502 Bad Gateway


nginx
PCD : News
พ.ศ. 2559
พ.ศ. 2558
พ.ศ. 2557

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม เรื่อง ผลพิสูจน์สาเหตุการตายของปลากระเบนราหูในแม่น้ำแม่กลอง

ข่าววันที่ 21 ต.ค. 59

ข่าวสารสิ่งแวดล้อม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ฉบับที่ ๕๙ /๒๕๕๙

วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

ผลพิสูจน์สาเหตุการตายของปลากระเบนราหูในแม่น้ำแม่กลอง

นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ปลากระเบนราหูและสัตว์น้ำอื่นๆ ตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะซากปลากระเบนราหูที่เป็นสัตว์น้ำประจำถิ่นตายเป็นจำนวนมาก ในระหว่างวันที่ ๑ -๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ ในเขต อ.บางคนที และ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษ ได้วิเคราะห์ผลคุณภาพน้ำที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน รวมทั้งทำการทดลองเพื่อทดสอบระดับความเข้มข้นของแอมโนเนียในน้ำว่า จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่อการตายของปลากระเบนราหูหรือไม่ เพื่อเชื่อมโยงการปนเปื้อนของน้ำกากส่าที่มีการระบายทิ้งจากโรงงานเอทานอลราชบุรีที่ภาคประชาชนในพื้นที่ยังกังขา ซึ่งจากผลคุณภาพน้ำทำให้สันนิษฐานได้ว่า น้ำกากส่าที่รั่วยังคงสะสมในแม่น้ำแม่กลอง

จากที่ทราบกันว่า บริษัท ราชบุรีเอทานอล จำกัด ได้มีหนังสือชี้แจงถึงประธานกรรมการลุ่มน้ำแม่กลอง กรณีน้ำกากส่าในบ่อสุดท้ายที่ผ่านการบำบัดแล้วของโรงงานรั่วไหลลงน้ำน้ำแม่กลอง เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๕๐ น. โดยหน่วยงานต่างๆ ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำและวิเคราะห์ผล พบว่า ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ในแม่น้ำแม่กลองตอนล่าง ช่วงระหว่างวันที่ ๔ - ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙ ประมาณ ๑.๐ - ๒.๘ มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งค่าออกซิเจนละลายน้ำดังกล่าวต่ำกว่าช่วงเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๕๘) และพบว่าค่าบีโอดี (BOD) ในแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่เขตจังหวัดสมุทรสงคราม (บริเวณตั้งแต่ อ.บางคนทีลงมาจนถึงปากแม่น้ำ) เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ มีค่าสูงระหว่าง ๑๑ - ๒๘ มิลลิกรัมต่อลิตร

ดังนั้น จากผลคุณภาพน้ำดังกล่าวจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าน้ำกากส่าที่รั่วจาก บริษัท ราชบุรีเอทานอล จำกัด เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ ยังคงสะสมในแม่น้ำแม่กลองช่วงเขตจังหวัดสมุทรสงคราม อย่างน้อยจนถึงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยมีข้อมูลประกอบการสันนิษฐานเพิ่มเติมคือ ข้อมูลการเดินทางของน้ำในแม่น้ำแม่กลอง ของศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก พบว่า เวลาเดินทางของมวลน้ำจาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มายัง อ. บางคนที จ.สมุทรสงคราม ใช้เวลาประมาณ ๖ -๘ ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ เมื่อเจอกันอิทธิพลน้ำขึ้นในวันดังกล่าว จึงเป็นไปได้ว่ามวลน้ำดังกล่าวไม่สามารถระบายออกสู่ทะเล ทำให้น้ำกากส่าบางส่วนจะตกลงสู่ท้องน้ำ เนื่องจากน้ำกากส่ามีความถ่วงจำเพาะมากกว่าน้ำ ประกอบกับความเห็นของ รศ.สพญ.ดร. นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ว่า ปลากระเบนได้รับสารเคมีที่เป็นพิษต่อระบบไตและระบบเหงือก และยังพบว่าความสามารถในการควบคุมความสมดุลในร่างกายเสียไป

กรมควบคุมมลพิษ จึงได้ตั้งสมมุติฐานการตายของปลากระเบนราหูในแม่น้ำแม่กลองว่าเกิดจากระดับความเข้มข้นของแอมโมเนียอิสระสูง ซึ่งเป็นผลจากการรั่วไหลของน้ำกากส่า ทำให้เป็นพิษต่อปลากระเบนราหูและสัตว์น้ำอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีออกซิเจนละลายน้ำต่ำ หรือสภาวะไร้อากาศใต้ท้องน้ำ และกรมควบคุมมลพิษได้ทำการทดลองเพื่อยืนยันสมมุติฐานดังกล่าวด้วยการจำลองสภาพแหล่งน้ำธรรมชาติ แล้วเติมน้ำกากส่าในอัตราส่วน ๑:๑๓๐ แล้วทำการวัดแอมโมเนียอิสระอย่างต่อเนื่องทุก ๑๕ นาที ซึ่งผลการทดลองพบว่า ค่าแอมโมเนียอิสระ มีค่าเริ่มต้น ๐.๑๐ มิลลิกรัมต่อลิตร และเพิ่มขึ้นเป็น ๑.๑ มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อเวลาผ่านไป ๔๖ ชั่วโมง ซึ่งค่าดังกล่าวเกินกว่าค่าความปลอดภัยต่อสัตว์น้ำ ประมาณ ๑๘ เท่า ที่มีผลทำให้ปลาตายเฉียบพลัน สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไปกรมควบคุมมลพิษจะดำเนินการกล่าวโทษโรงงานที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับเรื่องการจัดการน้ำเสียอย่างง่ายจากการย้อมผ้าที่ประชาชนสอบถามมา เนื่องจากขณะนี้ประชาชนจำนวนมากมีความต้องการเสื้อผ้าสีดำเพื่อสวมใส่แสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้นำเสื้อผ้ามาย้อมให้เป็นสีดำ ซึ่งการย้อมดังกล่าวมีการใช้สีย้อมรีแอคทีฟ (Reactive dyes) ทำให้เกิดน้ำเสียหลังการย้อมผ้า เพราะสีย้อมบางชนิดมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ทองแดง ตะกั่ว โครเมียม เป็นต้น กรมควบคุมมลพิษจึงขอแนะนำทางเลือกในการจัดการน้ำเสียอย่างง่ายจากการย้อมผ้า ดังนี้ ๑. เทน้ำเสียจากการย้อมผ้าผ่านอิฐแดง เพื่อช่วยดูดซับโลหะหนักในน้ำเสีย ๒. ปล่อยน้ำทิ้งให้ระเหยแห้งแล้วนำตะกอนไปฝังดิน หรือนำไปทิ้งในถังรับขยะอันตราย ๓. เติมโซดาไฟ เติมสารส้มเพื่อให้สีตกตะกอน ใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อยก่อน แล้วนำน้ำใสไปรดต้นไม้ที่เป็นไม้ประดับหรือสนามหญ้า ส่วนตะกอนที่เหลือนำไปฝังดิน หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำไปรดต้นไม้ แต่ควบคุมให้อยู่ในปริมาณน้อย อย่านำไปรดต้นไม้หรือพืชผักที่นำไปรับประทานเด็ดขาด







ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมควบคุมมลพิษ
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๙๘ ๒๐๖๕, ๐ ๒๒๙๘ ๒๐๖๙ โทรสาร ๐ ๒๒๙๘ ๕๓๗๔ www.pcd.go.th
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม www.mnre.go.th


ผู้ประสานงาน : นายนิชร คงเพชร (pubpcd@gmail(dot)com)



404 Not Found

Not Found

The requested URL /cfm/banner5.jpg was not found on this server.

หน้าแรก | เกี่ยวกับคพ. | ข้อมูลและบริการ | ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | Site Map
กรมควบคุมมลพิษ 92 ซ.พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน พญาไท กทม. 10400 02-298-2000
Copyright © 2004 by Pollution Control Department. All rights Reserved.

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม