502 Bad Gateway


nginx
PCD : News
พ.ศ. 2559
พ.ศ. 2558
พ.ศ. 2557

10 ข่าวเด่นมลพิษ ปี 2558

ข่าววันที่ 12 ม.ค. 59

1. ค่าโง่คลองด่านยังไม่จบ
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ คพ. ชำระเงินค่าจ้างและค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 9,058,906,853.61 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ภายใน 90 วัน ให้กับกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ที่ยื่นฟ้อง คพ. ในคดียกเลิกโครงการจัดการน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเมื่อมีการเจรจากับกิจการร่วมค้าฯ ทำให้จำนวนเงินที่ คพ. ต้องชดใช้จริงเหลือเพียง 9,600 ล้านบาท โดยแบ่งชำระออกเป็น 3 งวด งวดแรกชำระไปจำนวน 3,956,424,361 บาท เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 โดยครม. ได้อนุมัติให้ใช้งบประมาณ พ.ศ. 2559

2. หมอกควันภาคเหนือ ต้องดีขึ้น
ในปี ๒๕๕๘ ปริมาณฝุ่นละอองใน ๙ จังหวัดภาคเหนือ มีค่าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ๔๒ วัน โดยพบปริมาณฝุ่นละอองสูงสุด ๓๘๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่จังหวัดเชียงราย ในวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๘ สถานการณ์ดีขึ้นกว่าปี ๒๕๕๗ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส.ได้ให้แนวทางการดำเนินงานสำหรับปี ๒๕๕๙ ให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไฟในพื้นที่เสี่ยง เน้นการป้องกันก่อนเกิดไฟ หากเกิดไฟขึ้นให้รีบดับทันทีก่อนเกิดการลุกลาม ถ้าไม่ได้ผลให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

3. ภาคใต้หมอกควันข้ามแดน
ปี ๒๕๕๘ ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนจากประเทศอินโดนีเซียอย่างรุนแรง โดยฝุ่นละอองมีค่าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานมากถึง ๑๐ วัน และพบปริมาณฝุ่นละอองสูงสุด ๓๖๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
คพ. ได้แจ้งประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ได้แจ้งประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการอาเซียนและประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียกร้องให้อินโดนีเซียลดการเผาและหมอกควันอย่างเร่งด่วน และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงวิสัยทัศน์การเป็นภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควัน ในระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียน

๔. Roadmap จัดการขยะคืบหน้า
รัฐบาลประกาศให้ขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนและของเสียอันตราย กากอุตสาหกรรม และมูลฝอยติดเชื้อ โดยขับเคลื่อนผ่าน Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและดำเนินงานบริหารจัดการขยะมูลฝอยและแก้ปัญหาขยะมูลฝอยของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขยะตกค้าง สามารถกำจัดได้ 20 ล้านตัน จากจำนวนขยะตกค้าง 30 ล้านตัน (ร้อยละ 66) จังหวัดที่มีการจัดการขยะมูลฝอยดี 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ภูเก็ต ยะลา และกำแพงเพชร มีโรงไฟฟ้าจากขยะมูลฝอยจำนวน 2 แห่ง และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและดำเนินการ 10 แห่ง จัดตั้งศูนย์รองรับของเสียอันตราย และสร้างวินัยของคนในชาติมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน โดยการรณรงค์งดการให้บริการถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้าทุกวันที่ 15 และ 30 ของทุกเดือน ซึ่งสามารถลดปริมาณถุงพลาสติกได้จำนวน 36 ล้านใบ

5. ปัญหามลพิษจากโครงการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)
คพ. ได้ดำเนินการตรวจสอบปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด) มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคุณภาพสิ่งแวดล้อมรอบโครงการเหมืองแร่ทองคำ โดยผลการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา พบว่า คุณภาพน้ำใต้ดินในบ่อสังเกตการณ์บริเวณท้ายน้ำของโครงการเหมืองแร่ทองคำฯ เมื่อเทียบกับคุณภาพน้ำใต้ดินในบ่อสังเกตการณ์บริเวณเหนือน้ำของโครงการฯ มีค่าโลหะบางชนิดสูงขึ้น ได้แก่ แคดเมียม ตะกั่ว แมงกานีส นิเกิล สารหนู ซีลีเนียม และปรอท โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ประชาชนที่อยู่บริเวณรอบโครงการเหมืองแร่ทองคำฯ ได้ร้องเรียนว่ามีการปนเปื้อนสารไซยาไนด์ในสิ่งแวดล้อมรวมทั้งที่นาของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง คพ.จึงแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินงานแก้ไขปัญหา โดยดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวโน้มการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการดำเนินกิจกรรมเหมืองแร่ทองคำ

6. ฝุ่นละอองหน้าพระลานยังสูง )
สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) บริเวณเขตควบคุมมลพิษตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี พบว่ามีความรุนแรงมากในช่วงต้นปี ๒๕๕๘ (เดือนมกราคม และกุมภาพันธ์) และปลายปี ๒๕๕๘ (เดือนพฤศจิกายน และธันวาคม) โดยตรวจพบว่า PM10 สูงเกินมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 86 วัน คิดเป็นจำนวนวันที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 72 ของจำนวนวันที่ตรวจวัด ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ต้องดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมและลดการระบายฝุ่นละอองจากทุกแหล่งกำเนิดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฝุ่นละอองในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษตำบลหน้าพระลานอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อไป ทั้งนี้ ในปี ๒๕๖๐ คพ.จะทำการศึกษาหาแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละอองในพื้นที่เขตควบควบคุมมลพิษตำบลหน้าพระลาน และพื้นที่โดยรอบเพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

7. "แม่น้ำตาปี" คุณภาพน้ำดีที่สุด
คพ. ได้สรุปสถานการณ์คุณภาพน้ำผิวดินช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2558 ซึ่งเป็นการตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำครั้งที่ 3 ( 1 ปี จะมีการตรวจสอบ 4 ครั้ง) โดยจากการตรวจวัดคุณภาพแหล่งน้ำรวมทั้งหมดในการวิเคราะห์และประเมินผลจำนวน 65 แหล่งน้ำทั่วประเทศ จากจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำ จำนวน 366 จุด ประเมินดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index) พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ร้อยละ 2 ของจุดตรวจวัด คือ แม่น้ำตาปีตอนบนเพียงแหล่งน้ำเดียว อยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 24 พอใช้ ร้อยละ 43 เสื่อมโทรม ร้อยละ 29 และเสื่อมโทรมมาก ร้อยละ 2

8. คพ.เร่งฟื้นฟูคลิตี้
เมื่อเดือนเมษายน 2541 คพ. ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ โรงแต่งแร่ บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปล่อยให้เกิดการรั่วไหลของบ่อกักเก็บตะกอนหางแร่ลงสู่ห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี คพ. ตรวจสอบพบการปนเปื้อนสารตะกั่วในน้ำตะกอนดินท้องน้ำและสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้จริง ต่อมาในปี 2547 ชาวบ้านคลิตี้ล่างได้ยื่นฟ้อง คพ. ต่อศาลปกครอง และศาลปกคลองตัดสินให้ คพ. กำหนดแผนงาน วิธีการ และดำเนินการฟื้นฟู ตรวจและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ให้ครอบคลุมทุกฤดูกาลอย่างน้อยฤดูกาลละ 1 ครั้ง และแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบโดยวิธีการเปิดเผย และให้จ่ายค่าเสียหายให้ผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบสองคน เป็นเงินรายละ 177,199.55บาท ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2556 โดยในการดำเนินงานในปัจจุบัน ได้ทำการตวรจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณห้วยคลิตี้ 4ครั้ง/ปี และได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อกำหนดการดำเนินงาน และการขออนุญาตใช้พื้นที่จาก 3 หน่วยงาน จากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี

9. วิกฤติขยะในทะเลไทย
ปัญหาขยะมูลฝอยเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีขยะทิ้งในทะเลจัดอยู่ในลำดับที่ 6 ของโลก รองจาก จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ตามลำดับ ขยะพลาสติกและโฟมจึงเป็นปัญหาสำคัญเพราะการย่อยสลายใช้เวลานานกว่า 450 ปี และปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทั้งบนบกและในทะเล หากมีปริมาณขยะที่จากกระทงไหลลงสู่ทะเล จะส่งผลกระทบต่อปริมาณขยะที่สะสมอยู่ในทะเลให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุด คพ. ได้รับมอบหมายให้จัดทำแผนจัดการขยะในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆร่วมบูรณาการจัดการปัญหาดังกล่าวให้แหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

10. ก้อนน้ำมันขึ้นชายหาดหัวหิน
เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ได้เกิดเหตุพบก้อนน้ำมันจำนวนมาก พร้อมกับเศษขยะถูกคลื่นทะเลซัดเข้าสู่ชายหาดตั้งแต่ชายหาดสะพานปลาหัวหินถึงชายหาดเขาตะเกียบ เป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเล เพราะคราบน้ำมันจะติดตามร่างกายล้างน้ำออกได้ยาก และหากบางรายมีอาการแพ้จะมีอาการเป็นผื่นคันร่วมด้วย รวมทั้งได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวเนื่องจากชายหาดหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งคพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทำความสะอาดชายหาดอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติไม่พบคราบน้ำมันบริเวณชายหาด


ผู้ประสานงาน : นิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)



404 Not Found

Not Found

The requested URL /cfm/banner5.jpg was not found on this server.

หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | Site Map
กรมควบคุมมลพิษ 92 ซ.พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน พญาไท กทม. 10400 02-298-2000
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม