
 |
|
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมเก่า |
|  |
แหล่งที่มา
ของอากาศเสีย |
ชนิดของ
เชื้อเพลิง |
ฝุ่นละออง
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร) |
ก๊าซซัลเฟอร์
ไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน) |
ก๊าซออกไซด์
ของไนโตรเจน
ซึ่งคำนวณผล
ในรูปก๊าซ
ไนโตรเจน
ไดออกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน) |
ก๊าซคาร์บอน
มอนอกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน) |
ก๊าซไฮโดรเจน
ซัลไฟด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน) |
สารปรอท
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร) |
สารตะกั่ว
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร) |
๑. กังหันก๊าซ
(Gas Turbine)
|
- |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
- |
- |
| ๒. เตา
(Furnace)
และ/หรือ หม้อ
ไอน้ำ (Boiler) |
เชื้อเพลิง
เหลว |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
เชื้อเพลิง
ก๊าซ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
- |
- |
เชื้อเพลิง
ผสม |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
| ๓. หน่วยแตก
โมเลกุล
(CrackingUnit)ประเภทที่
ไม่มีการคืน
สภาพตัวเร่ง
ปฏิกิริยาหรือ
ประเภทที่
ไม่มีการใช้
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ในหน่วยแตก
โมเลกุล |
เชื้อเพลิง
เหลว |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
| เชื้อเพลิง
ก๊าซ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
- |
- |
เชื้อเพลิง
ผสม |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
๔. หน่วยแตกโมเลกุล
(CrackingUnit)ประเภทที่
มีการเผาไหม้ของโค๊ก(Coke) |
- |
ไม่เกิน ๓๒๐ |
ไม่เกิน ๗๐๐ |
ไม่เกิน ๔๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
๕. หน่วยกำจัดกำมะถัน
(SulfurRecoveryUnit) |
- |
- |
ไม่เกิน ๕๐๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
- |
- |
|
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมใหม่ |
|  |
แหล่งที่มา
ของอากาศเสีย |
ชนิดของ
เชื้อเพลิง |
ฝุ่นละออง
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร) |
ก๊าซซัลเฟอร์
ไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน) |
ก๊าซออกไซด์
ของไนโตรเจน
ซึ่งคำนวณผล
ในรูปก๊าซ
ไนโตรเจน
ไดออกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน) |
ก๊าซคาร์บอน
มอนอกไซด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน) |
ก๊าซไฮโดรเจน
ซัลไฟด์
(ส่วนใน
ล้านส่วน) |
สารปรอท
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร) |
สารตะกั่ว
(มิลลิกรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร) |
๑. กังหันก๊าซ
(Gas Turbine)
|
- |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๑๒๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
- |
- |
| ๒. เตา
(Furnace)
และ/หรือ หม้อ
ไอน้ำ (Boiler) |
เชื้อเพลิง
เหลว |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
เชื้อเพลิง
ก๊าซ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๑๒๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
- |
- |
เชื้อเพลิง
ผสม |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
| ๓. หน่วยแตก
โมเลกุล
(CrackingUnit)ประเภทที่
ไม่มีการคืน
สภาพตัวเร่ง
ปฏิกิริยาหรือ
ประเภทที่
ไม่มีการใช้
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ในหน่วยแตก
โมเลกุล |
เชื้อเพลิง
เหลว |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
| เชื้อเพลิง
ก๊าซ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
ไม่เกิน ๑๒๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
- |
- |
เชื้อเพลิง
ผสม |
ไม่เกิน ๒๔๐ |
ไม่เกิน ๙๕๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
๔. หน่วยแตกโมเลกุล
(CrackingUnit)ประเภทที่
มีการเผาไหม้ของโค๊ก(Coke) |
- |
ไม่เกิน ๓๒๐ |
ไม่เกิน ๗๐๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
- |
ไม่เกิน ๒.๔ |
ไม่เกิน ๕ |
๕. หน่วยกำจัดกำมะถัน
(SulfurRecoveryUnit) |
- |
ไม่เกิน ๑๒๐ |
ไม่เกิน ๕๐๐ |
ไม่เกิน ๒๐๐ |
ไม่เกิน ๖๙๐ |
ไม่เกิน ๖๐ |
- |
- |
|
|
 |
|
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าใหม่
|
|
|
|
ชนิดของเชื้อเพลิง
|
ฝุ่นละออง(มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
|
| ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(ส่วนในล้านส่วน) |
ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนซึ่งคำนวณผลในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์(ส่วนในล้านส่วน) |
1. โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
(1) ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 50 เมกะวัตต์
(2) ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกิน 50 เมกะวัตต์
|
ไม่เกิน 80
ไม่เกิน 80
|
ไม่เกิน 360
ไม่เกิน 180
|
ไม่เกิน 200
ไม่เกิน 200
|
|
2. โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง
|
ไม่เกิน 120 |
ไม่เกิน 260 |
ไม่เกิน 180 |
| 3. โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง |
ไม่เกิน 60 |
ไม่เกิน 20 |
ไม่เกิน 120 |
|
4. โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นเชื้อเพลง
|
ไม่เกิน 120 |
ไม่เกิน 60 |
ไม่เกิน 200 |
|
|
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า |
|  |
| ประเภทของสารมลพิษทางอากาศ | ค่ามาตรฐานการระบายสารมลพิษ* | วิธีการตรวจวัด |
| ถ่านหิน | น้ำมัน | ก๊าซ |
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ส่วนในล้านส่วน)
โรงไฟฟ้าขนาด มากกว่า 500 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขนาด 300 - 500 เมกกะวัตต์
โรงไฟฟ้าขนาด ต่ำกว่า 300 เมกกะวัตต์ | 320
450 640 | 320 450
640 | 20 20 20 | USEPA
Method 6,8 / วิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน) | 350 | 180 |
120 | USEPA Method 7 / วิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
| ฝุ่นละออง (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) | 120 | 120 | 60 | USEPA
Method 5 / วิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | |
|
|
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียของโรงไฟฟ้าใหม่หรือเก่าที่ใช้เชื้อเพลิงร่วมกัน
| |  |
ในกรณีโรงงานไฟฟ้าใช้ถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงร่วมกัน
ตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป ให้คำนวณค่ามาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียตามสัดส่วนของเชื้อเพลิงแต่ละประเภทที่ใช้ดังต่อไปนี้
มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย = AX + BY
+ CZ
A = ค่ามาตรฐานอากาศที่ปล่อยทิ้ง เมื่อใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
B = ค่ามาตรฐานอากาศที่ปล่อยทิ้ง เมื่อใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว C
= ค่ามาตรฐานอากาศที่ปล่อยทิ้ง เมื่อใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว X = สัดส่วนของความร้อน
(Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงที่ใช้ถ่านหิน Y = สัดส่วนของความร้อน (Heat
Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงที่ใช้น้ำมัน Z = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input)
ที่ได้จากเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซ | | |
 |
|
|
มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียของโรงไฟฟ้าใหม่หรือเก่าที่ใช้เชื้อเพลิงร่วมกัน
|
|
|
กรณีโรงไฟฟ้าใช้ทั้งถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงชีวมวล
เป็นเชื้อเพลิงร่วมกันตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป ให้คำนวณมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย
ตามสัดส่วนของเชื้อเพลิงที่ใช้แต่ละประเภทดังต่อไปนี้
มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย = AW + BX +CY+ DZ
A = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
B = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
C = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
D = ค่ามาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งเมื่อใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
W = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทถ่านหิน
X = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน
Y = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ
Z = สัดส่วนของความร้อน (Heat Input) ที่ได้จากเชื้อเพลิงประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล
|
|
|
|
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าเก่า |
|  |
| โรงไฟฟ้าเก่า | ปริมาณอากาศเสียที่ปล่อยทิ้ง |
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน) | ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ซึ่งคำนวณผลในรูปของ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน) | ฝุ่นละออง
(มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) | 1. บางปะกง (พลังความร้อน)
หน่วยการผลิตที่ 1 - 4 | 800 | 320(2) | 250 | 200
(1) | 320 | 120
(1) | 2. บางปะกง (พลังความร้อนร่วม)
หน่วยการผลิตที่ 1 และ 2 หน่วยการผลิตที่ 3 และ 4 | 60 | 450
230 | 60 | 3.
พระนครใต้ (พลังความร้อน) หน่วยการผลิตที่ 1 หน่วยการผลิตที่ 2 | 800
| 320 (2) | 180 | 240 | 120
(2) | 4. พระนครใต้ (พลังความร้อนร่วม)
หน่วยการผลิตที่ 1 หน่วยการผลิตที่ 2 | 60 | 250
175 | 60 | | 5.
พระนครเหนือ | 500 | 180 | 150
| | 6. สุราษฎร์ธานี | 1,000 | 200
| 320 | | 7.
ลานกระบือ | 60 | 250 | 60 |
| 8. หนองจอก | 60 | 230 | 60 |
| 9. ไทรน้อย | 60 | 230 | 60 |
| 10. วังน้อย | 60 | 175 | 60 |
| 11. น้ำพอง | 60 | 250 | 60 |
12. โรงไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้เชื้อเพลิง (ก) ถ่านหิน
(ข) น้ำมัน (ค) ก๊าซธรรมชาติ | 700
1,000 60 | 400 200 200 | 320
240 60 | |
| หมายเหตุ | : | (1)
เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543 (2) เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่
1 เมษายน 2543
(3) ให้คำนวณความเข้มข้นสารมลพิษทางอากาศเทียบที่สภาวะอ้างอิง
(Reference Condition) อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท หรือความดัน
1 บรรยากาศ ที่สภาวะแห้ง ปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ
50หรือปริมาตรออกซิเจนในการเผาไหม้ร้อยละ 7
(4) กรณีโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน
พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ ที่มีปล่องปล่อยทิ้งอากาศออกสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่า
1 ปล่อง ให้คำนวณค่าเฉลี่ยการปล่อยทิ้งอากาศเสีย ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
| ค่าเฉลี่ยการปล่อยทิ้งอากาศเสีย = |  |
| เมื่อ Qi = | อัตราการไหลของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากปล่องที่
i ของโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือหรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ
(ลูกบาศ์เมตรต่อชั่วโมง) | | Ci
= | ค่าความเข้มข้นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากปล่องที่ i ของโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน
พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือหรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ ที่เป็นก๊าซ (ส่วนในล้านส่วน)หรือที่เป็นฝุ่นละออง(มิลลิกรัมต่อลูกบาศ์เมตร)
| | n = | จำนวนปล่องปล่อยทิ้งอากาศของโรงไฟฟ้าเก่าประเภทพลังความร้อน
พลังความร้อนร่วม กังหันแก๊ส หรือหรือโรงไฟฟ้าเก่าประเภทอื่นๆ | | l
= | 1, 2,3,.....n | | | ที่มา | : | ดัดแปลงจาก
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าเก่า
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 108 ง ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542 และ ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) เรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าเก่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 108ง ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542 |
|
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอย |
|  |
สารมลพิษ |
หน่วย |
เตาเผามูลฝอยที่มีกำลังการเผาไหม้
ในการกำจัดมูลฝอยตั้งแต่ 1 ตัน
แต่ไม่เกิน 50 ตันต่อวัน |
เตาเผามูลฝอยที่มีกำลังการเผาไหม้
ในการกำจัดมูลฝอยเกินกว่า
50 ตันต่อวัน |
วิธีตรวจวัด |
| เตาเผามูลฝอยเก่า |
| 1.ปริมาณฝุ่นละออง (TSP)
| มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร | ไม่เกิน 400 |
ไม่เกิน 120 |
Determination of Particulate Matter Emissions from
Stationary Sources | | 2.
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO 2) | ส่วนในล้านส่วน | ไม่เกิน
30 |
ไม่เกิน 30 |
Determination of Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources หรือ Determination of Sulfur Acid Mist and Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources |
| 3. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
(NOx as NO2 ) | ส่วนในล้านส่วน | ไม่เกิน 250 |
ไม่เกิน
180 |
Determination of Nitrogen Oxide
Emissions from Stationary Sources |
| 4. ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCL) | ส่วนในล้านส่วน | ไม่เกิน
136 |
ไม่เกิน 25 |
Determination of Hydrogen Chloride
Emissions from Stationary Sources |
| 5. สารปรอท (Hg) |
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 0.05 |
ไม่เกิน 0.05 |
Determination of
Metals Emissions from Stationary Sources |
6. สารแคดเมี่ยม
(Cd) |
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 0.5 |
ไม่เกิน 0.05 |
Determination of
Metals Emissions from Stationary Sources |
| 7. สารตะกั่ว (Pb) |
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 1.5 |
ไม่เกิน 0.5 |
Determination of
Metals Emissions from Stationary Sources |
| 8. ค่าสารประกอบไดออกซิน
(PCDD/PCDFs ) | นาโนกรัมต่อลูกบาศก์
เมตรคำนวณผลในรูปของ
หน่วยความเข้มข้น
เทียบเคียงความเป็นพิษต่อ
มนุษย์
(PCDD/Fs as Toxic
Equivalent ; I-TEQ) |
ไม่เกิน 0.5 |
ไม่เกิน 0.5 |
Determination of Polychlorinated Dibenzofurans
from Stationary Sources |
| 9. ค่าความทึบแสง (Opacity) |
ร้อยละ | ไม่เกิน
20 |
ไม่เกิน 10 |
ด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
ทั้งนี้แบบบันทึกผลการตรวจวัดค่าความทึบแสง และแบบสรุปผลการตรวจวัดค่าความทึบแสงจากปล่อง
ปล่อยทิ้งอากาศเสียของเตาเผามูลฝอย รวมทั้ง ลักษณะและหน่วยวัดค่าความทึบแสงของแผนภูมิ
เขม่าควันของริงเกิลมานน์ |
| เตาเผามูลฝอยใหม่ และเตาเผามูลฝอยเก่าเฉพาะส่วนที่มีการขยายกิจการหลังจากวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับไว้ |
| 1.ปริมาณฝุ่นละออง (TSP)
|
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 320 |
ไม่เกิน 70 |
Determination of Particulate Matter Emissions from
Stationary Sources |
| 2.
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO 2) |
ส่วนในล้านส่วน |
ไม่เกิน
30 |
ไม่เกิน 30 |
Determination of Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources หรือ Determination of Sulfur Acid Mist and Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources |
| 3. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
(NOx as NO2 ) |
ส่วนในล้านส่วน |
ไม่เกิน 250 |
ไม่เกิน
180 |
Determination of Nitrogen Oxide
Emissions from Stationary Sources |
| 4. ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCL) |
ส่วนในล้านส่วน |
ไม่เกิน 80 |
ไม่เกิน 25 |
Determination of Hydrogen Chloride
Emissions from Stationary Sources |
| 5. สารปรอท (Hg) |
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 0.05 |
ไม่เกิน 0.05 |
Determination of
Metals Emissions from Stationary Sources |
6. สารแคดเมี่ยม
(Cd) |
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 0.5 |
ไม่เกิน 0.05 |
Determination of
Metals Emissions from Stationary Sources |
| 7. สารตะกั่ว (Pb) |
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ไม่เกิน 1.5 |
ไม่เกิน 0.5 |
Determination of
Metals Emissions from Stationary Sources |
| 8. ค่าสารประกอบไดออกซิน
(PCDD/PCDFs ) |
นาโนกรัมต่อลูกบาศก์
เมตรคำนวณผลในรูปของ
หน่วยความเข้มข้น
เทียบเคียงความเป็นพิษต่อ
มนุษย์
(PCDD/Fs as Toxic
Equivalent ; I-TEQ) |
ไม่เกิน 0.5 |
ไม่เกิน 0.1 |
Determination of Polychlorinated Dibenzofurans
from Stationary Sources |
| 9. ค่าความทึบแสง (Opacity) |
ร้อยละ |
ไม่เกิน 10 |
ไม่เกิน 10 |
ด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
ทั้งนี้แบบบันทึกผลการตรวจวัดค่าความทึบแสง และแบบสรุปผลการตรวจวัดค่าความทึบแสงจากปล่อง
ปล่อยทิ้งอากาศเสียของเตาเผามูลฝอย รวมทั้ง ลักษณะและหน่วยวัดค่าความทึบแสงของแผนภูมิ
เขม่าควันของริงเกิลมานน์ |
| |
 |
 |
| มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ |
|  |
| ประเภทของสารมลพิษทางอากาศ | ค่ามาตรฐาน
การระบายสารมลพิษ | วิธีการตรวจวัด |
| ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ SO2 (ppm) | 30 | USEPA
Method 6,8 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์
(Noxas NO2 ) (ppm) | 180 | USEPA
Method 7 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์
(HCl) (ppm) | 25 | USEPA
Method 26 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์
(HF) (ppm) | 20 |
USEPA Method 26,26A
/ วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
|
| (PCDD/Fs as International Toxic Equivalent;
I-TEQ) (nanogram/m3) | 0.5 | USEPA
Method 23 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าปริมาณฝุ่นละออง
(Total Suspended Particulate) (mg/m3) | 120 | USEPA
Method 5 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าความทึบแสง
(Opacity) (%) | 10 | USEPA
Method 9 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าสารปรอท
(Hg) (mg/m3) | 0.05 | USEPA
Method 29 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าสารแคดเมียม
(Cd) (mg/m3) | 0.05 | USEPA
Method 29 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | ค่าสารตะกั่ว
(Pb) (mg/m3) | 0.5 |
USEPA
Method 29 / วิธีที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
|
|
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองจากโรงโม่
บด หรือย่อยหิน | |  |
| แหล่งกำเนิด | ฝุ่นละออง
(มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) | ค่าความทึบแสง
(%) | | ไม่มีระบบดูดฝุ่น | - | 20 |
| มีระบบดูดฝุ่น ระบายออกทางปล่อง | 400 | 20 |
| วิธีการตรวจวัด | USEPA
Method 5 | Smoke Opacity Meter |
| |
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานปูนซีเมนต์ |
|  |
|
ประเภทของโรงงานปูนซีเมนต์ | มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสีย |
| ฝุ่นละออง (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) | ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
(ส่วนในล้านส่วน) | ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนซึ่งคำนวณผล
ในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (ส่วนในล้านส่วน) | โรงงานปูนซีเมนต์เก่าที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม
ณ บริเวณดังต่อไปนี้ หม้อเผาปูนซีเมนต์ทั่วไป หม้อเผาปูนซีเมนต์ขาว
หม้อเย็น หม้อบดปูนและหม้อบดถ่านหิน | ไม่เกิน
300 ไม่เกิน 300 ไม่เกิน 200 | ไม่เกิน
50 ไม่เกิน 600 | ไม่เกิน 600 ไม่เกิน
600 | โรงงานปูนซีเมนต์ใหม่ที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม
ณ บริเวณดังต่อไปนี้ หม้อเผาปูนซีเมนต์ทั่วไป หม้อเผาปูนซีเมนต์ขาว หม้อเย็น
หม้อบดปูนและหม้อบดถ่านหิน | ไม่เกิน 120 ไม่เกิน
120 ไม่เกิน 120 | ไม่เกิน 50 ไม่เกิน 500 | ไม่เกิน
500 ไม่เกิน 500 | | |
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง |
|  |
| สารมลพิษ | ค่าเฉลี่ย
ความเข้มข้นใน 1 ชั่วโมง |
วิธีการเก็บตัวอย่าง |
วิธีตรวจวัด |
| ไอน้ำมันเบนซิน | 17
มิลลิกรัมต่อลิตร
(milligram total VOCs/liter in emitted vapor)
(นับแต่วันที่ 22 มกราคม 2553) |
แบบต่อเนื่องจากปล่องของระบบควบคุมไอน้ำมันเบนซินในขณะที่ระบบ
กำลังทำงาน และนำค่าที่ได้มาคำนวณเพื่อหาค่าเฉลี่ยไอน้ำมันเบนซินที่เกิดขึ้นในเวลา ๑ ชั่วโมงหรือ |
การตรวจวัดก๊าซที่ปล่อยทิ้งในรูปของสารประกอบอินทรีย์ ให้ใช้วิธีการตรวจวัดที่ ๑๘
(Method 18 : Measurement of Gaseous Organic Compound Emission by Gas Chromatography)
ตามที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Environmental
Protection Agency) กำหนด โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบก๊าซโครมาโตกราฟฟี |
| การตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซในรูปสารประกอบอินทรีย์ทั้งหมด ให้ใช้วิธีการ
ตรวจวัดที่ ๒๕ เอ (Method 25A : Determination of Total Gaseous Organic Concentration Using
a Flame Ionization Analyzer) ตามที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนด
โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบเฟลมไอออไนเซชัน หรือ |
| แบบไม่ต่อเนื่องจากปล่องของระบบควบคุมไอน้ำมันเบนซินในขณะ
ที่ระบบกำลังทำงาน แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๔ ครั้งต่อ ๑ ชั่วโมง และนำค่าที่ได้ในแต่ละช่วงมาคำนวณ
เพื่อหาค่าเฉลี่ยไอน้ำมันเบนซินที่เกิดขึ้นในเวลา ๑ ชั่วโมง |
การตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซในรูปสารประกอบอินทรีย์ทั้งหมด ให้ใช้วิธีการ
ตรวจวัดที่ ๒๕ บี (Method 25B : Determination of Total Gaseous Organic Concentration Using
a Non-dispersive Infrared Analyzer) ตามที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
กำหนด โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบนันดีสเปอร์ซีฟอินฟราเรด หรือ |
| วิธี และเครื่องมือตรวจวัดอื่นตามที่กรมควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
| |
 |
 |
| มาตรฐานอากาศเสียที่ระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรม |
|  |
| ชนิดของสารเจือปน | แหล่งที่มาของสาร |
กระบวนการผลิต ที่ไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง* |
กระบวนการผลิต ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง**
| 1.
ฝุ่นละออง (มก./ลบ.ม.) | 1. หม้อไอน้ำหรือแหล่งกำเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้ น้ำมันเตา
ถ่านหิน ชีวมวล เชื้อเพลิงอื่นๆ 2. การถลุง หล่อหลอม รีดดึง และ/หรืออลูมิเนียม 3. การผลิตทั่วไป |
- - -
- ไม่เกิน 300
ไม่เกิน 400 |
ไม่เกิน 240 ไม่เกิน 320 ไม่เกิน
320 ไม่เกิน 320 ไม่เกิน 240
ไม่เกิน 320 |
2. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ppm) |
1. หม้อไอน้ำหรือแหล่งกำเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้
น้ำมันเตา
ถ่านหิน ชีวมวล เชื้อเพลิงอื่นๆ 2. การผลิตทั่วไป
|
- - -
ไม่เกิน 500 |
ไม่เกิน
950 ไม่เกิน 700 ไม่เกิน 60 ไม่เกิน 60
- |
3. ออกไซด์ของไนโตรเจน (ppm)
| หม้อไอน้ำหรือแหล่งกำเนิดที่ใช้เชื้อเพลิง ดังนี้ น้ำมันเตา
ถ่านหิน ชีวมวล เชื้อเพลิงอื่นๆ |
- - - - |
ไม่เกิน 200 ไม่เกิน 400 ไม่เกิน
200 ไม่เกิน 200 |
4. คาร์บอนมอนอกไซด์
(ppm) | การผลิตทั่วไป
|
ไม่เกิน 870 |
ไม่เกิน 690 | 5.
ไฮโดรเจนซัลไฟด์
(ppm) | การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 100 |
ไม่เกิน 80 |
6. ไฮโดรเจนคลอไรด์
(มก./ลบ.ม.) | การผลิตทั่วไป
|
ไม่เกิน 200 |
ไม่เกิน 160 | 7.
กรดกำมะะถัน (ppm)
| การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 25 |
- | 8. ไซลีน (ppm) | การผลิตทั่วไป
|
ไม่เกิน 200 |
- | 9.
ครีซอล (ppm) | การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 5 |
- | 10.
พลวง
(มก./ลบ.ม.) | การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 20 |
ไม่เกิน16 | 11. สารหนู
(มก./ลบ.ม.)ู
| การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 20 |
ไม่เกิน 16 |
12. ทองแดง
(มก./ลบ.ม.) | การผลิตทั่วไป
|
ไม่เกิน 30 |
ไม่เกิน 24 |
13. ตะกั่ว
(มก./ลบ.ม.) | การผลิตทั่วไป
|
ไม่เกิน 30 |
ไม่เกิน 24 |
14. คลอรีน
(มก./ลบ.ม.) | การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 30 |
ไม่เกิน 24 |
15. ปรอท
(มก./ลบ.ม.) | การผลิตทั่วไป |
ไม่เกิน 3 |
ไม่เกิน 2.4 |
|
|
 |
 |
| มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ |
|  |
|
หน่วยที่ | ค่ามาตรฐานการระบายสารมลพิษ |
| SO2 (ppm)
| Noxas NO2 (ppm) | ฝุ่นละออง
(mg/m3) | กลุ่มที่ 1 (หน่วยการผลิตที่
1-3) | 1,300 | 500 | 180 |
กลุ่มที่ 2 (หน่วยการผลิตที่ 4 - 7) | 320 |
500 | 180 | กลุ่มที่ 3
(หน่วยการผลิตที่ 8 - 13) | 320 | 500 | 180 |
| หน่วยการผลิตที่ 1-13 |
ค่าการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ต้องไม่เกิน 11 ตันต่อชั่วโมง |
|
| หมายเหตุ | : |
การคำนวณค่าเฉลี่ยของอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าต้องมีค่าเฉลี่ยของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ซึ่งคำนวณผลในรูปของกีาซไนโตรเจนไดออกไซด์ หรือฝุ่นละออง
และการคำนวณปริมาณรวมของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยทิ้งจากปล่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะทุกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้า
ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้
1.ค่าเฉลี่ยของอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้ง
= |  |
2.ค่าปริมาณรวมของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ปล่อยทิ้งจากทุกกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้า
ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (ตันต่อชั่วโมง) = |  |
| เมื่อ Qi = | ค่าอัตราการไหลของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากปล่องที่
i ของกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้า (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) | | Ci
= | ค่าความเข้มข้นของอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากปล่อยที่
i ของกลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่เป็นกีาซ (ส่วนในล้านส่วน) หรือที่เป็นฝุ่นละออง (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
| | C'i = | ค่าความเข้มข้นของกีาซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่ยทิ้งจากปล่องที่
i (มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) | | n = | จำนวนปล่องที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียในแต่ละกลุ่มการผลิตกระกระแสไฟฟ้า |
| l = | 1, 2,3,.....n |
กลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 1 = หน่วยการผลิตที่ 1-3 กลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่
2= หน่วยการผลิตที่ 4-7 กลุ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 3 = หนวยการผลิตที่ 8-13
| | ที่มา | : | ดัดแปลงจาก
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2544) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 118 ตอนพิเศษ 24 ง วันที่ 16 มีนาคม 2544 |
|
 |
 |
| มาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ
| |  |
| เขม่าควันที่ปล่อยทิ้งจากปล่องเตาเผาศพต้องมีค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ
10 เมื่อตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์ (Ringlemann's Method)
| |
|
 |
 |
| มาตรฐานการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงงานเหล็ก |
|  |
|
โรงเหล็ก | ค่ามาตรฐานการระบายสารมลพิษ |
| SO2 (ppm)
| Noxas NO2 (ppm) | ฝุ่นละออง
(mg/m3) | | โรงเหล็กใหม่ |
800 | 180 | 120 |
| โรงงานเก่า | 800 | 200 |
240 | | |
 |
 |
|  |
|
พารามิเตอร์ | วิธีการตรวจวัด |
| 1. ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
( SO2 ) (ppm) | - US.EPA method 6: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
(Determination of Sulfur Dioxide Emissions From Stationary Sources) หรือวิธี
- US.EPA
method 8: วิธีการตรวจวัดก๊าซไอกรดซัลฟุริก และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
(Determination of Sulfuric Acid Mist And Sulfur Dioxide Emissions From Stationary
Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Environmental
Protection Agency) กำหนดไว้ หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ
|
2. ค่าก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
ในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ( NOxas NO2)(ppm) | US.EPA
method 7: วิธีการตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination
of Nitrogen Oxide Emissions From Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้
หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | 3.
ค่าก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ ( HCl ) |
US.EPA method 26: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซ์ไฮโดรเจนคลอไรด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
(Determination of Hydrogen Chloride Emissions From Stationary Sources) หรือวิธี US.EPA method 26A: Determination of Hydrogen Halide and Halogen Emissions from
Stationary Sources (Isokinetic Method) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้
หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
4.
ค่าสารประกอบไดออกซิน ( Dioxin as Total Chlorinated PCDD plus PCDF )(นาโนกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
) | US.EPA method 23: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซ์ไดออกซินภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
( Determination of Polychlorinated Dibenzo-p-Dioxins and Polychlorinated Dibenzofurans
From Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือวิธีอื่นที่
กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | 5.
ค่าปริมาณฝุ่นละออง (Total Suspended Particulate) (มก./ลบ.ม.) | US.EPA
method 5: วิธีการเก็บตัวอย่างเพื่อวัดฝุ่นละอองภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination
of Particulate Emissions From Stationary Sources)ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือวิธีอื่นที่
กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ | | 6.
ค่าความทึบแสง(Opacity) (ร้อยละ) ค่าความทึบแสงจากเตาเผาศพ ค่าความทึบแสงโรงโม่
บด และ ย่อยหิน | USEPA Method 9: Visual Determination of the
Opacity of Emissions from Stationary Sources Ringlemann's Method Smoke
Opacity Meter หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
7. ค่าก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (HF) (ppm) |
US.EPA
method 26: วิธีการตรวจวัดปริมาณก๊าซ์ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
(Determination of Hydrogen Chloride Emissions From Stationary Sources) หรือวิธี
US.EPA method 26A : Determination of Hydrogen Halide and Halogen Emissions from
Stationary Sources (Isokinetic Method) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้
หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
8.
ค่าสารปรอทและแคดเมียม (Hg,Cd) (mg/m3) |
US.EPA
method 29: วิธีการตรวจวัดปริมาณสารโลหะภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
(Determination of Metals Emissions from Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้
หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
9.
ค่าสารตะกั่ว (Pb) (mg/m3) |
US.EPA method 29:
วิธีการตรวจวัดปริมาณสารโลหะภายในปล่องโรงงานอุตสาหกรรม (Determination
of Inorganic Lead Emissions from Stationary Sources) ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้
หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
|
| หมายเหตุ | : |
การวัดค่าอากาศเสียแต่ละชนิดที่ปล่อยทิ้งจากปล่องเตาเผามูลฝอยให้คำนวณผลที่ความดัน
1 บรรยากาศ หรือที่ 760 มิลลิเมตร ปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry
Basis) โดยมีปริมาตรอากาศส่วนเกินในการเผาไหม้ (Excess Air) ร้อยละ 50 หรือที่ปริมาตรออกซิเจนส่วนเกินในการเผาไหม้ร้อยละ
7 | |
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากสถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำ |
|  |
| สารมลพิษ | มาตรฐาน
อากาศเสียที่ปล่อยทิ้ง (ppm) | วิธีตรวจวัด |
ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NOxas NO2) |
ไม่เกิน 550 |
US.EPA Method 7 หรือวิธีอื่นที่กรมควบคุมมลพิษเห็นชอบ |
|
| หมายเหตุ | : |
1. ประกาศนี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 2. "สถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำ" หมายถึง- สถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ประเภทกิจการหลอม หล่อ ทองคำหรือทองคำผสมโลหะอื่น หรือการขัดล้างทองคำหรือ
ทองคำผสมโลหะอื่นด้วยเครื่องจักร สารเคมี หรือวิธีอื่นใด แต่ไม่รวมถึงการผลิตทองคำหรือทองคำผสมโลหะอื่น เพื่อทำเป็นภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ หรือ
- โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการผสมวิเคราะห์และทำให้บริสุทธิ์
หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตทองคำ ทองคำผสม Silver Alloy ทองคำผสม
Master Alloy หรือทองคำผสมโลหะอื่น
3. "การหลอมและต้มทองคำ" หมายความว่า กระบวนการหลอม หล่อ ทองคำ หรือทองคำผสมโลหะอื่นให้เป็นของเหลวและนำของเหลวที่ได้มาวิเคราะห์และทำให้บริสุทธิ์โดยใช้
กรด แยกสลายด้วยไฟฟ้า หรือใช้ก๊าซอย่างใดอย่งหนึ่ง หรือทั้งสามอย่างรวมกัน
4. " สภาวะแห้ง (Dry Basis)" หมายความว่า สภาวะที่ความชื้นของตัวอย่างอากาศเป็นศูนย์
|
| ที่มา | : |
-
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งจากสถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 88 ง ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2547
-
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สถานประกอบกิจการหลอมและต้มทองคำเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 88 ง ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2547
|
| |
|
ให้คำนวณผลที่ความดัน 1 บรรยากาศ หรือที่
760 มิลลิเมตรปรอท
อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)
ใช้วิธี Determination of Nitrogen Oxide Emissions from Stationary
Sources ที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือ
วิธีอื่นที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นชอบโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
|
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมจากสถานประกอบโรงสีข้าว |
|  |
| พารามิเตอร์ |
มาตรฐาน |
วิธีตรวจวัด |
1. โรงสีข้าวที่ใช้หม้อไอน้ำ
ทุกขนาด
|
ค่าความทึบแสงของเขม่าควัน
ไม่เกินร้อยละ
20 นับแต่วันถัดจากวัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
1. ตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
2. วิธีการตรวจวัด คำนวณเปรียบเทียบและสรุปผลการตรวจวัด ค่าความทึบแสง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
ค่าความทึบแสงของเขม่าควัน
ไม่เกินร้อยละ 10
เมื่อพ้นกำหนดเวลา 2 ปี
นับแต่วันถัดจากวัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
1. ตรวจวัดด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์
2. วิธีการตรวจวัดคำนวณเปรียบเทียบและสรุปผลการตรวจวัด
ค่าความทึบแสง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
2. โรงสีข้าวทุกประเภทที่มี
กำลังการผลิต มากกว่า 20
ตันต่อวันขึ้นไป |
ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละออง
ฟุ้งกระจาย จากกระบวนการผลิต
ออกสู่บรรยากาศ
ค่าความแตกต่างของความเข้มข้น
ฝุ่นละออง
หรืออนุภาคขนาดเล็ก
(PM 10 )
ระหว่างจุดตรวจวัด
เหนือลมกับจุดตรวจวัดใต้ลม
ไม่เกิน 0.100 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร
(100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร )
เมื่อพ้นกำหนดเวลา
180 วัน
นับแต่วันถัดจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
|
หลักเกณฑ์ วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ตรวจวัด และจุดตรวจวัดฝุ่นละออง
ฟุ้งกระจายจากโรงสีข้าวให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
| |
 |
 |
| มาตรฐานค่าความทึบแสงของฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากท่าเรือบางประเภท |
|  |
| สารมลพิษ | ค่าความทึบแสง | วิธีตรวจวัด |
| ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย |
ไม่เกินร้อยละ 15
นับแต่วันถัดจากวัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
เครื่องวัดความทึบแสง (Smoke Opacity Meter) โดย
หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดค่าความทึบแสงของฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจากท่าเรือ
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
ไม่เกินร้อยละ 5
เมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 ปี
นับแต่วันถัดจากวัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
| |
| |
 |
|
| มาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ
|
|
|
|
ที่ตั้งของแหล่งกำเนิดมลพิษ
|
ค่าความเข้มกลิ่นที่บริเวณรั้วหรือขอบเขตของแหล่งกำเนิดมลพิษ
|
| ค่าความเข้มกลิ่น
ที่ปล่องระบายอากาศเสีย
ของแหล่งกำเนิดมลพิษ |
|
เขตอุตสาหกรรม |
ไม่เกิน 30 หน่วย
|
ไม่เกิน 1,000 หน่วย
|
|
นอกเขตอุตสาหกรรม
|
ไม่เกิน 15 หน่วย |
ไม่เกิน 300 หน่วย |
|
|
|
|
| มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ
|
|
|
|
ประเภทโรงแยกก๊าซธรรมชาติ |
ค่ามาตรฐาน |
| วิธีตรวจวัดอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ |
|
โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1 |
|
| 1. |
ฝุ่นละออง (Total Suspended Particulate) |
ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
Determination of Particulate Matter Emissions
from Stationary Sources |
| 2. |
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) |
ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources หรือ Determination of Sulfuric Acid and Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources |
| 3. |
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) |
ไม่เกิน 690 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Carbon Monoxide
Emissions from Stationary Sources |
| 4. |
ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) |
ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Hydrogen Sulfide
Content of Fuel Gas Streams in Petroleum Refineries |
| 5. |
สารปรอท (Mercury) |
ไม่เกิน 0.08 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
Determination of Metals Emissions from Stationary
Sources |
| 6. |
ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน |
ไม่เกิน 200 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Nitrogen
Oxide Emissions from Stationary Sources |
|
โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 2 |
|
| 1. |
ฝุ่นละออง (Total Suspended Particulate) |
ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
Determination of Particulate Matter Emissions
from Stationary Sources |
| 2. |
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) |
ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources หรือวิธี Determination of Sulfuric Acid and Sulfur Dioxide
Emissions from Stationary Sources |
| 3. |
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) |
ไม่เกิน 690 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Carbon Monoxide
Emissions from Stationary Sources |
| 4. |
ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) |
ไม่เกิน 60 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Hydrogen Sulfide
Content of Fuel Gas Streams in Petroleum Refineries |
| 5. |
สารปรอท (Mercury) |
ไม่เกิน 0.08 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
Determination of Metals Emissions from Stationary
Sources |
| 6. |
ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน |
ไม่เกิน 150 ส่วนในล้านส่วน |
Determination of Nitrogen
Oxide Emissions from Stationary Sources |
|
| หมายเหตุ |
: |
- โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1 ได้แก่
- (ก) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานก่อนวันที่ประกาศนี้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือ
- (ข) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้ยื่นขออนุญาตขยายโรงงานไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และได้รับใบอนุญาตภายในสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา
- ประเภทที่ 2 ได้แก่
- (ก) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนับแต่วันที่ประกาศนี้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือ
- (ข) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้ยื่นขออนุญาตขยายโรงงานนับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา หรือ
- (ค) โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตขยายโรงงานเมื่อพ้นกำหนดสองปี
นับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน คำนวณในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (Oxides
of Nitrogen as Nitrogen Dioxide)
- การรายงานผลการตรวจวัดอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติให้คำนวณผลที่ความดัน 1
บรรยากาศ หรือที่ 360 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่สภาวะแห้ง (Dry Basis)
โดยมีปริมาตรอากาศเสียที่ออกซิเจน (%O2) ร้อยละ 7
|
| ที่มา |
: |
ดัดแปลงจาก
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง กำหนดให้โรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูก
ควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 87 ง ราชกิจจานุเบกษา 16 กรกฎาคม 2553 และ
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 87 ง ราชกิจจานุเบกษา 16 กรกฎาคม 2553 |
|
|