2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

แถลงข่าวกรณีเกิดเหตุไฟไหม้สารเคมี ณ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง

News date 01-Dec-2009

วันที่ 30 พฤศจิกายน 52 ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงข่าวกรณีเกิดเหตุไฟไหม้สารเคมี ณ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง ณ ห้องประชุม 301 อาคารกรมควบคุมมลพิษ

นายสุพัฒน์ฯ กล่าวถึงสถานการณ์มลพิษจากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้สารเคมีในตู้คอนเทนเนอร์เก็บสาร Sodium persulfate ขนาดบรรจุ 9.1425 ตัน ของ บ. YAMAHATSU บรรจุถุงฟลอยด์เคลือบ PE และ PET ณ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 52 เวลา 15.00 น. โดยสันนิษฐานว่าเกิดจากสารเคมีรั่วไหลออกมาจากซองบรรจุทำปฏิกิริยาเคมี (กล่องบรรจุรวม) จึงเกิดการลุกไหม้เนื่องจาก Sodium persulfate เป็นสารออกซิไดส์อย่างแรง เมื่อสัมผัสกับสารอินทรีย์ (กระดาษ) ในสภาวะที่มีความชื้นสูงจึงเกิดการลุกไหม้ได้เอง โดยใช้ออกซิเจนที่เกิดจากการสลายตัวของสาร Sodium persulfate เป็นตัวสนับสนุนให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามต่อเนื่อง ในวันเกิดเหตุได้มีควันพิษจำนวนมากฟุ้งกระจายจากจุดเกิดเหตุ ณ บริเวณลานพักสินค้าอันตรายของท่าทียบเรือ B3 ไปสู่ชุมชนบ้านแหลม (แหลมฉบังเก่า) ซึ่งอยู่บริเวณท้ายลมด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือและห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์การเกิดเพลิงไหม้และส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ไปทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่เกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ 27 - 30 พฤศจิกายน โดยสถานการณ์ทางด้านมลพิษทางอากาศและน้ำในขณะนี้อยู่ในสภาพปกติแล้ว

การควบคุมสถานการณ์ ได้มีการดำเนินการตามแผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ โดยมีการอพยพพนักงานในท่าเรือแหลมฉบัง ควบคุมการจราจรและกันพื้นที่อันตราย ทีมกู้ภัยฉีดสเปรย์น้ำคลุมตู้คอนเทนเนอร์เพื่อลดอุณหภูมิและฉีดสเปรย์ดักจับก๊าซพิษในกลุ่มควันในบรรยากาศ เปิดตู้คอนเทนเนอร์ทำการดับเพลิงโดยใช้ผงเคมีแห้งและฉีดน้ำเป็นลำตรงในปริมาณมาก เพื่อระงับเพลิงไหม้ภายในตู้ ควบคุมน้ำเสียจากการดับเพลิงลงระบบบำบัดน้ำเสีย และปรับสภาพกากของเสียทีมีฤทธิ์เป็นกรดด้วยปูนขาว

การดำเนินงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

- จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ณ ที่เกิดเหตุ ณ ที่ทำการการท่าเรือแหลมฉบังเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานของ ทส. เพื่อรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากก๊าซพิษ โดยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนและให้ประชาชนสามารถรับทราบผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้โดยตรง ณ สถานีติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศเคลื่อนที่บริเวณชุมชนวัดแหลมฉบังเก่า
- มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ทส. อาทิ สำนักตรวจและประเมินผล กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สำนักนโยบายและแผนทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี จัดส่งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
- ตั้งคลีนิคสิ่งแวดล้อมในวัดแหลมฉบังเก่า เพื่อเป็นจุดที่ให้ความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแสดงผลกระทบของการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และในกรณีที่คุณภาพอากาศไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็จะได้วางแผนอพยพประชาชนอย่างทันท่วงที
- ตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณท่าเรือแหลมฉบังและชุมชนบ้านแหลมจำนวน 6 จุด เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยมีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในช่วง 7.8-8.0
- ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนบ้านแหลม เมื่อวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2552 พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปกติ และไม่พบการตกค้างของก๊าซ H2S, SO2
- ตรวจวัดสารปนเปื้อนในบรรยากาศบริเวณจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 ไม่พบการตกค้างของ H2S, SO2
- เก็บตัวอย่างกากของเสียทั้งภายในและภายนอกตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งหมด 4 จุด ทำการตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง 8.9-9.3 ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย


Contact : นิชร คงเพชร (nichon(dot)k@hotmail.com)