มาตรฐานมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดอยู่กับที่
 มาตรฐานมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดอยู่กับที่ จาก
| โรงไฟฟ้าใหม่| โรงไฟฟ้า | โรงไฟฟ้าใหม่หรือเก่าที่ใช้เชื้อเพลิงร่วมกัน | โรงไฟฟ้าเก่า | เตาเผามูลฝอย |
| เตาเผามูลฝอยติดเชื้อ | โรงโม่ บด หรือ ย่อยหิน | โรงงานปูนซีเมนต์ | คลังน้ำมันเชื้อเพลิง |
โรงงานอุตสาหกรรมเคมี | โรงงานอุตสาหกรรม | โรงไฟฟ้าแม่เมาะ | ปล่องเตาเผาศพ | โรงงานเหล็ก | วิธีการตรวจวัดมาตรฐาน |
| โรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม |กิจการหลอมและต้มทองคำ|โรงสีข้าว| ท่าเรือ |ความเข้มกลิ่น |โรงแยกก๊าซธรรมชาติ |


มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมเก่า
แหล่งที่มา
ของอากาศเสีย
ชนิดของ
เชื้อเพลิง
ฝุ่นละออง
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร)
ก๊าซซัลเฟอร์
ไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน)
ก๊าซออกไซด์
ของไนโตรเจน
ซึ่งคำนวณผล
ในรูปก๊าซ
ไนโตรเจน
ไดออกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน)
ก๊าซคาร์บอน
มอนอกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน)
ก๊าซไฮโดรเจน
ซัลไฟด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน)
สารปรอท
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร)
สารตะกั่ว
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร)
๑. กังหันก๊าซ
(Gas Turbine)
- ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - - -
๒. เตา (Furnace) และ/หรือ หม้อ ไอน้ำ (Boiler) เชื้อเพลิง
เหลว
ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
เชื้อเพลิง
ก๊าซ
ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - - -
เชื้อเพลิง
ผสม
ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
๓. หน่วยแตก โมเลกุล (CrackingUnit)ประเภทที่ ไม่มีการคืน สภาพตัวเร่ง ปฏิกิริยาหรือ ประเภทที่ ไม่มีการใช้ ตัวเร่งปฏิกิริยา ในหน่วยแตก โมเลกุล เชื้อเพลิง เหลว ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
เชื้อเพลิง ก๊าซ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - - -
เชื้อเพลิง
ผสม
ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
๔. หน่วยแตกโมเลกุล
(CrackingUnit)ประเภทที่
มีการเผาไหม้ของโค๊ก(Coke)
- ไม่เกิน ๓๒๐ ไม่เกิน ๗๐๐ ไม่เกิน ๔๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
๕. หน่วยกำจัดกำมะถัน
(SulfurRecoveryUnit)
- - ไม่เกิน ๕๐๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ ไม่เกิน ๖๐ - -



มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมใหม่
แหล่งที่มา
ของอากาศเสีย
ชนิดของ
เชื้อเพลิง
ฝุ่นละออง
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร)
ก๊าซซัลเฟอร์
ไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน)
ก๊าซออกไซด์
ของไนโตรเจน
ซึ่งคำนวณผล
ในรูปก๊าซ
ไนโตรเจน
ไดออกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน)
ก๊าซคาร์บอน
มอนอกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน)
ก๊าซไฮโดรเจน
ซัลไฟด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน)
สารปรอท
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร)
สารตะกั่ว
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร)
๑. กังหันก๊าซ
(Gas Turbine)
- ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๑๒๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - - -
๒. เตา (Furnace) และ/หรือ หม้อ ไอน้ำ (Boiler) เชื้อเพลิง
เหลว
ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
เชื้อเพลิง
ก๊าซ
ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๑๒๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - - -
เชื้อเพลิง
ผสม
ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
๓. หน่วยแตก โมเลกุล (CrackingUnit)ประเภทที่ ไม่มีการคืน สภาพตัวเร่ง ปฏิกิริยาหรือ ประเภทที่ ไม่มีการใช้ ตัวเร่งปฏิกิริยา ในหน่วยแตก โมเลกุล เชื้อเพลิง เหลว ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
เชื้อเพลิง ก๊าซ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๖๐ ไม่เกิน ๑๒๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - - -
เชื้อเพลิง
ผสม
ไม่เกิน ๒๔๐ ไม่เกิน ๙๕๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
๔. หน่วยแตกโมเลกุล
(CrackingUnit)ประเภทที่
มีการเผาไหม้ของโค๊ก(Coke)
- ไม่เกิน ๓๒๐ ไม่เกิน ๗๐๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ - ไม่เกิน ๒.๔ ไม่เกิน ๕
๕. หน่วยกำจัดกำมะถัน
(SulfurRecoveryUnit)
- ไม่เกิน ๑๒๐ ไม่เกิน ๕๐๐ ไม่เกิน ๒๐๐ ไม่เกิน ๖๙๐ ไม่เกิน ๖๐ - -


หมายเหตุ: รายละเอียดเพิ่มเติม และอธิบายคำศัพท์ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 121 ง ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2554
ที่มา: 1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 121 ง ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2554
2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 121 ง ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2554

มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าใหม่
ชนิดของเชื้อเพลิง ฝุ่นละออง(มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(ส่วนในล้านส่วน) ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนซึ่งคำนวณผลในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์(ส่วนในล้านส่วน)
1. โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
  • (1) ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 50 เมกะวัตต์
  • (2) ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกิน 50 เมกะวัตต์

  • ไม่เกิน 80


    ไม่เกิน 80

    ไม่เกิน 360


    ไม่เกิน 180

    ไม่เกิน 200


    ไม่เกิน 200
    2. โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ไม่เกิน 120 ไม่เกิน 260 ไม่เกิน 180
    3. โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ไม่เกิน 60 ไม่เกิน 20 ไม่เกิน 120
    4. โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นเชื้อเพลง ไม่เกิน 120 ไม่เกิน 60 ไม่เกิน 200

    หมายเหตุ :
    1. มาตรฐานนี้มีผลบังคับใช้กับโรงไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือใบอนุญาตขยายโรงงานตั้งแต่ วันที่ 15 มกราคม 2553
    2. การคำนวณค่าอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากปล่องโรงไฟฟ้า ให้คำนวณผลที่ความดัน 1 บรรยากาศหรือที่ 760 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) โดยมีปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ปริมาตรออกซิเจนส่วนเกิน (Excess Oxygen) ในการเผาไหม้ร้อยละ 7
    ที่มา : ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าใหม่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 7 ง ราชกิจจานุเบกษา 15 มกราคม 2553 และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าใหม่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 7 ง ราชกิจจานุเบกษา 15 มกราคม 2553

    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า
    ประเภทของสารมลพิษทางอากาศค่ามาตรฐานการระบายสารมลพิษ*วิธีการตรวจวัด
    ถ่านหินน้ำมันก๊าซ
    ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ส่วนในล้านส่วน)
  • โรงไฟฟ้าขนาด มากกว่า 500 เมกกะวัตต์
  • โรงไฟฟ้าขนาด 300 - 500 เมกกะวัตต์
  • โรงไฟฟ้าขนาด ต่ำกว่า 300 เมกกะวัตต์

  • 320
    450
    640

    320
    450
    640

    20
    20
    20
    USEPA Method 6,8 / วิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (ส่วนในล้านส่วน)350 180 120USEPA Method 7 / วิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ฝุ่นละออง (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)12012060USEPA Method 5 / วิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ

    หมายเหตุ:
    1. มาตรฐานนี้มีผลบังคับใช้กับโรงไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือใบอนุญาขยายโรงงานตั้งแต่ วันที่ 30 มกราคม 2539
    2. ให้คำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบที่สภาวะอ้างอิง (Reference Condition) อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท หรือความดัน 1 บรรยากาศ ที่สภาวะแห้ง ปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ปริมาตรออกซิเจนในการเผาไหม้ร้อยละ 7
    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 ตอนที่ 9 ง วันที่ 30 มกราคม 2539 และประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 ตอนที่ 9 ง ลงวันที่ 30 มกราคม 2539

    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียของโรงไฟฟ้าใหม่หรือเก่าที่ใช้เชื้อเพลิงร่วมกัน
    ในกรณีโรงงานไฟฟ้าใช้ถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงร่วมกัน ตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป ให้คำนวณค่ามาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียตามสัดส่วนของเชื้อเพลิงแต่ละประเภทที่ใช้ดังต่อไปนี้

    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย = AX + BY + CZ

    A = ค่ามาตรฐานอากาศที่ปล่อยทิ้ง เมื่อใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    B = ค่ามาตรฐานอากาศที่ปล่อยทิ้ง เมื่อใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    C = ค่ามาตรฐานอากาศที่ปล่อยทิ้ง เมื่อใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    X = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงที่ใช้ถ่านหิน
    Y = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงที่ใช้น้ำมัน
    Z = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซ

    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 ตอนที่ 9 ง วันที่ 30 มกราคม 2539 และประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) เรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าเก่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 108ง ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542

    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียของโรงไฟฟ้าใหม่หรือเก่าที่ใช้เชื้อเพลิงร่วมกัน
    กรณีโรงไฟฟ้าใช้ทั้งถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงชีวมวล เป็นเชื้อเพลิงร่วมกันตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป ให้คำนวณมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย ตามสัดส่วนของเชื้อเพลิงที่ใช้แต่ละประเภทดังต่อไปนี้

    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย = AW + BX +CY+ DZ

    A = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    B = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    C = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    D = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
    W = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทถ่านหิน
    X = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน
    Y = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ
    Z = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล

    ที่มา : ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 ตอนที่ 9 ง วันที่ 30 มกราคม 2539 และ ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) เรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าเก่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 108ง ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าเก่า
    โรงไฟฟ้าเก่าปริมาณอากาศเสียที่ปล่อยทิ้ง
    ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
    (ส่วนในล้านส่วน)
    ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
    ซึ่งคำนวณผลในรูปของ
    ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
    (ส่วนในล้านส่วน)
    ฝุ่นละออง
    (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
    1. บางปะกง (พลังความร้อน)
    หน่วยการผลิตที่ 1 - 4
    800 320(2)250200 (1)320120 (1)
    2. บางปะกง (พลังความร้อนร่วม)
    หน่วยการผลิตที่ 1 และ 2
    หน่วยการผลิตที่ 3 และ 4
    60450
    230
    60
    3. พระนครใต้ (พลังความร้อน)
    หน่วยการผลิตที่ 1
    หน่วยการผลิตที่ 2
    800 320 (2)180240120 (2)
    4. พระนครใต้ (พลังความร้อนร่วม)
    หน่วยการผลิตที่ 1
    หน่วยการผลิตที่ 2
    60250
    175
    60
    5. พระนครเหนือ 500180150
    6. สุราษฎร์ธานี1,000200 320
    7. ลานกระบือ6025060
    8. หนองจอก6023060
    9. ไทรน้อย6023060
    10. วังน้อย6017560
    11. น้ำพอง6025060
    12. โรงไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้เชื้อเพลิง
    (ก) ถ่านหิน
    (ข) น้ำมัน
    (ค) ก๊าซธรรมชาติ
    700
    1,000
    60
    400
    200
    200
    320
    240
    60

    หมายเหตุ:(1) เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543
    (2) เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2543
    (3) ให้คำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบที่สภาวะอ้างอิง (Reference Condition) อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท หรือความดัน 1 บรรยากาศ ที่สภาวะแห้ง ปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50หรือปริมาตรออกซิเจนในการเผาไหม้ร้อยละ 7
    (4) กรณีโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ ที่มีปล่องปล่อยทิ้งอากาศออกสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่า 1 ปล่อง ให้คำนวณค่าเฉลี่ยการปล่อยทิ้งอากาศเสีย ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
    ค่าเฉลี่ยการปล่อยทิ้งอากาศเสีย =
    เมื่อ Qi =อัตราการไหลของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากปล่องที่ i ของโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือหรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ (ลูกบาศ์เมตรต่อชั่วโมง)
    Ci =ค่าความเข้มข้นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากปล่องที่ i ของโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือหรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ ที่เป็นก๊าซ (ส่วนในล้านส่วน)หรือที่เป็นฝุ่นละออง(มิลลิกรัมต่อลูกบาศ์เมตร)
    n =จำนวนปล่องปล่อยทิ้งอากาศของโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือหรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ
    l =1, 2,3,.....n

    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าเก่า ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 108 ง ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542 และ ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) เรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าเก่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 108ง ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอย
    สารมลพิษ
    หน่วย
    เตาเผามูลฝอยที่มีกำลังการเผาไหม้ ในการกำจัดมูลฝอยตั้งแต่ 1 ตัน แต่ไม่เกิน 50 ตันต่อวัน
    เตาเผามูลฝอยที่มีกำลังการเผาไหม้ ในการกำจัดมูลฝอยเกินกว่า 50 ตันต่อวัน
    วิธีตรวจวัด
    เตาเผามูลฝอยเก่า
    1.ปริมาณฝุ่นละออง (TSP) มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรไม่เกิน 400 ไม่เกิน 120 Determination of Particulate Matter Emissions from
    Stationary Sources
    2. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO 2)ส่วนในล้านส่วนไม่เกิน 30 ไม่เกิน 30 Determination of Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources หรือ Determination of Sulfur Acid Mist and Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources
    3. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx as NO2 )ส่วนในล้านส่วนไม่เกิน 250 ไม่เกิน 180 Determination of Nitrogen Oxide
    Emissions from Stationary Sources
    4. ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCL)ส่วนในล้านส่วนไม่เกิน 136 ไม่เกิน 25 Determination of Hydrogen Chloride
    Emissions from Stationary Sources
    5. สารปรอท (Hg) มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 0.05 ไม่เกิน 0.05 Determination of Metals Emissions from Stationary Sources
    6. สารแคดเมี่ยม
    (Cd)
    มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 0.05 Determination of Metals Emissions from Stationary Sources
    7. สารตะกั่ว (Pb) มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 1.5 ไม่เกิน 0.5 Determination of
    Metals Emissions from Stationary Sources
    8. ค่าสารประกอบไดออกซิน (PCDD/PCDFs )นาโนกรัมต่อลูกบาศก์ เมตรคำนวณผลในรูปของ หน่วยความเข้มข้น เทียบเคียงความเป็นพิษต่อ มนุษย์ (PCDD/Fs as Toxic Equivalent ; I-TEQ) ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 0.5 Determination of Polychlorinated Dibenzofurans
    from Stationary Sources
    9. ค่าความทึบแสง (Opacity) ร้อยละไม่เกิน 20 ไม่เกิน 10 ด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
    ทั้งนี้แบบบันทึกผลการตรวจวัดค่าความทึบแสง และแบบสรุปผลการตรวจวัดค่าความทึบแสงจากปล่อง
    ปล่อยทิ้งอากาศเสียของเตาเผามูลฝอย รวมทั้ง ลักษณะและหน่วยวัดค่าความทึบแสงของแผนภูมิ
    เขม่าควันของริงเกิลมานน์
    เตาเผามูลฝอยใหม่ และเตาเผามูลฝอยเก่าเฉพาะส่วนที่มีการขยายกิจการหลังจากวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับไว้
    1.ปริมาณฝุ่นละออง (TSP) มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 320 ไม่เกิน 70 Determination of Particulate Matter Emissions from
    Stationary Sources
    2. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO 2) ส่วนในล้านส่วน ไม่เกิน 30 ไม่เกิน 30 Determination of Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources หรือ Determination of Sulfur Acid Mist and Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources
    3. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx as NO2 ) ส่วนในล้านส่วน ไม่เกิน 250 ไม่เกิน 180 Determination of Nitrogen Oxide Emissions from Stationary Sources
    4. ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCL) ส่วนในล้านส่วน ไม่เกิน 80 ไม่เกิน 25 Determination of Hydrogen Chloride
    Emissions from Stationary Sources
    5. สารปรอท (Hg) มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 0.05 ไม่เกิน 0.05 Determination of Metals Emissions from Stationary Sources
    6. สารแคดเมี่ยม
    (Cd)
    มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 0.05 Determination of
    Metals Emissions from Stationary Sources
    7. สารตะกั่ว (Pb) มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 1.5 ไม่เกิน 0.5 Determination of
    Metals Emissions from Stationary Sources
    8. ค่าสารประกอบไดออกซิน (PCDD/PCDFs ) นาโนกรัมต่อลูกบาศก์ เมตรคำนวณผลในรูปของ หน่วยความเข้มข้น เทียบเคียงความเป็นพิษต่อ มนุษย์ (PCDD/Fs as Toxic Equivalent ; I-TEQ) ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 0.1 Determination of Polychlorinated Dibenzofurans
    from Stationary Sources
    9. ค่าความทึบแสง (Opacity) ร้อยละ ไม่เกิน 10 ไม่เกิน 10 ด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
    ทั้งนี้แบบบันทึกผลการตรวจวัดค่าความทึบแสง และแบบสรุปผลการตรวจวัดค่าความทึบแสงจากปล่อง
    ปล่อยทิ้งอากาศเสียของเตาเผามูลฝอย รวมทั้ง ลักษณะและหน่วยวัดค่าความทึบแสงของแผนภูมิ
    เขม่าควันของริงเกิลมานน์

    หมายเหตุ:
    1. เตาเผามูลฝอยเก่า หมายความว่า เตาเผามูลฝอยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงานหรือใบอนุญาตขยายโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือเตาเผามูลฝอยตามกฎหมายอื่น ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือเตาเผามูลฝอย ที่ดำเนินการมาก่อนหรือในวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
    2. เตาเผามูลฝอยใหม่ หมายความว่า เตาเผามูลฝอยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ โรงงาน หรือใบอนุญาตขยายโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือเตาเผามูลฝอยตามกฎหมายอื่น ที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างภายหลังวันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือเตาเผามูลฝอย ที่ดำเนินการหลังจากวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
    3. การคำนวณค่าอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากปล่องเตาเผามูลฝอย ให้คำนวณผล ที่ความดัน ๑ บรรยากาศ หรือที่ 760 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) โดยมีปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน (O 2) ร้อยละ 7
    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้เตาเผามูลฝอยเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 87 ง ราชกิจจานุเบกษา 16 กรกฎาคม 2553 และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 87 ง ราชกิจจานุเบกษา 16 กรกฎาคม 2553


    มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ
    ประเภทของสารมลพิษทางอากาศค่ามาตรฐาน การระบายสารมลพิษวิธีการตรวจวัด
    ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ SO2 (ppm) 30USEPA Method 6,8 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (Noxas NO2 ) (ppm) 180USEPA Method 7 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) (ppm) 25USEPA Method 26 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (HF) (ppm)20 USEPA Method 26,26A / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    (PCDD/Fs as International Toxic Equivalent; I-TEQ) (nanogram/m3)0.5USEPA Method 23 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าปริมาณฝุ่นละออง (Total Suspended Particulate) (mg/m3) 120USEPA Method 5 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าความทึบแสง (Opacity) (%)10USEPA Method 9 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าสารปรอท (Hg) (mg/m3) 0.05USEPA Method 29 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าสารแคดเมียม (Cd) (mg/m3) 0.05USEPA Method 29 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    ค่าสารตะกั่ว (Pb) (mg/m3)0.5 USEPA Method 29 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ

    หมายเหตุ: ให้คำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบที่สภาวะอ้างอิง (Reference Condition) อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท หรือ ความดัน 1 บรรยากาศ ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) โดยมีปริมาตรอากาศส่วนเกินในระยะเผาไหม้(Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ปริมาตรออกซิเจนร้อยละ 7
    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนพิเศษ 147ง วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2546 และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้เตาเผามูลฝอยติดเชื้อเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนพิเศษ 147ง วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2546


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองจากโรงโม่ บด หรือย่อยหิน
    แหล่งกำเนิดฝุ่นละออง
    (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
    ค่าความทึบแสง
    (%)
    ไม่มีระบบดูดฝุ่น-20
    มีระบบดูดฝุ่น ระบายออกทางปล่อง40020
    วิธีการตรวจวัดUSEPA Method 5 Smoke Opacity Meter

    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองจากโรงโม่ บด หรือย่อยหิน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนที่ 6 ง ลงวันที่ 21 มกราคม 2540 และประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงโม่ บด หรือ ย่อยหินเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนที่ 6 ง ลงวันที่ 21 มกราคม 2540
        รายละเอียดเพิ่มเติม ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง วิธีการตรวจวัดค่าความทึบแสงของฝุ่นละอองด้วยเครื่องวัด
    ความทึบแสง
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 113ง วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานปูนซีเมนต์
    ประเภทของโรงงานปูนซีเมนต์มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย
    ฝุ่นละออง (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ส่วนในล้านส่วน)ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนซึ่งคำนวณผล
    ในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (ส่วนในล้านส่วน)
    โรงงานปูนซีเมนต์เก่าที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ณ บริเวณดังต่อไปนี้
  • หม้อเผาปูนซีเมนต์ทั่วไป
  • หม้อเผาปูนซีเมนต์ขาว
  • หม้อเย็น หม้อบดปูนและหม้อบดถ่านหิน
  • ไม่เกิน 300
    ไม่เกิน 300
    ไม่เกิน 200
    ไม่เกิน 50
    ไม่เกิน 600
    ไม่เกิน 600
    ไม่เกิน 600
    โรงงานปูนซีเมนต์ใหม่ที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ณ บริเวณดังต่อไปนี้
  • หม้อเผาปูนซีเมนต์ทั่วไป
  • หม้อเผาปูนซีเมนต์ขาว
  • หม้อเย็น หม้อบดปูนและหม้อบดถ่านหิน
  • ไม่เกิน 120
    ไม่เกิน 120
    ไม่เกิน 120
    ไม่เกิน 50
    ไม่เกิน 500
    ไม่เกิน 500
    ไม่เกิน 500

    หมายเหตุ:
    1. โรงงานปูนซีเมนต์เก่า หมายความว่า โรงงานปูนซีเมนต์ที่ได้ยื่นขอรับหรือได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือใบอนุญาตขยายโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
    2. โรงงานปูนซีเมนต์ใหม่ หมายความว่า โรงงานปูนซีเมนต์ที่ได้ยื่นขอรับหรือได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือใบอนุญาตขยายโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    3. ให้คำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบที่สภาวะอ้างอิง (Reference Condition) อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท หรือ ความดัน 1 บรรยากาศ ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) ปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ออกซิเจนร้อยละ 7 เว้นแต่การตรวจวัดอากาศเสียที่ปล่อยทั้งจากหม้อเย็น หม้อบดปูนและหม้อบดถ่านหินให้ใช้ค่าออกซิเจนตามสภาวะจริงในขณะตรวจวัด
    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานปูนซีเมนต์ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 12ง วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2547 และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงงานปูนซีเมนต์เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 12ง วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2547


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
    สารมลพิษค่าเฉลี่ย
    ความเข้มข้นใน 1 ชั่วโมง
    วิธีการเก็บตัวอย่าง วิธีตรวจวัด
    ไอน้ำมันเบนซิน

    17 มิลลิกรัมต่อลิตร
    (milligram total VOCs/liter in emitted vapor)

    (นับแต่วันที่ 22 มกราคม 2553)

    แบบต่อเนื่องจากปล่องของระบบควบคุมไอน้ำมันเบนซินในขณะที่ระบบ กำลังทำงาน และนำค่าที่ได้มาคำนวณเพื่อหาค่าเฉลี่ยไอน้ำมันเบนซินที่เกิดขึ้นในเวลา ๑ ชั่วโมงหรือ การตรวจวัดก๊าซที่ปล่อยทิ้งในรูปของสารประกอบอินทรีย์ ให้ใช้วิธีการตรวจวัดที่ ๑๘ (Method 18 : Measurement of Gaseous Organic Compound Emission by Gas Chromatography) ตามที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Environmental Protection Agency) กำหนด โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบก๊าซโครมาโตกราฟฟี
    การตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซในรูปสารประกอบอินทรีย์ทั้งหมด ให้ใช้วิธีการ ตรวจวัดที่ ๒๕ เอ (Method 25A : Determination of Total Gaseous Organic Concentration Using a Flame Ionization Analyzer) ตามที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนด โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบเฟลมไอออไนเซชัน หรือ
    แบบไม่ต่อเนื่องจากปล่องของระบบควบคุมไอน้ำมันเบนซินในขณะ ที่ระบบกำลังทำงาน แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๔ ครั้งต่อ ๑ ชั่วโมง และนำค่าที่ได้ในแต่ละช่วงมาคำนวณ เพื่อหาค่าเฉลี่ยไอน้ำมันเบนซินที่เกิดขึ้นในเวลา ๑ ชั่วโมง การตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซในรูปสารประกอบอินทรีย์ทั้งหมด ให้ใช้วิธีการ ตรวจวัดที่ ๒๕ บี (Method 25B : Determination of Total Gaseous Organic Concentration Using a Non-dispersive Infrared Analyzer) ตามที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนด โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบนันดีสเปอร์ซีฟอินฟราเรด หรือ
    วิธี และเครื่องมือตรวจวัดอื่นตามที่กรมควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    หมายเหตุ: 1. “คลังน้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า คลังน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่ที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้เก็บรักษา รับหรือจ่ายน้ำมันเบนซิน
    2. “ไอน้ำมันเบนซิน” หมายความว่า อนุภาคของสารอินทรีย์ระเหยง่ายทั้งหมด (Total Volatile Organic Compounds; Total VOCs) ที่ระเหยจากน้ำมันเบนซินในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอันเนื่องมาจาก อุณหภูมิ หรือแรงดันของบรรยากาศหรือทั้งอุณหภูมิ และแรงดันของบรรยากาศ
    3.การเก็บตัวอย่างไอน้ำมันเบนซินแต่ละวิธีจะต้องสามารถใช้เป็นตัวแทนของไอน้ำมันเบนซินที่เกิดขึ้นจริง และระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บตัวอย่างจะต้องครอบคลุมเวลาทำงานในแต่ละวัน หรือไม่น้อยกว่า ๗ ชั่วโมง
    ที่มา:
    1. ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 118 ตอนพิเศษ 58 ง ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2544
    2. ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนพิเศษ 27 ง ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2545
    3. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้คลังน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 73 ง ลงวันที่ 2 กรกฏาคม 2547
    4. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้คลังน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 26 ง ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553
    5. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 26 ง ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553
    6. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 146 ง ณ วันที่ ธันวาคม 2554


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเคมี (สาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน และสารไวนิลคลอไรด์)
     
    ความเข้มข้นของการปล่อยทิ้งสาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน และสารไวนิลคลอไรด์
     
    สารเคมี ความเข้มข้น
    (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
    หมายเหตุ
    สาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน 5 ความเข้มข้นของการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากกระบวนการผลิตสารไวนิลคลอไรด์ การเก็บรักษาสาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน และสารไวนิลคลอไรด์
    สารไวนิลคลอไรด์ 5
    ปริมาณรวมการปล่อยทิ้งสาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน และสารไวนิลคลอไรด์ ในเวลา 1 ปี
    สารเคมี ความเข้มข้น
    (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
    ปริมาณสารไวนิลคลอไรด์
    1. กระบวนการผลิตสารไวนิลคลอไรด์ รวมถึงการเก็บรักษาสาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน และสารไวนิลคลอไรด์ในกระบวนการผลิต ไม่เกิน 20 กรัม ต่อสาร 1,2-ไดคลอโรอีเทนที่ใช้ในกระบวนการผลิต 1 ตัน ไม่เกิน 100 กรัมต่อสารไวนิลคลอไรด์ที่ผลิตได้ 1 ตัน
    2. กระบวนการผลิตสารเอส-พีวีซี (S-PVC) หรือการผลิตพีวีซีโดยกระบวนการ Suspension   ไม่เกิน 100 กรัมต่อเอส-พีวีซีที่ผลิตได้ 1 ตัน
    3. กระบวนการผลิตเพสท์-พีวีซี (Paste-PVC) หรือการผลิตพีวีซีโดยกระบวนการ Emulsion   ไม่เกิน 2,000 กรัมต่อเพสท์-พีวีซีที่ผลิตได้ 1 ตัน

    หมายเหตุ:  
    ที่มา:
    1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมเคมีบางประเภทเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 96 ง ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2553
    2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 96 ง ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2553
    3. ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เรื่อง การเก็บตัวอย่างอากาศเสีย การตรวจวัด และการคำนวณผล ปริมาณรวมของการปล่อยทิ้งสาร ๑, ๒ - ไดคลอโรอีเทน และสารไวนิลคลอไรด์จากโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนพิเศษ 162 ง ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556
     


    มาตรฐานอากาศเสียที่ระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรม
    ชนิดของสารเจือปนแหล่งที่มาของสาร กระบวนการผลิต
    ที่ไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง*
    กระบวนการผลิต
    ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง**
    1. ฝุ่นละออง
    (มก./ลบ.ม.)
    1. หม้อไอน้ำหรือแหล่งกำเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้
  • น้ำมันเตา
  • ถ่านหิน
  • ชีวมวล
  • เชื้อเพลิงอื่นๆ
    2. การถลุง หล่อหลอม รีดดึง
    และ/หรืออลูมิเนียม
    3. การผลิตทั่วไป


  • -
    -
    -
    -
    ไม่เกิน 300

    ไม่เกิน 400


    ไม่เกิน 240
    ไม่เกิน 320
    ไม่เกิน 320
    ไม่เกิน 320
    ไม่เกิน 240

    ไม่เกิน 320
    2. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
    (ppm)
    1. หม้อไอน้ำหรือแหล่งกำเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้
  • น้ำมันเตา
  • ถ่านหิน
  • ชีวมวล
  • เชื้อเพลิงอื่นๆ
    2. การผลิตทั่วไป


  • -
    -
    -

    ไม่เกิน 500


    ไม่เกิน 950
    ไม่เกิน 700
    ไม่เกิน 60
    ไม่เกิน 60
    -
    3. ออกไซด์ของไนโตรเจน
    (ppm)
    หม้อไอน้ำหรือแหล่งกำเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้
  • น้ำมันเตา
  • ถ่านหิน
  • ชีวมวล
  • เชื้อเพลิงอื่นๆ


  • -
    -
    -
    -


    ไม่เกิน 200
    ไม่เกิน 400
    ไม่เกิน 200
    ไม่เกิน 200
    4. คาร์บอนมอนอกไซด์
    (ppm)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 870

    ไม่เกิน 690

    5. ไฮโดรเจนซัลไฟด์
    (ppm)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 100

    ไม่เกิน 80

    6. ไฮโดรเจนคลอไรด์
    (มก./ลบ.ม.)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 200

    ไม่เกิน 160

    7. กรดกำมะะถัน
    (ppm)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 25

    -

    8. ไซลีน
    (ppm)
    การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 200

    -

    9. ครีซอล
    (ppm)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 5

    -

    10. พลวง
    (มก./ลบ.ม.)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 20

    ไม่เกิน16

    11. สารหนู
    (มก./ลบ.ม.)ู
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 20

    ไม่เกิน 16

    12. ทองแดง
    (มก./ลบ.ม.)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 30

    ไม่เกิน 24

    13. ตะกั่ว
    (มก./ลบ.ม.)
    การผลิตทั่วไป
    ไม่เกิน 30

    ไม่เกิน 24

    14. คลอรีน
    (มก./ลบ.ม.)
    การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 30

    ไม่เกิน 24

    15. ปรอท
    (มก./ลบ.ม.)
    การผลิตทั่วไป ไม่เกิน 3

    ไม่เกิน 2.4


    หมายเหตุ: * ให้คำนวณผลที่ความดัน 1 atm หรือ 760 mmHg อุณหภุมิ 25 ํC ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)
    โดยมี ปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน ณ สภาวะจริงในขณะตรวจวัด

    ** ให้คำนวณผลที่ความดัน 1 atm หรือ 760 mmHg อุณหภุมิ 25 ํC ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)
    โดยมี ปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน ร้อยละ 7

    ที่มา: 1. ดัดแปลงจากประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่มที่ 123 ตอนที่ 50ง เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ลงวันที่ 18 พ.ค. 2549
    2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล่มที่ 123 ตอนที่ 50ง เรื่อง กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรม เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ


    มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
    หน่วยที่ ค่ามาตรฐานการระบายสารมลพิษ
    SO2 (ppm) Noxas NO2 (ppm)ฝุ่นละออง (mg/m3)
    กลุ่มที่ 1
    (หน่วยการผลิตที่ 1-3)
    1,300 500180
    กลุ่มที่ 2
    (หน่วยการผลิตที่ 4 - 7)
    320 500180
    กลุ่มที่ 3
    (หน่วยการผลิตที่ 8 - 13)
    320 500180
    หน่วยการผลิตที่ 1-13 ค่าการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ต้องไม่เกิน 11 ตันต่อชั่วโมง

    หมายเหตุ: การคำนวณค่าเฉลี่ยของอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าต้องมีค่าเฉลี่ยของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ซึ่งคำนวณผลในรูปของกีาซไนโตรเจนไดออกไซด์ หรือฝุ่นละออง และการคำนวณปริมาณรวมของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยทิ้งจากปล่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะทุกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้า ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้

    1.ค่าเฉลี่ยของอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้ง =

    2.ค่าปริมาณรวมของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ปล่อยทิ้งจากทุกกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้า ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (ตันต่อชั่วโมง) =
    เมื่อ Qi =ค่าอัตราการไหลของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากปล่องที่ i ของกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้า (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง)
    Ci =ค่าความเข้มข้นของอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากปล่อยที่ i ของกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่เป็นกีาซ (ส่วนในล้านส่วน) หรือที่เป็นฝุ่นละออง (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
    C'i =ค่าความเข้มข้นของกีาซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่ยทิ้งจากปล่องที่ i (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
    n =จำนวนปล่องที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียในแต่ละกลุ่มการผลิตกระกระแสไฟฟ้า
    l =1, 2,3,.....n
    กลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 1 = หน่วยการผลิตที่ 1-3
    กลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 2= หน่วยการผลิตที่ 4-7
    กลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 3 = หนวยการผลิตที่ 8-13
    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2544) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 118 ตอนพิเศษ 24 ง วันที่ 16 มีนาคม 2544

    มาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ


    เขม่าควันที่ปล่อยทิ้งจากปล่องเตาเผาศพต้องมีค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ 10 เมื่อตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์ (Ringlemann's Method)


    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติม และวิธีการตรวจวัดตาม ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง วิธีการตรวจวัด ลักษณะและหน่วยวัด การคำนวณ เปรียบเทียบ แบบบันทึกและการรายงานผลการตรวจวัดค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 61ง วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2548
    ที่มา: ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนพิเศษ 130ง วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้เตาเผาศพเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนพิเศษ 130ง วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546


    มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานเหล็ก
    โรงเหล็ก ค่ามาตรฐานการระบายสารมลพิษ
    SO2 (ppm) Noxas NO2 (ppm)ฝุ่นละออง (mg/m3)
    โรงเหล็กใหม่ 800 180 120
    โรงงานเก่า 800 200 240

    หมายเหตุ:
    1. เตาหลอมทุกประเภท หรือกระบวนการหล่อโลหะ หรือกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Electric Furnace. Cupola, Roasting, Blast, Coke Oven, Basic Oxygen Furnace เป็นต้น
    2. ให้คำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบที่สภาวะอ้างอิง (Reference Condition) อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท หรือ ความดัน 1 บรรยากาศ ที่สภาวะแห้ง ปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ออกซิเจนร้อยละ 7 ปริมาตรอากาศสภาวะแห้ง (Dry Basis) ยกเว้น การคำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบของเตาหลอม Electric Furnace ความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และปริมาตรอากาศที่สภาวะแห้ง
    ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานเหล็ก ลงวันที่ 9 มีนาคม 2544 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 118 ตอนที่ 37 ง วันที่ 8 พฤษภาคม 2544 และ ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงงานเหล็กเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ลงวันที่ 9 มีนาคม 2544 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 118 ตอนที่ 37 ง วันที่ 8 พฤษภาคม 2544


    วิธีการตรวจวัดมาตรฐาน
    พารามิเตอร์วิธีการตรวจวัด
    1. ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ( SO2 ) (ppm)
    1. US.EPA method 6: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Sulfur Dioxide Emissions From Stationary Sources) หรือวิธี
    2. US.EPA method 8: วิธีการตรวจวัดก๊าซไอกรดซัลฟุริก และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Sulfuric Acid Mist And Sulfur Dioxide Emissions From Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Environmental Protection Agency) กำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    2. ค่าก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
    ( NOxas NO2)(ppm)
    US.EPA method 7: วิธีการตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Nitrogen Oxide Emissions From Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    3. ค่าก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ ( HCl ) US.EPA method 26: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซ์ไฮโดรเจนคลอไรด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Hydrogen Chloride Emissions From Stationary Sources) หรือวิธี US.EPA method 26A: Determination of Hydrogen Halide and Halogen Emissions from Stationary Sources (Isokinetic Method) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    4. ค่าสารประกอบไดออกซิน
    ( Dioxin as Total Chlorinated PCDD plus PCDF )(นาโนกรัมต่อลูกบาศก์เมตร )
    US.EPA method 23: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซ์ไดออกซินภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม ( Determination of Polychlorinated Dibenzo-p-Dioxins and Polychlorinated Dibenzofurans From Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือวิธีอื่นที่ กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    5. ค่าปริมาณฝุ่นละออง
    (Total Suspended Particulate) (มก./ลบ.ม.)
    US.EPA method 5: วิธีการเก็บตัวอย่างเพื่อวัดฝุ่นละอองภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Particulate Emissions From Stationary Sources)ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือวิธีอื่นที่ กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    6. ค่าความทึบแสง(Opacity) (ร้อยละ)
  • ค่าความทึบแสงจากเตาเผาศพ
  • ค่าความทึบแสงโรงโม่ บด และ ย่อยหิน
  • USEPA Method 9: Visual Determination of the Opacity of Emissions from Stationary Sources
  • Ringlemann's Method
  • Smoke Opacity Meter
    หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
  • 7. ค่าก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์
    (HF) (ppm)
    US.EPA method 26: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซ์ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Hydrogen Chloride Emissions From Stationary Sources) หรือวิธี US.EPA method 26A : Determination of Hydrogen Halide and Halogen Emissions from Stationary Sources (Isokinetic Method) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    8. ค่าสารปรอทและแคดเมียม
    (Hg,Cd) (mg/m3)
    US.EPA method 29: วิธีการตรวจวัดปริมาณสารโลหะภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Metals Emissions from Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
    9. ค่าสารตะกั่ว
    (Pb) (mg/m3)
    US.EPA method 29: วิธีการตรวจวัดปริมาณสารโลหะภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination of Inorganic Lead Emissions from Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ

    หมายเหตุ: การวัดค่าอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากปล่องเตาเผามูลฝอยให้คำนวณผลที่ความดัน 1 บรรยากาศ หรือที่ 760 มิลลิเมตร ปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) โดยมีปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ปริมาตรออกซิเจนส่วนเกินในการเผาไหม้ร้อยละ 7


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากสถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำ
    สารมลพิษมาตรฐาน
    อากาศเสียที่ปล่อยทิ้ง (ppm)
    วิธีตรวจวัด
    ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
    ในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
    (NOxas NO2)
    ไม่เกิน 550 US.EPA Method 7 หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ

    หมายเหตุ: 1. ประกาศนี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    2. "สถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำ" หมายถึง
    1. สถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ประเภทกิจการหลอม หล่อ ทองคำหรือทองคำผสมโลหะอื่น หรือการขัดล้างทองคำหรือ ทองคำผสมโลหะอื่นด้วยเครื่องจักร สารเคมี หรือวิธีอื่นใด แต่ไม่รวมถึงการผลิตทองคำหรือทองคำผสมโลหะอื่น เพื่อทำเป็นภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ หรือ
    2. โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการผสมวิเคราะห์และทำให้บริสุทธิ์ หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตทองคำ ทองคำผสม Silver Alloy ทองคำผสม Master Alloy หรือทองคำผสมโลหะอื่น
    3. "การหลอมและต้มทองคำ" หมายความว่า กระบวนการหลอม หล่อ ทองคำ หรือทองคำผสมโลหะอื่นให้เป็นของเหลวและนำของเหลวที่ได้มาวิเคราะห์และทำให้บริสุทธิ์โดยใช้ กรด แยกสลายด้วยไฟฟ้า หรือใช้ก๊าซอย่างใดอย่งหนึ่ง หรือทั้งสามอย่างรวมกัน
    4. " สภาวะแห้ง (Dry Basis)" หมายความว่า สภาวะที่ความชื้นของตัวอย่างอากาศเป็นศูนย์
    ที่มา:
    1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งจากสถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 88 ง ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2547
    2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 88 ง ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2547
     
  • ให้คำนวณผลที่ความดัน 1 บรรยากาศ หรือที่ 760 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)
  • ใช้วิธี Determination of Nitrogen Oxide Emissions from Stationary Sources ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือ วิธีอื่นที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นชอบโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา


  • มาตรฐานควบคุมจากสถานประกอบโรงสีข้าว
    พารามิเตอร์

    มาตรฐาน

    วิธีตรวจวัด
    1. โรงสีข้าวที่ใช้หม้อไอน้ำ ทุกขนาด
    ค่าความทึบแสงของเขม่าควัน
    ไม่เกินร้อยละ 20
    นับแต่วันถัดจากวัน
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    1. ตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
    2. วิธีการตรวจวัด คำนวณเปรียบเทียบและสรุปผลการตรวจวัด ค่าความทึบแสง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ค่าความทึบแสงของเขม่าควัน
    ไม่เกินร้อยละ 10
    เมื่อพ้นกำหนดเวลา 2 ปี
    นับแต่วันถัดจากวัน
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    1. ตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
    2. วิธีการตรวจวัดคำนวณเปรียบเทียบและสรุปผลการตรวจวัด ค่าความทึบแสง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    2. โรงสีข้าวทุกประเภทที่มี
    กำลังการผลิต มากกว่า 20
    ตันต่อวันขึ้นไป

    ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละออง
    ฟุ้งกระจาย จากกระบวนการผลิต ออกสู่บรรยากาศ

    ค่าความแตกต่างของความเข้มข้น
    ฝุ่นละออง หรืออนุภาคขนาดเล็ก
    (PM 10 ) ระหว่างจุดตรวจวัด
    เหนือลมกับจุดตรวจวัดใต้ลม
    ไม่เกิน 0.100 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร (100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร )
    เมื่อพ้นกำหนดเวลา 180 วัน
    นับแต่วันถัดจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    หลักเกณฑ์ วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ตรวจวัด
    และจุดตรวจวัดฝุ่นละออง ฟุ้งกระจายจากโรงสีข้าวให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    หมายเหตุ
    ที่มา:
    1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงจากปล่องปล่อยทิ้งอากาศเสียของโรงสีข้าวที่ใช้หม้อไอน้ำ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอน 10ง ลงวันที่3 กุมภาพันธ์ 2548
    2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงสีข้าวที่ใช้หม้อไอน้ำเป็นแหล่งกำเนิด มลพิษที่จะต้องควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยายกาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอน10ง ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2548
    3. ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เรื่อง วิธีการตรวจวัด ลักษณะและหน่วยวัด การคำนวณ เปรียบเทียบ แบบบันทึก และการรายงานผลค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องปล่อยทิ้งอากาศเสียของโรงสีข้าวที่ใช้หม้อไอน้ำ ลงวันที่ 20 กันยายน 2548
    4. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การกำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากโรงสีข้าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอน 161ง ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2550
    5. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดให้โรงสีข้าวทุกประเภทเป็นแหล่งกําเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอน 161ง ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2550
    6. ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัดและจุดตรวจวัดฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากโรงสีข้าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 16 ง ลงวันที่ 23 มกราคม 2551


    มาตรฐานค่าความทึบแสงของฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากท่าเรือบางประเภท
    สารมลพิษค่าความทึบแสงวิธีตรวจวัด
      ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ไม่เกินร้อยละ 15
    นับแต่วันถัดจากวัน
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    เครื่องวัดความทึบแสง (Smoke Opacity Meter)  โดย
    หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดค่าความทึบแสงของฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากท่าเรือ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ไม่เกินร้อยละ 5
    เมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 ปี
    นับแต่วันถัดจากวัน
    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    หมายเหตุ: ประเภทของท่าเรือที่เข้าข่าย มีดังต่อไปนี้
    (1) ท่าเรือเพื่อการบรรทุกหรือขนถ่ายแร่ยิปซัม ถ่านหิน หรือ ทราย
    (2) ท่าเรือเพื่อการบรรทุกหรือขนถ่ายผลิตภัณฑ์ของปูนซีเมนต์ ได้แก่ ปูนขาว ปูนซีเมนต์ และ/หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    (3) ท่าเรือเพื่อการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร เช่น มันสำปะหลัง มันเส้น ข้าวโพด ข้าวสาลี หรือสินค้าทางการเกษตรอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    ที่มา:
    1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้ท่าเรือบางประเภทเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุม การปล่อยทิ้งอากาศเสียสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนพิเศษ 188 ง ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2550
    2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงของฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากท่าเรือ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนพิเศษ 188 ง ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2550
     

    มาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ
    ที่ตั้งของแหล่งกำเนิดมลพิษ ค่าความเข้มกลิ่นที่บริเวณรั้วหรือขอบเขตของแหล่งกำเนิดมลพิษ
    ค่าความเข้มกลิ่น ที่ปล่องระบายอากาศเสีย ของแหล่งกำเนิดมลพิษ
    เขตอุตสาหกรรม ไม่เกิน 30 หน่วย ไม่เกิน 1,000 หน่วย
    นอกเขตอุตสาหกรรม ไม่เกิน 15 หน่วย ไม่เกิน 300 หน่วย

    หมายเหตุ :
    1. ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีการกำหนดมาตรฐานค่าความเข้ม กลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
    2. เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษจัดให้มีการตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นจากแหล่งกำเนิด มลพิษ เพื่อควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียให้เป็นไปตามข้างต้น เว้นแต่กรณีที่เจ้าพนักงานควบคุม มลพิษเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ทดสอบกลิ่นหรือในกรณีที่ไม่มี ผู้ทดสอบกลิ่น
    ที่มา :
    1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 3 ง ณ วันที่ 11 มกราคม 2553
    2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทและบางขนาดเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 3 ง ณ วันที่ 11 มกราคม 2553
    3. ประกาศคณะกรรมการควบคมมลพิษ เรื่อง วิธีตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นโดยการวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม (sensory test) และการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่นของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 89 ง ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2554


    มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ
    ประเภทโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ค่ามาตรฐาน
    วิธีตรวจวัดอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ
    โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1  
    1. ฝุ่นละออง (Total Suspended Particulate) ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร Determination of Particulate Matter Emissions from Stationary Sources
    2. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน Determination of Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources หรือ Determination of Sulfuric Acid and Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources
    3. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ไม่เกิน 690 ส่วนในล้านส่วน Determination of Carbon Monoxide Emissions from Stationary Sources
    4. ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน Determination of Hydrogen Sulfide Content of Fuel Gas Streams in Petroleum Refineries
    5. สารปรอท (Mercury) ไม่เกิน 0.08 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร Determination of Metals Emissions from Stationary Sources
    6. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ไม่เกิน 200 ส่วนในล้านส่วน Determination of Nitrogen Oxide Emissions from Stationary Sources
    โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 2  
    1. ฝุ่นละออง (Total Suspended Particulate) ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร Determination of Particulate Matter Emissions from Stationary Sources
    2. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน Determination of Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources หรือวิธี Determination of Sulfuric Acid and Sulfur Dioxide Emissions from Stationary Sources
    3. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ไม่เกิน 690 ส่วนในล้านส่วน Determination of Carbon Monoxide Emissions from Stationary Sources
    4. ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน Determination of Hydrogen Sulfide Content of Fuel Gas Streams in Petroleum Refineries
    5. สารปรอท (Mercury) ไม่เกิน 0.08 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร Determination of Metals Emissions from Stationary Sources
    6. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ไม่เกิน 150 ส่วนในล้านส่วน Determination of Nitrogen Oxide Emissions from Stationary Sources

    หมายเหตุ :
    1. โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1 ได้แก่
      (ก) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานก่อนวันที่ประกาศนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือ
      (ข) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้ยื่นขออนุญาตขยายโรงงานไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และได้รับใบอนุญาตภายในสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
    2. ประเภทที่ 2 ได้แก่
      (ก) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนับแต่วันที่ประกาศนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือ
      (ข) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้ยื่นขออนุญาตขยายโรงงานนับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา หรือ
      (ค) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตขยายโรงงานเมื่อพ้นกำหนดสองปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    3. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน คำนวณในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (Oxides of Nitrogen as Nitrogen Dioxide)
    4. การรายงานผลการตรวจวัดอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติให้คำนวณผลที่ความดัน 1 บรรยากาศ หรือที่ 360 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis) โดยมีปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน (%O2) ร้อยละ 7
    ที่มา : ดัดแปลงจาก
    ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้โรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูก ควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 87 ง ราชกิจจานุเบกษา 16 กรกฎาคม 2553 และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 87 ง ราชกิจจานุเบกษา 16 กรกฎาคม 2553

     #cfhttp.FileContent#
    หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ดาวน์โหลด | ติดต่อเรา | Site Map Switch to PCD English home page
    Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.