|
โครงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมชุมชน : กรณีศึกษาธนาคารโลก |
1. ชื่อข้อตกลง/โครงการ : โครงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมชุมชน
: กรณีศึกษาธนาคารโลก (ASEM Trust Fund : Empowering urban Thai Communities to Improve
the Environment and Reduce Poverty)
2. ประเทศ
: - 3. องค์กร/สถาบัน : ธนาคารโลก (World
Bank) 4. หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กองประสานการจัดการมลพิษ
กรมควบคุมมลพิษ 5. สรุปสาระสำคัญของโครงการ :
6. ผลการดำเนินงาน : - ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับโครงการซึ่งมี องค์ประกอบจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมอนามัย
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม การเคหะแห่งชาติ ธนาคารโลก และองค์การพัฒนาเอกชน
โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาอนุมัติกรอบการดำเนินงานและงบประมาณให้เป็นไปตามรายละเอียดข้อกำหนดโครงการ
ดูแล กำกับการดำเนินโครงการ ประสานงานกับกลุ่มจังหวัดเป้าหมายและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนประเมินผล การดำเนินโครงการ
- คณะกรรมการกำกับโครงการฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และคัดเลือกพื้นที่นำร่องสำหรับดำเนินโครงการฯ
โดย พิจารณาจากความพร้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน/ชุมชน สภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
และความพร้อมขององค์กร ส่วนท้องถิ่นและมีมติคัดเลือกจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 26 มกราคม
2542
- กรมควบคุมมลพิษได้ปรับแก้ไขข้อเสนอโครงการฯและจัดส่งให้กระทรวงการคลัง พร้อมกับแจ้งประสานงาน
เบื้องตันกับกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2542
- ธนาคารโลก ได้ส่ง
(ร่าง) บันทึกข้อตกลงในการรับเงินอุดหนุน วงเงิน 430,000 เหรียญสหรัฐ โดยแบ่งออก
เป็น 2 ฉบับ คือ
- ในส่วนของวงเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งทางธนาคารโลกจะเป็นผู้บริหารเงินเอง
และมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
- ใช้สำหรับดำเนินกิจกรรมการประเมินสถานภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดำเนินงาน
4 จังหวัด และจัดการ ประชุมเชิงปฏิบัติการในการระดมข้อคิดเห็นต่อผลการประเมินสถานภาพสิงแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าว
- เป็นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการและค่าใช้จ่ายในการบริหารของเจ้าหน้าที่ธนาคารโลก
- ธนาคารโลกจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานแทนผู้รับการสนับสนุนภายใต้การประสานงานและการยินยอม
ของผู้รับการสนับสนุนในการดำเนินงาน และการประเมินผล แต่ผู้รับการสนับสนุนจะต้องยินยอมชดใช้
ค่าเสียหายให้แก่ธนาคารโลกหากธนาคารโลกต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้รับจ้างอันเนื่องมาจากการดำเนิน
โครงการ
- การดำเนินงานจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2543
- ธนาคารโลกจะเป็นผู้ทำสัญญาในการว่าจ้าง
และการตรวจสอบการดำเนินงานของที่ปรึกษา ภายใต้ ระเบียบและวิธีการดำเนินงานของธนาคารโลก
- ในส่วนของวงเงิน
330,000 เหรียญสหรัฐซึ่งหน่วยงานผู้รับการสนับสนุนเป็นผู้บริหารเงินเอง มีสาระสำคัญ
สรุปได้ ดังนี้
- เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมการกำหนดโครงการ ชุมชนนำร่อง
การดำเนินโครงการของชุมชน นำร่องและค่าใช้จ่ายในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและประสบการณ์จากการดำเนิน
โครงการนำร่องให้หน่วยงานอื่น
- ผู้รับการสนับสนุนจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันเพื่อรองรับการเบิกจ่ายเงินจาก
ธนาคารโลก โดยเปิดบัญชีและรักษาเงินในบัญชีเป็นเงินเหรียญสหรัฐผู้มีอำนาจลงนามในการเบิกจ่ายเงิน
จากบัญชี คือ ปลัดกระทรวงการคลัง หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
- ผู้รับการสนับสนุนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางการดำเนินงานของธนาคารโลกในเรื่อง
การเบิกจ่าย การคัดเลือก การจัดจ้างที่ปรึกษา ตลอดจนการรายงานผลการใช้เงิน
- กรมควบคุมลพิษได้ประสานกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในการปรับแก้ร่างบันทึกข้อตกลงในเรื่องของผู้มีอำนาจ
ลงนามการเบิกจ่ายเงินให้เปลี่ยนจากปลัดกระทรวงการคลังเป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ
- ขณะนี้ทางธนาคารโลกกำลังปรับแก้บันทึกข้อตกลงตามความเห็นของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและจะเสนอให้
ปลัดกระทรวงการคลังลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวต่อไป
- กรมควบคุมลพิษได้จัดการประชุมหารือการดำเนินโครงการฯ
เมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม 2542 โดยมีมติให้ คพ. จัดทำขั้นตอนการจัดทำ และร่างข้อกำหนดการศึกษา
Rapid Environment Assessment เสนอต่อจังหวัด/เทศบาล
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ลงนามร่วมกับธนาคารโลกในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่
20 พฤษภาคม 2542
- กรมควบคุมลพิษได้จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการฯ ครั้งที่
2/2542 เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2542 ซึ่งจังหวัด/เทศบาลได้แจ้งรายชื่อชุมชนนำร่องดังนี้
- จังหวัดพิษณุโลก
คัดเลือกชุมชนพันปี (ขนาดใหญ่) ชุมชนสระสองพี่น้อง (ขนาดกลาง) และชุมชนดีอิน (ขนาดเล็ก)
- จังหวัดนครราชสีมา
คัดเลือกชุมชนทุ่งสว่าง-ศาลาลอย (ขนาดใหญ่) ชุมชนบุมะค่า-ตะคองเก่า (ขนาดกลาง)และ
ชุมชนวัดสามัคคี (ขนาดเล็ก)
- จังหวัดสงขลา คัดเลือกชุมชนกุโบร์ (ขนาดใหญ่)
ชุมชนศาลาเหลือง (ขนาดกลาง) และชุมชนบ่อนวัวเก่า (ขนาดเล็ก)
- จังหวัดนนทบุรี
คัดเลือกชุมชนบริเวณวัดเขมา วัดปากน้ำ และวัดพลับ เขตเทศบาลนครนนทบุรี (ขนาดใหญ่)
ชุมชนบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด (ขนาดกลาง) และชุมชนบ้านคลองขุนศรี อำเภอไทรน้อย (ขนาดเล็ก)
นอกจากนั้น ที่ประชุมมีมติให้กรมควบคุมลพิษปรับปรุงข้อกำหนดการจัดทำ Rapid Environment
Assessment เพื่อเสนอ ให้จังหวัด/เทศบาลนำไปจ้างที่ปรึกษาต่อไป - กรมควบคุมลพิษได้ยื่นคำขอเปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เป็นเงินเหรียญสหรัฐรองรับเงินสนับสนุน
จากธนาคารโลก และบัญชีกระแสรายวันรองรับการจ่ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์ดังกล่าว ที่ธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) สำนักนานาเหนือ และได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวให้แก่
สศค. ซึ่งต้องประกอบด้วย 2 ใน 3 จากรายชื่อ ดังนี้
- อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ
- รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ
(นายพรชัย ธรณธรรม)
- ผู้อำนวยการกองประสานการจัดการมลพิษ
- สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างร่วมกับธนาคารโลกเมื่อวันที่
17 มิถุนายน 2542 เพื่อทำ กิจกรรม Rapid Environment Assessment ในจังหวัดพิษณุโลก
และส่งรายงานการศึกษาขั้นต้น วันที่ 2 กรกฎาคม 2542 และจัดการสัมนาเชิงปฏิบัติการ
วันที่ 11 สิงหาคม 2542 และส่งรายงานขั้นสุดท้าย วันที่ 20 สิงหาคม 2542
- มูลนิธิไทยเพื่อการพัฒนาได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างร่วมกับธนาคารโลกเมื่อวันที่
13 มิถุนายน 2542 เพื่อทำ กิจกรรม Rapid Environment Assessment ในจังหวัดสงขลา และส่งรายงานการศึกษาขั้นแรก
วันที่ 28 มิถุนายน 2542 และจัดสัมนาเชิงปฏิบัติการ วันที่ 3 สิงหาคม 2542 และส่งรายงานขั้นสุดท้าย
วันที่ 21 สิงหาคม 2542
- สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัทคอนซัลแทนท์
ออฟ เทคโนโลยี จำกัด อยู่ในขั้นตอน การจัดทำข้อเสนอการศึกษาให้แก่จังหวัดนครราชสีมาและนนทบุรี
ตามลำดับ
7. การดำเนินงานที่ผ่านมา : - แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับโครงการ
- คัดเลือกพื้นที่โครงการ 4 พื้นที่ ได้แก่ พิษณุโลก นครราชสีมา นนทบุรี และสงขลา
-
คัดเลือกชุมชนนำร่อง 3 ขนาด (ใหญ่, กลาง, เล็ก)
- จัดทำ TOR สำหรับการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเศรษฐกิจ
กับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน และการเสนอกิจกรรมนำร่องที่สามารถพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
และสร้างเสริมรายได้ให้ประชาชนในชุมชน
8. ปัญหาอุปสรรคและข้อคิดเห็น
: -
|