2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญของกรมควบคุมมลพิษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552
For more detail :
click here

News date 28-Dec-2009

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฉบับที่ 51/2552
วันที่ 28 ธันวาคม2552

สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญของกรมควบคุมมลพิษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552

กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการควบคุมกำกับ ดูแล และป้องกันปัญหามลพิษในพื้นที่เป้าหมายโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนและผลักดันการบริหารจัดการมลพิษในพื้นที่วิกฤติด้านมลพิษ ผลักดันการใช้มาตรการทางกฎหมาย เศรษฐศาสตร์และสังคมเพื่อสร้างแรงจูงใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ดำเนินการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการมลพิษและให้องค์ความรู้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การผลักดันการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานภาครัฐ และสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการมลพิษ สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญของกรมควบคุมมลพิษ ได้ดังนี้

1. การจัดการมลพิษทางน้ำ

1.1 ควบคุมและป้องกันมลพิษทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวิกฤติ (เจ้าพระยา ทะเลสาบสงขลา ท่าจีน บางปะกง ปากพนัง ปิง ลำตะคอง) ได้จัดทำแผนแม่บทและมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำรายพื้นที่ลุ่มน้ำวิกฤต (เจ้าพระยา ทะเลสาบสงขลา ท่าจีน บางปะกง ปากพนัง ปิง ลำตะคอง) จัดทำปฏิญญาความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวิกฤต ระหว่าง 4 กระทรวง (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) จัดทำโครงการเยาวชนร่วมใจลดน้ำเสีย คืนน้ำใสให้เจ้าพระยา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ติดตามตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษภายใต้โครงการการจัดการคุณภาพน้ำแบบบูรณาการ

1.2 ตรวจประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชายหาดติดดาว ตั้งแต่ปี 2550 มีชายหาดเข้าร่วม 74 แห่ง ปี 2551 เพิ่มเป็น 195 แห่ง และในปี 2552 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 229 แห่ง ในปีที่ผ่านมามีชายหาดที่ได้รับการติดดาว 4-5 ดาวแล้ว มากกว่า 100 แห่ง ปี 2552 ได้ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 13 14 15 และ 16 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่ติดทะเลชายฝั่งใน 18 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดในพื้นที่

1.3 ฟื้นฟูและเสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการน้ำเสียชุมชนทั่วประเทศ ติดตามและประเมินผลประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ก่อสร้างแล้วและใช้งานได้ 67 แห่ง ทั่วประเทศ 4 ครั้ง/ปี และให้คำแนะนำทางเทคนิครายพื้นที่กับ อปท. ที่มีปัญหาการเดินระบบและดูแลรักษาระบบบำบัดน้ำเสียรวม เตรียมความพร้อมให้กับ อปท. กลุ่มเป้าหมายในการจัดทำข้อกำหนดการจัดทำ FS/DD และข้อเสนอโครงการขยาย/จัดสร้างระบบใหม่ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด

1.4 กำหนดแนวทาง/ แผนปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนและผลักดันการดำเนินการตามมาตรฐานและมาตรการในการบริหารจัดการมลพิษ เช่น แผนปฏิบัติการภายใต้การบริหารจัดการน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด แนวทางเพื่อลดผลกระทบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระบบความเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืด และการใช้ประโยชน์จากน้ำเสีย/ น้ำทิ้งในภาคชุมชน อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม

2. การจัดการมลพิษทางอากาศและเสียง

2.1 ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันและไฟป่า ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ และน่าน) ติดตามตรวจสอบสถานการณ์หมอกควัน รณรงค์ ?90 วันรวมพลังหยุดเผา บรรเทาโลกร้อน? และเตรียมความพร้อมของจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินมาตรการควบคุมหมอกควันและไฟป่าตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าปี 2551-2554

2.2 ตรวจประเมินสถานประกอบการหรือศูนย์บริการปรับแต่งและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ที่ได้มาตรฐาน มีสถานประกอบการและศูนย์บริการที่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินของคลินิกไอเสียมาตรฐาน และได้รับป้าย ?อู่สีเขียว คลินิกไอเสียมาตรฐาน? จำนวน 140 แห่งทั่วประเทศ

2.3 ติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศและเสียง (จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 57 สถานีใน 25 จังหวัด) และรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศคุณภาพอากาศของประเทศไทยในภาพรวมผ่านเว็บไซด์กรมควบคุมมลพิษ (www.pcd.go.th) เป็นประจำทุกวัน ติดตามตรวจสอบการตกสะสมของกรดในบรรยากาศ สถานการณ์ระดับเสียงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พื้นที่ต่างจังหวัด รวมทั้งตรวจประเมินโรงโม่ เหมืองหินติดดาว ใน 5 จังหวัด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุง

3. การจัดการปัญหาขยะมูลฝอยและสารอันตราย

3.1 เสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายจากชุมชน ให้กับเทศบาลนครทั่วประเทศ 23 แห่ง และเทศบาลเมือง 36 แห่ง ซึ่งมีเทศบาลที่เข้าร่วมโครงการ 54 แห่ง (ร้อยละ 92) ผ่านเกณฑ์ตามที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด 4 แนวทางจาก 6 แนวทาง

3.2 สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการเตรียมความพร้อมรองรับการจัดตั้งศูนย์จัดการขยะมูลฝอย ผลักดันให้กลุ่ม อปท.เป้าหมายให้บรรจุเรื่องการสร้างศูนย์การจัดการขยะมูลฝอยไว้ในแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด จัดทำองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ อปท.

3.3 สนับสนุนการลด คัดแยกและใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอย ยกร่างกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลด คัดแยกและนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ ยกร่างยุทธศาสตร์ 3Rs จัดทำฐานข้อมูลร้านรับซื้อของเก่า และนำร่องกิจกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานของผู้ประกอบอาชีพรับซื้อของเก่าใน ทม.ฉะเชิงเทรา และ ทม.หัวหิน

3.4 ส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกของเสียอันตรายจากชุมชน และสนับสนุนให้ อปท. เก็บรวบรวมไปสถานที่เก็บกักและขนถ่ายของเสียอันตรายจากชุมชนที่จัดเตรียมขึ้นและส่งไปจัดการยังสถานที่จัดการของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ครอบคลุมพื้นที่ กทม. ทน.นนทบุรี ทน.พิษณุโลก ทน.ขอนแก่น และ ทน.ภูเก็ต และขยายการดำเนินการในพื้นที่ ทม.ฉะเชิงเทรา ทม. หัวหิน ทม.ทุ่งสง ทม.ชัยนาท ทน.ระยอง ทน.สุราษฎร์ธานี ทน.ตรัง ทน.หาดใหญ่ ทน.สงขลา และ ทน.อุดรธานี

3.5 นำร่องการจัดการมูลฝอยติดเชื้อแบบรวมศูนย์ สนับสนุนการปรับปรุงเตาเผามูลฝอยติดเชื้อของ ทน.อุดรธานี และจัดตั้งเป็นศูนย์จัดการมูลฝอยติดเชื้อรองรับมูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาลใน จ.อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และ เลย

3.6 ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Waste from Electrical and Electronic Equipment: WEEE) เชิงบูรณาการ ศึกษาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE)

3.7 ดำเนินกิจกรรมเพื่อลดปัญหาสารอันตรายที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากเตาเผาศพ จัดทำฐานข้อมูลสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน และพัฒนาศักยภาพของภูมิภาคสำหรับการจัดการความเสี่ยงของสาร POPs และปรับปรุง POPs Toolkit

3.8 ดำเนินงานตามพันธกรณีขององค์กรระหว่างประเทศ ในฐานะศูนย์ประสานงานอนุสัญญาสตอกโฮล์ม รอตเตอร์ดัม และบาเซล ยกร่างแผนจัดการระดับชาติเพื่อการอนุวัติตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ จัดทำแนวทางด้านเทคนิคที่ดีที่สุดและแนวทางการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดมาใช้เพื่อลดการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants: POPs) ในโรงงานอุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ ปรับปรุงบัญชีรายชื่อและกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของเสียที่ควรควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3.9 สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติภัยฉุกเฉินจากสารเคมี และการลักลอบทิ้งกากสารเคมีและของเสียอันตรายในพื้นที่สาธารณะ เสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งและบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายต่อคณะรัฐมนตรี และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการลักลอบมิ่งกากของเสียอุตสาหกรรมในบริเวณชุมชนมาบข่า จังหวัดระยอง

4. การบังคับใช้กฎหมายและการส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย

4.1 ส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมาย ติดตามตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทเขตประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 18 แห่ง ติดตามตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร ในพื้นที่คลองวัดประดู่ และ จ.ราชบุรี 303 แห่ง ติดตามตรวจสอบการระบายมลพิษจาก โรงโม่ บด หรือย่อยหิน และเหมืองหิน ในพื้นที่ทั่วประเทศ 64 แห่ง ติดตามตรวจสอบการระบายมลพิษจากรถยนต์ ใน 4 จังหวัด ได้ทำการตรวจสอบรถยนต์ 8,932 คัน ในกรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ และ จ.นครราชสีมา

4.2 ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ ในปี 2552 (มกราคม - 21 ธันวาคม 2552) มีเรื่องร้องเรียน 381 เรื่อง ลดลงจากปี 2551 ในช่วงเวลาเดียวกัน 125 เรื่อง ปัญหาที่มีการร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ ปัญหากลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง/เขม่าควัน เสียงดัง/เสียงรบกวน ปัญหาน้ำเสีย ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ของเสียอันตราย และความสั่นสะเทือน ตามลำดับ จังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครปฐม และ สมุทรสาคร ทั้งนี้ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 322 เรื่อง

4.3 ส่งเสริมช่วยเหลือให้ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม เริ่มปี 2551 กับแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทฟาร์มสุกรเป็นประเภทแรกในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำบางปะกง จำนวน 51 ฟาร์ม และในปี 2552 ได้ติดตามผลการให้ความช่วยเหลือฟาร์มสุกรนำร่อง และได้ขยายผลไปสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในภูมิภาคอื่นๆ ได้แก่ จ.ชลบุรี จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ และ จ.นครราชสีมา

5. การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ ในปี 2552 มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วม คิดเป็นร้อยละ 62 ของหน่วยงานภาครัฐระดับกรมทั้งหมด และหน่วยงานภาครัฐดังกล่าวมีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ข้อกำหนดที่กรมควบคุมมลพิษจัดทำขึ้นทั้ง 17 ประเภท ได้จัดทำเกณฑ์เพิ่มเติมอีก 12 ประเภท และการทบทวนเกณฑ์ข้อกำหนดอีก 6 ประเภท รวมทั้งได้มอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีเด่นจำนวน 6 หน่วยงาน และมีการจัดกิจกรรมสัมมนาและนิทรรศการไปยังหน่วยงานในภูมิภาค

6. การบริหารจัดการมลพิษ

6.1 กำหนดกฎหมาย มาตรฐาน มาตรการ และแนวทางในการจัดการมลพิษ กฎหมายที่กรมควบคุมมลพิษที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 13 เรื่อง จำแนกเป็น ประกาศเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศและเสียง มลพิษทางน้ำ ของเสียและสารอันตราย เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษและพนักงานเจ้าหน้าที่ และการกำหนดเขตควบคุมมลพิษ มาตรฐาน /มาตรการ / แนวทาง ที่ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว 11 เรื่อง และมาตรฐาน /มาตรการ / แนวทาง ที่ผ่านคณะกรรมการควบคุมมลพิษแล้ว แต่ไม่ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 5 เรื่อง

6.2 สนับสนุนการใช้มาตรการเศรษฐศาสตร์ในการจัดการมลพิษ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและให้ความเห็นการยกร่างพระราชบัญญัติเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... เพื่อดำเนินการตามมาตรการการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม

6.3 สนับสนุนการดำเนินงานในเขตควบคุมมลพิษและการจัดประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษและคณะอนุกรรมการประสานการจัดการสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เพื่อติดตามและผลักดันการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษใน จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.สมุทรสาคร เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ จ.สมุทรปราการ สนับสนุนการทำงานของจังหวัดระยองในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดระยอง

6.4 วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แนวทางการจัดการปัญหากลิ่นรบกวนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ศึกษาปริมาณการระบายสารปรอทและโลหะหนักจากกระบวนการเผาไหม้ของโรงงานอุตสาหกรรม และศึกษาการจัดการสารอินทรีย์ระเหยง่ายโดยเทคโนโลยีป้องกันมลพิษสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

6.5 จัดทำคู่มือ/ องค์ความรู้ในการจัดการมลพิษ 6 เรื่อง ได้แก่ คู่มือแนวปฏิบัติและขั้นตอนการสืบหาสาเหตุของปลาตายในแหล่งน้ำธรรมชาติ คู่มือแนวปฏิบัติในการควบคุมการเลี้ยงปลาในกระชัง คู่มือการสืบค้นแหล่งที่มาของการระบายมลพิษทางน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรม คู่มือการจัดการขยะมูลฝอยในภาวะอุทกภัย เอกสารสารเคมีเฉพาะเรื่อง และพัฒนาและเผยแพร่หลักสูตรเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-learning) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการจัดการมลพิษให้แก่เจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดและท้องถิ่น

6.6 เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นและร่วมติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติราชการของกรมควบคุมมลพิษ โดยให้คณะทำงานภาครัฐและประชาชนด้านการควบคุมมลพิษเพื่อจัดทำแผนการมีส่วนร่วมในการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจวัดและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

6.7 สำรวจข้อมูลเพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบฐานข้อมูลการปฏิบัติการฉุกเฉินทางทะเล กรณีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในพื้นที่เสี่ยง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และสมุทรสาคร

6.8 จัดอบรมเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรมควบคุมมลพิษ จำนวน 7 หลักสูตร มีเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกอบรม คิดเป็นร้อยละ 94

6.9 จัดทำโครงการเรียกคืนอะลูมิเนียมเพื่อจัดทำขาเทียมพระราชทาน ร่วมกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด บริษัท บางกอกแคน แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท เอส เอส อินกอตอะลูมิเนียม 1999 จำกัด ในปี 2552 สามารถรวบรวมอะลูมิเนียมได้ 7 ตัน

7. ความร่วมมือต่างประเทศ

7.1 ความร่วมมือต่างประเทศด้านการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ได้แก่ ข้อตกลงอาเซียนด้านมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) การดำเนินแผนงานอาเซียนตามโครงการอากาศสะอาดในภูมิภาคอาเซียน (Clean Air for Smaller Cities in the ASEAN Region) การจัดตั้งเครือข่ายการติดตามตรวจสอบการตกสะสมของกรดในประเทศไทย (Acid Deposition Monitoring Network in Thailand) การดำเนินงานด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก (Thematic Working Group on Air Quality, Regional Forum on Environment and Health in Southeast and East Asian Countries)

7.2 ความร่วมมือต่างประเทศด้านการจัดการคุณภาพน้ำ ได้แก่ คณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง (ASEAN Working Group on Coastal and Marine Environment)

7.3 ความร่วมมือต่างประเทศด้านการจัดการของเสียและสารอันตราย ได้แก่ อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ (Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and Pesticides in International Trade :PIC) อนุสัญญากรุงสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants :POPs) และอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายและกำจัดของเสียอันตรายข้ามแดน (Basel Convention)

แนวทางการดำเนินการและเป้าหมายการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2553

1. การบริหารจัดการคุณภาพน้ำ

ดำเนินงานควบคุมและป้องกันมลพิษทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวิกฤต ลุ่มน้ำสำคัญอื่น และเขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง สมุทรสาคร และสมุทรปราการ โดยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ อปท. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้ประกอบการจัดการน้ำเสีย ส่งเสริมการใช้ Best Practical Control Technology สำหรับอุตสาหกรรมชุมชนและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำเชิงพื้นที่ (คลองสาขา) ภายใต้การมีส่วนร่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน บางปะกง และทะเลสาบสงขลา ผลักดันการออกกฎระเบียบในการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขด้านน้ำเสียและของเสียในการขออนุญาตประกอบกิจการ สำหรับกิจการฟาร์มสุกร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเลี้ยงปลาในกระชัง อุตสาหกรรมชุมชนและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก (107 ประเภท) ท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และแพปลา และสถานบริการล้างอัดฉีดรถยนต์ และกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขด้านการจัดการของเสียและน้ำเสียในการขออนุญาตประกอบกิจการสำหรับสถานประกอบการในชุมชนเพิ่มเติม ได้แก่ การประกอบกิจการซัก อบ รีด และอู่ซ่อมรถ

2. การบริหารจัดการคุณภาพอากาศและเสียง

ดำเนินงานสำรวจและกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาสารอินทรีย์ระเหยง่ายใน จ.ระยอง ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบกึ่งถาวรในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี และเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือในการจัดการมลพิษหมอกควัน ติดตามตรวจสอบและใช้มาตรการทางสังคมเชิงบวกเพื่อลดการระบายฝุ่นละอองจากอุตสาหกรรมประเภทโรงโม่ บด และย่อยหิน และลดมลพิษทางอากาศและเสียงจากยานพาหนะในเขตเมือง

3. การบริหารจัดการกากของเสียและสารอันตราย

-เสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายจากชุมชนต่อเนื่องจากปี 2550-2551 ดำเนินการต่อเนื่องและขยายการดำเนินการใน ทม. 35 แห่ง (รวมเป็น 94 แห่ง) ให้บริหารจัดการขยะมูลฝอยได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด และเตรียมความพร้อม อปท. รองรับการจัดตั้งศูนย์จัดการขยะมูลฝอย มีระบบคัดแยกของเสียอันตรายจากชุมชน และจัดตั้งศูนย์จัดการมูลฝอยติดเชื้อโดยใช้ศูนย์จัดการมูลฝอยติดเชื้อของ ทน.อุดรธานี เป็นต้นแบบ

- ส่งเสริม/สนับสนุนให้มีการลด คัดแยกและนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่ตามหลัก 3Rs (Reduce Reuse Recycle) โดยจะมีการเสนอยุทธศาสตร์ 3Rs ควบคู่กับการดำเนินการสนับสนุน อปท. ให้มีการดำเนินกิจกรรม 1 เทศบาล 1 รีไซเคิล และสนับสนุนภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจรีไซเคิลและผู้ประกอบกิจการรับซื้อของเสีย

- ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Waste from Electrical and Electronic Equipment : WEEE) เชิงบูรณาการ

- ยกร่างมาตรฐาน/จัดทำเกณฑ์ปฏิบัติในการจัดการกากของเสียและสารอันตราย เช่น ประกาศ/กฎทรวงเพื่อควบคุมมลพิษจากสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยออกตามความใน พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 แนวทางการระงับเหตุฉุกเฉินในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ดำเนินกิจกรรมเพื่อลดปัญหาสารอันตรายที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจัดทำทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการลดหรือเลิกใช้สารปรอทในผลิตภัณฑ์ และการลดการปลดปล่อยสารไดออกซินและฟิวแรน


Contact : นายนิชร คงเพชร