2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

คพ. แถลงข่าวเร่งแก้วิกฤติหมอกควันภาคเหนือด่วน
For more detail :
click here

News date 08-Mar-2010

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ฉบับที่ 9/2553
วันที่ 8 มีนาคม 2553

วันนี้ เวลา 10.00 น. นางนิศากร โฆษิตรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และนางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมแถลงข่าวแก้วิกฤติหมอกควันภาคเหนือ ณ ห้องประชุม 301 อาคารกรมควบคุมมลพิษ

สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤติ จังหวัดเชียงรายฝุ่นพุ่ง 272.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่ามาตรฐานเกือบเท่าตัว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สาเหตุหลักเกิดจากการเผาตอซังฟางข้าว เศษวัสดุการเกษตร การเผาหญ้า เศษกิ่งไม้ใบไม้ และการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และเก็บของป่า จากข้อมูลจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) จากภาพถ่ายดาวเทียม พบการเผาในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และน่านเป็นจำนวนมาก

ทส. วอนทุกฝ่าย โดยเฉพาะท้องถิ่นตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงหมู่บ้าน เร่งแก้ปัญหา โดยการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าและมูลฝอยชุมชน ควบคุมการเผาริมทางหลวง ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา รณรงค์ลดการเผาในพื้นที่เกษตร งดเผาตอซังฟางข้าว เศษกิ่งไม้ใบไม้ ฉีดน้ำบนผิวถนนเพื่อลดการแพร่กระจายของฝุ่นละออง ตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งเหตุการเผาในที่โล่งระดับจังหวัด เป็นต้น ควบคู่ไปกับมาตรการระยะยาวในการส่งเสริมเทคโนโลยีทางเลือกในการทำการเกษตรปลอดการเผา และเทคโนโลยีทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุภาคการเกษตร ขยายผลแนวพระราชดำริป่าเปียก และจัดทำตัวชี้วัดร่วมระหว่าง ทส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในด้านการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร

8 มีนาคม 2553 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานวิกฤติสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน สืบเนื่องจากการคาดการณ์ถึงอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนิญโญ่ระดับปานกลาง (Moderate El Ni?o) ในช่วงปลายปี 2552 ต่อเนื่องถึงกลางปี 2553 ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งของสภาพอากาศ พบการเพิ่มสูงขึ้นของการเผาในที่โล่ง ทั้งไฟป่า การเผาในภาคการเกษตร และการเผาในชุมชน ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายจังหวัดเพิ่มสูงขึ้นจนเกินเกณฑ์มาตรฐาน เกิดสภาพฟ้าหลัว มีหมอกควันปกคลุม โดยสถานการณ์อาจมีความรุนแรงใกล้เคียงกับปี 2550

จากการติดตามตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) ของกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 พบค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 9.00 น. ของ PM10 สูงสุด 272.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 7 มีนาคม 2553 ณ สถานีสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จากการพิจารณาข้อมูลจุดความร้อนซึ่งแปลผลได้จากภาพถ่ายดาวเทียม (hotspot) พบจำนวน hotspot สะสมในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ? 5 มีนาคม 2553 สูงสุด 616 จุด ที่จังหวัดเชียงใหม่ รองลงมา ได้แก่ จังหวัดน่าน ลำปาง และเชียงราย

มลพิษหมอกควันที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการคมนาคมทางอากาศ มีการระงับเที่ยวบินในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หมอกควันจากการเผาริมทางหลวงก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ กระทบต่อการท่องเที่ยว และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก

ทส. จึงได้แจ้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ให้เร่งแก้ปัญหาวิกฤติหมอกควันที่เกิดขึ้น โดยระดมหน่วยเสือไฟจากพื้นที่ใกล้เคียง และขอความร่วมมือจากกระทรวงกลาโหมในการจัดกำลังพลและอากาศยานร่วมเฝ้าระวังและดับไฟ ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอให้จัดทำฝนหลวง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และลดปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศ ดำเนินโครงการประชาป้องภัยต้านไฟป่า จำนวน 300 หมู่บ้าน ขอความร่วมมือไปยังจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นในการดำเนินมาตรการลดการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัด เช่น บังคับใช้กฎหมายควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าและมูลฝอยชุมชน ควบคุมการเผาริมทางหลวง รณรงค์ลดการเผาในพื้นที่เกษตร งดเผาตอซังฟางข้าว เศษกิ่งไม้ใบไม้ ฉีดน้ำบนผิวถนนเพื่อลดการแพร่กระจายของฝุ่นละออง ตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งเหตุการเผาในที่โล่งระดับจังหวัด เป็นต้น

นอกจากนี้ ทส. ได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่าง ทส. สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงสุด ส่วนแผนระยะยาว ทส. มอบหมายให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ดำเนินการขยายผลแนวพระราชดำริป่าเปียก ซึ่งเป็นแนวทางการอนุรักษ์ป่าโดยใช้ความชุ่มชื้น ให้ป่าเขียวตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยป้องกันไฟป่าได้ ในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน จัดทำตัวชี้วัดร่วมระหว่าง ทส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในด้านการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร พร้อมทั้งประสานกระทรวงพลังงานในการกำหนดแนวทางในการนำเศษวัสดุเหลือใช้ในภาคการเกษตรไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงาน เป็นต้น

สำหรับการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน ทส. โดย กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำโครงการความร่วมมือในการจัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่เข้าไปตรวจวัดคุณภาพอากาศในประเทศพม่า และลาว ข้อมูลคุณภาพอากาศที่ได้จะช่วยให้ทราบสถานการณ์ปัญหาและสามารถวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะทำงานด้านการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนสำหรับอนุภูมิภาคแม่โขง ครั้งที่ 5 ขอให้ประเทศสมาชิก ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ดำเนินการเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัดตลอดหน้าแล้งนี้ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงพบแนวโน้มการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ทส. จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่น ตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงหมู่บ้าน รวมถึงเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา ซึ่ง ทส. จะรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการวางแผนการดำเนินงานเป็นประจำทุกวันผ่านเว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช www.dnp.go.th/forestfire และเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ www.pcd.go.th


Contact : พิรพร เพชรทอง (piraporn(dot)p(at)pcd(dot)go(dot)th)