2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

สรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี ๒๕๕๓
For more detail :
click here

News date 29-Dec-2010

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฉบับที่ ๔๐ /๒๕๕๓
วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๓

สรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี ๒๕๕๓

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวสถานการณ์มลพิษประเทศไทย ปี 2553 ภาพรวมโดยทั่วไปไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่ผ่านมามากนัก คุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลักมีคุณภาพเสื่อมโทรมขึ้น คุณภาพอากาศมีแนวโน้มดีขึ้น ปัญหาหลักเป็นฝุ่นละอองและก๊าซโอโซน ปัญหาขยะไม่มีการสร้างระบบกำจัดขยะเพิ่มเติม ขยะถูกกำจัดถูกต้องเพียงร้อยละ 38

วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงข่าวสรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทยประจำปี ๒๕๕๓ ว่าภาพรวมทั่วไปถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปีที่ผ่านมามากนัก สถานการณ์คุณภาพน้ำ พบว่า คุณภาพน้ำของแม่น้ำสายหลักหลายสายทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ในภาพรวมมีคุณภาพเสื่อมโทรมขึ้น โดยแหล่งน้ำที่มีคุณภาพพอใช้ขึ้นไป (แหล่งน้ำประเภทที่ ๓ ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร และแหล่งน้ำประเภทที่ ๒ ใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภคและอนุรักษ์สัตว์น้ำ) ลดลง และมีแหล่งน้ำ ผิวดินที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๓๓ ในปี ๒๕๕๒ เป็นร้อยละ ๓๙ ใน ปี ๒๕๕๓ เนื่องจากในช่วงปี ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาทั้งภาวะแล้งในช่วงต้นปีและปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายปี ประกอบกับการจัดการน้ำเสียจากแหล่งชุมชนที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญยังดำเนินการไม่ทั่วถึง และในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่มีการจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนเพิ่มเติม ในส่วนคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งก็มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงเช่นกันโดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งบริเวณอ่าวไทยตอนใน

สำหรับคุณภาพอากาศโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น ปัญหามลพิษหลัก คือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๑๐ ไมครอน (PM10) และก๊าซโอโซน โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณริมถนนทั้งกรุงเทพมหานครและในเมืองใหญ่หลายจังหวัดซึ่งเกิดจากการจราจร เนื่องจากยังมียานพาหนะที่มีการระบายมลพิษที่เกินมาตรฐานและจากการจราจรที่หนาแน่น โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน (ไม่เกิน ๑๒๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ร้อยละ ๓.๗ และก๊าซโอโซนเกินค่ามาตรฐาน (ไม่เกิน ๑๐๐ ส่วนในพันล้านส่วน) ร้อยละ ๐.๒ โดยพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ถนนดินแดง ถนนพระราม ๖ ถนนพหลโยธิน และถนนพระราม ๔ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กบริเวณอำเภอหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี ยังมีปัญหาในช่วงฤดูแล้ง และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากหมอกควันและไฟป่าจากการเผาในที่โล่งทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรและการเผาขยะในพื้นที่ชุมชนของ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน (แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน และแพร่) ก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ โดยค่าสูงสุดตรวจวัดได้ ๕๑๘.๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานกว่า ๔ เท่า ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้ต้องเพิ่มมาตรการแก้ไขเพื่อควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การเผาในชุมชนและปัญหาไฟป่า รวมทั้งการเสริมสร้างหน่วยงานในระดับพื้นที่เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว และการดำเนินงานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ ลาวและพม่า

สถานการณ์ของขยะมูลฝอยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา แต่ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องเพียงร้อยละ ๓๘ หรือ ๕.๘ ล้านตัน จาก ๑๕ ล้านตันทั่วประเทศ และเช่นเดียวกัน ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่มีการจัดสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเพิ่มเติม จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงต้องเน้นการลดปริมาณขยะที่จะนำไปกำจัดตั้งแต่ให้ประชาชนลดปริมาณการเกิดขยะ มีการคัดแยกขยะและนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ ตามนโยบาย 3Rs (Reduce Reuse Recycle) รวมทั้งรณรงค์และสร้างระบบให้เกิดการคัดแยกของเสียอันตรายชุมชน อาทิเช่น ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกิดขึ้นในชุมชนออกจากขยะทั่วไปและนำมากำจัดอย่างถูกต้อง

ปี ๒๕๕๓ มีการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศและผลิตในประเทศกว่า ๔๐ ล้านตัน ซึ่งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นโดยตลอดจึงต้องให้ความรู้กับเกษตรกรเพื่อลดปริมาณการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร ลดปัญหาและผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารอันตรายโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติภัยจากสารเคมีซึ่งจะมีอยู่ทุกปี โดยมีรายงานในช่วง ๑ มกราคม ถึง ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ พบว่า มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีทั้งสิ้น ๕๙๐ ราย และมีอุบัติภัยจากสารเคมีเกิดขึ้นทั้งสิ้น ๒๘ ครั้ง ซึ่งมีสาเหตุจากโรงงานอุตสาหกรรมและโกดังเก็บสารเคมี ๑๑ ครั้ง การขนส่งสารเคมี ๓ ครั้ง และการลักลอบทิ้งสารเคมีและของเสียอันตราย ๑๑ ครั้ง และ อื่นๆ อีก ๓ ครั้ง นายสุพัฒน์ฯ กล่าว

ในการแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษจังหวัดระยองตลอด ๒ ปีที่ผ่าน เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ภาคประชาชน และผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการปนเปื้อน VOCs ในบรรยากาศ ในดิน ในน้ำใต้ดิน การพัฒนาระบบเตือนภัยและอุบัติเหตุฉุกเฉินจากสารเคมีรั่วไหล ซึ่งทำให้สถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

นายสุพัฒน์ฯ กล่าวต่ออีกว่า การร้องเรียนปัญหามลพิษมายังกรมควบคุมมลพิษในปี ๒๕๕๓ มีจำนวนทั้งสิ้น ๔๑๘ เรื่อง ซึ่งลดลงจากปี ๒๕๕๒ จำนวน ๒๔ เรื่อง ปัญหามลพิษที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ ปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง ร้อยละ ๘๔ รองลงมาเป็นปัญหาน้ำเสีย ร้อยละ ๑๑ และปัญหากากของเสีย ร้อยละ ๔ ตามลำดับ จังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านมลพิษ หน่วยงานภาครัฐมีการดำเนินการจนสามารถยุติปัญหาได้ จำนวน ๒๗๑ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๖๕ ของจำนวนเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นทั้งหมด

สุดท้าย นายสุพัฒน์ฯ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษนำเสนอข้อมูลสถานการณ์มลพิษของประเทศและ การบริหารจัดการมลพิษที่ผ่านมา ก็เพื่อต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน ทราบและตระหนักถึงความร่วมมือกันในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมควบคุมมลพิษ
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๙๘ ๒๐๘๒ - ๔ โทรสาร ๐ ๒๒๙๘ ๒๐๘๕ www.pcd.go.th
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม www.mnre.go.th


Contact : นิชร คงเพชร ( nichon(dot)k(at)pcd(dot)go(dot)th)