การดำเนินงานแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่มาบตาพุด


การจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษฯ
1. การดำเนินงานที่ผ่านมา
2. แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554
  3. การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการและสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดแผนการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง
  1. มาตรการลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและกากเสียอุตสาหกรรมจากโรงงานอุตสาหกรรม
2. มาตรการบริหารจัดการมลพิษ ติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล
3. มาตรการจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย
4. มาตรการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย
5. มาตรการการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ
ความคืบหน้าในการดำเนินการ
1. สถานการณ์มลพิษในพื้นที่
2. การดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่
3. ผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง
4. สรุปปัญหามลพิษและปัญหาอื่นที่ยังต้องเร่งดำเนินการแก้ไข
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง
การแก้ไขปัญหามลพิษและคุณภาพชีวิตในพื้นที่มาบตาพุด โดย คพ.
การจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ
สรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากการจัดเวที รวมพลังทั่วทิศ ลดมลพิษ...เพิ่มคุณภาพชีวิต...ชาวระยอง
  1. ด้านนโยบายและแผนงาน
  2. การลดและขจัดมลพิษ
  3. การแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัย
   

แผนปฎิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ. 2550 - 2554


การจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554


1. การดำเนินงานที่ผ่านมา

1.1 สืบเนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยอง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 เพื่อเสนอแนะแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ ตลอดจนกำหนดระดับการพัฒนาที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพการรองรับของพื้นที่จังหวัดระยองนั้น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯได้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554 โดยจัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในพื้นที่มาบตาพุดเพื่อยกร่างแผนปฏิบัติการฯ ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และองค์กรอิสระ ตลอดจนกำหนดกลไกบริหารจัดการจนได้ข้อยุติร่วมกัน

1.2 คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้นำเสนอร่างแผนปฏิบัติการฯ และกลไกการบริหารจัดการต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2550 โดยที่ประชุมมีมติที่สำคัญโดยสรุป คือ เห็นชอบกรอบแผนงาน/โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ และเห็นชอบการจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการ และมอบหมายคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ และยกร่างคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุด ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนา ในพื้นที่จังหวัดระยอง (นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน) คณะอนุกรรมการพหุภาคีเพื่อกำกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการลดและ ขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550-2554 (ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน) และคณะอนุกรรมการด้านเทคนิคเพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบการแก้ไข ปัญหามลพิษของอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง(รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน)


1.3 คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550 อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี 2551 จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้กับโครงการที่เสนอโดยชุมชนและส่วนราชการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว


2. แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554

สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการฯ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมายการดำเนินงาน พื้นที่เป้าหมาย ผลผลิตและตัวชี้วัด มาตรการและแนวทางการดำเนินงาน ระยะเวลา ผลที่คาดว่าจะได้รับ โดยประเด็นสำคัญที่เห็นควรสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี คือ

2.1 เป้าหมายการดำเนินการ

1. แผนงานลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมายหรือดีกว่า

2. คุณภาพน้ำและอากาศ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานภายใน 1 ปี

3. ประชาชนได้รับการดูแล รักษา และฟื้นฟูสุขภาพอนามัยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

4. ชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง คุณภาพสิ่งแวดล้อมและการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดได้อย่างต่อเนื่อง

5. การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยและสอดคล้องศักยภาพพื้นที่
2.2 ผลผลิต / ตัวชี้วัด

1. การรั่วซึมของสารประกอบอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compounds: VOCs) จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นไปตามเกณฑ์เสนอแนะของกรมควบคุมมลพิษร้อยละ 100 ภายใน 1 ปี (มีนาคม 2550 – มีนาคม 2551) และการระบาย VOCs จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดภายใน 3 ปี ตั้งแต่ มีนาคม 2550

2. ระดับการปรับลดปริมาณการระบายสารมลพิษทางอากาศ SO2 และ NOx ในพื้นที่มาบตาพุด โดยเฉลี่ยร้อยละ 10 - 20 ในภาพรวมของพื้นที่ (มีนาคม 2550 - มีนาคม2551) คิดจากปริมาณสูงสุดที่ระบายจริงของปีฐาน 2549

3. คุณภาพน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานฯ โดยน้ำทิ้งชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดในแนวท่อดักน้ำเสียของเทศบาลมีการจัดการน้ำเสียร้อยละ 25 ภายในปี 2551 ร้อยละ 50 ภายในปี 2554 และร้อยละ 100 ภายในปี 2557 และโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ มีการระบายสารมลพิษทางน้ำ เช่น บีโอดี ซีโอดี ทีดีเอส ตะกั่ว เซเลเนียม เหล็ก แมงกานีส แคดเมียม ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ร้อยละ 100 ภายใน 1 ปี (มีนาคม 2550 – มีนาคม 2551)

4. ลดปริมาณการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ 10 ภายในปี 2554 โดยระยะสั้น ลดปริมาณการระบายน้ำเสียของอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 700,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี ภายใน 1 ปี และระยะยาว อีก 600,000 ลูกบาศ์กเมตร/ปี ในปี 2554

5. ระบบจัดการเพื่อแก้ไขปัญหากากของเสียจากอุตสาหกรรม และขยะมูลฝอยจากชุมชน

6. กากของเสียจากอุตสาหกรรมได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 100

7. เพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย และการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม
2.3 แผนงาน / โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ ฯ

แผนงาน/โครงการรวม 64 โครงการ (95 โครงการย่อย) ดำเนินการโดยภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน รวมทั้งผู้ประกอบการ และผู้แทนภาคประชาชน รวมทั้งสิ้น 7 กระทรวง 25 องค์กร สรุป 5 มาตรการ ดังนี้
1. มาตรการลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษ สาระสำคัญ ประกอบด้วย การลดมลพิษทางอากาศ (VOCs,SO2, NOx) การลดมลพิษทางน้ำ และลดปริมาณ/การลักลอบทิ้งกากของเสีย

2. มาตรการบริหารจัดการมลพิษ ติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล สาระสำคัญ ประกอบด้วย การแก้ไขฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม การเฝ้าระวังรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การเพิ่มศักยภาพในการจัดการมลพิษชุมชน และการติดตามตรวจสอบกำกับดูแล

3. มาตรการจัดการด้านสาธารณสุขและอาชีวอนามัย สาระสำคัญ ประกอบด้วย การตรวจสอบ เฝ้าระวังโรคและสุขภาพ การพัฒนาระบบบริการและสถานบริการ การเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่และประชาชนให้เข้มแข็ง การจัดตั้งกองทุน และพัฒนาระบบข้อมูล/ศึกษาวิจัย

4. การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย สาระสำคัญ ประกอบด้วย การศึกษาศักยภาพการรองรับการพัฒนาของพื้นที่ การพัฒนาการศึกษาและวิชาชีพ การพัฒนาเชิงพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และส่งเสริมความปลอดภัยในชีวิต โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ได้แก่ ระบบประปา ไฟฟ้า

5. การมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ สาระสำคัญ ประกอบด้วย การรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมภาคสังคมของผู้ประกอบการและชุมชน

2.4 งบประมาณ


1. งบประมาณสำหรับดำเนินแผนงาน/โครงการ กำหนดลงทุน 6,680.06 ล้านบาท สำหรับ 67 โครงการย่อย จาก 95 โครงการย่อย ใน 5 ปี (ปี 2550-2554) โดยมีแหล่งเงิน ดังนี้

แหล่งเงิน
โครงการย่อยที่
ใช้งบประมาณ
งบประมาณ (ล้านบาท)
2550
2551
2552
2553
2554
รวม
1. งบประมาณแผ่นดิน
(โครงการภาครัฐและท้องถิ่น)
53
276.70
1,094.47
628.73
294.64
106.95
2,400.12
2. งบประมาณ กนอ.
4
23.50
120.00
0.00
0.00
0.00
143.50
3. ผู้ประกอบการ
9
491.51
3,640.94
0.00
0.00
0.00
4,130.45
4. กองทุนเพื่อส่งเสริมการ
อนุรักษ์พลังงาน
1
6.00
0.00
0.00
0.00
0.00
6.00
รวม
67.00
795.16
628.32
928.32
294.06
106.54
6,680.07

หมายเหตุ :
1. งบประมาณ กนอ. มีการสนับสนุนในกองทุนจังหวัด และ 25 ชุมชน เพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท

2. การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนระยองแข็งแรงและกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตกำหนดดำเนินการใน อนาคตภายหลังจัดตั้งกองทุนแล้วเสร็จ
2. การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการพัฒนาระยะยาว แบ่งเป็น 1) กองทุนระยองแข็งแรง จัดตั้งโดยจังหวัดระยองสนับสนุนการดำเนินโครงการระดับจังหวัด และ 2) กองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตจัดตั้งโดย 25 ชุมชนในมาบตาพุดและชุมชนบ้านฉาง เพื่อพัฒนาอาชีวอนามัยชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้านมลภาวะ ปัจจุบัน กองทุนระยองแข็งแรงได้จัดตั้งในรูปแบบมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว ส่วนกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อยกร่างระเบียบการใช้กองทุนทั้ง 2 กองทุน

3. การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการและสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

3.1 การจัดตั้งกลไกบริหารจัดการ

การจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ 1) เพื่อแปลงแผนสู่ปฏิบัติ โดยสร้างกลไกการบริหารจัดการที่มีเอกภาพในการตัดสินใจและสั่งการ และมีความคล่องตัวในการประสานผลักดันการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดำเนินการแล้วเสร็จในระยะเวลาที่กำหนด และ 2) เพื่อสร้างระบบการมีส่วนร่วมการดำเนินการจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูล การร้องเรียนปัญหา การติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง ตลอดจนร่วมวางแผนแก้ไขปัญหาของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การสร้าง “ระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม” ในพื้นที่ โดยกลไกบริหารจัดการ ประกอบด้วย

1. การจัดตั้งกลไกบริหารจัดการระดับนโยบาย

ระยะสั้น จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ทำหน้าที่เสนอแนะแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ กำหนดระดับการพัฒนาที่เหมาะสม ประสานหน่วยงานดำเนินการ และพิจารณากลั่นกรองเรื่องเพื่อเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ต่อไป

ระยะยาว จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เฉพาะหรือพื้นที่พิเศษเพื่อดำเนินการต่อเนื่องในระยะยาว

2. กลไกบริหารจัดการระดับพื้นที่

คณะอนุกรรมการพหุภาคี ประกอบด้วย ภาครัฐ ประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สื่อมวลชน องค์กรเอกชน โดยมีอำนาจหน้าที่ (1) ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ (2) กำกับ ดูแล การดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (3) เป็นศูนย์ข้อมูลและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล และ (4) รับเรื่องร้องเรียน ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยให้จัดตั้งและดำเนินการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

คณะอนุกรรมการด้านเทคนิค ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับ ดูแล การดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม และโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้จัดตั้งและดำเนินการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

กลไกบริหารจัดการความขัดแย้ง อาศัยอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการติดตามและวินิจฉัยข้อพิพาทอันเนื่องมาจากเขตนิคมอุตสาหกรรมซึ่งจะมีการจัดตั้งขึ้นภายในปี 2551 เพื่อดำเนินการในภาพรวมของประเทศให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการความขัดแย้งในพื้นที่

3.2 การสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

กำหนดให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัด ระยองยึดหลักการดำเนินการเพื่อร่วมสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1. 1) ภาคเอกชน : สร้างระบบธรรมาภิบาลในระดับองค์กร ให้มีการเปิดเผยข้อมูล โปร่งใส ตรวจสอบได้

2. ภาครัฐ: ติดตาม ตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามกฎหมาย และ มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

3. ประชาชนและองค์กรเอกชน : เข้าร่วมการดำเนินการภายใต้กลไกพหุภาคีเพื่อสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และร่วมวางแผนการแก้ไขปัญหาและกำหนดการพัฒนาพื้นที่

รายละเอียดแผนการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จ.ระยอง

โครงการตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ ในพื้นที่จังหวัดระยอง ปี พ.ศ. 2550 - 2554

แผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง กำหนดมาตรการในการดำเนินงานเป็น 5 มาตรการ มีโครงการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 64 โครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินงานโดยภาครัฐ กนอ. และผู้ประกอบการ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ [Download (ร่าง) แผนฯ การลดและขจัดมลพิษ : 387 KB ] ดังนี้

1. มาตรการลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและกากเสียอุตสาหกรรมจากโรงงานอุตสาหกรรม

1.1 แผนควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ

1.1.1 การควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศของโรงงานพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

1. โครงการลดปริมาณการระบายสารประกอบอินทรีย์ระเหย(VOCs) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

2. โครงการลดปริมาณการระบาย SO2 และ NOx ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

1.1.2 การควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศของโรงงานนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

3. โครงการลดปริมาณการระบายสารประกอบอินทรีย์ระเหย(VOCs) นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

4. โครงการลดปริมาณการระบาย SOx และ NOx นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

1.1.3 การกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ

5. โครงการกำหนดมาตรฐานเพื่อควบคุมสารประกอบอินทรีย์ระเหยจากโรงงานอุตสาหกรรม

1.2 แผนควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางน้ำ

1.2.1 การควบคุมการปล่อยทิ้งมลพิษทางน้ำของโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

1. โครงการควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำของโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ไม่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียรวม
1.2.2 การควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำของโรงงานนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

2. โครงการควบคุมการระบายมลพิษทางน้ำของโรงงานภายนอกนิคมอุตสาหกรรม
1.3 แผนลดปริมาณการผลิตและการทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม

1. โครงการพัฒนาระบบกำจัดของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง

2. โครงการพัฒนาระบบกำกับของเสียอุตสาหกรรม เพื่อลดการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยอง

3. โครงการบริหารจัดการการใช้สารเคมีอันตรายในพื้นที่จังหวัดระยอง

2. มาตรการบริหารจัดการมลพิษ ติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล

2.1 แผนแก้ไขและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม

1. โครงการฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองสาธารณะในพื้นที่เป้าหมาย

2. โครงการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล

3. โครงการพัฒนาป่าชายเลน

4. โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของภาคอุตสาหกรรม

5. โครงการเพิ่ม Buffer Zone ระหว่างพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชน

6. โครงการศึกษาและแก้ไขปัญหาน้ำใต้ดิน น้ำบ่อตื้น ปนเปื้อนมลพิษ

7. โครงการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในเบื้องต้นจากการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยในน้ำใต้ดินในพื้นที่ชุมชนมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง

8. โครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่มีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม

2.2 แผนเฝ้าระวัง รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

1. โครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในคลองสาธารณะเขตพื้นที่จังหวัดระยอง

2. โครงการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมทางทะเล บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

3. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลักษณะแก้มลิง

4. โครงการเพิ่มศักยภาพบุคลากรและองค์กรในท้องถิ่นในการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม

5. โครงการเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานส่วนกลางในการเก็บตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์มลพิษ และรายงานผลมลพิษ

2.3 แผนเพิ่มศักยภาพในการจัดการมลพิษชุมชนและอุตสาหกรรม

1. โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียจากคลองชากอ้อยและ ซอยวุฒินันท์เข้าสู่ท่อรวบรวมถนนสุขุมวิทในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และปรับปรุงระบบควบคุมการทำงานของระบบสูบในสถานีสูบน้ำเสีย ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง

2. โครงการการขยายระบบระบายน้ำและระบบรวบรวมน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด

3. โครงการการก่อสร้างและเชื่อมต่อท่อจากบ้านเรือนเข้าระบบรวบรวมน้ำเสีย

4. โครงการจัดการน้ำเสียชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง

5. โครงการเพิ่มศักยภาพในการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน

6. โครงการส่งเสริมการมีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14000

7. โครงการสำรวจข้อมูลเพื่อประเมินสภาพเบื้องต้นในการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
2.4 แผนการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล

2.4.1 การติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลอุตสาหกรรม

1. โครงการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลอุตสาหกรรมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม

2. โครงการตรวจสอบเพื่อลดและขจัดมลพิษในจังหวัดระยอง

3. การกำกับดูแลการดำเนินงานตามมาตรการที่กำหนดใน EIA และเงื่อนไขใบอนุญาต

2.4.2 การติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลในชุมชน

1. โครงการตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่เสี่ยงต่อผลกระทบมลพิษ
3. มาตรการจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย

3.1 แผนตรวจสอบ เฝ้าระวังโรคและสุขภาพในพื้นที่

1. โครงการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงภัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

2. โครงการตรวจสอบการลดและควบคุมความเสี่ยงตามรายงานประเมินความเสี่ยง และตรวจสอบความปลอดภัยด้านต่างๆ

3. โครงการตรวจสอบสุขภาพของพนักงานในโรงงานอย่างต่อเนื่อง 1 ครั้ง/ปี

4. โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุกและเชิงรับ

5. โครงการพัฒนาทีมสอบสวนโรคและเคลื่อนที่เร็ว

6. โครงการพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพระดับชุมชนและท้องถิ่น (HIA)

3.2 แผนพัฒนาระบบบริการและสถานบริการสาธารณสุข

1. โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อสุขภาวะประชาชนในเขตนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด

2. โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขเพื่อรองรับอุบัติภัยสารเคมีและผลกระทบสุขภาพที่เกี่ยวกับอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (รวมการพัฒนาโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในพื้นที่ จ.ระยอง)

3. โครงการพัฒนางานศูนย์รักษาพิษสารเคมีอันตรายภาคตะวันออก รพ.ระยอง

3.3 การเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่เครือข่ายและประชาชนให้เข้มแข็ง

1. โครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรภาครัฐและภาคประชาชนจังหวัดระยองในการจัดการพิษภัยจากสารเคมี
3.4 การจัดตั้งและบริหารจัดการกองทุน

1. โครงการกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต

2. โครงการกองทุนระยองแข็งแรง

3.5 การพัฒนาระบบข้อมูล/ศึกษาวิจัยด้านสุขอนามัย

1. โครงการศึกษาสถานภาพการปนเปื้อนสารมลพิษในสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง

2. โครงการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจากมลพิษอุตสาหกรรมที่สำคัญในพื้นที่ระยอง

3. โครงการพัฒนาระบบข้อมูลวิชาการและพัฒนาการวิจัยเฉพาะทาง

4. มาตรการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย

4.1 การศึกษาศักยภาพการพัฒนาจังหวัดระยองเพื่อกำหนดการพัฒนาและการลงทุนที่เหมาะสม

1. โครงการศึกษาสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่เพื่อการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง

4.2 การพัฒนาการศึกษาและวิชาชีพประชาชนในพื้นที่

1. โครงการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรสำหรับรองรับการทำงานในพื้นมาบตาพุด

2. โครงการสร้างองค์ความรู้เพื่อเฝ้าระวังมลพิษ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยพลัง 3 ประสาน บ ว ร (บ้าน วัด โรงเรียน)

3. การประสานจัดตั้งมหาวิทยาลัยในพื้นที่

4. โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเยาวชนเทศบาลเมืองมาบตาพุด

5. ศึกษากฏหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหา และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในอนาคต

4.3 การพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

1. การวางและจัดทำผังเมืองรวม

2. โครงการจัดทำระบบประปา

3. โครงการก่อสร้างระบบไฟฟ้าในการส่องสว่างถนนในเขตเทศบาล

4. โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ระยะ 2

5. โครงการก่อสร้างและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณเกาะสะเก็ด
4.4 การส่งเสริมด้านความปลอดภัยในชีวิต

1. โครงการสนับสนุนรถสายตรวจรถยนต์ จักรยานยนต์ตำรวจอาสาสถานีตำรวจภูธร
5. มาตรการการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ

1. โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ

2. โครงการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการต่อภาคสังคม

3. โครงการชุมชนสัมพันธ์และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชุมชนบริเวณโรงงานรอบนอกเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด




ความคืบหน้าในการดำเนินการ

สรุปการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง

จังหวัดระยอง มีแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมอยู่เป็นจำนวนมากเกือบ 1,700 แห่ง มีนิคมอุตสาหกรรม 8 แห่ง และเขตประกอบการอุตสาหกรรม 5 เขต โดยเป็นโรงงานในพื้นที่นิคมและเขตประกอบการ 445 แห่ง และโรงงานนอกเขตนิคมฯ 1259 แห่ง กิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดระยองส่งผลให้เกิดปัญหาปัญหามลพิษในพื้นที่ ทั้งด้านมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ การจัดการขยะมูลฝอยและกากของเสียอันตราย ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั่วไปและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่

1. สถานการณ์มลพิษในพื้นที่

1. คุณภาพอากาศในบรรยากาศ
1.1 สารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds, VOCs) จากการติดตามตรวจวัดใน 6 พื้นที่ พบว่า ค่าความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยในบรรยากาศมีแนวโน้มลดลงจากที่ตรวจพบในปี 2548

1.2 สารมลพิษอากาศพื้นฐานในบรรยากาศ (ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ และ ก๊าซโอโซน) พบว่าโดยทั่วไปส่วนใหญ่มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
2. คุณภาพน้ำคลองสาธารณะ พบว่า คลองสาธารณะในพื้นที่มีการรับน้ำทิ้งทั้งจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม โดยพบค่าปริมาณของแข็งละลายน้ำรวม (TDS) มีค่าสูงมากในคลองชากหมาก คลองบางเบิด คลองบางกระพรุน และคลองพยูน เมื่อเปรียบเทียบกับคลองน้ำหู ซึ่งเป็นคลองชลประทาน นอกจากนี้ พบว่าน้ำบริเวณปากคลองตากวนมีสภาพเป็นกรดเป็นบางครั้ง โดย คพ. และ กรอ.ได้ทำการตรวจสอบและเฝ้าระวังเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

3. คุณภาพน้ำทะเล พบว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมบนพื้นที่ชายฝั่งในระดับที่รุนแรงได้ทั้งจากอุตสาหกรรมที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ เพราะมีบางพารามิเตอร์ที่สำคัญมีค่าเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

4. คุณภาพน้ำใต้ดิน จากการตรวจสอบบ่อบาดาลที่ความลึกประมาณ 5 และ 100 เมตร พบว่า บางแห่งมีสาร VOCs แต่ปริมาณที่พบมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดิน ส่วนบ่อน้ำใต้ดินระดับตื้น พบสารโลหะหนัก และบางแห่งมีปริมาณสารโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว แมงกานีส สารหนู และเซเลเนียม เกินเกณฑ์มาตรฐานฯ

5. ปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสีย เช่น ที่ อ.บ้านค่าย กิ่ง อ. เขาชะเมา และ กิ่ง อ. นิคมพัฒนา ซึ่งพบการลักลอบทิ้ง กากน้ำมัน สารเคมี กากของเสีย เป็นต้น

2. การดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยอง ได้จัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 – 2554 โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และมีเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่

1. ลดการรั่วซึมของ VOCs จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม

2. ปรับลดปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนในพื้นที่มาบตาพุด

3. คุณภาพน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐานฯ โดยมีการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำทิ้งจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม

4. มีการจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยและกากของเสียอุตสาหกรรม

5. มีการให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย

3. ผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง

1. การควบคุมการระบาย VOCs ของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 39 แห่ง โดยมีการสำรวจจุดที่มีโอกาสเกิดปัญหารั่วซึมและปรับปรุงแก้ไขจุดที่พบปัญหา และอยู่ระหว่างการจัดทำทะเบียนแหล่งกำเนิดแบบฟุ้งกระจาย (Fugitive Sources) ของผู้ประกอบการ

2. การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้มีการกำหนดค่ามาตรฐาน VOCs ในบรรยากาศโดยทั่วไป 9 ชนิด และ อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดค่าเฝ้าระวัง (Screening level) สำหรับสาร VOCs ในบรรยากาศโดยทั่วไป 20 ชนิด

3. การกำหนดมาตรฐานแหล่งกำเนิด อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดร่างมาตรฐานสาร VOCs จากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม ได้แก่ มาตรฐานควบคุมการรั่วซึมของอุปกรณ์ในโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี และมาตรฐานการระบายสาร VOCs จากโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี เป็นต้น

4. การควบคุมการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนและ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์โดยขอความร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมดำเนินงานลดการระบาย NOx จำนวน 22 โรงงาน และลดการระบาย SO2 จำนวน 12 โรงงาน

5. การลดปริมาณขยะ และการระบายน้ำทิ้งของโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

6. การตรวจสอบและกำกับดูแลปริมาณการระบายมลพิษของโรงงาน ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี และ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประเภทโรงเหล็ก โรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขปัญหามลพิษที่ตรวจพบ รวมทั้งให้โรงงานจัดทำแผนงานลดปริมาณการ VOCs , SOx, NOx ขยะมูลฝอยและกากของเสีย และ การระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม

7. การดำเนินงานด้านสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทำการตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่ 25 ชุมชน หากมีการพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จะทำการตรวจวินิจฉัยและสอบสวนโรคโดยละเอียด และในกรณีที่มีผู้ป่วยจากโรคที่อาจมีโอกาสเกิดจากมลพิษ จะทำการสอบถามข้อมูลเชิงลึกของผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้น

8. การศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณสารมลพิษอากาศ โดย คณะ อนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณมลพิษทางอากาศในพื้นที่จังหวัดระยอง ได้บูรณาการข้อมูลด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ และได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน กับปริมาณสารมลพิษอากาศโดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมดำเนินงาน

4. สรุปปัญหามลพิษและปัญหาอื่นที่ยังต้องเร่งดำเนินการแก้ไข

1. การควบคุมสาร VOCs จากภาคอุตสาหกรรม ทั้งจากการรั่วซึม (Fugitive emission) และ แหล่งกำเนิดที่สำคัญ

2. การลดการระบายมลพิษหลัก ได้แก่ SO2 NOx

3. การแก้ไขปัญหาทางสังคม และ การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในชุมชน

4. การดูแลในเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชน อย่างต่อเนื่อง

5. ปัญหาการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร ควรเร่งรัดการก่อสร้างท่อส่งน้ำของกรมชลประทานให้แล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง

จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากร ธรรมชาติ เป็นแหล่งเกษตรกรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออก รวมทั้งมีการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ การพัฒนานำมาซึ่งความเจริญสู่ชุมชน ส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ และทำรายได้จำนวนมหาศาลให้แก่ประเทศไทย แต่ก็อาจก่อเกิดผลกระทบขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพอากาศ น้ำคลองสาธารณะ น้ำทะเลและชายฝั่ง น้ำใต้ดิน หรือขยะมูลฝอย เป็นต้น อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากมีประชากรแฝงที่เข้ามาทำงาน หรืออาศัยอยู่ในจังหวัดระยองเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความต้องการพื้นฐาน เช่น ระบบประปา ไฟฟ้า โรงเรียน โรงพยาบาล เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 -2554 ซึ่งเกิดจากการบูรณาการข้อเสนอแนะและความเห็นของทุกภาคส่วน ทั้งจากผู้แทนชุมชนในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและท้องถิ่น เป็นต้น มีเป้าหมายหลักเพื่อ 1) ลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะ และกากของเสียอุตสาหกรรม 2) ดูแล รักษาและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างทั่วถึง 3) ชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตไม่เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยและสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่

ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว (ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2550) ด้านการลดมลพิษตามเป้าหมายตัวชี้วัดได้มีการดำเนินการไปแล้ว มีดังนี้

1. การควบคุมการระบาย VOCs ของโรงงานอุตสาหกรรม โดยในเขตนิคมอุตสาหกรรมได้มีการสำรวจจุดที่เกิดปัญหารั่วซึมที่มีนัยสำคัญพบจำนวน 100 จุด และปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ 87 คงเหลือ 13 จุด สำหรับนอกเขตนิคมฯ สำรวจพบเจอ 118 จุด โดยจะมีการจัดทำบัญชีแหล่งกำเนิดแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญทั้งพื้นที่และ จัดทำแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดต่อไป

2. การปรับลดการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีโรงงานที่สมัครใจลดการระบายมลพิษลงจากเดิม 24 โรงงาน เป้าหมายการปรับลดมลพิษ 7.0 % เทียบกับอัตราการระบายสูงสุด ผลการดำเนินการในปัจจุบันปรับลดได้ 3.3%

3. การปรับลดการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีโรงงานที่สมัครใจลดการระบายมลพิษลงจากเดิม 14 โรงงาน เป้าหมายการปรับลดมลพิษ 16.9% เทียบกับอัตราการระบายสูงสุด ผลการดำเนินการในปัจจุบันปรับลดได้ 3.2%

4. การลดปริมาณขยะของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรม กำหนดเป้าหมายลดปริมาณขยะ 461,273 ตัน/ปี ผลการดำเนินการลดได้แล้ว 90,586 ตัน/ปี

5. การลดปริมาณการระบายน้ำทิ้งของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรม เป้าหมายลดปริมาณการระบายน้ำทิ้ง 700,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี ผลการดำเนินการลดได้แล้ว 977,058.3 ลูกบาศก์เมตร/ปี

สำหรับการดำเนินงานด้านสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองและหน่วยงานในพื้นที่ ของกระทรวงสาธารณสุขได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทำการตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่ 25 ชุมชน หากพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จะทำการตรวจวินิจฉัยและสอบสวนโรคโดยละเอียด และกรณีที่มีผู้ป่วยจากโรคที่อาจมีโอกาสเกิดจากมลพิษ มาทำการรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข จะทำการสอบถามข้อมูลเชิงลึกของผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

การแก้ไขปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดระยอง ตามที่กล่าวมาข้างต้น รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการดำเนินงานเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาและได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม (นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์) ลง พื้นที่ในวันที่ 8 มีนาคม 2550 รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ลงพื้นที่ในวันที่ 9 มีนาคม 2550 และนายกรัฐมนตรี (นายสุรยุทธ์ จุลานนท์) พร้อมคณะลงพื้นที่ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2550 ซึ่งในคราวตรวจเยี่ยมพื้นที่มาบตาพุดของนายกรัฐมนตรี ได้มีการเยี่ยมชมสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศและรับฟังรายงานการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จังหวัดระยอง รวมทั้งรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาความสำคัญของการจัดการน้ำในพื้นที่เพื่อมิให้เกิดปัญหาต่อภาคเกษตรกรรม และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลเชิงปฏิบัติในระยะยาวต่อไป

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมความคืบหน้าในการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นิคมมาบตาพุดรายสัปดาห์ ได้ที่ http://www.ieat.go.th/


การแก้ไขปัญหามลพิษและคุณภาพชีวิตในพื้นที่มาบตาพุด โดย คพ. มีการดำเนินงาน ดังนี้

1.1 การควบคุมการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่าย

กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำคู่มือการจัดทำบัญชีแหล่งกำเนิดสารอินทรีย์ระเหยจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมี รวมทั้งจัดฝึกอบรมวิธืการตรวจวัดสารระเหยอินทรีย์จากการรั่วไหลของอุปกรณ์ให้แก ่ผู้ประกอบการเป็นแนวทางในการควบคุมสารอินทรีย์ระเหยของโรงงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำบัญชีแหล่งรั่วซึม VOCsที่มีนัยสำคัญ ของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ได้มีการประสานงานกับโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ให้ทำการสำรวจจุดต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดปัญหารั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยในแต่ละโรงงาน Walk Through Surve เช่น บริเวณ ที่มีการ Load สารเคมี, ถังเก็บสารเคมี ,ปั๊ม,วาล์ว และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขจุดที่พบปัญหาเพื่อลดการระบายสารอินทรีย์ระเหยจากโรงงาน ซึ่งเป็นการดำเนินงานแบบ Self Audit โดยภาครัฐจะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการของโรงงานเป็นระยะ

1.2 การกำหนดมาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่าย

  • กรมควบคุมมลพิษ ได้เสนอร่างมาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 1 ปี จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ Vinyl Chloride, 1,3-Butadiene, Dichloromethane, Chloroform, 1,2-Dichloroethane, Benzene, Trichloroethylene, 1,2-Dichloropropane และ Tetrachloroethylene ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 4/2550 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดค่าเฝ้าระวัง (Screening level) สำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ ทั้งสิ้น 20 ชนิด
  • กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อกำหนดร่างมาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม เช่น มาตรฐานควบคุมการรั่วซึมของอุปกรณ์ในโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี และมาตรฐานการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี รวมทั้งมาตรฐานการระบายสาร EDC และ VCM จากอุตสาหกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์
  • 1.3 การประเมินศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์

    สืบเนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๔๑ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ดำเนินโครงการโดยใช้งบประมาณร่วมกับการระดมทุนจากผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่ และได้แต่งตั้งคณะทำงานกำกับดูแลบริษัทที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อมศึกษาปัญหามลภาวะอากาศมาบตาพุด ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัทที่สนับสนุนงบประมาณ ขณะนี้ยังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนระหว่างค่าที่คำนวณได้กับผลการตรวจวัดทำให้ ผลการประเมินศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศบริเวณพื้นที่มาบตาพุดขาดความน่าเชื่อถือซึ่งต้องมีการปรับปรุงต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ เช่น ทิศทางและความเร็วลม และอุณหภูมิที่ความสูงระดับต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๐ ได้มีมติให้การนิคม อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินการปรับปรุงข้อมูลนำเข้าดังกล่าว เพื่อให้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์มีความถูกต้องเชื่อถือได้ รวมทั้งจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอุตุนิยมวิทยาระดับบน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ และรวบรวมข้อมูลด้านการระบายมลพิษให้ถูกต้องยิ่งขึ้น

    1.4 การตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรมฯ

    โดยร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตรวจสอบโรงงานกำกับดูแลการ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมนอกเขตนิคมอุตสาหรกรม ได้แก่โรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซีและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประเภท โรงเหล็ก โรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมจำนวน 75 โรงงาน จากการดำเนินงานพบว่าการระบาย ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(So2) ในและนอกเขตนิคมมีการระบายค่อนข้างใกล้เคียงกัน คือ 563 g/s และ 589 g/s ตามลำดับ (พื้นที่นอกเขตนิคมฯ เป็นการระบายจากเขต ประกอบการอุตสาหกรรม IRPC 481 g/s และโรงงานอื่น 108 g/s) สำหรับการระบายก๊าซออกไซด์ ของไนโตรเจน (NOx) พบว่าส่วนใหญ่มาจากการระบายจากเขตนิคมอุตสาหรกรม 940 g/s และนอกเขตนิคมฯ 232 g/s (เป็นการระบายจากเขตประกอบการอุตสาหกรรม IRPC 104g/s และโรงงานอื่น 128g/s)

    ในการดำเนินการดังกล่าวได้ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขปัญหามลพิษที่ ตรวจพบ รวมทั้งให้โรงงานจัดทำแผนงานลดปริมาณการ VOCs ,SOx, NOx ขยะมูลฝอยและกากของเสีย และการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้กำกับดูแลการดำเนินงานของโรงงานให้เป็นไปตามแผนงานต่อไป

    1.5 การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

    กรมควบคุมมลพิษได้ติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศในบรรยากาศ อย่างต่อเนื่องทั้งสาร VOCs และสารมลพิษอากาศพื้นฐาน เช่น ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ และก๊าซโอโซนรวมทั้งติดตาม ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล คุณภาพน้ำคลองสาธารณะ และการปนเปื้อนของ VOCs ในแหล่งน้ำใต้ดินเพื่อประเมินความเสี่ยงของสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

    1.6 การเชื่อมต่อข้อมูลในระดับเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ในบรรยากาศ ในพื้นที่มาบตาพุด

    จะดำเนินการในปี 2551 มีวัตถุประสงค์ประมวลข้อมูล ผลการตรวจวัดของหน่วยงาน ต่างๆในพื้นที่เพื่อทราบสถานการณ์ในภาพรวมของพื้นที่และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน

    1.7 มาตรการสนับสนุนอื่นๆ

    ได้แก่ การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ และกรมธุรกิจพลังงาน ได้กำหนดให้คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานีและสมุทรปราการ ต้องมีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง Stage IA Stage IB และ Stage II และปี 2550 กำหนดให้มีการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง Stage IA และ Stage IB เพิ่มเติมในเขตพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สงขลา สมุทรสาคร สระบุรี และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้กำหนดบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา



    การจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ

    1. งบประมาณแผ่นดิน

    การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง มีการจัดสรรงบประมาณ ดังนี้

  • ปี 2550 ได้มีการปรับแผนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานเพื่อดำเนินโครงการตามแผนฯ รวมเงินงบประมาณ 61 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณสำหรับการดำเนินงานมาตรการต่างๆ คือ
  • 1. มาตรการที่ 1 การลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษ 2.07 ล้านบาท

    2. มาตรการที่ 2 การบริหารจัดการมลพิษและติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล 2.64 ล้านบาท

    3. มาตรการที่ 3 การจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย13.00 ล้านบาท

    4. มาตรการที่ 4 การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย 33.25 ล้านบาท

    5. มาตรการที่ 5 การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ 10.00 ล้านบาท
  • ปี 2551 หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินโครงการเป็นผู้เสนอตั้งคำขอรับการจัดสรรงบประมาณไปยังสำนักงบประมาณ ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 37 โครงการ รวมจำนวนเงินงบประมาณ 613.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณเฉพาะสำหรับโครงการฯ ที่ไม่รวมอยู่ในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ปกติของหน่วยงาน โดยเป็นงบประมาณดำเนินงานสำหรับมาตรการต่างๆดังนี้
  • 1. มาตรการที่ 1 การลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษ 13.43 ล้านบาท

    2. มาตรการที่ 2 การบริหารจัดการมลพิษและติดตามตรวจสอบและกำกับดูแล 230.70 ล้านบาท

    3. มาตรการที่ 3 การจัดการด้านการสาธารณสุขและอาชีวอนามัย 252.36 ล้านบาท

    4. มาตรการที่ 4 การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย 109.466 ล้านบาท

    5. มาตรการที่ 5 การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ 5.00 ล้านบาท
    2. เงินนอกงบประมาณ

    ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ให้การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพื่อดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการฯ ดังนี้

    1. กองทุนระยองแข็งแรง ดำเนินการโดยจังหวัดระยองเป็นเจ้าภาพหลัก ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิ กองทุนระยองแข็งแรงเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ว่า ราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานมูลนิธิ และมีผุ้แทนหน่วยงาน ท้องถิ่น ผู้แทนผู้ประกอบการ และผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นกรรมการ ปัจจุบันมีเงินกองทุน 31 ล้านบาท (กนอ. สนับสนุน 10 ล้านบาท และผู้ประกอบการ 18 ราย สนับสนุน 21 ล้านบาท) วัตถุประสงค์ของกองทุนจะมุ่งเน้นทั้งการแก้ไขปัญหามลพิษ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เบื้องต้นได้ใช้ งบประมาณบางส่วนในการประกันราคาผลไม้ของจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่

    2. กองทุนประกันสุขภาพ ดำเนินการโดยชุมชน 25 ชุมชนเป็นเจ้าภาพหลัก ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงาน โดย กนอ. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาจัดทำร่าง พรบ. กองทุน ในเบื้องต้นมีงบประมาณ สำหรับกองทุนดังกล่าว จำนวน 30 ล้านบาท (กนอ. สนับสนุน 10 ล้านบาท และผู้ประกอบการ 2 ราย สนับสนุน 20 ล้านบาท) คาดว่าจะเปิดตัวกองทุนได้ในประมาณสิงหาคม 2550




       
    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

    กลุ่มวิเคราะห์แผนและประเมินผล
    กองแผนงานและประเมินผล
    กรมควบคุมมลพิษ
    ข้อมูลเพิ่มเติม : โทรศัพท์ 0 2298 2496
    E-mail : punntorn(dot)k(at)pcd(dot)go(dot)th