สถานการณ์อุทกภัยปี 2550


การเกิดอุทกภัย
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกรณีอุทกภัย
ข้อมูลการระบายน้ำ
การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ
สถานการณ์คุณภาพน้ำ
แผนปฏิบัติการป้องกันและลดมลพิษกรณีอุทกภัย


1. การเกิดอุทกภัย

กรณีอุทกภัย ปี 2550 ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 ซึ่งมีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง โดยส่งผลให้เกิดภาวะน้ำล้นชายฝั่งของแม่น้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก และเจ้าพระยา เป็นต้น ทำให้หลายพื้นที่มีสภาพน้ำท่วมขัง ประกอบกับมีการผันน้ำเข้าเก็บกักเอาไว้ในพื้นที่ว่างเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และปทุมธานี



2. ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกรณีอุทกภัย

  • เกิดสภาพน้ำเน่าเสียจากการขังของน้ำในชุมชนเมืองเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจเกิดปัญหาการระบาดของยุงและพาหะนำโรค
  • การหมักหมมและตกค้างของขยะมูลฝอย เนื่องจากภาชนะรองรับขยะมูลฝอยเสียหายและชำรุด รวมทั้งรถเก็บขนขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นปัญหาต่อการให้บริการรวบรวมและเก็บขนขยะมูลฝอยทั้งในพื้นที่ประสบอุทกภัยและสถานที่พักชั่วคราวของผู้ประสบภัย
  • ปัญหาการอุดตันของห้องส้วมและการจัดการสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นในระหว่างน้ำท่วม
  • ความเสียหายต่อสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยทั้งโครงสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร ตลอดจนถนนทางเข้าสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากถูกน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการ จัดการขยะมูลฝอยและเกิดปัญหาการพัดพาขยะมูลฝอย
  • ความเสียหายต่อระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมน้ำเสีย และระบบบำบัดน้ำเสีย ทั้งโครงสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักร
  • สภาพถนนชำรุดเสียหาย มีดินโคลนรวมทั้งเศษขยะเนื่องจากปัญหาอุทกภัย เมื่อมีการจราจรจะทำให้เกิดฝุ่นละออง ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ริมถนน
  • ความเสียหายต่อระบบประปาหมู่บ้านและบ่อบาดาลเสริมระบบประปา
  • การเน่าเสียของน้ำในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ เมื่อน้ำขังเป็นเวลานานอาจเกิดสภาพน้ำเน่าเสีย เมื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่จะทำให้แหล่งรองรับน้ำดังกล่าวได้รับผลกระทบและอาจเน่าเสียตลอดลำน้ำ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำและอาจส่งผลต่อแหล่งน้ำดิบเพื่อการประปาและผู้ใช้น้ำในการประกอบอาชีพ
  • 3. ข้อมูลการระบายน้ำ


  • สถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา
    http://irrigation.rid.go.th/rid12/indexA.html

  • สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา
  • http://www.navy.mi.th/hydro/Chaophraya/rtnhq.htm
  • คลังข้อมูลสภาพน้ำ http://www.thaiwater.net/

  • ระบบโทรมาตร แม่น้ำเจ้าพระยา ตอนล่าง
  • http://www.thaiwater.net/
  • สภาพในลุ่มน้ำป่าสัก
  • http://www.thaiwater.net/
  • ระดับน้ำ ณ สถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร
  • http://tiwrm.hpcc.nectec.or.th/cgi-pub/GIS/REPORT/bma_waterlevel.pl
  • สถานการณ์น้ำปี 2550
  • http://dds.bma.go.th/chaopraya/chaopraya2550.htm
  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร
  • http://www.haii.or.th/index.php
    แผนที่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสาขา
    แผนที่แสดง แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสาขา
    คลิกขยายภาพ

    4. การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ

    คุณภาพน้ำ ในแม่น้ำสายหลักในพื้นที่น้ำท่วมซึ่งส่วนใหญ่จะมีน้ำท่วมเอ่อ ล้นชายตลิ่งของแม่น้ำไหลล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งมีระดับน้ำสูงและมีการไหลอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำที่ท่วมจะอยู่ระดับเดียวกับน้ำในแม่น้ำ ซึ่งมีการชะล้างสิ่งสกปรกในพื้นที่น้ำท่วมลงสู่แม่น้ำ ทำให้คุณภาพน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงเสื่อมโทรมมาก ทั้งนี้ ยังไม่มีปัญหาน้ำเน่า เหม็นเพราะยังมีการไหลระบายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำในแม่น้ำลดลงอาจมีการท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม ซึ่งอาจจะเกิดการเน่าเหม็นได้

    กรมควบคุมมลพิษ จึงได้จัดทำแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก 5 แม่น้ำ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา (รวมทั้งแม่น้ำน้อยซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา) แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำยม และแม่น้ำน่านโดยแบ่งการดำเนินการ ดังนี้
  • การตรวจวัดคุณภาพน้ำเป็นรายวัน เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง (เริ่ม 1 พ.ย. - 15 ธ.ค.2549) ดำเนินการโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค (สสภ.3, 4, 5, 6 และ 7)
  • การตรวจวัดคุณภาพน้ำราย 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.2549 - 31 ม.ค.2550) ดำเนินการโดยสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ
  • การตรวจวัดโดยสถานีอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตรวจวัดคุณภาพน้ำรายครึ่งชั่วโมง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม ดำเนินการโดยสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ
  • 1. การตรวจวัดคุณภาพน้ำ

    กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักจัดการคุณภาพน้ำ ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักในพื้นที่อุทกภัย โดยแบ่งการตรวจวัดเป็น 2 ประเภท คือ
    1) การตรวจวัดโดยเจ้าหน้าที่ : โดยกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ดังนี้ จุดตรวจวัดทั้งหมด 18 สถานี, ความถี่ในการตรวจวัดรายวัน, ตรวจวัดดัชนีคุณภาพน้ำทั้งหมด 28 พารามิเตอร์
    2) การตรวจวัดโดยสถานีอัตโนมัติ : โดยกรมควบคุมมลพิษ ดำเนินการ ดังนี้ สถานีตรวจวัดทั้งหมด 4 สถานี ได้แก่ สถานีนครสวรรค์ สถานีบางบาล (พระนครศรีอยุธยา) สถานีสำแล (ปทุมธานี) และสถานีสะพานกรุงเทพ , ความถี่ในการตรวจวัด รายวัน (ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง), ตรวจวัดดัชนีคุณภาพน้ำทั้งหมด 5 พารามิเตอร์
    2. เกณฑ์คุณภาพแหล่งน้ำ

    ปริมาณออกซิเจนละลาย (DO) เกณฑ์คุณภาพน้ำ การใช้ประโยชน์
    6.0 mg/l ขึ้นไป
    ดี
    (ประเภท 2)
    การอนุรักษ์สัตว์น้ำ การประมง การว่ายน้ำ กีฬาทางน้ำ
    การอุปโภคและบริโภค โดยต้องทำการฆ่าเชื้อโรคและ
    ปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อน
    ระหว่าง 4.0 - 6.0 mg/l
    พอใช้
    (ประเภท 3)
    การเกษตร การอุปโภคและบริโภค โดยต้องทำการฆ่าเชื้อ
    โรคและปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อน
    ระหว่าง 2.0 - 4.0 mg/l
    เสื่อมโทรม
    (ประเภท 4 )
    การอุตสาหกรรม การอุปโภคและบริโภค โดยต้องทำการฆ่า
    เชื้อโรคและปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษก่อน
    ต่ำกว่า 2.0 mg/l
    เสื่อมโทรมมาก
    (ประเภท 5)
    การคมนาคม

  • ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำท่วม แม่น้ำน่าน ยม และเจ้าพระยา [ ]

  • รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำกรณีอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ครั้งที่ 2 [ ]

  • 5. แผนปฏิบัติการและลดมลพิษกรณีอุทกภัย

  • การเกิดอุทกภัยนอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนแล้วยังทำความเสียหายกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงสร้าง วัสดุและอุปกรณ์ในการจัดการน้ำเสียและขยะมูลฝอย ซึ่งต้องมีการแก้ไขปัญหาทุกปี หากแต่ละหน่วยงานไม่มีการเตรียมพร้อมในการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เกิดความเสียหายจากการเกิดอุทกภัยน้อยที่สุด
  • ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษจึงจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดมลพิษกรณีอุทกภัยขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • วัตถุประสงค์
    1. เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์อุทกภัยด้านสิ่งแวดล้อมและหาแนวทางในการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
    2. กำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
    เป้าหมาย/ผลที่คาดว่าจะได้รับ
    1. แผนปฏิบัติการป้องกันและลดมลพิษกรณีอุทกภัยที่ใช้เป็นกรอบการทำงานร่วมกันของ แต่ละหน่วยงานและนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    2. ประชาชนในพื้นที่ได้รับการบรรเทาและป้องกันปัญหาที่มีต่อสุขภาพอนามัยและทรัพย์สินที่อาจเกิดจากภาวะมลพิษ น้ำเสีย ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และอื่นๆ
    3. ป้องกันและลดความเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    แผนปฏิบัติการป้องกันและลดมลพิษกรณีอุทกภัยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ก่อนเกิดอุทกภัย ระหว่างเกิดอุทกภัย และภายหลังเกิดอุทกภัย ซึ่งแต่ละช่วงจะมีการกำหนดมาตรการและกิจกรรมรองรับ การดำเนินงานที่สัมพันธ์และต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 ช่วง สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้

    ช่วงที่ 1 ก่อนเกิดอุทกภัย
    มาตรการ 1 ป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย
    มาตรการ 2 การเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์อุทกภัยด้านสิ่งแวดล้อม
    กิจกรรม 8 กิจกรรม ประกอบด้วย
    1. การกำหนดประเด็นเสี่ยงภัยด้านสิ่งแวดล้อมจากการเกิดอุทกภัย
    2. กำหนดหลักเกณฑ์การผันน้ำที่คำนึงถึงคุณภาพน้ำ
    3. การเตรียมความพร้อมสำหรับระบบรวบรวมน้ำเสีย ระบบบำบัดน้ำเสียรวม สถานที่กำจัด
    ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สถานที่กำจัดกากของเสียอันตราย
    4. การเตรียมความพร้อมสำหรับแหล่งกำเนิดมลพิษหรือกิจกรรมอื่น
    5. ระบบเตือนภัยคุณภาพน้ำ
    6. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์
    7. การจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในกรณีเกิดอุทกภัย
    8. การประสานงานและบูรณาการการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงาน
    ช่วงที่ 2 ระหว่างเกิดอุทกภัย
    มาตรการ 1 ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    มาตรการ 2 การดำเนินงานแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
    กิจกรรม 7 กิจกรรม ประกอบด้วย
    1. ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    2. การแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ
    3. การจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลในชุมชนเมือง
    4. การจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนเมือง
    5. การติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษหรือกิจกรรมอื่นที่มีความเสี่ยง
    6. การเตือนภัยคุณภาพน้ำ
    7. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์
    ช่วงที่ 3 ภายหลังเกิดอุทกภัย
    มาตรการ ฟื้นฟูความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
    กิจกรรม 9 กิจกรรม ประกอบด้วย
    1. ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    2. การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่น้ำท่วมขัง
    3. งานจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล
    4. งานจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนเมือง
    5. งานฟื้นฟูสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย
    6. งานฟื้นฟูบ่อบาดาล
    7. การติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษหรือกิจกรรมอื่นที่ถูกน้ำท่วม
    8. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์
    9. การติดตามประเมินผล
    สามารถดาวน์โหลดแผนปฏิบัติการและลดมลพิษกรณีอุทกภัย ฉบับเต็มได้ที่นี่ คลิ๊ก

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

    สำนักจัดการคุณภาพน้ำ
    ส่วนแหล่งน้ำจืด
    โทรศัพท์ 0 2298 2256 โทรสาร 0 2298 2260
    E-mail : chao(dot)n(at)pcd(dot)go(dot)th





    กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม