Hazardous Waste

ของเสียอันตรายจากชุมชน
โครงการศึกษาเพื่อจัดตั้งศูนย์กำจัดของเสียอันตรายจากชุมชน
แบบเบื้องต้นและเทคโนโลยี
เอกสารดาวน์โหลด


ของเสียอันตรายจากชุมชน

ของเสียอันตรายจากชุมชน หมายถึง ของเสียอันตรายที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในครัวเรือนและสถานประกอบการพาณิชยกรรมต่าง ๆ ในชุมชน เช่น อู่ซ่อมรถ สถานีบริการน้ำมัน ร้านล้างอัดขยายภาพ ร้านซักแห้ง ท่าเรือ สนามบิน โรงพยาบาล ห้องปฎิบัติการ พื้นที่เกษตรกรรม ฯลฯ ซึ่งของเสียอันตรายเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร่วมกับมูลฝอยทั่วไป โดยไม่ผ่านการบำบัดและกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ก่อให้เกิดการปนเปื้อนและแพร่กระจายของสารอันตรายสู่สิ่งแวดล้อมเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและเกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนได้


จากผลการรวบรวมข้อมูลปริมาณของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ในปี 2546 พบว่ามีของเสียอันตรายจากชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 400,000 ตัน ซึ่งปริมาณของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ กว่าร้อยละ 50 หรือประมาณ 206,000 ตัน พบในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคกลาง

ตัวอย่างของเสียอันตรายจากชุมชน ได้แก่
  • ของเสียอันตรายจากบ้านพักอาศัย เช่น ถ่านไฟฉายซึ่งมีสารแคดเมียมซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างกระดูก หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์มีสารปรอทซึ่งทำอันตรายต่อระบบประสาท
  • ของเสียอันตรายจากท่าเรือ เช่น สารเคมีเหลือทิ้ง ซากสารเคมีที่ถูกเผาไหม้ น้ำมันและกากน้ำมัน
  • ของเสียอันตรายจากการพาณิชยกรรม เช่น สีและทินเนอร์มีตัวทำละลายซึ่งมีฤทธิ์ไวไฟและเป็นพิษ แบตเตอรี่รถยนต์มีแผ่นธาตุตะกั่วที่สามารถทำอันตรายต่อระบบการสร้างเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วจากสถานีบริการน้ำมัน และสารเคมีจากกระบวนการล้างอัดขยายภาพเป็นต้น
  • ของเสียอันตรายจากเกษตรกรรม เช่น ภาชนะบรรจุสารกำจัดแมลงและสารกำจัดวัชพืช ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกายสิ่งมีชีวิต

  • ตารางที่ 1 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับจัดการของเสียอันตรายในปัจจุบัน
    หน่วยงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ
    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    - สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
    - กรมควบคุมมลพิษ
    - กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    - รับผิดชอบด้านการวางแผนและการบังคับใช้กฏระเบียบเกี่ยวกับของเสียอันตรายซึ่งรวมถึงของเสียอันตรายจากชุมชน
    - จัดทำนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การกำหนดนโยบาย กำหนดมาตรฐาน วิจัย ประสานงาน ให้ความรู้ และความสัมพันธ์กับชุมชน
    กระทรวงมหาดไทย
    - กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
    - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    - รับผิดชอบในการจัดเก็บขยะมูลฝอยจากชุมชนและทำความสะอาดในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินมีการรั่วไหลของสารอันตราย
    - ดำเนินการและประสานงานเกี่ยวกับการบริหารการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    กระทรวงสาธารณสุข
    - กรมอนามัย
    - รับผิดชอบจัดการด้านสาธารณสุขอาชีวอนามัยและมีอำนาจในการควบคุมดูแลโรงพยาบาลทั่วประเทศ
    - มอบอำนาจในหน่วยราชการท้องถิ่น ในการจัดเก็บและกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ ตลอดจนการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ การสาธารณสุข พ.ศ. 2535
    กระทรวงอุตสาหกรรม
    - กรมโรงงานอุตสาหกรรม
    - ควบคุมการปฏิบัติงานการจัดการของเสียอันตรายจากสถานประกอบการอุตสาหกรรม
    - กำกับการดูแลการปฎิบัติตามกฎข้อบังคับของ พ.ร.บ วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดและควบคุมของเสียอันตรายทุกชนิด
    กระทรวงศึกษาธิการ - กำกับดูแลศึกษาอันตรายที่เกิดขึ้นจากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย
    กระทรวงคมนาคม - ควบคุมดูแลของเสียทางทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ที่เกิดจากการกิจกรรมขนส่งทางเรือและท่าเรือ
    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    - กรมวิชาการเกษตร
    - ควบคุมการใช้และเก็บสารกำจัดแมลงและสารกำจัดวัชพืชทางการเกษตร

    ในปัจจุบันแนวทางการกำจัดของเสียอันตรายจากชุมชนมีหลายวิธี ได้แก่
    1. การคัดแยกเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ (Reuse/Reclaim) เป็นการกำจัดของเสียอันตรายบางประเภทที่สามารถรีไซเคิลวัสดุมาใช้ในกระบวนการผลิตได้ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดพลูออเรสเซนต์ เป็นต้น
    2. การปรับเสถียร/ฝังกลบ (Stabilization/Secure Landfill) เหมาะสำหรับของเสียอันตรายที่เป็นของแข็งหรือกากตะกอน เช่น กรดและด่าง ของแข็งปนเปื้อนโลหะหนักถ่านไฟฉาย สารเคมีที่เป็นพิษต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก ยาและเครื่องสำอางที่หมดอายุ เป็นต้น
    3. การผสมของเสียเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง (Fuel blending) เป็นการกำจัดสารเคมีประเภทน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว รวมทั้งของเสียอินทรีย์ สารที่สามารถติดไฟได้ เช่น กาว สี ตัวทำละลาย เป็นต้น
    4. การกำจัดโดยระบบเตาเผา (Incineration) เหมาะสำหรับของเสียอันตรายที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยวิธีการปรับเสถียรและฝังกลบได้ ของเสียที่นำมาเผาต้องมีค่าความร้อนค่อนข้างสูง เช่น น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ตัวทำละลาย สารกำจัดศัตรูพืช (รวมทั้งภาชนะปนเปื้อน) เป็นต้น
    5. ของเสียที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะด้านในการกำจัด หรือกำจัดโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ วัตถุระเบิด สารกัมมันตรังสี ของเสียติดเชื้อจากโรงพยาบาล เป็นต้น

    แนวทางหนึ่งซึ่งมีความเป็นไปได้ในการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การดำเนินการโดยภาคเอกชนหรือ ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ หรือการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน ทำการเก็บรวบรวม การขนส่ง และกำจัดของเสียอันตราย


    โครงการศึกษาเพื่อจัดตั้งศูนย์กำจัดของเสียอันตรายจากชุมชน

    ในปี 2545 กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำโครงการศึกษาเพื่อจัดตั้งศูนย์กำจัดของเสียอันตราย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการเก็บรวบรวมและกำจัดของเสียอันตรายจากชุมชน ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2549 ตามที่กำหนดไว้ในแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2545-2549) เพื่อลดปัญหามลพิษที่เกิดของเสียอันตรายจากชุมชน

    การคัดเลือกพื้นที่

    ได้ทำการศึกษาและกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่เหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม (ดังแสดงในตารางที่ 2) พิจารณาร่วมกับระบบข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อคัดเลือกพื้นที่ในสอดคล้องตามเกณฑ์ที่กำหนดมากที่สุด นอกจากนี้ต้องให้ประชาชนได้มีส่วนรับรู้ข้อมูลและให้ข้อคิดเห็นต่อแนวทางการจัดตั้งศูนย์ ฯ ด้วย


    ตารางที่ 2 เกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่จัดตั้งศูนย์กำจัดของเสียอันตรายจากชุมชน
    ข้อพิจารณา เกณฑ์การคัดเลือก
    เกณฑ์ด้านวิศวกรรม
    สภาพภูมิประเทศ ความลาดชันไม่เกิน 15 %
    ลักษณะดิน มีความเหมาะสมด้านฐานราก และมีอัตราการซึมผ่านของน้ำต่ำ (ไม่เกิน 3 x 10-5 เซนติเมตรต่อวินาที)
    สภาพทางธรณีวิทยา ไม่มีแหล่งแร่ใต้ดิน และห่างจากรอยแยก (Fault zone) มากกว่า 100 เมตร
    สภาพอุทกธรณี อยู่เหนือระดับน้ำใต้ดินอย่างน้อย 1.5 เมตร
    พื้นที่น้ำท่วมถึง ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง พิจารณาคาบการเกิดซ้ำในช่วง 25 ปี
    ระยะห่างจากทางหลวงสายหลัก มากกว่า 100 เมตร และไม่เกิน 10 กิโลเมตร
    ขนาดที่ดิน สามารถรองรับปริมาณของเสียได้อย่างน้อย 20 ปี (ประมาณ 240 ไร่)
    เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม
    ระยะห่างจากแหล่งชุมชน มากกว่า 3 กิโลเมตร
    ระยะห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือคลองขุด อย่างน้อย 300 เมตร และไม่อยู่ในบริเวณด้านเหนือน้ำ
    ระยะห่างจากบ่อน้ำใต้ดินหรือระบบผลิตน้ำประปาของชุมชน อย่างน้อย 700 เมตร
    ระยะห่างจากแหล่งโบราณคดี/ประวัติศาสตร์ และปูชนียสถาน อย่างน้อย 1 กิโลเมตร
    ระยะห่างจากสนามบิน มากกว่า 5 กิโลเมตร
    ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ที่ 1และ 2
    เขตพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ หรือพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงป่าชายเลน ป่าสงวน และต้นน้ำลำธาร
    อื่น ๆ สอดคล้องกับกฏข้อบังคับของท้องถิ่น


    แบบเบื้องต้นและเทคโนโลยี

    ระบบที่ทางกรมควบคุมมลพิษคาดว่าจะนำมาใช้ใน ศูนย์จัดการของเสียอันตรายจากชุมชน ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลักได้แก่ ระบบผสมเชื้อเพลิง เตาเผาระบบปรับเสถียร และหลุดฝังกลบ โดยคาดว่าจะมีอัตราส่วนของเสียเข้าสู่ระบบต่าง ๆ ดังนี้


    ระบบผสมเชื้อเพลิง
    ร้อยละ 7.5
    เตาเผา
    ร้อยละ 67.8
    ระบบปรับเสถียร/หลุมฝังกลบ
    ร้อยละ 24.7

    ตารางที่ 3 ขีดความสามารถในการรองรับของเสียที่เข้าสู่ศูนย์จัดการของเสียอันตราย
    เทคโนโลยี ขนาด
    ระบบผสมเชื้อเพลิง 35 ตัน/วัน
    เตาเผา Rotary Kiln 170 ตัน/วัน พร้อมระบบบำบัดอากาศเสีย
    ระบบปรับเสถียร บ่อปรับเสถียรมีความจุ 50 ลบ.ม. สามารถรองรับของเสียได้ครั้งละ 27 ลบ.ม.
    หลุมฝังกลบ ความจุ 354,000 ลบ.ม. (รองรับของเสียอย่างน้อย 20 ปี)

    โดยของเสียอันตรายที่จะเข้าศูนย์ฯ ส่วนใหญ่เป็นของเสียที่สามารถเผาไหม้ได้และอยู่ในรูปของเหลว เช่น น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ตัวทำละลาย และสารเคมีต่าง ๆ คาดว่าจะมีปริมาณของเสียเข้าบำบัดในศูนย์ฯ ประมาณ 47,500 ตัน ในปี 2550 และประมาณ 72,000 ตันในปี 2565 ดังแสดงในรูปที่ 2

    สำหรับของเสียประเภทมูลฝอยติดเชื้อ ของเสียปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีและวัตถุระเบิดจากกิจกรรมทหารจะไม่รับกำจัดในศูนย์ ฯ เนื่องจากของเสียเหล่านี้ จำเป็นต้องได้รับการจัดการด้วยวิธีพิเศษ เช่น การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ มีแนวทางจัดการโดยใช้เตาเผามูลฝอยติดเชื้อแบบศูนย์รวมที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น

    เงินลงทุนและอัตราค่าบริการกำจัด

    เงินลงทุน ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างอาคารและค่าอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ภายในศูนย์ฯ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,145 ล้านบาท (ราคาในปี 2546) ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าที่ดิน ที่ใช้ในการจัดตั้งศูนย์ฯ



    ตารางที่ 4 การประมาณการณ์เงินลงทุนของแต่ละระบบ
    ระบบ เงินลงทุน (บาท)
    ระบบผสมเชื้อเพลิง
    47,250,000
    เตาเผา
    576,680,000
    ระบบปรับเสถียร
    16,400,000
    หลุมฝังกลบและบ่อน้ำชะ
    20,260,000
    ส่วนกลางและอื่น ๆ
    484,410,000
    รวมทั้งสิ้น
    1,145,000,000

    ที่มา : โครงการศึกษาเพื่อจัดตั้งศูนย์กำจัดของเสียอันตรายจากชุมชน กรมควบคุมมลพิษ, 2546

    สำหรับอัตราค่าบริการกำจัดของแต่ละระบบที่ได้ประมาณการไว้มีดังนี้
    ระบบผสมเชื้อเพลิง
    4,500 บาท/ตัน
    เตาเผา
    5,300 บาท/ตัน
    ระบบปรับเสถียร/หลุมฝังกลบ
    2,600 บาท/ตัน

    ทั้งนี้ ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการขนส่งซึ่งเฉลี่ยประมาณตันละ 1,400 บาท

    โดยรูปแบบการลงทุนอาจเป็นการให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับภาคเอกชนหรือการให้ภาคเอกชนดำเนินการเองทั้งหมด ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เช่น การจัดหาที่ดิน แหล่งเงินทุน รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่นั้น ๆ เป็นต้น


    เอกสารดาวน์โหลด

    คู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อปท. ในการจัดการของเสียอันตรายจากชุมชน [ Download : 4.37 MB ]
    แนวทางการจัดการของเสียอันตรายจากชุมชน [ Download : 2.38 MB ]
    วีดีทัศน์: สารคดีสั้นชุด เส้นทางชีวิต ขยะพิษในบ้าน ตอนที่ 1 : ขยะพิษใกล้ตัวกว่าที่คิด  [ Download : 2.0 MB ]
    วีดีทัศน์: สารคดีสั้นชุด เส้นทางชีวิต ขยะพิษในบ้าน ตอนที่ 4 : ลดขยะพิษด้วยการเลือกใช้  [ Download : 2.15 MB ]

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    ส่วนของเสียอันตราย
    สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย
    โทรศัพท์ 0 2298 2438 โทรสาร 0 2298 2425
    E-mail : hazwaste(at)pcd(dot)go(dot)th




    กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม