|
|
| 1. บทนำ
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 59 ระบุว่าในกรณีที่ปรากฏว่าท้องที่ใดมีปัญหามลพิษซึ่งมีแนวโน้มท
ี่จะร้ายแรงถึงขนาดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนด
ให้ท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลดและขจัดมลพิษได้
นอกจากนั้น มาตรา 37 และมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันระบุว่าเมื่อได้ประกาศใช้แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในท้องที่เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือเขตควบคุมมล
พิษมีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัดเสนอ
ขอความเห็นต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับตั้งแต่วันที่
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้แจ้งให้จังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการ
จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด สำหรับพื้นที่ที่ได้ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
นำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษมารวมเป็นส่วนหนึ่ง
ของแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัดด้วย โดยในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการจัดทำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดโดยให้เจ้า
พนักงานควบคุมมลพิษให้คำแนะนำและช่วยเหลือตามความจำเป็น
แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2550-2554
ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2550
โดยได้กำหนดแนวทางการจัดการมลพิษ ให้เน้นการป้องกันมลพิษ ณ แหล่งกำเนิดมลพิษ
การเพิ่มศักยภาพให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สร้างกระบวนการให้เกิดการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Communication)
การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่สะอาด (Cleaner Production) ตลอดกระบวนการ
นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจร
โดยให้มีการรวมกลุ่มขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการ (Clustering)
มีการจัดการขยะอันตรายชุมชนอย่างถูกวิธี
และให้นำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการจัดการมลพิษ
และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
ดังนั้นในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ
ควรพิจารณาให้มีความสอดคล้องกับแนวทางตามแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย
| | |
 |
2. ขั้นตอนการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ
ในการดำเนินการเพื่อลดและขจัดมลพิษในท้องที่ใดก็ตาม จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษและสภาพปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องที่นั้นๆ
โดยกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ ควรประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
|
2.1 การสำรวจเก็บข้อมูลของแหล่งกำเนิดมลพิษพร้อม
จัดทำบัญชีรายละเอียดของแหล่งกำเนิด
| |
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่นั้นเสียก่อน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงต้องรวบรวมข้อมูลสภาพทั่วไปของพื้นที่ ข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษ สถานการณ์มลพิษ ผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดำเนินการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่มีอยู่ เช่น ข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการต่างๆ ประชากร และนักท่องเที่ยว ข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะและการจราจร ข้อมูลด้านสาธารณสุข เป็นต้น |
|
2.2 การวิเคราะห์และประเมินสภาพปัญหามลพิษ
| ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและสาเหตุของปัญหา ทั้งทางด้ายกายภาพ
เศรษฐกิจ สังคม และการบริหารการจัดการ โดยพิจารณากลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเหล่านั้น และแนวโน้มผลกระทบของปัญหาในระยะยาวและเนื่องจากงบประมาณ
สำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมีอยู่จำกัด จึงจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ปัญหา
เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถจัดลำดับความสำคัญของแต่ละปัญหา
การจัดลำดับความสำคัญของปัญหาก็เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงความรุนแรง
และผลกระทบของแต่ละปัญหาที่มีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
และสามารถตัดสินใจเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะดำเนินการแก้ไขได้อย่างชัดเจน |
2.3 สรุปสถานการณ์ปัญหามลพิษ กำหนดพื้นที่ดำเนินการและแนวทางแก้ไขปัญหา
|
|
ภายหลังจากที่ได้ภาพรวมของสถานการณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ควรกำหนดแนวทางและยุทธวิธีในการจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ระบุไว้ เนื้อหาของแนวทางควรแสดงถึงเงื่อนไข มาตรการ หรือปัจจัยสำคัญของการดำเนินการ เช่น บุคลากร งบประมาณ
โครงสร้างการบริหาร เป็นต้น ซึ่งเงื่อนไขและมาตรการเหล่า
นั้นควรมีความชัดเจนเฉพาะเจาะจงและสามารถนำไปปฏิบัติได้ |
2.4 จัดทำแผนปฏิบัติการฯ
| การจัดทำรายละเอียดของแผนปฏิบัติการฯ
จะต้องกำหนดแผนงานในการลดและขจัดมลพิษด้านต่างๆ อย่างชัดเจน
เช่น มลพิษทางน้ำ อากาศและเสียง ขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย เป็นต้น
โดยองค์ประกอบหลักของแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษมีดังนี้ คือ |
1. สถานการณ์ภาวะมลพิษ
- ให้ระบุปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่กำลังประสบอยู่ในพื้นที่นั้นๆ แต่ละประเภทให้ชัดเจน ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยแสดงเป็นข้อมูลสถิติ หรือตัวเลขประกอบการบรรยายสภาพปัญหา
- ให้คาดการณ์และระบุแนวโน้มของผลกระทบอันเกิดจากปัญหาดังกล่าวเหล่านั้น ว่าจะมีความรุนแรงในระดับใด หากมิได้รับการแก้ไขหรือจัดการ
- ให้ระบุการดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษและประเมินผลการดำเนินการ โดยหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนทั้งในอดีตที่ผ่านมาและปัจจุบัน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของแผน
ควรระบุวัตถุประสงค์ของแผนปฏิบัติการให้ชัดเจน
เช่น แผนปฏิบัติการมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสำรวจและเก็บข้อมูล
เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดน้ำเสียและของเสียอื่นๆ ที่มีอยู่ในเขตควบคุมมลพิษ
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นต้น และกำหนดเป้าหมายของแผน
โดยระบุกลวิธีในการดำเนินการปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานให้มากขึ้น
พร้อมกับระบุระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ต้องการปรับปรุงให้มีสภาพดีขึ้น
เมื่อสิ้นสุดเวลาของแผน
3. แผนงาน/โครงการหรือกิจกรรม
ควรจัดให้มีแผนงาน 5 ด้าน ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา ได้แก่
- แผนการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด
- แผนการจัดหาระบบจัดการมลพิษ เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้าง ติดตั้ง ปรับปรุง ดัดแปลง ซ่อมแซม บำรุงรักษาและดำเนินการระบบบำบัดน้ำเสียรวมหรือระบบการกำจัดของเสียรวมของส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- แผนการจัดเก็บรายได้ระบบ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เพื่อดำเนินการและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียรวม หรือระบบการกำจัดของเสียรวม
- แผนการติดตามตรวจสอบ และควบคุมการปล่อยทิ้งน้ำเสียและของเสียอย่างอื่นจากแหล่งกำเนิดมลพิษ
- แผนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันและปราบปรามการละเมิด และฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษ
สำหรับโครงการหรือกิจกรรมควรระบุแนวทาง เทคนิค วิธีการในการดำเนินงานหน่วยงานปฏิบัติ ระยะเวลาดำเนินการ และงบประมาณอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ในการจัดทำข้อเสนอแผนงานและโครงการควรประกอบด้วยสาระที่สำคัญๆ ดังนี้
- กำหนดแผนงานตามชนิดของมาตรการจัดการมลพิษ
- กำหนดชื่อโครงการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวิธีการแก้ปัญหา
- กำหนดหน่วยงานดำเนินการรับผิดชอบ หลักการและวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ
- กำหนดพื้นที่ดำเนินการโดยระบุชื่อท้องถิ่นและขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจน
- กำหนดแผนงาน กิจกรรม และเป้าหมายของโครงการ
- กำหนดประเภท และแหล่งที่มาของงบประมาณค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ
- กำหนดระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน
- กำหนดรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายของโครงการ
- กำหนดวิธีการบริหารโครงการ
- กำหนดผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการ
โดยจัดทำรายละเอียด ตามรูปแบบ 3 แบบฟอร์ม ดังนี้
- แบบฟอร์มที่ 1: ประกอบด้วยรายละเอียด ชื่อจังหวัด แผนงานจัดการน้ำเสียชุมชน ชื่อโครงการ หน่วยงานดำเนินการ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ สถานที่ดำเนินโครงการ ระยะเวลาดำเนินโครงการ กิจกรรมและเป้าหมายของโครงการ รายละเอียดอื่นๆ การประมาณการค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ รายละเอียดงบประมาณ รายจ่ายของโครงการ การบริหารโครงการ และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- แบบฟอร์มที่ 2 ประกอบด้วยมาตรการ/แผนงาน/โครงการ งบประมาณที่ใช้เป็นรายปี
งบประมาณรวบหน่วยงานรับผิดชอบ แหล่งเงินงบประมาณของมาตรการ/แผนงาน/โครงการ ลักษณะของโครงการ (โครงการต่อเนื่อง หรือ โครงการใหม่) และตัวชี้วัดความสำเร็จ
- แบบฟอร์มที่ 3 เป็นแบบฟอร์มสรุปหน้าที่งบ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ซึ่งจะสรุป
แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมในแต่ละมาตรการ คือ มาตรการด้านการจัดการน้ำเสียชุมชน มาตรการด้านการจัดการขยะมูลฝอย/ของเสียอันตราย/มูลฝอยติดเชื้อ มาตรการด้านการจัดการอากาศและเสียง และมาตรการอื่นๆ
2.5 บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด
|
เจ้าพนักงานท้องถิ่นนำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ
เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อรวมไว้ในแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด
เพื่อเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ การนำโครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมลพิษ
ไปบรรจุในแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ปี 2551-2554 ขอให้พิจารณายึดหลักเกณฑ์ในคู่มือการจัดทำแผนปฏิบัติการ
เพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัดด้วย
หากโครงการ/กิจกรรมใดไม่สามารถบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการเพื่อการ
จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด อาจเสนอขอสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งอื่นๆ
ได้ เช่น กองทุนสิ่งแวดล้อม หรืองบประมาณท้องถิ่น เป็นต้น |
| |
|
 |
3. การบริหารจัดการของหน่วยงาน
3.1 การจัดองค์กรการบริหาร
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาจัดองค์กรรองรับภารกิจตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษด้วย เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในการจัดองค์กรดังกล่าวมีแนวทางในการพิจารณา 2 รูปแบบ คือ
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการบริหารจัดการเองทั้งหมด
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดเตรียมบุคลากรในสาขาต่างๆ
เช่น วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ธุรการ ช่างเทคนิค รวมทั้งคนงาน
ตลอดจนจะต้องจัดเตรียมงบประมาณเพื่อบริหารจัดการภารกิจดังกล่าว
ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บค่าบริการต่างๆ
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจ้างที่ปรึกษาบริหารจัดการ ทั้งนี้
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังจำเป็นต้องจัดเตรียมบุคลากร
เพื่อควบคุมการดำเนินงานของที่ปรึกษา เช่น วิศวกร เจ้าหน้าที่การเงินการคลัง
3.2 การดำเนินงานด้านการเงินและการคลัง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาฐานะทางการเงินการคลัง
และความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการต่างๆ ในอนาคตด้วย ทั้งนี้ ควรจัดให้มีการเก็บค่าบริการบำบัดน้ำเสียหรือค่าบริการกำจัดขยะมูลฝอยที่ครอบคลุม
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อลดภาระด้านงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
| |
|
 |
|
 |
 |
| ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ |
|  |
|
|