| ระดับเสียงโดยทั่วไป | การทำเหมืองหิน | ระดับเสียงของเรือ | ระดับเสียงของรถยนต์ | ระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ |
| ระดับเสียงรบกวน |ความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบต่ออาคาร |

มาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไป
ค่ามาตรฐานระดับเสียงการตรวจวัดระดับเสียงโดยทั่วไป
1.ค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ
  1. การตรวจวัดค่าระดับเสียงสูงสุด ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงในบริเวณที่มีคนอยู่หรืออาศัยอยู่
  2. การตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 24 ชั่วโมงใด ๆ
  3. การตั้งไมโครโฟนของมาตรระดับเสียงที่บริเวณภายนอกอาคารให้ตั้งสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร โดยในรัศมี 3.50 เมตร ตามแนวราบรอบไมโครโฟน ต้องไม่มีกำแพงหรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงกีดขวางอยู่
  4. การตั้งไมโครโฟนของมาตรระดับเสียงที่บริเวณภายในอาคารให้ตั้งสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร โดยในรัศมี 1.00 เมตร ตามแนวราบรอบไมโครโฟน ต้องไม่มีกำแพงสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงกีดขวางอยู่ และต้องห่างจากช่องหน้าต่างหรือช่องทางที่เปิดออกนอกอาคารอย่างน้อย 1.50 เมตร
2.ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ

ที่มา:ดัดแปลงจาก ...
1. ประกาศคณะกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ.2540) เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไป มาตรา 32(5) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ณ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2540
2. ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เรื่อง วิธีการตรวจวัดระดับเสียงพื้นฐาน ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน การตรวจวัดและคำนวณระดับเสียงขณะมีการรบกวน การคำนวณค่าระดับการบกวน และแบบบันทึกการตรวจวัดเสียงรบกวน ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2550
3. ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง การคำนวนค่าระดับเสียง ประกาศ ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2540


มาตรฐานควบคุมระดับเสียงและความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน
ก. มาตรฐานระดับเสียงจากการทำเหมืองหิน
มาตราฐานระดับเสียงการตรวจวัดระดับเสียง
  1. ค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ
  2. ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 8 ชั่วโมง ไม่เกิน 75 เดซิเบลเอ
  3. ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ
  1. การตรวจวัดค่าระดับเสียงสูงสุด ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเป็นค่า SPL( Sound Pressure Level ) ในขณะระเบิดหิน
  2. การตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 8 ชั่งโมง ให้ใช้มาตรวัดระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 8 ชั่วโมง ที่มีการโม่ บด และย่อยหิน
  3. การตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้ใช้มาตรระดับเสียงตรวจวัดระดับเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 24 ชั่วโมงใด ๆ
  4. การตั้งไมโครโฟนของมาตรระดับเสียงให้ตั้งในบริเวณขอบของเขตประทานบัตรหรือเขตประกอบการ หรือขอบด้านนอกของเขตกันชน (Buffer Zone) และในเขตที่มีการร้องเรียน ตามวิธีการที่องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน (International Organization for Standardization) กำหนดไว้ ซึ่งมีรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 1 ท้ายประกาศนี้

ข. มาตรฐานความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน
ความถี่
(เฮิร์ตซ์)
ความเร็วของอนุภาค
(มิลลิเมตรต่อวินาที)
การขจัด
(มิลลิเมตร)
1 ไม่เกิน 4.7ไม่เกิน 0.75
2ไม่เกิน 9.4ไม่เกิน 0.75
3ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.67
4ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.51
5ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.40
6ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.34
7ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.29
8ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.25
9ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.23
10ไม่เกิน 12.7ไม่เกิน 0.20
11ไม่เกิน 13.8ไม่เกิน 0.20
12ไม่เกิน 15.1ไม่เกิน 0.20
13ไม่เกิน 16.3ไม่เกิน 0.20
14ไม่เกิน 17.6ไม่เกิน 0.20
15ไม่เกิน 18.8ไม่เกิน 0.20
16ไม่เกิน 20.1ไม่เกิน 0.20
17ไม่เกิน 21.4ไม่เกิน 0.20
18ไม่เกิน 22.6ไม่เกิน 0.20
19ไม่เกิน 23.9ไม่เกิน 0.20
20ไม่เกิน 25.1ไม่เกิน 0.20
21ไม่เกิน 26.4ไม่เกิน 0.20
22ไม่เกิน 27.6ไม่เกิน 0.20
23ไม่เกิน 28.9ไม่เกิน 0.20
24ไม่เกิน 30.2ไม่เกิน 0.20
25ไม่เกิน 31.4ไม่เกิน 0.20
26ไม่เกิน 32.7ไม่เกิน 0.20
27ไม่เกิน 33.9ไม่เกิน 0.20
28ไม่เกิน 35.2ไม่เกิน 0.20
29ไม่เกิน 36.4ไม่เกิน 0.20
30ไม่เกิน 37.7ไม่เกิน 0.20
31ไม่เกิน 39.0ไม่เกิน 0.20
32ไม่เกิน 40.2ไม่เกิน 0.20
33ไม่เกิน 41.5ไม่เกิน 0.20
34ไม่เกิน 42.7ไม่เกิน 0.20
35ไม่เกิน 44.0ไม่เกิน 0.20
36ไม่เกิน 45.2ไม่เกิน 0.20
37ไม่เกิน 46.5ไม่เกิน 0.20
38ไม่เกิน 47.8ไม่เกิน 0.20
39ไม่เกิน 49.0ไม่เกิน 0.20
40ไม่เกิน 50.8ไม่เกิน 0.20


วิธีการตรวจวัดความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน
การติดตั้งวิธีการตรวจวัดสั่นสะเทือน
1.การติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือน บนพื้นดินให้ใช้อุปกรณ์หรือวัสดุอื่นใดมาทำการยึดหรือติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือนให้มั่นคง โดยต้องทำให้หัววัดความสั่นสะเทือนไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวจากตำแหน่งที่ติดตั้ง ในขณะที่ทำการตรวจวัดได้
2.การติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือน บนฐานคอนกรีตด้านนอกสิ่งก่อสร้างให้ทำการตรวจวัดที่บริเวณคอนกรีตที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน หรือฐานคอนกรีต ที่มีความสูงจากพื้นดินไม่เกิน 0.5 เมตร โดยให้ทำการยึดหรือติดตั้งหัววัดความสั่นสะเทือนให้มั่นคง

หมายเหตุ: ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมระดับเสียงและความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน และ ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้เหมืองหินเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมระดับเสียงและความสั่นสะเทือน ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ยกเลิก ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ
ที่มา: ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมระดับเสียงและความสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองหิน และ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้เหมืองหินเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมระดับเสียงและความสั่นสะเทือน ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 122 ตอนที่ 125ง วันที่ 29 ธันวาคม 2548


มาตรฐานระดับเสียงของเรือ
ค่ามาตรฐาน วิธีการตรวจวัดระดับเสียง
100 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 0.5 เมตร จากปลายท่อไอเสีย*
หรือกราบของเรือกล * ให้ตรวจสอบค่าระดับเสียง 2 ครั้ง และถือเอาค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นค่าระดับเสียงของเรือกล ถ้าแตกต่างกันเกินกว่า 2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจวัดระดับเสียงโดยเริ่มต้นใหม่
เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด เร่งเครื่องที่ความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด
เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ เร่งเครื่องที่ 3 ใน 4 ของความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด

หมายเหตุ: ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดระดับเสียงของเรือ
ประกาศ ณ. วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ยกเลิก ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ
ที่มา: 1. ดัดแปลงจากประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงของเรือกล ลงวันที่ 4 มกราคม 2553 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 40ง หน้า 44 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2553


มาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์
ค่ามาตรฐาน*วิธีการตรวจวัดระดับเสียง
ประเภทรถยนต์วิธีเร่งเครื่องยนต์
ไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 7.5 เมตร หรือ
ไม่เกิน 100 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 0.5 เมตร
* ระดับเสียงขณะที่เดินเครื่องยนต์อยู่กับที่ โดยไม่รวมเสียงแตรสัญญาณ
รถยนต์ดีเซลเร่งเครื่องยนต์ที่ความเร็วรอบสูงสุด
รถยนต์แก๊สโซลีนเร่งเครื่องยนต์ที่ 3/4 ของความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด
หมายเหตุ:
  • สถานที่ตรวจวัด
    1) พื้นราบทำด้วยคอนกรีตหรือแอสฟัลต์หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงได้ดี และเป็นที่โล่งซึ่งมีระยะห่างจากรถยนต์ที่จะตรวจวัด 10 เมตร ขึ้นไป ให้ตรวจวัดในระยะห่างจากรถยนต์ 7.5 เมตร หรือ 0.5 เมตร
    2) สถานที่ตาม 1) และเป็นที่โล่งซึ่งมีระยะห่างจากรถยนต์ที่จะตรวจวัด 3 เมตร แต่ไม่ถึง 10 เมตร ให้ตรวจวัดในระยะห่างจากรถยนต์ 0.5 เมตร
  • ให้ตรวจสอบค่าระดับเสียง 2 ครั้ง และให้ถือเอาค่าระดับเสียงสูงสุดที่วัดได้ เป็นค่าระดับเสียงของเครื่องยนต์ ถ้าแตกต่างกันเกินกว่า 2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจสอบใหม่

ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดระดับเสียงของรถยนต์ และภาคผนวกท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดระดับเสียงของรถยนต์ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 และ ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดตำแหน่ง ระยะ และวิธีการในการหันแกนความไวสูงสุดของไมโครโฟนของมาตรวัดระดับเสียง สำหรับการตรวจสอบระดับเสียงของรถยนต์ ประกาศ ณ. วันที่ 17 ธันวาคม 2536


มาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
ค่ามาตรฐาน*วิธีเร่งเครื่องยนต์
ไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ ที่ระยะ 0.5 เมตร
* ระดับเสียงขณะที่เดินเครื่องยนต์อยู่กับที่ โดยไม่รวมเสียงแตรสัญญาณ
  • เร่งเครื่องยนต์ที่ 3/4 ของความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด ถ้าความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุดไม่เกิน 5,000 รอบต่อนาที หรือ
  • เร่งเครื่องยนต์ที่ 1/2 ของความเร็วรอบที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุดเกิน 5,000 รอบต่อนาที
หมายเหตุ:
  • สถานที่ตรวจวัด เป็นพื้นราบทำด้วยคอนกรีตหรือแอสฟัลต์หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนเสียงได้ดี และเป็นที่โล่ง ซึ่งมีระยะห่างจากรถจักรยานยนต์ที่จะตรวจวัด 3 เมตร ขึ้นไป
  • ให้ตรวจสอบค่าระดับเสียง 2 ครั้ง และให้ถือเอาค่าระดับเสียงสูงสุดที่วัดได้ เป็นค่าระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ ถ้าแตกต่างกันเกินกว่า 2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจสอบใหม่

ที่มา:ดัดแปลงจาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ และภาคผนวกท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

ระดับเสียงรบกวน
ค่ามาตรฐานระดับเสียงการตรวจวัดระดับเสียงพื้นฐานและระดับเสียงขณะมีการรบกวน
ระดับความแตกต่างของระดับเสียงขณะมีการรบกวนกับระดับเสียงพื้นฐาน(L90) กำหนดระดับเสียงรบกวนเท่ากับ ๑๐ เดซิเบลเอ
  1. กรณีที่เสียงรบกวนเกิดขึ้นต่อเนื่อง 1 ชม.ขึ้นไป ให้วัดเป็นค่าระดับเสียงเฉลี่ย 1 ชม.(L eq 1 hr)
  2. กรณีที่เสียงรบกวนเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่ถึง 1 ชม. ให้วัดระดับเสียงตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง
  3. กรณีที่เสียงรบกวนเกิดขึ้นไม่ต่อเนื่อง มากกว่าหนึ่งช่วงเวลา และช่วงเวลาไม่ถึง 1 ชม. ให้วัดระดับเสียงทุกช่วงเวลาใน1 ชม.
  4. กรณีบริเวณที่ตรวจวัดเสียงรบกวนเป็นพื้นที่ที่ต้องการความเงียบสงบ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และ/หรือ เกิดในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. ให้ตรวจวัดเป็นค่าระดับเสียงเฉลี่ย 5 นาที (L eq 5 min) และบวกเพิ่ม 3 เดซิเบลเอ

ที่มา: ดัดแปลงจาก ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 29 (พ.ศ.2550) เรื่อง ค่าระดับเสียงรบกวน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนพิเศษ 98ง วันที่ 16 สิงหาคม 2550 ( ยกเลิก ประกาศคณะกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2543) เรื่อง ค่าระดับเสียงรบกวน ) และ ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดวิธีการตรวจวัดระดับเสียงพื้นฐาน และระดับเสียงขณะมีการรบกวน การคำนวนค่าระดับเสียงขณะมีการรบกวน และค่าระดับการรบกวน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 117ง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2543


มาตรฐานความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบต่ออาคาร
อาคารประเภทที่ จุดตรวจวัด ความถี่(เฮิรตซ์) ความเร็วอนุภาคสูงสุดไม่เกิน(มิลลิเมตรต่อวินาที)
ความสั่นสะเทือนกรณีที่ 1 ความสั่นสะเทือนกรณีที่ 2
1
1.1 ฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร
f <= 10
20
10 < f <= 50
0.5 f + 15
50 < f <= 100
0.2 f + 30
f > 100
50
1.2 ชั้นบนสุดของอาคาร
ทุกความถี่
40*
10*
1.3 พื้นอาคารในแต่ละชั้น
ทุกความถี่
20**
10**
2
2.1 ฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร
f <= 10
5
10 < f <= 50
0.25 f + 2.5
50 < f <= 100
0.1 f + 10
f > 100
20
2.2 ชั้นบนสุดของอาคาร
ทุกความถี่
15*
5*
2.3 พื้นอาคารในแต่ละชั้น
ทุกความถี่
20**
10**
3
3.1 ฐานรากหรือชั้นล่างของอาคาร
f <= 10
3
10 < f <= 50
0.125 f + 1.75
50 < f <= 100
0.04 f + 6
f > 100
10
3.2 ชั้นบนสุดของอาคาร
ทุกความถี่
8*
2.5*
3.3 พื้นอาคารในแต่ละชั้น
ทุกความถี่
20**
10**

หมายเหตุ : 1) f = ความถี่ของความสั่นสะเทือน ณ เวลาที่มีความเร็วอนุภาคสูงสุดมีหน่วยเป็นเฮิรตซ์
2) * = กำหนดมาตรฐานไว้เฉพาะค่าความเร็วอนุภาคสูงสุดในแกนนอน
3) ** = กำหนดมาตรฐานไว้เฉพาะค่าความเร็วอนุภาคสูงสุดในแกนตั้ง
4) การวัดค่าความสั่นสะเทือนสูงสุดสำหรับความสั่นสะเทือนกรณีที่ 2 ตามข้อ 1.2, 2.2 และ 3.2 ให้วัดที่ ชั้นบนสุดของอาคารหรือชั้นอื่นซึ่งมีค่าความสั่นสะเทือนสูงสุด
5) การวัดค่าความสั่นสะเทือนที่พื้นอาคารในแต่ละชั้นตามข้อ 1.3, 2.3 และ 3.3 ให้ยกเว้นการวัดที่ฐานราก หรือชั้นล่างของอาคาร
ที่มา : 1. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2553) เรื่อง กำหนดมาตรฐานความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบต่ออาคาร
ลงวันที่ 26 เมษายน 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 127 ตอนพิเศษ 69ง วันที่ 2 มิถุนายน 2553
 

 #cfhttp.FileContent#
หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ดาวน์โหลด | ติดต่อเรา | Site Map Switch to PCD English home page
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.