2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

สถานการณ์หมอกควันในประเทศไทย ปี 2553
For more detail :
click here

News date 09-Aug-2010

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ฉบับที่ 29/2553
วันที่ 2 สิงหาคม 2553

สถานการณ์หมอกควันในประเทศไทย ปี 2553

ปี 2553 นับเป็นปีที่เกิดวิกฤติหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนครั้งรุนแรง โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ตรวจพบปริมาณฝุ่นขนาดเล็ก (PM10) อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ และเข้าสู่ระดับวิกฤติในช่วงวันที่ 17 - 19 มีนาคม 2553 โดยเฉพาะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงสุด ณ เวลา 9.00 น. เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552 มีค่าเท่ากับ 518.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐานมากกว่า 4 เท่า และเป็นค่าสูงสุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในประเทศไทย (มาตรฐานค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่นขนาดเล็ก (PM10) ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

จากการตรวจสอบสภาพอุตุนิยมวิทยาในช่วงต้นปี 2553 พบอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนิญโญส่งผลให้อากาศมีความแห้งแล้งมาก ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการเผาในที่โล่งตลอดช่วงหน้าแล้ง ซึ่งจากการตรวจสอบจุด Hotspot (จุดที่คาดว่าจะเกิดไฟซึ่งแปลผลได้จากภาพถ่ายดาวเทียม) ในปี 2553 พบจำนวน hotspot สะสมสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยจากการจำแนกจุด Hotspot สะสมในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน แยกตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน (พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ป่าสงวน และพื้นที่เกษตร) พบ Hotspot สูงถึง 55% ในพื้นที่ป่าสงวน และจากการจำแนกจุด Hotspot สะสมแยกรายอำเภอ พบว่ามี 56 อำเภอที่มีจำนวน hotspot สะสมสูงเกิน 100 จุด ซึ่งจำนวน hotspot สะสมรวม ใน 56 อำเภอดังกล่าว คิดเป็น 57% ของ hotspot สะสมรวมทั้งประเทศ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการไฟป่าและหมอกควันแห่งชาติ ได้สั่งการในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2553 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2553 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟในพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร และให้บรรจุแผนงาน/โครงการทั้งในระดับ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และระดับประเทศ ไว้ในแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี 2555 - 2559 ที่จะจัดทำขึ้นให้แล้วเสร็จภายในปี 2554 เพื่อให้ทันกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณ ในปี 2555 ต่อไป

สำหรับสถานการณ์หมอกควันในปี 2554 คาดว่าอาจมีความรุนแรงของมลพิษหมอกควันลดลง อันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ลานิญญ่า ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะมีอิทธิพลต่อภูมิภาคตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2554 ทั้งนี้ อิทธิพลของปรากฏการณ์ลานิญญ่า ยังส่งผลให้สถานการณ์ไฟและหมอกควันในอนุภูมิภาคเขตใต้เส้นศูนย์สูตรในปี 2553 ลดระดับความรุนแรงลงอย่างมาก ซึ่งคาดว่าภาคใต้ตอนล่างของไทยในปี 2553 จะไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนจากอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 10 (the 10th MSC) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 ณ ประเทศมาเลเซีย ได้มีมติเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกยังคงดำเนินมาตรการเพื่อลดและควบคุมการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหมอกควันและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

ทั้งนี้ ที่ประชุม 10th MSC ได้รับทราบการรายงานสถานการณ์ไฟในพื้นที่พรุควนเคร็งจากคณะผู้แทนไทย ซึ่งมีนายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะ ไฟในพื้นที่พรุควนเคร็งเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 จากสภาพความแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วง ทำให้ระดับในพรุลดลงจนต่ำกว่าระดับป้องกันไฟ ประกอบกับมีการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้น ซึ่งจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในช่วง 82.7 - 121.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยที่ประชุมได้แสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทย ซึ่งมีแนวทาง/มาตรการในการจัดการพื้นที่พรุที่ก้าวหน้าที่สุดในอาเซียน จะสามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่พรุควนเคร็งได้อย่างรวดเร็ว


Contact : นายนิชร คงเพชร (pr(at)pcd(dot)go(dot)th)