2009-12
2006-08
2003-05
2000-02
1997-99

ทส. เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขวิกฤติหมอกควัน 8 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2555

News date 08-Mar-2012

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฉบับที่ ๗/๒๕๕๕
๕ มีนาคม ๒๕๕๕

ทส. เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขวิกฤติหมอกควัน ๘ จังหวัดภาคเหนือ ปี ๒๕๕๕

วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้แถลงข่าวเรื่องสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งจากการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องให้ความสำคัญ

พื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ และน่าน ประสบกับปัญหาหมอกควัน โดยมีสาเหตุจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง โดยตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า ๑๐ ไมครอน (PM10) ในบรรยากาศสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานติดต่อกันหลายวันในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ๒๕๕๕ (มาตรฐาน PM10 ไม่เกิน ๑๒๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ค่าเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมงสูงสุด และจำนวนวันที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ สรุปได้ดังนี้

จังหวัด

ค่าเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมงสูงสุด
(มคก./ลบ.ม.)

วันที่ตรวจพบค่าสูงสุด

จำนวนวัน
ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน
(๑ ม.ค. - ๕ มี.ค. ๒๕๕๕)

เชียงใหม่

๑๙๗.๐

๑ มีนาคม ๒๕๕๕

ลำพูน

๒๗๔.๘

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

๑๔

เชียงราย

๓๕๖.๕

๓ มีนาคม ๒๕๕๕

๑๖

แม่ฮ่องสอน

๒๓๖.๔

๓ มีนาคม ๒๕๕๕

ลำปาง

๒๗๙.๐

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

๑๗

พะเยา

๒๗๘.๗

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

๑๖

น่าน

๑๙๘.๕

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

แพร่

๒๓๓.๒

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

๑๕

ตาก

๒๙๕.๒

๑ มีนาคม ๒๕๕๕

หมายเหตุ: เป็นข้อมูลสรุปตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม - ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ยกเว้นจังหวัดตากที่ตรวจวัดโดยหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕

จากวิกฤติสถานการณ์หมอกควัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยในสถานการณ์และดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยได้แจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ประสานแจ้งเตือนไปยังจังหวัด ให้สั่งการหน่วยงานในระดับพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ติดตามเฝ้าระวังไฟป่า งดเผาขยะมูลฝอย และควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร ดำเนินมาตรการฉีดน้ำบนพื้นผิวถนนเพื่อลดการแพร่กระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความเข้มงวดควบคุมการเผาในที่โล่งในพื้นที่ที่รับผิดชอบ นอกจากนี้ ในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมการประชุมทางไกลผ่านจอภาพกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และได้เน้นย้ำถึงปัญหามลพิษหมอกควันที่พบฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานในขณะนี้ และขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประสานไปยังนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ให้ดูแลปัญหาหมอกควันอย่างเคร่งครัดตลอดหน้าแล้งนี้

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ เพื่อเยี่ยมชมสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และประชุมหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาหมอกควันจากไฟป่าและการเผาในพื้นที่โล่งในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ๙ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และตาก อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้พิจารณาดำเนินงานตามบัญญัติ ๑๐ ประการเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควัน ประกอบด้วย

๑) บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และผลักดันให้มีการใช้กฎระเบียบชุมชน
๒) มอบหมายให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินมาตรการจัดระเบียบการเผาในพื้นที่เกษตรเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่จำเป็น
๓) เร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่า โดยให้เป็นภารกิจบังคับสำหรับองค์กรปกครองส่วนถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ระดมกำลังพลหน่วยดับไฟป่าเพื่อปฏิบัติการในช่วงวิกฤติ
หมอกควัน และประสานเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับชุมชนในการเฝ้าระวังและดับไฟในพื้นที่
๔) ประสานสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อพิจารณาจัดทำฝนหลวงเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม
๕) มอบหมายให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามและควบคุมการเผาในพื้นที่
๖) แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างใกล้ชิด
๗) ให้จังหวัดติดตามสถานการณ์มลพิษหมอกควันจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆ ของกรมควบคุมมลพิษ และจำนวนจุดความร้อนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
๘) ขอความร่วมมือจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ประชาสัมพันธ์ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ แจ้งเหตุไฟป่า ผ่านสายด่วน (hotline) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หมายเลข "๑๓๖๒"
๙) ดำเนินโครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดผลด้านความตระหนักและเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการลดการเผาในพื้นที่โล่ง
๑๐) บูรณาการการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัดอย่างครบวงจร

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนจัดการปัญหาหมอกควันจากการเผาในที่โล่ง  และแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าระดับพื้นที่ ปี ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙ เพื่อบูรณาการการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น โดยแผนดังกล่าวกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน จำนวน ๕ ยุทธศาสตร์ คือ

๑) ควบคุมการเผาในพื้นที่ชุมชน เพิ่มความเข้มงวดการกำกับ ดูแล และบังคับใช้กฎหมาย และกฎระเบียบชุมชน งดเผาในพื้นที่ชุมชน งดเผาขยะมูลฝอย งดเผาหญ้าเศษวัสดุริมทางเด็ดขาด
๒) ควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร สนับสนุนการทำเกษตรปลอดการเผา การใช้ประโยชน์เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา
๓) ควบคุม และป้องกันไฟป่า ติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวัง แจ้งเตือนสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมการดับไฟป่า
๔) รณรงค์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างการมีส่วนร่วม  เผยแพร่องค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร เสริมสร้างการมีส่วนร่วมภาคประชาชน สร้างความตระหนักและปลุกจิตสำนึกความรับผิดชอบด้านการจัดการปัญหาหมอกควันและไฟป่า
๕) ผลักดันความร่วมมือในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน ผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคเพื่อจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนและเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟและหมอกควันจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน

 นอกจากนี้ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน จึงกำหนดการดำเนินโครงการ "ชุมชนมาตรฐาน หมู่บ้านปลอดการเผา" โดย กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑ - ๓ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ๘ จังหวัด นำหลักเกณฑ์การประเมินและพัฒนาศักยภาพชุมชน "ชุมชนมาตรฐาน หมู่บ้านปลอดการเผา" ไปใช้ประเมินศักยภาพของหมู่บ้านในการจัดการมลพิษหมอกควันและการเผาในที่โล่ง โดยเน้นหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ จำนวน ๒๐๐ หมู่บ้าน การประเมินศักยภาพชุมชนฯ ดังกล่าว จะทำให้ทราบถึงระดับความสามารถของชุมชนในการบริหารจัดการปัญหามลพิษจากหมอกควันและการเผาในที่โล่ง ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยสนับสนุนให้ชุมชนนั้นๆ สามารถจัดการปัญหาการเผาในพื้นที่ของตนเองได้อย่างถูกต้องและตรงกับความต้องการ

อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) พบว่ามีการเผากระจายทั่วไปในอนุภูมิภาค แม่โขง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ประสานความร่วมมือกับประเทศพม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และได้มอบหมายให้ นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ๕ ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนสำหรับอนุภูมิภาคแม่โขง (MSC Mekong) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ -๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ กรุงฮานอย เวียดนาม โดยประเทศไทยได้รายงานสถานการณ์หมอกควันที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในขณะนี้ให้ที่ประชุมรับทราบ และเน้นย้ำให้ทุกประเทศตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือกันกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัดตลอดหน้าแล้ง ปี ๒๕๕๕ ทั้งนี้ จากการพิจารณาจำนวนจุดความร้อน ที่ตรวจพบในอนุภูมิภาคแม่โขง พบว่าจำนวนจุดความร้อนลดลงจาก ๘๗,๐๐๐ จุดในปี ๒๕๕๓ เหลือ ๗๘,๐๐๐ จุด ในปี ๒๕๕๔ ซึ่งสูงเกินจากตัวชี้วัดระดับอนุภูมิภาคซึ่งกำหนดให้อนุภูมิภาคแม่โขง จะต้องลดจำนวนจุดความร้อนลงเหลือไม่เกิน ๗๕,๐๐๐ จุด ในปี ๒๕๕๔ เพียงเล็กน้อย ซึ่งประเทศสมาชิกจะต้องดำเนินมาตรการลดการเผาต่อไปเพื่อให้ได้ผลสำเร็จตามตัวชี้วัดระดับอนุภูมิภาค ในปี ๒๕๕๘ ซึ่งกำหนดให้ลดลงจำนวนจุดความร้อนลงเหลือไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ จุด พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกกำหนดตัวชี้วัดการควบคุมการเผาในที่โล่งของประเทศตนเอง เพื่อให้สามารถติดตามประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยตัวชี้วัดดังกล่าวอาจกำหนดจากจำนวนจุดความร้อน ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ เป็นต้น

ประเทศสมาชิกยังได้แสดงความชื่นชมประเทศไทยสำหรับความช่วยเหลือด้านการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศ ทั้งการจัดอบรมหลักสูตรการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Monitoring) เพื่อพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่จากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีกำหนดการเบื้องต้นในเดือนเมษายน ๒๕๕๕ และการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยการจัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่จากประเทศไทยไปยังลาวและพม่าในช่วงหน้าแล้ง ตามที่ลาวและพม่าร้องขออย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดระดับความรุนแรงของปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันซึ่งส่งผลกระทบกับ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบนในขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือประชาชนในการงดการเผาในพื้นที่ป่า งดการเผาตอซังฟางข้าว เศษกิ่งไม้ใบหญ้า และเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในภาวะหมอกควัน


Contact : นายนิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)