Download อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯที่นี่ [ pdf: 96.6KB]

อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศในการควบคุมการนำเข้าและการส่งออกสารเคมีอันตรายต้องห้ามหรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดและ สูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ได้เปิดให้ลงนาม (signature) ครั้งแรก ที่เมืองรอตเตอร์ดัมฯ ราชาอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2541 และได้เปิดให้มีการลงนามที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2541 ถึง 10 กันยายน 2542 ขณะนี้มีประเทศที่ร่วมลงนามแล้ว 73 ประเทศ และมีประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว 107 ประเทศ (ข้อมูลเมื่อเดือนมิถุนายน 2549) ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2545 และอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ 2547

จุดมุ่งหมายของอนุสัญญาฯ คือ การส่งเสริมความร่วมมือและรับผิดชอบระหว่างประเทศในเรื่องการค้า สารเคมีอันตรายบางชนิด เพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากอันตรายของสารเคมีและเพื่อ ส่งเสริมการใช้สารเคมีอย่างไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการแจ้ง หรือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของสารเคมีแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจของชาติได้ทราบถึงการนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายต้องห้ามหรือจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดและสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงและให้มีการกระจายข่าวการตัดสินใจนี้แก่ภาคีสมาชิก

พันธกรณีสำคัญที่ภาคีต้องปฏิบัติสรุปได้ดังนี้

  1. ภาคีจะต้องแจ้งข้อมูล มาตรการ กฎระเบียบของประเทศภายใน 90 วัน หลังจากวันที่มาตรการด้าน กฎระเบียบขั้นสุดท้ายมีผลบังคับใช้
  2. การกำหนดรายชื่อสารเคมีต้องห้าม หรือ สารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดโดยประเทศภาคีสมาชิกอย่างน้อย 2 ประเทศ จาก 2 ภูมิภาค
  3. จัดทำข้อเสนอบัญชีรายชื่อสูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงเพิ่มเติม
  4. ต้องแจ้งข้อมูลการส่งออกสารเคมีต้องห้าม หรือสารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดก่อนการส่งออกครั้งแรกในทุกปีปฏิทิน
  5. กำหนดรหัสระบบศุลกากรโดยจำเพาะสำหรับสารเคมี
  6. แลกเปลี่ยนข้อมูลของสารเคมีและให้มีการเผยแพร่ข้อมูลในหมู่สาธารณชน
  7. ส่งเสริมการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และขีดความสามารถในการจัดสารเคมี
ประเทศไทยจะได้อะไรจากการเข้าเป็นภาคีและดำเนินตามอนุสัญญาฯ

  1. ปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารเคมี
  2. ควบคุมการนำเข้า การส่งออกสารเคมีอันตรายได้อย่างเข้มงวดและเป็นระบบ
  3. ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
  4. ใช้ในการประเมินความเสี่ยงอันตรายจากสารเคมี
  5. มีสิทธิเสนอบัญชีรายชื่อสูตรผสมสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง
  6. ได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการและงบประมาณในการจัดการสารเคมี
  7. ป้องกันการนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายอย่างผิดกฎหมายระหว่างชาติ
  8. ปกป้องมิให้มีการลักลอบทิ้งสารเคมีอันตรายเข้ามาในประเทศ
  9. แสดงบทบาทของประเทศไทยในการดำเนินการตามพันธกรณีจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (UNCED) ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก ภายใต้แผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีตามแผนปฏิบัติการบทที่ 19 (Chapter 19)

หน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐ (Designated National Authorities : DNAs)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร เป็นตัวแทนผู้มีอำนาจของรัฐ (Designated National Authorities : DNAs) ด้านสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ เป็น DNA ด้านสารเคมีอื่นๆ นอกเหนือจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ และ
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็น DNA ด้านเคมีอุตสาหกรรม

รายชื่อสารเคมีที่ถูกควบคุมภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ

UNEP และ FAO ได้กำหนดรายชื่อสารเคมีที่ถูกควบคุมภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ จะต้องเป็นสารเคมีต้องห้ามหรือสารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้อย่างเข้มงวด 41ชนิด จำแนกเป็นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (pesticides) 24 ชนิด สูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (pesticide formulations) ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง 6 ชนิด และสารเคมีอุตสาหกรรม (industrial chemicals) 11 ชนิด ดังตารางต่อไปนี้

ตาราง รายชื่อสารเคมีที่กำหนดตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ 41 ชนิด
สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์สูตรผสมของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่เป็น อันตรายอย่างร้ายแรง สารเคมีอุตสาหกรรม
  1. 2,4,5 - T
  2. aldrin
  3. binapacryl
  4. captafol
  5. chlordane
  6. chlordimeform
  7. chlorobenzilate
  8. DDT
  9. dieldrin
  10. Dinitro-ortho-cresol (DNOC) and its salt (such as ammonium salt, potassium salt and sodium salt)
  11. Dinoseb and its salts and esters
  12. 1,2 - dibromoethane (EDB)
  13. ethylene dichloride
  14. ethylene oxide
  15. fluoroacetamide
  16. HCH (mixed isomers)
  17. heptachlor
  18. hexachlorobenzene
  19. lindane
  20. mercury compounds, including inorganic mercury compounds, alkyl mercury compounds and alkyloxyalkyl and aryl mercury compounds
  21. monocrotophos
  22. parathion
  23. pentachlorophenol
  24. toxaphene

  1. dustable powder formulations containing a combination of benomyl at or above 7% carbofuran at or above 10% thiram at or above 15%
  2. *monocrotophos (soluble Liquid formulations of the substance that exceed 600 g active ingredient/l)
  3. methamidophos (soluble Liquid formulations of the substance that exceed 600 g active ingredient/l)
  4. phosphamidon (soluble Liquid formulations of the substance that exceed 600 g active ingredient/l)
  5. methyl - parathion (emulsifiable concentrates (EC) at or above 19.5% active ingredient and dusts at or above 1.5% active ingredient)
  6. *parathion (all formulations-aerosols, dustable power (DP), emulsifiable concentrates (EC), granules (GR) and wettable power (WP) - of this substance are included, except capsule suspensions (CS))
  1. asbestos-crocidolite
  2. asbestos-actinolite
  3. asbestos-anthophyllite
  4. asbestos-amosite
  5. asbestos-tremolite
  6. polybrominated biphenyls (PBB)
  7. polycholorinated biphenyls(PCB)
  8. polychorinated terphenyls (PCT)
  9. tetraethyl lead
  10. tatrametyl lead
  11. tris (2,3 - dibromopropyl) phosphate

*แก้ไขเพิ่มเติมในการประชุมรัฐภาคี สมัยที่ 1 ของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ โดยจะมีการบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2549


ข่าวสาร: Up to 15 hazardous chemicals and pesticides to be added to trade "watch list"

ข่าวสาร

  • การประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 2 (Second Meeting of the Conference of the Parties to the Rotterdam Convation on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade, ในระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2548 ณ อิตาลี สรุปผลการประชุมฯ
  • การประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 3 (The Third Meeting of the Conference of the Parties to the Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade) ในระหว่างวันที่ 9 – 13 ตุลาคม 2549 ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส สรุปผลการประชุมฯ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
  • สรุปความเป็นมาของ อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตราย และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ (Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade) ดาวน์โหลดเอกสาร
  • สามารถอ่านข่าวเกี่ยวกับอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ได้ที่ : http://www.pic.int

    สามารถติดตามอ่านข้อมูลความคืบหน้าได้ที่ http://www.pcd.go.th
    หรือติดต่อส่วนสารอันตราย สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ
    โทรศัพท์ 0 2298 2457 โทรสาร 0 2298 2425
    E-mail : dbase(dot)c(at)pcd(dot)go(dot)th


    
    หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ดาวน์โหลด | ติดต่อเรา | Site Map Switch to PCD English home page
    Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.