
 |
|
 |
| มาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไป |
|  |
| ค่ามาตรฐานระดับเสียง | การตรวจวัดระดับเสียงโดยทั่วไป |
| 1.ค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ |
- การตรวจวัดค่าระดับเสียงสูงสุด ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงในบริเวณที่มีคนอยู่หรืออาศัยอยู่
- การตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
24 ชั่วโมงใด ๆ
- การตั้งไมโครโฟนของมาตรระดับเสียงที่บริเวณภายนอกอาคารให้ตั้งสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
1.20 เมตร โดยในรัศมี 3.50 เมตร ตามแนวราบรอบไมโครโฟน ต้องไม่มีกำแพงหรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงกีดขวางอยู่
- การตั้งไมโครโฟนของมาตรระดับเสียงที่บริเวณภายในอาคารให้ตั้งสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
1.20 เมตร โดยในรัศมี 1.00 เมตร ตามแนวราบรอบไมโครโฟน ต้องไม่มีกำแพงสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงกีดขวางอยู่
และต้องห่างจากช่องหน้าต่างหรือช่องทางที่เปิดออกนอกอาคารอย่างน้อย 1.50 เมตร
| | 2.ค่าระดับเสียงเฉลี่ย
24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ | | |
 |
 |
| มาตรฐานควบคุมระดับเสียงและความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน
| |  |
| ก. มาตรฐานระดับเสียงจากการทำเหมืองหิน |
| มาตราฐานระดับเสียง | การตรวจวัดระดับเสียง |
- ค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน
115 เดซิเบลเอ
- ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 8 ชั่วโมง ไม่เกิน 75 เดซิเบลเอ
-
ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ
|
- การตรวจวัดค่าระดับเสียงสูงสุด ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเป็นค่า
SPL( Sound Pressure Level ) ในขณะระเบิดหิน
- การตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย
8 ชั่งโมง ให้ใช้มาตรวัดระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 8 ชั่วโมง
ที่มีการโม่ บด และย่อยหิน
- การตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
24 ชั่วโมงใด ๆ
- การตั้งไมโครโฟนของมาตรระดับเสียงให้ตั้งในบริเวณขอบของเขตประทานบัตรหรือเขตประกอบการ
หรือขอบด้านนอกของเขตกันชน (Buffer Zone) และในเขตที่มีการร้องเรียน ตามวิธีการที่องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน
(International Organization for Standardization) กำหนดไว้ ซึ่งมีรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก
1 ท้ายประกาศนี้
| |
 |
|  |
| ข. มาตรฐานความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน |
ความถี่ (เฮิร์ตซ์) | ความเร็วของอนุภาค (มิลลิเมตรต่อวินาที) | การขจัด (มิลลิเมตร) |
| 1 | ไม่เกิน 4.7 | ไม่เกิน 0.75 |
| 2 | ไม่เกิน 9.4 | ไม่เกิน 0.75 |
| 3 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.67 |
| 4 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.51 |
| 5 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.40 |
| 6 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.34 |
| 7 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.29 |
| 8 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.25 |
| 9 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.23 |
| 10 | ไม่เกิน 12.7 | ไม่เกิน 0.20 |
| 11 | ไม่เกิน 13.8 | ไม่เกิน 0.20 |
| 12 | ไม่เกิน 15.1 | ไม่เกิน 0.20 |
| 13 | ไม่เกิน 16.3 | ไม่เกิน 0.20 |
| 14 | ไม่เกิน 17.6 | ไม่เกิน 0.20 |
| 15 | ไม่เกิน 18.8 | ไม่เกิน 0.20 |
| 16 | ไม่เกิน 20.1 | ไม่เกิน 0.20 |
| 17 | ไม่เกิน 21.4 | ไม่เกิน 0.20 |
| 18 | ไม่เกิน 22.6 | ไม่เกิน 0.20 |
| 19 | ไม่เกิน 23.9 | ไม่เกิน 0.20 |
| 20 | ไม่เกิน 25.1 | ไม่เกิน 0.20 |
| 21 | ไม่เกิน 26.4 | ไม่เกิน 0.20 |
| 22 | ไม่เกิน 27.6 | ไม่เกิน 0.20 |
| 23 | ไม่เกิน 28.9 | ไม่เกิน 0.20 |
| 24 | ไม่เกิน 30.2 | ไม่เกิน 0.20 |
| 25 | ไม่เกิน 31.4 | ไม่เกิน 0.20 |
| 26 | ไม่เกิน 32.7 | ไม่เกิน 0.20 |
| 27 | ไม่เกิน 33.9 | ไม่เกิน 0.20 |
| 28 | ไม่เกิน 35.2 | ไม่เกิน 0.20 |
| 29 | ไม่เกิน 36.4 | ไม่เกิน 0.20 |
| 30 | ไม่เกิน 37.7 | ไม่เกิน 0.20 |
| 31 | ไม่เกิน 39.0 | ไม่เกิน 0.20 |
| 32 | ไม่เกิน 40.2 | ไม่เกิน 0.20 |
| 33 | ไม่เกิน 41.5 | ไม่เกิน 0.20 |
| 34 | ไม่เกิน 42.7 | ไม่เกิน 0.20 |
| 35 | ไม่เกิน 44.0 | ไม่เกิน 0.20 |
| 36 | ไม่เกิน 45.2 | ไม่เกิน 0.20 |
| 37 | ไม่เกิน 46.5 | ไม่เกิน 0.20 |
| 38 | ไม่เกิน 47.8 | ไม่เกิน 0.20 |
| 39 | ไม่เกิน 49.0 | ไม่เกิน 0.20 |
| 40 | ไม่เกิน 50.8 | ไม่เกิน 0.20 | |
 |
|  |
| วิธีการตรวจวัดความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน |
| การติดตั้ง | วิธีการตรวจวัดสั่นสะเทือน |
| 1.การติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือน บนพื้นดิน | ให้ใช้อุปกรณ์หรือวัสดุอื่นใดมาทำการยึดหรือติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือนให้มั่นคง
โดยต้องทำให้หัววัดความสั่นสะเทือนไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวจากตำแหน่งที่ติดตั้ง ในขณะที่ทำการตรวจวัดได้ |
| 2.การติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือน บนฐานคอนกรีตด้านนอกสิ่งก่อสร้าง | ให้ทำการตรวจวัดที่บริเวณคอนกรีตที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน
หรือฐานคอนกรีต ที่มีความสูงจากพื้นดินไม่เกิน 0.5 เมตร โดยให้ทำการยึดหรือติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือนให้มั่นคง |
| |
 |
| ค่ามาตรฐาน |
วิธีการตรวจวัดระดับเสียง |
100 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 0.5 เมตร จากปลายท่อไอเสีย* หรือกราบของเรือกล
* ให้ตรวจสอบค่าระดับเสียง 2 ครั้ง และถือเอาค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นค่าระดับเสียงของเรือกล
ถ้าแตกต่างกันเกินกว่า 2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจวัดระดับเสียงโดยเริ่มต้นใหม่
|
เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด เร่งเครื่องที่ความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด |
| เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ เร่งเครื่องที่ 3 ใน 4 ของความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด |
|
|
 |
 |
| มาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์ |
|  |
| ค่ามาตรฐาน* | วิธีการตรวจวัดระดับเสียง |
| ประเภทรถยนต์ | วิธีเร่งเครื่องยนต์ |
ไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ
ที่ระยะ 7.5 เมตร หรือ ไม่เกิน 100 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 0.5 เมตร * ระดับเสียงขณะที่เดินเครื่องยนต์อยู่กับที่
โดยไม่รวมเสียงแตรสัญญาณ | รถยนต์ดีเซล | เร่งเครื่องยนต์ที่ความเร็วรอบสูงสุด |
| รถยนต์แก๊สโซลีน | เร่งเครื่องยนต์ที่
3/4 ของความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด | |
| หมายเหตุ | : |
- สถานที่ตรวจวัด
1) พื้นราบทำด้วยคอนกรีตหรือแอสฟัลต์หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงได้ดี
และเป็นที่โล่งซึ่งมีระยะห่างจากรถยนต์ที่จะตรวจวัด 10 เมตร ขึ้นไป ให้ตรวจวัดในระยะห่างจากรถยนต์
7.5 เมตร หรือ 0.5 เมตร 2) สถานที่ตาม 1) และเป็นที่โล่งซึ่งมีระยะห่างจากรถยนต์ที่จะตรวจวัด
3 เมตร แต่ไม่ถึง 10 เมตร ให้ตรวจวัดในระยะห่างจากรถยนต์ 0.5 เมตร -
ให้ตรวจสอบค่าระดับเสียง 2 ครั้ง และให้ถือเอาค่าระดับเสียงสูงสุดที่วัดได้ เป็นค่าระดับเสียงของเครื่องยนต์
ถ้าแตกต่างกันเกินกว่า 2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจสอบใหม่
| |
 |
 |
| มาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ |
|  |
| ค่ามาตรฐาน* | วิธีเร่งเครื่องยนต์ |
ไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 0.5 เมตร
* ระดับเสียงขณะที่เดินเครื่องยนต์อยู่กับที่ โดยไม่รวมเสียงแตรสัญญาณ |
- เร่งเครื่องยนต์ที่ 3/4 ของความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด ถ้าความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุดไม่เกิน
5,000 รอบต่อนาที หรือ
- เร่งเครื่องยนต์ที่ 1/2 ของความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุดเกิน
5,000 รอบต่อนาที
| | | หมายเหตุ | : |
- สถานที่ตรวจวัด เป็นพื้นราบทำด้วยคอนกรีตหรือแอสฟัลต์หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงได้ดี
และเป็นที่โล่ง ซึ่งมีระยะห่างจากรถจักรยานยนต์ที่จะตรวจวัด 3 เมตร ขึ้นไป
- ให้ตรวจสอบค่าระดับเสียง 2 ครั้ง และให้ถือเอาค่าระดับเสียงสูงสุดที่วัดได้
เป็นค่าระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ ถ้าแตกต่างกันเกินกว่า 2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจสอบใหม่
| |
 |
| ค่ามาตรฐานระดับเสียง | การตรวจวัดระดับเสียงพื้นฐานและระดับเสียงขณะมีการรบกวน |
| ระดับความแตกต่างของระดับเสียงขณะมีการรบกวนกับระดับเสียงพื้นฐาน(L90)
กำหนดระดับเสียงรบกวนเท่ากับ ๑๐ เดซิเบลเอ | - กรณีที่เสียงรบกวนเกิดขึ้นต่อเนื่อง
1 ชม.ขึ้นไป ให้วัดเป็นค่าระดับเสียงเฉลี่ย 1 ชม.(L eq 1 hr)
- กรณีที่เสียงรบกวนเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่ถึง
1 ชม. ให้วัดระดับเสียงตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง
- กรณีที่เสียงรบกวนเกิดขึ้นไม่ต่อเนื่อง
มากกว่าหนึ่งช่วงเวลา และช่วงเวลาไม่ถึง 1 ชม. ให้วัดระดับเสียงทุกช่วงเวลาใน1 ชม.
- กรณีบริเวณที่ตรวจวัดเสียงรบกวนเป็นพื้นที่ที่ต้องการความเงียบสงบ
เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และ/หรือ เกิดในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. ให้ตรวจวัดเป็นค่าระดับเสียงเฉลี่ย
5 นาที (L eq 5 min) และบวกเพิ่ม 3 เดซิเบลเอ
|
| |
 |
|
| มาตรฐานความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบต่ออาคาร |
|
 |
| อาคารประเภทที่ |
จุดตรวจวัด |
ความถี่(เฮิรตซ์) |
ความเร็วอนุภาคสูงสุดไม่เกิน(มิลลิเมตรต่อวินาที) |
| ความสั่นสะเทือนกรณีที่ 1 |
ความสั่นสะเทือนกรณีที่ 2 |
1 |
1.1 ฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร |
f <= 10 |
20 |
|
10 < f <= 50 |
0.5 f + 15 |
50 < f <= 100 |
0.2 f + 30 |
f > 100 |
50 |
| 1.2 ชั้นบนสุดของอาคาร |
ทุกความถี่ |
40* |
10* |
| 1.3 พื้นอาคารในแต่ละชั้น |
ทุกความถี่ |
20** |
10** |
2 |
2.1 ฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร |
f <= 10 |
5 |
|
10 < f <= 50 |
0.25 f + 2.5 |
50 < f <= 100 |
0.1 f + 10 |
f > 100 |
20 |
| 2.2 ชั้นบนสุดของอาคาร |
ทุกความถี่ |
15* |
5* |
| 2.3 พื้นอาคารในแต่ละชั้น |
ทุกความถี่ |
20** |
10** |
3 |
3.1 ฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร |
f <= 10 |
3 |
|
10 < f <= 50 |
0.125 f + 1.75 |
50 < f <= 100 |
0.04 f + 6 |
f > 100 |
10 |
| 3.2 ชั้นบนสุดของอาคาร |
ทุกความถี่ |
8* |
2.5* |
| 3.3 พื้นอาคารในแต่ละชั้น |
ทุกความถี่ |
20** |
10** |
|
| หมายเหตุ |
: |
1) f = ความถี่ของความสั่นสะเทือน ณ เวลาที่มีความเร็วอนุภาคสูงสุดมีหน่วยเป็นเฮิรตซ์
2) * = กำหนดมาตรฐานไว้เฉพาะค่าความเร็วอนุภาคสูงสุดในแกนนอน
3) ** = กำหนดมาตรฐานไว้เฉพาะค่าความเร็วอนุภาคสูงสุดในแกนตั้ง
4) การวัดค่าความสั่นสะเทือนสูงสุดสำหรับความสั่นสะเทือนกรณีที่ 2 ตามข้อ 1.2, 2.2 และ 3.2 ให้วัดที่
ชั้นบนสุดของอาคารหรือชั้นอื่นซึ่งมีค่าความสั่นสะเทือนสูงสุด
5) การวัดค่าความสั่นสะเทือนที่พื้นอาคารในแต่ละชั้นตามข้อ 1.3, 2.3 และ 3.3 ให้ยกเว้นการวัดที่ฐานราก
หรือชั้นล่างของอาคาร |
| ที่มา |
: |
1.
ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2553)
เรื่อง กำหนดมาตรฐานความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบต่ออาคาร ลงวันที่ 26 เมษายน 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 127 ตอนพิเศษ 69ง วันที่ 2 มิถุนายน 2553
|
|
 |
| |