2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

การใช้น้ำจุลินทรีย์ (พ.ด. ๖) ในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียจากเหตุอุทกภัย
For more detail :
click here

News date 07-Nov-2011

การใช้น้ำจุลินทรีย์ (พ.ด. ๖) ในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียจากเหตุอุทกภัย


จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นมีหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนได้สนับสนุนการใช้ EM (Effective Microorganisms) เพื่อบำบัดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสียในบริเวณน้ำท่วมขัง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายรวมถึงประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี แต่มีความกังวลใจเกี่ยวกับEM และน้ำหมักชีวภาพ แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียได้จริงหรือ?

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษได้ประสานขอรับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการผลิตและส่งเสริมการใช้สารเร่งจุลินทรีย์มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ โดยใช้คำว่า "สารเร่ง พด." และได้มีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมจุลินทรีย์มาโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น ๙ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคือ "สารบำบัดน้ำเสีย พ.ด. ๖" เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการย่อยสลายขยะสดที่ประกอบด้วย วัสดุอินทรีย์จากเศษอาหาร ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ โดยจุลินทรีย์จากสารเร่ง พด.๖ ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจนได้ของเหลวสีน้ำตาลซึ่งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดคอกสัตว์ บำบัดน้ำเสีย และกำจัดกลิ่นเหม็นตามท่อระบายน้ำ ซึ่งการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ น้ำจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในดำเนินการในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคกลาง นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ สถาบันการศึกษา รวมถึงภาคเอกชนที่เป็นผู้ผลิตหลายแห่งร่วมให้การสนับสนุนเช่นกัน หลังจากการที่มีผู้สนับสนุนน้ำ/ก้อนจุลินทรีย์ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนนั้น กระทรวงทรัพยากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษได้ทดลองนำน้ำที่สกปรก มาใส่ด้วยน้ำจุลิทรีย์ที่ได้รับการสนับสนุนและหลังจากนั้น ๓ วัน พบว่าคุณภาพน้ำมีความสกปรกในรูป BOD ลดลงประมาณ ๑๕-๕๐% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของ น้ำจุลินทรีย์ที่ใช้โดยน้ำดังกล่าวจะมีสภาพใสขึ้น มีตะกอนอยู่บริเวณก้นถัง


การที่กล่าวว่า "EM ไม่ได้ช่วยในการบำบัดน้ำเสียแต่อย่างใดและได้มีการอ้างอิง กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่แนะนำการใช้ EM ในการบำบัดน้ำเสียในสถานการณ์จากเหตุสีนามิ" ในประเด็นนี้น้ำที่เน่าเสียที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นที่ประเทศญิ่ปุ่นเข้าใจว่ามี ๒ ประเด็นหลักที่ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในครั้งนี้ คือ

๑) น้ำส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็มการใช้ EM ในการบำบัดจึงไม่ได้ผล เพราะเชื้อจุลินทรีย์อาจตายเมื่อเจอความเค็มที่รุนแรง
๒) เนื่องจากภูมิประเทศที่มีมีความลาดชัน จึงไม่มีแหล่งน้ำผิวดินที่มาเจือจางค่าความเค็มเหมือนกรณีเหตุการณ์สึนามิที่ภาคใต้ของประเทศไทยที่มีแหล่งน้ำจืดบริเวณใกล้ชายฝั่งทำให้ค่าความเค็มอยู่ระหว่าง ๕-๒๐ ppt. (ปกติน้ำทะเลมีค่าความเค็มอยู่ระหว่าง ๒๕-๓๐ ppt.)


โดยในครั้งที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษได้ใช้ EM เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยมีการเติม EM มากกว่า ๑ ครั้ง เพื่อให้เชื้อจุลินทรีย์จะมีความคุ้นเคยกับความเค็มมากขึ้นและเจริญเติบโตได้ซึ่งดำเนินการในพื้นที่บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงาหลังจากนั้น ๓ วันมีคุณภาพน้ำดีขึ้นและดำเนินการฆ่าเชื้อโรคโดยคลอรีนรูปของแคลเซียมผง (แคลเซียมไฮโปรคลอไรต์) และกรณีตัวอย่างอีกแห่งที่สถานีตำรวจฉลองกรุง เขตลาดกระบัง เมื่อปี ๒๕๔๙ ซึ่งสถานีตำรวจดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำเน่าเสียที่ถูกชะจากบ่อขยะของกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จนเน่าเสียสะสมส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนรอบข้าง และมีค่าความเค็มสูงถึง ๑๒ ส่วนในล้านส่วน (ppt.) ซึ่งในช่วงแรกของการบำบัดน้ำเสียที่สถานีตำรวจฉลองกรุง หลังเติมอีเอ็ม ๑๕ วันแรกยังไม่ได้ผล แต่เมื่อเติมเชื้อ EM ซ้ำลงไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ ทั้ง ๆ ที่ครั้งแรกมีการหารือกันว่าต้องส่งน้ำเสียไปบำบัด ซึ่งต้องใช้เงินถึง ๕๐ ล้านบาท แต่ท้ายสุดเมื่อใช้อีเอ็มกลับเสียค่าใช้จ่ายไม่ถึงล้านบาท และจากกรณีล่าสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงกลาโหมโดยใช้น้ำจุลินทรีย์และจุลินทรีย์ก้อนในการจัดการน้ำท่วมขังเน่าเสียที่ระบบกำจัดขยะที่ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำก่อนการดำเนินการมีค่า DO เท่ากับ ๐ - ๐.๖ หลังจากดำเนินการ ๓ วัน มีค่า DO ๓.๒ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์และยืนยัดได้ว่าการใช้ EM สามารถแก้ไขปรับปรุงคุณภาพน้ำที่ดีขึ้นได้จริง

นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติม คือ เมื่อพิจารณาเฉพาะกากน้ำตาลหรือรำข้าวที่เป็นส่วนผสมในน้ำหมักจุลินทรีย์และจุลินทรีย์ก้อนตามลำดับ ก็เป็นไปตามหลักการที่ว่าเป็นการเติมสารอินทรีย์ลงในน้ำเสีย อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้มีความจำเป็นในการผลิต EM เพราะเป็นตัวเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ให้เจริญเติบโตและมีความแข็งแรงซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียได้ดี นั่นหมายถึงว่าต้องหมักให้มีเวลาที่เหมาะสมจนปริมาณสารอินทรีย์ที่อยู่น้ำจุลินทรีย์หรือจุลินทรีย์ก้อนลดลง จนไม่เป็นการเพิ่มความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ลงในน้ำเสีย ทั้งนี้ เมื่อจุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์น้ำเสียจนหมดแล้ว ออกซิเจนในอากาศก็สามารถที่จะละลายลงในน้ำได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากใช้ EM บำบัดน้ำเสียในพื้นที่น้ำท่วมขังจนกระทั่งหมดกลิ่นแล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการร่วมกับกรมอนามัยในการตรวจสอบเชื้อโรคที่อาจมากับขับถ่าย และต้องทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยสารไฮโปคลอไรต์หรือที่เรียกว่า "ปูนคลอรีน" ในขั้นตอนสุดท้ายในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อไป


ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความมุ่งหวังถึงประโยชน์สูงสุดในการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมครั้งนี้ และขอรับความปรารถนาดีของทุกฝ่ายในการช่วยกันร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น โดยเห็นว่าวิธีการใช้น้ำจุลินทรีย์หรือจุลินทรีย์ก้อนเป็นวิธีที่เหมาะสมและประหยัดงบประมาณเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ สามารถรองรับสภาพปัญหาในวงกว้างที่เกิดขึ้นรวมถึงประชาชนหรือชุมชนสามารถดำเนินการและมีส่วนร่วมในการดำเนินการได้ด้วยตนเอง รวมถึงที่ผ่านมาทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้


ข้อมูลทางวิชาการของสารบำบัดน้ำเสีย พ.ด. ๖
ชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ในสารเร่งพด.๖ ประกอบด้วย

    ๑. ยีสต์ ทำหน้าที่ผลิตแอลกอฮอล์ ช่วยรักษาความสะอาด
    ๒. แลคโตบาซิลลัส ทำหน้าที่ผลิตกรดแลคติก ช่วยลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์ในน้ำเสีย
    ๓. แบคทีเรียย่อยสลายโปรตีน ทำหน้าที่ผลิตน้ำย่อยโปรตีเอส ช่วยย่อยสลายซากสัตว์ได้เร็วขึ้น
    ๔. แบคทีเรียย่อยสลายไขมัน ทำหน้าที่ผลิตน้ำย่อยไลเปส ช่วยย่อยสลายไขมันได้เร็วขึ้น

วัสดุสำหรับผลิตสารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นจากเศษอาหารเหลือทิ้ง
จำนวน ๕๐ ลิตร

    ๑. เศษอาหารจากครัวเรือน ๔๐ กิโลกรัม
    ๒. น้ำตาล ๑๐ กิโกรัม
    ๓. น้ำ ๑๐ ลิตร
    ๔. สารเร่ง พด.6 ๑ ซอง (๒๕ กรัม)

การพิจารณาว่าสารที่ได้จากการหมักสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว

  • มีการเจริญของจุลินทรีย์น้อยลง
  • กลิ่นแอลกอฮอล์จะลดลง และไม่มีกลิ่นเน่าเหม็นของขยะ
  • ไม่ปรากฏฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือมีน้อยลง
  • มีกลิ่นเปรี้ยวเพิ่มขึ้น
  • ได้สารละลายหรือของเหลวสีน้ำตาล
  • ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง ๓-๔

อัตราและวิธีการนำไปใช้

ทำการฉีดพ่นสารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น : น้ำ เท่ากับ:๑:๑๐๐๐ - ๑: ๑๐๐๐๐ ลงบริเวณที่บำบัด

ประโยชน์ของสารเร่ง พด.๖

  • ช่วยบำบัดน้ำเสีย และขจัดกลิ่นเหม็นตามท่อระบายน้ำหรือน้ำท่วมขัง
  • ทำความสะอาดคอกสัตว์และขจัดกลิ่นเหม็น
  • ช่วยลดกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสียและย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในน้ำท่วมขังได้เร็วขึ้น
  • ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและบำบัดน้ำอุปโภคให้ดีขึ้น


Contact : นายนิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)