ความสำเร็จในการจัดการมลพิษของประเทศไทย

วงษ์พาณิชย์ ธุรกิจขุมทองจากกองขยะ

ทุกวันนี้เมื่อเอ่ยถึงธุรกิจการซื้อขายขยะที่ยังใช้ประโยชน์ได้หรือขยะรีไซเคิลคงไม่มีใครไม่รู้จักผู้ที่สามารถเนรมิตขยะให้กลายเป็นขุมทอง มูลค่าหลายร้อยล้าน อย่างเช่น คุณสมไทย วงษ์เจริญ ผู้ซึ่งกว้างขวางในวงการธุรกิจนี้ในจังหวัดพิษณุโลกซึ่งเป็นเจ้าของ "โรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์"

คุณสมไทย วงษ์เจริญ กำเนิดที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2497 รวมอายุจนถึงปัจจุบันนี้ย่างเข้า 48 ปี คุณสมไทยเป็นลูกคนที่ 6 ของพี่น้อง 9 คน ซึ่งทุกคนในครอบครัวต่างเรียนดีๆ กันทั้งนั้น มีแต่เขาคนเดียวที่เรียนถึงแค่ มศ. 3 ก็ลาออก เพราะต้องการออกมาทำอะไรก็ได้ที่เป็นธุรกิจส่วนตัว เขาเริ่มจับงานค้าขายหลายอย่างตั้งแต่อายุ 15 ปี ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดไม่เคยท้อ ซึ่งธุรกิจแรกที่เขาเริ่มคือ การวิ่งขายใบล็อตเตอรี่และหนังสือพิมพ์ แต่ก็สู้ไม่ไหวเพราะกำไรน้อย และขายได้เฉพาะวันออกรางวัลล็อตเตอรี่เท่านั้น เขาเลยเปลี่ยนอาชีพใหม่โดยขอทุนจากพ่อไม่ถึงพันบาทกับขอยืมรถกระบะเก่าๆ ของครอบครัวเป็นพาหนะเร่ขายเสื้อผ้าตามต่างจังหวัดทำธุรกิจนั้นอยู่ 2 ปี ก็มองไม่เห็นแววว่าจะดีขึ้นจึงเปลี่ยนไปขายยา พวกยาน้ำ ยาธาตุ และยาโสม ฯลฯ ตระเวนขายไปตามงานวัด ตลาดนัดต่างๆ อาศัยนอนในรถ ขออาบน้ำตามปั๊มน้ำมันไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องกลับบ้านได้กำไรวันละ 100-200 บาท แต่ก็เกือบไม่คุ้มกับรายจ่ายจึงหันกลับไปขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปอีกครั้ง จนเริ่มมีครอบครัว ซึ่งกลายเป็นแรงกระตุ้นให้คุณสมไทยต้องหาช่องทางสร้างอนาคตของตนเองให้มั่นคงเร็วขึ้นเพื่อครอบครัว เพราะลำพังการขายเสื้อผ้าอย่างที่ทำอยู่ไม่มีทางมองเห็นความร่ำรวยได้เลย เนื่องจากคู่แข่งมีมาก

วันหนึ่งขณะไปขายของที่พิษณุโลกซึ่งเป็นวันที่ขายได้ไม่ดี จนทำให้เกิดความท้อแท้ คุณสมไทยได้เห็นรถขนของเก่าขับผ่านไปก็เกิดความสงสัยว่าเขาเอาไปทำอะไร เลยตามไปดูจนถึงร้านขายของเก่าจึงได้จุดประกายแนวความคิดให้เขามองเห็นช่องทางทำมาหากินใหม่ เขาตัดสินใจตกลงเปลี่ยนอาชีพใหม่เป็นการหาของเก่า รับซื้อของเก่าหรือวัสดุรีไซเคิลแล้วนำไปขาย โดยเริ่มต้นอาชีพนี้เมื่อปี พ.ศ. 2517 ระยะแรกเขามีรถกระบะคู่ชีพ 1 คัน ตะลอนไปรับซื้อของเก่าตามท้องถิ่นชนบทในบริเวณโดยรอบของจังหวัดพิษณุโลก ขณะนั้นปริมาณขยะที่จะนำมารีไซเคิลยังมีไม่มากนัก คุณสมไทยเคยเปิดเผยว่า "ในแต่ละวันเราจะรับซื้อขยะได้เป็นปริมาณวันละ 1,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า ได้ประมาณ 2,000 บาท" จึงเห็นได้ว่าระยะเริ่มต้นธุรกิจนี้ยังไม่ได้ฉายแววที่จะกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่โตนัก 1

ตลอดเวลาที่ดำเนินธุรกิจค้าขายวัสดุรีไซเคิลเขาต้องอาศัยความอดทน โดยไม่ย่อท้อต่อการโกงตาชั่ง หรือการตีราคาคดโกงของซาปั๊วและร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ ทำให้เขาเกิดแนวคิดที่จะทำให้การค้าขายในร้านรับซื้อวัสดุรีไซเคิลของตัวเองเป็นรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปจากระบบเก่าๆ โดยมีระบบการซื้อขายที่โปร่งใสมีตาชั่ง ชัดเจน ประกาศราคาให้ลูกค้ารู้ความเปลี่ยนแปลงบนกระดานแผ่นใหญ่อยู่ตลอดเวลา

จากการดำเนินธุรกิจลักษณะนี้เอง ทำให้เป็นที่ชอบใจของลูกค้าโดยเฉพาะซาเล้งในพื้นที่ ทำให้ฐานะของร้านคุณสมไทยค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับจนสามารถเริ่มยกตัวเองเข้าสู่ระบบมาตรฐานโดยได้จัดตั้งเป็นโรงงานคัดแยกขยะที่ทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สามารถรองรับปริมาณขยะ รีไซเคิลได้ วันละ 80-100 ตัน/วัน โดยมีปริมาณขยะเพื่อรีไซเคิล ที่เข้ามายังโรงงานในปัจจุบันเป็นปริมาณมากถึง 32,300 ตัน/ปี 2/ นั่นคือ "วงษ์พาณิชย์" ช่วยรัฐประหยัดงบประมาณในการกำจัดขยะมากถึงปีละประมาณ 16 ล้านบาท (ค่ากำจัดขยะ 500 บาท/ตัน) ซึ่งมีผลให้ปริมาณขยะที่ต้องกำจัดของเทศบาลนครพิษณุโลกลดลงจาก 130 ตัน/วัน ในปี 2541 เป็น 70 ตัน/วัน ในปี 2542-2543

ปัจจุบันการคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลของธุรกิจ คุณสมไทยได้ขยายธุรกิจในรูปแบบการจัดทำคล้ายธุรกิจเฟรนไชส์ ในจังหวัดพิษณุโลก 10 แห่ง และที่จังหวัดอื่นๆ อีก 5 แห่ง คือ ที่อยุธยา สุโขทัย พิจิตร แม่ฮ่องสอน (แม่สอด) และตาก ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนจำนวนมากที่มาจากชุมชนต่างๆ เช่น ซาเล้ง คนยากจนในชุมชนแออัด รวมทั้งพนักงานต่างๆ ที่ทำงานคัดแยกในโรงงานของวงษ์พาณิชย์สามารถทำให้เขาเหล่านั้นมีงานทำเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและพึ่งตนเองได้ ที่สำคัญคือ คุณสมไทย แห่งวงษ์พาณิชย์ ได้สร้างเครือข่ายและทำความเข้าใจกับชุมชนในการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลได้เป็นอย่างดี

วงษ์พาณิชย์ นอกจากการเป็นองค์กรธุรกิจที่ได้พยายามยกระดับมาตรฐานของธุรกิจรับซื้อวัสดุ รีไซเคิลโดยมีระบบจัดการที่ทันสมัย ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับวงการค้าของเก่าหรือวัสดุรีไซเคิลแล้ว ประการที่สำคัญและมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ การเชื่อมโยงระบบธุรกิจของตัวเองเข้ากับบทบาทของชุมชนในด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการที่เฉียบแหลมที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งธุรกิจตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยได้เริ่มต้นเข้าไปสนับสนุนให้เกิดธุรกิจรีไซเคิล รณรงค์รับซื้อของเก่ากับเทศบาลนครพิษณุโลก และได้เผยแพร่ไปยังจังหวัดอื่นๆ

วงษ์พาณิชย์ ไม่ได้ขังตัวเองอยู่กับระบบการซื้อขายแบบเก่าๆ เท่านั้นหากแต่ยังมีแนวทางใหม่ๆ ที่ส่งเสริมให้ธุรกิจการซื้อขายของเก่ามีการกระจายและแพร่หลายยิ่งขึ้น เช่น ได้ร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลกริเริ่ม โครงการธนาคารขยะในโรงเรียน เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับการรีไซเคิลให้แก่ชุมชนและ โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีธนาคารขยะทั่วประเทศประมาณ 500 กว่าแห่ง ใน 30 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนั้นแล้วยังมีการผลักดันให้เกิดระบบตลาดนัดซื้อขายขยะ โดยให้มีการรวมกลุ่มกันของผู้มีอาชีพรับซื้อของเก่ารายย่อย เช่น รถซาเล้ง รถปิกอัพ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกเพื่อจัดตลาดนัดออกไปรับซื้อขยะแล้วนำมาขายต่อให้กับโรงงานวงษ์พาณิชย์ อีกทอดหนึ่ง

จากชื่อเสียงและผลงานที่สะสมมาทำให้วงษ์พาณิชย์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการรับซื้อขายของเก่าและสิ่งแวดล้อม ทำให้มีการเปิดตัวขององค์กรเอกชน (NGOs) ต่างๆ มากมาย เช่น มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน บริษัทรักษ์ชุมชน มูลนิธิชุมชนเมือง ฯลฯ เพื่อสานต่อโครงการธนาคารขยะให้แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยรณรงค์ให้เยาวชนในชาติจัดเก็บวัสดุเหลือใช้ที่บ้าน โรงเรียนและชุมชนนำมาฝากเพื่อการออมแล้วนำวัสดุเหลือใช้เหล่านั้นไปรีไซเคิล


การดำเนินงานที่ผ่านมาของวงษ์พาณิชย์ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าเป็นองค์กรทางด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าธุรกิจการรับซื้อวัสดุรีไซเคิลธรรมดา นั่นก็คือ มีการบริหารจัดการทั้งในรูปแบบธุรกิจ การเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ เช่น ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและ NGOs เข้ามาทำงานร่วมกัน จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือการมีวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกัน มุ่งเน้นให้ชุมชนได้หันมาร่วมใจกันรักษา สิ่งแวดล้อม นำสิ่งของเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผลสำเร็จของการดำเนินงานเหล่านี้เองที่ทำให้ธุรกิจ "วงษ์พาณิชย์" ควรจะได้รับการยกย่องอย่างยิ่งว่าเป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

หมายเหตุ: 1 , 2 เรืองยศ จันทรคีรี, 2543

แหล่งข้อมูล : ฝ่ายลดและใช้ประโยชน์ของเสีย สำนักจัดการสารอันตรายและกากของเสีย กรมควบคุมมลพิษ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง : สิ่งพิมพ์:- กรณีความสำเร็จของการจัดการมลพิษ




กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม