Download อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯที่นี่ [ pdf: 96.6KB]

อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศในการควบคุมการนำเข้าและการส่งออกสารเคมีอันตรายต้องห้ามหรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดและสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง โดยเปิดให้ลงนามครั้งแรกที่เมืองรอตเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2541 และมีประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว 146 ประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2555) ประเทศไทยได้ให้ภาคยานุวัติต่ออนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2545 ทั้งนี้ อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ได้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 เป็นต้นมา

จุดมุ่งหมายของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ คือ การส่งเสริมความร่วมมือและรับผิดชอบระหว่างประเทศในเรื่องการค้าสารเคมีอันตรายบางชนิด เพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากอันตรายของสารเคมีและเพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีอย่างไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการแจ้งหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของสารเคมีแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจของชาติได้ทราบถึงการนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายต้องห้ามหรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดและสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง และให้มีการกระจายข่าวการตัดสินใจนี้แก่ภาคีสมาชิก

พันธกรณีของอนุสัญญาฯ

  1. การแจ้งการใช้มาตรการด้านกฎระเบียบขั้นสุดท้ายสำหรับสารเคมีต้องห้ามหรือที่ถูกจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดภายในประเทศ
  2. การเสนอบัญชีรายชื่อสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง
  3. การแจ้งท่าทีการนำเข้าหรือแจ้งท่าทีนำเข้าชั่วคราว สำหรับสารเคมีในภาคผนวก III ของอนุสัญญาฯ
  4. หากเป็นกรณีที่ไม่ยินยอมนำเข้า ต้องประกันว่าจะไม่มีการนำเข้าสารเคมีชนิดนั้นจากแหล่งใดๆก็ตามและจะต้องไม่มีการผลิตสารเคมีชนิดนั้นเพื่อใช้ภายในประเทศ รวมทั้งการประกันว่าไม่ส่งออกสารเคมีไปยังภาคีผู้นำเข้าที่ไม่ได้แจ้งท่าที หรือแจ้งท่าทีชั่วคราว ที่ไม่ได้ระบุท่าทีการตัดสินใจ
  5. ต้องแจ้งข้อมูลการส่งออกสารเคมีต้องห้าม หรือสารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดให้แก่ภาคีผู้นำเข้าก่อนการส่งออกครั้งแรกในทุกปีปฏิทิน และข้อมูลที่ต้องแจ้งพร้อมกับสารเคมีที่ส่งออก อาทิ รหัสระบบศุลกากรโดยจำเพาะขององค์การศุลกากรโลก การติดฉลากระบุความเสี่ยงหรืออันตรายต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม และเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี
  6. ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค เศรษฐกิจและกฎหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารเคมีที่อยู่ในขอบเขตของอนุสัญญาฯ รวมทั้งข้อมูลด้านพิษวิทยา พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การให้ข้อมูลเผยแพร่แก่หมู่สาธารณชนเกี่ยวกับมาตรการด้านกฎระเบียบในประเทศที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ข้อมูลด้านการจัดการสารเคมีและอุบัติเหตุจากสารเคมี รวมทั้งข้อมูลทางเลือกอื่นๆ ที่มีความปลอดภัยมากกว่า
  7. ร่วมมือกันในการส่งเสริมการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการจัดการสารเคมีตลอดวงจรของสารเคมี รวมทั้งการจัดฝึกอบรมแก่ภาคีอื่น

ประเทศไทยจะได้อะไรจากการเข้าเป็นภาคีสมาชิกและปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาฯ

  1. ปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารเคมี
  2. ควบคุมการนำเข้า การส่งออกสารเคมีอันตรายได้อย่างเข้มงวดและเป็นระบบ
  3. ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
  4. ใช้ในการประเมินความเสี่ยงอันตรายจากสารเคมี
  5. มีสิทธิเสนอบัญชีรายชื่อสูตรผสมสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง
  6. ได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการและงบประมาณในการจัดการสารเคมี
  7. ป้องกันการนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายอย่างผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
  8. ปกป้องมิให้มีการลักลอบทิ้งสารเคมีอันตรายเข้ามาในประเทศ
  9. แสดงบทบาทของประเทศไทยในการดำเนินการตามพันธกรณีจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (UNCED) ภายใต้แผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีในแผนปฏิบัติการบทที่ 19 (Chapter19)


หน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐ (Designated National Authorities : DNAs)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร เป็นตัวแทนผู้มีอำนาจของรัฐ (Designated National Authorities : DNAs) ด้านสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ เป็น DNA ด้านสารเคมีอื่นๆ นอกเหนือจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ และ
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็น DNA ด้านเคมีอุตสาหกรรม

รายชื่อสารเคมีที่ถูกควบคุมภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ

UNEP และ FAO ได้กำหนดรายชื่อสารเคมีที่ถูกควบคุมภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ จะต้องเป็นสารเคมีต้องห้ามหรือสารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้อย่างเข้มงวด 43 ชนิด จำแนกเป็นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (pesticides) 28 ชนิด สูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (pesticide formulations) ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง 4 ชนิด และสารเคมีอุตสาหกรรม (industrial chemicals) 11 ชนิด ดังตารางต่อไปนี้

ตาราง รายชื่อสารเคมีที่กำหนดตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ 41 ชนิด
สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์สูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็น อันตรายอย่างร้ายแรง สารเคมีอุตสาหกรรม
  1. 2,4,5 – T and its salts and esters
  2. aldrin
  3. binapacryl
  4. captafol
  5. chlordane
  6. chlordimeform
  7. chlorobenzilate
  8. DDT
  9. dieldrin
  10. Dinitro-ortho-cresol (DNOC) and its salt (such as ammonium salt, potassium salt and sodium salt)
  11. Dinoseb and its salts and esters
  12. 1,2 - dibromoethane (EDB)
  13. ethylene dichloride
  14. ethylene oxide
  15. fluoroacetamide
  16. HCH (mixed isomers)
  17. heptachlor
  18. hexachlorobenzene
  19. lindane
  20. mercury compounds, including inorganic mercury compounds, alkyl mercury compounds and alkyloxyalkyl and aryl mercury compounds
  21. monocrotophos
  22. parathion
  23. pentachlorophenol
  24. toxaphene
  25. tributyltin compounds
  26. endosulfan*
  27. alachor*
  28. aldicarb*

  1. dustable powder formulations containing a combination of;
    - benomyl at or above 7%
    - carbofuran at or above 10%
    - thiram at or above 15%
  2. methamidophos (soluble liquid formulations of the substance that exceed 600 g active ingredient/l)
  3. phosphamidon (soluble liquid formulations of the substance that exceed 1,000 g active ingredient/l)
  4. methyl – parathion (emulsifiable concentrates (EC) at or above 19.5% active ingredient and dusts at or above 1.5% active ingredient)
  1. asbestos-crocidolite
  2. asbestos-actinolite
  3. asbestos-anthophyllite
  4. asbestos-amosite
  5. asbestos-tremolite
  6. polybrominated biphenyls (PBB)
  7. polychlorinated biphenyls, (PCB)
  8. polychlorinated terphenyls, (PCT)
  9. tetraethyl lead
  10. tatrametyl lead
  11. tris (2,3 - dibromopropyl) phosphate

*หมายเหตุ: สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ลำดับที่ ๒๖-๒๘ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป


ข่าวสาร: Up to 15 hazardous chemicals and pesticides to be added to trade "watch list"

การประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 2 (Second Meeting of the Conference of the Parties to the Rotterdam Convation on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade, ในระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2548 ณ อิตาลี สรุปผลการประชุมฯ

  • การประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 3 (The Third Meeting of the Conference of the Parties to the Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade) ในระหว่างวันที่ 9 – 13 ตุลาคม 2549 ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส สรุปผลการประชุมฯ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
  • สรุปความเป็นมาของ อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตราย และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ (Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade) ดาวน์โหลดเอกสาร

  • สามารถติดตามอ่านข้อมูลความคืบหน้าได้ที่ : http://www.pic.int , http://www.pcd.go.th และ http://pops.pcd.go.th หรือติดต่อส่วนสารอันตราย สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ โทร ๐ ๒๒๙๘ ๒๔๕๗ โทรสาร ๐ ๒๒๙๘ ๒๔๒๕ Email: dbase.c@pcd.go.th
  • สามารถติดตามอ่านข้อมูลความคืบหน้าได้ที่ http://www.pcd.go.th
    หรือติดต่อส่วนสารอันตราย สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ
    โทรศัพท์ 0 2298 2457 โทรสาร 0 2298 2425
    E-mail : dbase(dot)c(at)pcd(dot)go(dot)th



    กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม