6

 

ตารางที่ 3 ตัวชี้วัดแนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษ สำหรับสำนักงานเทศบาล
ประเภททรัพยากร/ของเสียตัวชี้วัดหน่วยวัด
การใช้ไฟฟ้าปริมาณการใช้ไฟฟ้ากิโลวัตต์-ชั่วโมง/ตารางเมตร/เดือน
การใช้น้ำปริมาณการใช้น้ำลิตร/คน/วัน
ขยะปริมาณขยะรวมกิโลกรัม/คน/วัน
สัดส่วนของขยะรีไซเคิลต่อขยะทั้งหมดร้อยละ
อนามัยและความปลอดภัยพาหะนำโรค เช่น หนู แมลง แมลงสาบพบหรือไม่พบ
ป้ายบอกทางหนีไฟมีหรือไม่มี
ถังดับเพลิงมีหรือไม่มี

 

ตารางที่ 4 การจัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ ด้านการใช้พลังงาน<
เดือน/ปีปริมาณการใช้ (หน่วย/เดือน) ค่าใช้จ่าย (บาท/เดือน)หมายเหตุ
    
    
    
    

 

ตารางที่ 5 การจัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดตามแนวปฎิบัติที่ดีฯ ด้านการใช้น้ำ
เดือน/ปีปริมาณการใช้ (หน่วย/เดือน )ค่าใช้จ่าย (บาท/เดือน)หมายเหตุ
    
    
    
    

 

ตารางที่ 6 การจัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดตามแนวปฏิบัติที่ดีฯ ด้านขยะมูลฝอย
วัน/เดือน/ปีปริมาณขยะค่าใช้จ่ายในการบำบัด (บาท )ราคาที่จำหน่ายได้ (บาท)หมายเหตุ
ขยะรีไซเคิล (กก./วัน)รวม (กก./วัน)
      
      
      
      

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินงาน * ตามแนวปฎิบัติที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษ สำหรับสำนักงานเทศบาล

  • ความมุ่งมั่นของผู้บริหาร
  • ความมั่นคงในนโยบาย
  • การได้รับการฝึกอบรมในทุกระดับ
  • สร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม
  • การมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ อย่างสม่ำเสมอ
  • มีแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
  • มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ
  • ดำเนินงานตามแนวทางของเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดอย่างต่อเนื่อง

* ปรับปรุงจากเอกสาร คู่มือเทคโนโลยีสะอาดสำหรับประชาชน. สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย . 2541

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
การใช้พลังงานไฟฟ้า
หมวดไฟฟ้าแสงสว่าง
1. ปิดไฟในเวลาพักหรือเมื่อเลิกการใช้งานหรือหมดความจำเป็นต้องใช้งาน การปิดสวิตซ์ไฟบ่อยๆ ไม่ทำให้เปลืองไฟฟ้าแต่อย่างใด
2.เปิดม่านหรือหน้าต่างหรือติดตั้งกระเบื้องโปร่งแสงเพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติแทนการใช้แสง สว่างจากหลอดไฟ
3.กำหนดช่วงเวลาการเปิดปิดไฟให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใช้งาน
4.จัดระบบสวิตซ์ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ปรับเป็นสวิตซ์เปิดปิด แบบแยกแถว แยกดวง เป็นต้น
5.ติดสติ๊กเกอร์บอกตำแหน่งไว้ที่สวิตซ์เปิดปิดหลอดไฟเพื่อปิดใช้งานได้อย่างถูกต้อง
6.ใช้อุปกรณ์และหลอดไฟชนิดประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ (หลอดนีออน) แบบผอมแทนหลอดแบบธรรมดา (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 10) ใช้หลอดคอมแพ็ก ฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ) แทนหลอดไส้ (ประหยัดไฟฟ้าร้อยละ 75) ใช้โคมสะท้อนแสงแบบประสิทธิภาพสูง และใช้บัลลาสต์ อิเล็กทรอนิกส์แทนบัลลาสต์แบบธรรมดา
7.ตรวจวัดความเข้มแสงปีละ 2 ครั้งบริเวณที่ใช้ปฏิบัติงานให้มีความเข้มเหมาะสมตามเกณฑ์ (ค่ามาตรฐานความสว่างของร้านค้าอยู่ระหว่าง 300-700 ลักซ์) หากมีความสว่างเกินความจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องใช้ไฟแสงสว่างบริเวณนั้นควรถอดหลอดไฟ ออกบางหลอด และเพิ่มหลอดไฟในจุดที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
8.ทำความสะอาดหลอดไฟอย่างน้อยปีะละ 2 ครั้ง เพราะฝุ่นละอองที่เกาะอยู่จะทำให้แสงสว่างน้อยลงและอาจทำให้ต้องเปิดไฟหลายดวงเพื่อให้ได้แสง ส่วางเท่าเดิม
9.เมื่อพบว่าหลอดไฟ สายไฟ ชำรุดหรือขาหลอดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือดำควรเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันอัคคีภัยเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร
10.รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วย วิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ติดป้ายหรือโปสเตอร์ หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
10
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 

 

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
หมวดเครื่องปรับอากาศและพัดลมระบายอากาศ
1. ปิดเครื่องปรับอากาศทันที่เมื่อไม่ต้องการใช้งานและเมื่อต้องการเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง ควรรออย่างน้อย 15 นาท
2. ปิดเครื่องปรับอากาศทันทีหากไม่อยู่ในห้องนานกว่า 1 ชั่วโมง และปิดก่อนเวลาเลิกงานเนื่องจากยังคงมีความเย็นอยู่จนถึงเวลาเลิกงาน
3. ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่าที่ 25 อาศาเซลเซียส เนื่องจากหากตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นทุก 1 องศาจะประหยัดไฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 10
4. แยกสวิตช์ปิดเปิดเครื่องปรับอากาศและพัดลมระบายอากาศออกจากกัน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศไว้ตลอดเวลาที่ใช้เครื่องปรับอากาศ
5. เปิดหน้าต่างให้ลมพัดเข้ามาในห้องช่วงที่อากาศไม่ร้อนแทนการเปิดเครื่องปรับอากาศ จะช่วยลดการใช้พลังงงานไฟฟ้าและเป็นการถ่ายเทอากาศอีกด้วย
6.ตรวจวัดประสิทธิภาพการไหลเวียนหรือการถ่ายเทของอากาศในห้องปรับอากาศ หากมีการไหลเวียนของอากาศไม่เพียงพอให้แก้ไข โดยติดตั้งพัดลมระบายอากาศ โดยขนาดของพัดลมระบายอากาศต้องมีความเหมาะสมกับขนาดของห้อง
7. เปิดพัดลมระบายอากาศ 5-10 นาที ทุก 2 ชั่วโมง และเปิดทันทีเมื่อเลิกใช้งาน ไม่เปิดตลอดเวลา
8. ใช้เทอร์โมสตัดที่มีความเที่ยงตรงในการควบคุมอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมสตัตอิเล็กทรอนิกส์แบบตัวเลข
9. ติดเทอร์โมมิเตอร์ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อบอกอุณหภูมิและเป็นแนวทางในการปรับเทอร์โมสตัตแบบธรรมดา
10. ไม่นำต้นไม้มาปลูกในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะต้นไม้จะคายไอน้ำทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น
11. ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อน เช่น กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น ออกไว้นอกห้องปรับอากาศ โดยเฉพาะเครื่องถ่ายเอกสารนอกจากจะปล่อยความร้อนออกสู่ห้องปรับอากาศทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้าแล้ว ผงหมึกจากเครื่องจะฟุ้งกระจายอยู่ในห้อง เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของผู้ปฏิบัติงานบริเวณนั้น
12. ติดตั้งแผงระบายความร้อนหรือชุดคอนเดนซิ่ง ซึ่งอยู่นอกห้องปรับอากาศ ให้อยู่ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร และทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 3 เดือน หากอยู่ในสถานที่ที่มีฝุ่นมาก เช่น ใกล้ถนน ควรพิจารณาทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง เพราะฝุ่นที่สะสมอยู่จนสกปรกจะกลายเป็นฉนวนกั้นทำให้ความร้อนระบายไม่สะดวก
13. ตรวจสอบไม่ให้มีวัสดุปิดขวางทางลมที่ใช้ระบายความร้อนทั้งชุดคอยล์เย็นและชุดคอนเดนซิ่ง
14.ตรวจสอบและอุดรอยรั่วที่ผนัง ฝ้าเพดาน ประตูช่องแสง เพื่อป้องกันความเย็นรั่วไหลจากห้องปรับอากาศ
15. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอยู่เสมออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ร้อยละ 5-7
16. กำหนดตารางการดูแลรักษา ซ่อมบำรุง และมีคู่มือปฏิบัติงาน
17. รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างจริงจัง และต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ดนิทรรศการ เสียงตามสาย หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
17
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 

 

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
หมวดอุปกรณ์สำนักงาน
1. ปิดจอภาพคอมพิวเตอร์เมื่อไม่มีการใช้งานนานเกินกว่า 15 นาที หรือตั้งโปรแกรมพักหน้าจอ
2. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์เมื่อไม่มีการใช้งานติดต่อกันนานกว่า 1 ชั่วโมง และปิดเครื่องทุกครั้งหลังเลิกการใช้งานพร้อมทั้งถอดปลั๊กออก
3. เลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน เพราะใช้กำลังไฟฟ้าลดลงร้อยละ 55 ในขณะที่รอทำงาน และควรใช้จอภาพขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไป เช่น จอภาพขนาด 14 นิ้ว จะใช้พลังงานน้อยกว่าจอภาพขนาด 17 นิ้ว ถึงร้อยละ 25
4. ตรวจแก้ไขเอกสารบนจอภาพแทนการตรวจแก้ไขบนเอกสารที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์จะช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน กระดาษ หมึกพิมพ์ และการสึกหรอของเครื่องพิมพ์ได้มาก
5. ติดตั้งเครือข่ายเชื่อมโยงการทำงานของเครื่องพิมพ์เพื่อใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จะช่วยลดความสิ้นเปลืองทั้งด้านพลังงานและการซ่อมบำรุง
6.ถ่ายเอกสารแบบสองหน้าเพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษ
7. ปิดเครื่องถ่ายเอกสารทุกครั้งหลังเลิกงานพร้อมถอดปลั๊กออก
8. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในสำนักงาน รวมทั้งพัดลมและเครื่องทำน้ำเย็นในห้องเรียน เมื่อเลิกใช้งานหรือเมื่อไม่มีความต้องการใช้งาน นานกว่า 1 ชั่วโมง
9.ปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อย่างเคร่งครัดเพื่อประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์
10. มีแผนการตรวจเช็คและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดทุกชนิดเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
11. รณรงค์การประหยัดพลังงานไฟฟ้าของอุปกรณ์สำนักงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ดนิทรรศการ เสียงตามสาย หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
11
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 

 

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
หมวดตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
1.ตั้งตู้เย็นไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวกและอยู่ห่างจากฝาฝนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ร้อยละ 39
2.ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับประเภทอาหาร คือ 3-6 องศาเซลเซียสสำหรับช่องธรรมดาและลบ 8- ลบ 15 องศาเซลเซียสสำหรับช่องแช่แข็ง หากตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่าที่กำหนดนี้ 1 องศาเซลเซียส จะสิ้นเปลืองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 25
3.เก็บอาหารเป็นสัดส่วนไม่ปนกัน สิ่งที่หยิบบ่อยๆ ควรไว้ด้านนอกหรือบนสุด เพื่อหยิบใช้ได้สะดวกช่วยลดการรั่วไหลของความเย็นออกจากตู้ทำให้ประหยัดไฟฟ้า
4.ไม่ควรเก็บอาหารในตู้เย็นมากเกินไป และเก็บอาหารโดยจัดให้มีช่องว่างเพื่อให้อากาศภายในตู้ไหลเวียนอย่างทั่วถึง
5.ไม่นำของร้อนหรือยังอุ่นอยู่แช่ในตู้เย็นเพราะจะทำให้ตู้เย็นสูญเสียความเย็นและมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ ต้องเริ่มผลิตความเย็นใหม่ทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้า
6.ไม่เปิดตู้เย็นบ่อยหรือเปิดไว้นานๆ จะทำให้อากาศเย็นไหลออกและสิ้นเปลืองไฟฟ้า
7.ละลายน้ำแข็งในช่องแช่แข็งอย่างน้อยทุก 1 เดือน เมื่อใช้ตู้เย็นชนิดไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
8.ทำความสะอาดแผงระบายความร้อนที่อยู่ด้านหลังของตู้เย็นให้สะอาดอยู่เสมอโดยการใช้ผ้าหรือ แปรงเช็ดฝุ่นเพื่อการระบายความร้อนที่ดี
9.ตรวจสอบขอบยางประตูตู้เย็นให้ปิดสนิทเพื่อป้องกันอากาศเย็นไหลออก โดยเสียกระดาษระหว่างขอบยางและปิดประตูตู้ ถ้าสามารถเลื่อนกระดาษขึ้นลงได้แสดงว่าขอบยางเสื่อมควรเปลี่ยนใหม่เพราะจะเป็นสาเหตุให้คอมเพรสเซอร์ ทำงานมากขึ้น สิ้นเปลืองไฟ
10.ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดประหยัดพลังงาน
11.ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กาต้มน้ำไฟฟ้าหม้อหุงข้าวไฟฟ้า พัดลด พร้อมถอดปลั๊กออกทันทีเมื่อเลิกใช้งาน
12.ตรวจสอบการรั่วไหลของไฟฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ หากพบให้รีบปรับปรุงหรือซ่อมแซมทันที
13.เลือกใช้หม้อหุงข้าวแบบฝาล็อก เนื่องจากเหมาะกับการหุงข้าวในปริมาณมาก ข้าวร้อนอยู่ได้นาน
14.มีแผนการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเพื่อดูแลรักษาให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
14
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 

 

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
การใช้น้ำ
1. ติดตั้งมิเตอร์น้ำสำหรับบริเวณหรือกิจกรรมที่สำคัญและมีการใช้ปริมาณมาก
2. ใช้ระบบถังพักสำรองน้ำ แทนการใช้เครื่องสูบน้ำ โดยตรงจากท่อ
3. ตรวจสอบถังพักน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
4. ใช้เครื่องสูบน้ำที่มีประสิทธภาพสูงและมีขนาดเหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำของร้านอาหาร
5. ตรวจสอบสมรรถนะการทำงาน รอยรั่ว และซีลยางของปั๊มน้ำทุก 6 เดือน
6. ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ชักโครกชนิดประหยัดน้ำ หัวก๊อกแบบมีอุปกรณ์เติมอากาศ และก๊าซชนิดยกเปิดกดปิดแทนก๊อกชนิดแบบหมุน
7. ติดตั้งฝังบัวหรือวาล์วปิดเปิดน้ำที่ปลายสายยาง เพื่อควบคุมการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพิ
8. ลดปริมาณการใช้น้ำของซักโครก โดยตั้งค่าลูกลอยให้มีการใช้น้ำไม่เกิน 3.5 ลิตร ต่อการกดชักโครก 1 ครั้ง หรือใช้วัสดุแทนที่ทน้ำซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำ
9.ตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำโดยการปิดก๊อกน้ำทุกตัว และสังเกตการเดินของมาตรวัดน้ำหากพบเห็นการรั่วไหลให้รีบแก้ไขทันท
10. ตรวจสอบการรั่วไหลของชักโครกโดยการหยดสีลงในถังพักน้ำ หากปรากฎสีที่ทดสอบบริเวณคอห่านแสดงว่ามีการรั่วไหล ให้รีบแก้ไขทันที
11. สอดส่องดูแลการสูญเสียน้ำ โดยเปล่าประโยชน์ เช่น ปิดก๊อกน้ำให้สนิททุกครั้ง ปิดก๊อกน้ำ หากพบว่ามีผู้ใช้ที่ไม่ปิดหรือปิดไม่สนิท แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับหากพบเห็นการรั่วไหลของน้ำ เช่น ท่อรั่วหรือแตก เป็นต้น
12. ทำความสะอาดบริเวณต่างๆ โดยการปัดกวาดฝุ่นละอองและเศษผงต่างๆ ออกก่อน แล้วจึงใช้น้ำในการทำความสะอาด เพื่อลดปริมาณน้ำที่ใช้และลดการปนเปื้อนของน้ำทิ้ง
13. รดน้ำต้นไม้ในเวลาเช้าตรู่แทนช่วงกลางวันที่มีแดดจัด และใช้หัวก๊อกฉีดแบบสเปรย์
14. กำจัดเศษอาหารและไขมันก่อนการล้างภาชนะ
15. แยกภาชนะที่จะล้าง โดยเริ่มจากการล้างแก้วน้ำดื่มช้อน และเครื่องครัว ตามลำดับ
16. ล้างภาชนะคราวละมากๆ แต่ไม่ควรปล่อยภาชนะทิ้งไว้นานจนมีคราบสกปรกแห้งติดแน่น
17. ล้างวัตถุดิบและภาชนะที่ใช้แล้วในอ่างที่บรรจุน้ำแทนการล้างด้วยการเปิดใช้น้ำจากหัวก๊อกโดยตรง
18. ใช้น้ำยาล้างจานแทนการใช้ผงซักฟอกล้างภาชนะบรรจุอาหาร
19. ใช้น้ำยาล้างจานในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อลดปริมาณน้ำล้างภาชนะเกินความจำเป็น
20. ใช้แก้วรองน้ำเพื่อดื่มน้ำหรือแปรงฟัน แทนการใช้น้ำจากก๊อกน้ำโดยตรง
21. รินน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการดื่มในแต่ละครั้งโดยไม่เหลือทิ้ง
22. เตรียมน้ำดื่มส่วนกลางไว้หลังห้องประชุมหรือโรงอาหาร และให้ผู้เข้าร่วมประชุมรินน้ำดื่มเอง
23. จัดให้มัสบู่เหลวที่ไม่เข้มข้นมาใช้แทนสบู่ก้อนที่อ่างล้างมือเพื่อลดปริมาณน้ำที่ใช้ล้างมือ
24. จดบันทึกผลการตรวจวัดน้ำและค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน พร้อมเผยแพร่ให้บุคลากรในองค์กรทราบ
25.สร้างแรงจูงใจให้แก่บุคลากร โดยให้รางวัลกับผู้ที่สามารถประหยัดการใช้น้ำอย่างได้ผล
26. รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดน้ำอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ ติดป้ายหรือโปสเตอร์ มีเอกสารการอนุรักษ์พลังงานให้ลูกค้าอ่าน หรือให้ความรู้ในการจัดอบรมพนักงาน เป็นต้น
หมวดการจัดการน้ำเสีย
27. ติดตั้งถังดักไขมันที่มีประสิทธิภาพสำหรับห้องครัวหรือห้องอาหาร
28. มีตะแกรงกรองเศษอาหารก่อนระบายน้ำทิ้งลงบ่อดักไขมัน
29. จัดทำรางระบายน้ำเสียโดยเฉพาะจากห้องครัวและบริเวณที่ล้างภาชนะเพื่อระบายลงบ่อดักไขมัน
30. ตักไขมันในถังดักไขมันไปกำจัดอย่างเหมาะสมทุกสัปดาห์
31. หมุนเวียนน้ำทิ้งจากบางกิจกรรมที่ปลอดภัยจากเชื้อโรค ซึ่งผ่านการบำบัดแล้วมาใช้รดน้ำต้นไม้
32. จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพและนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์
33. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำจุลินทรีย์สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติแทนสารเคมีเป็นอันตราย เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
33
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 

 

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
การจัดการมูลฝอยและสิ่งปฎิกูล
1. ใช้วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ เท่าที่จำเป็นและปยัด โดยมีการสำรวจและวางแผนการใช้ล่วงหน้า
2. ไม่เลือกซื้อหรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยากใช้วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน และใช้ได้หลายครั้งแทนการใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง เช่น ใช้กระดาษจดรายการอาหารทั้ง 2 หน้า ใช้กระดาษจดรายการอาหารทั้ง 2 หน้า ใช้ปากกาหมึกซึมแทนปากกาลูกลื่น นำถังเปล่าน้ำมันพืชไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
3.ใช้สินค้าชนิดเติม (refill) หรือสินค้าที่จัดซื้อครั้งละจำนวนมาก เพื่อลดขยะบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะบรรจุ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
4. ให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ใช้กระดาษอย่างมีประสิทธิภาพ คือใช้ทุกแผ่นและทุกหน้า
5.แยกกระดาษที่ผ่านการใช้แล้วทั้งสองหน้าออกจากขยะประเภทอื่นเพื่อนำไปรีไซเคิล
6.ใช้ซองซ้ำในการส่งเอกสาร
7. ลดขั้นตอนการทำงานที่ใช้เอกสาร ส่งเสริมให้มีการใช้จดหมายเวียนภายในแทนการถ่ายเอกสารส่งถึงผู้เกี่ยวข้องทุกคน
8. กำหนดปริมาณสารเคมีที่จะใช้ประกอบการเรียนการสอนทั้งการทดลองวิทยาศาสตร์ งานช่าง หรืองานเกษตรอย่างเหมาะสมเพื่อลดปริมาณการปนเปื้อนของสารเคมีในน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม
9.ขยะประเภทเศษอาหาร ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ กระป๋องสเปรย์ ยารักษาโรคที่หมดอายุ ขยะบรรจุภัณฑ์สารเคมีในโรงฝึกงานบรรจุภัณฑ์สารเคมีเพื่อการทำความสะอาดและขยะจากการซ่อมบำรุง เช่น เศษตะปู เศษเหล็ก อลูมิเนียม น้ำมันเครื่อง และชิ้นส่วนต่างๆ ที่ไม่ใด้ใช้แล้ว ให้แยกเก็บใส่ถุงหรือภาชนะที่มิดชิดเพื่อนำไปกำจัดและนำไปรีไซเคิล
10.นำเศษอาหารประเภทผักและผลไม้สด เศษใบไม้หญ้าไปทำปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยหมักสำหรับต้นไม้ โดยใช้จุลินทรีย์เร่ง สำหรับบำรุงต้นไม้ ดับกลิ่นห้องน้ำและท่อระบายน้ำ
11.จดบันทึกข้อมูลปริมาณขยะแต่ละประเภทค่าใช้จ่ายในการกำจัด ราคาขยะรีไซเคิลที่ขายได้เป็นประจำทุกครั้ง
12. นำขยะไปทิ้งอย่างถูกต้องตามวิธีกำจัดขยะแต่ละประเภทและมีถังขยะสำหรับสับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ตลอดเวลา
13. รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการจัดการขยะอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์หรือป้ายประชาสัมพันธ์แก่ลูกค้า และส่งเสริมให้พนักงานเข้ารับการอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
13
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 

 

แนวปฏิบัตที่ดีด้านการป้องกันและลดมลพิษสำหรับสำนักงานเทศบาลกิจกรรมที่
การจัดการด้านอนามัยและความปลอดภัย
1. หมั่นทำความสะอาดก๊อกน้ำดื่ม บริเวณจุดน้ำดื่มและตู้เย็นเป็นประจำ
2. หมั่นทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองน้ำตามระยะเวลาที่กำหนด
3. กำจัดขยะเศษอาหารต่างๆ ไม่ให้เหลือข้ามวัน
4. ปิดถังขยะให้มิดชิด
5.ล้างถังขยะเปียกหลังจากนำขยะออกไปทิ้งในแต่ละวัน ตากแดดให้แห้ง และนำกลับมาใช้ใหม่
6. รักษาความสะอาดห้องน้ำและห้องส้วมให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ
7. มีอ่างล้างมือที่ใช้การได้ดี และบริเวณห้องน้ำ ห้องส้วมมีสบู่เหลวใช้ตลอดเวลา
8. ใช้วัสดุปรับกลิ่นห้องน้ำที่ไม่เป็นสารเคมีอันตราย เช่น การบูรแทนสารเคมีดับกลิ่น เป็นต้น
9.ตรวจสอบสภาพและประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครื่องใช้ทุกอย่างให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ไม่เกิดอันตราย
10. ตรวจสอบสายไฟเป็นประจำและเปลี่ยนสายไฟที่เก่าและชำรุดทันที
11.รักษาพื้นสนาม พื้นซีเมนต์ และพื้นทางเดินให้แหงสะอาดอยู่เสมอ ไม่ให้มีจุดสะดุดต่างๆ หรือวัสดุกีดขวางที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
12.จัดเก็บวัสดุที่อาจเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุไวไฟไว้ในที่ปลอดภัย เช่น กระดาษ กล่อง น้ำมัน ทินเนอร์ เป็นต้น
13. ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงและสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินทุกอาคารและทุกชั้น
14. ติดป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน ทางหนีไปอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไม่มีสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ
15. มีการซ้อมอพยพหนีภัยอย่างสม่ำเสมอ
16. จัดให้มีคู่มือหรือเอกสารแสดงขั้นตอนการจัดการอุบัติภัยและเหตุฉุกเฉินไว้ในบริเวณสำคัญ เช่น แผงระบบไฟฟ้ารวม จุดรวมก๊าซหุงต้ม เป็นต้น เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรักษาความปลอดภัยในระบบต่างๆ
17. เลือกใช้สีทาอาคารที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะหนัก (ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม โครเมียม) เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและลดมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม
18. รณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านอนามัยและความปลอดภัยอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์หรือป้ายประชาสัมพันธ์แก่ลูกค้า และส่งเสริมให้พนักงานเข้ารับการอบรม เป็นต้น
จำนวนข้อปฏิบัติที่ควรทำ
18
จำนวนข้อปฎิบัติที่ทำแล้ว
 
จำนวนที่ทำแล้วคิดเป็นร้อยละ
 


Water Quality Management Bureau
Tel. 66 2298 2258 Fax. 66 2298 2202
E-mail : anuphan(dot)i(at)pcd(dot)go(dot)th